บทที่ 105: อย่างที่คุณปรารถนา

บทที่ 105: อย่างที่คุณปรารถนา

ในใจฉินเยว่นานตกใจไปครู่หนึ่ง สิ่งแรกที่เธอทำไม่ใช่การห้ามการกระทำของหลินเซิน แต่กลับมองไปยังหวังซั่วที่กำลังขับรถอยู่

พอเห็นว่าเขาไม่ได้สังเกตเห็นเรื่องที่แอบเกิดขึ้นเงียบๆ ที่เบาะหลังแล้ว ในใจก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก พร้อมกันนั้นก็เหลือบมองหลินเซินด้วยหางตาอย่างเย็นชา

“คุณช่วยฉันนวดแบบนี้เหรอ?”

“พี่เดินมาทั้งวันแล้ว ขาก็ต้องการการผ่อนคลายบ้างสิครับ”

หลินเซินอธิบายอย่างหน้าด้านๆ ท่าทางที่ยิ้มทะเล้นไม่จริงจังทำเอาฉินเยว่นานทั้งอายทั้งโมโหทั้งรู้สึกตลกชอบกล

จริงๆ แล้วเธอไม่ได้รังเกียจปฏิสัมพันธ์ที่ติดเรทแบบนี้หรอกนะ

เพราะเธอเคยเห็นโพสต์หนึ่งในเน็ตมาว่า คู่รักที่ยิ่งให้เกียรติกันมากเกินไปก็ยิ่งจะเลิกกันง่าย

คู่รักที่ยิ่งเล่นอะไรพิเรนทร์ๆ ทำตัวงี่เง่า ชอบเรื่องติดเรท ความสัมพันธ์ก็จะยิ่งยืนยาวมากขึ้น

ก็แหม... เรื่องฉาวๆ ที่ทั้งสองฝ่ายรู้กันและกันมันเยอะมากเกินไป ผลที่ตามมาจากการเลิกกันมันก็ค่อนข้างจะรุนแรง…

ยังไงซะก็สรุปได้คำเดียวว่า เมื่อก่อนคนรอบข้างฉินเยว่นานมักจะสุภาพกับเธอมากเป็นพิเศษ หรือแม้กระทั่งให้เกียรติเธอเลยทีเดียว

ถึงแม้จะเป็นเพื่อนสนิทอย่างจ้าวจยาหนิง นอกจากจะพูดเรื่องตลกติดเรทแล้ว ก็จะไม่ทำอะไรที่มันเกินเลยหรือข้ามเส้นเลยแม้แต่น้อย

แต่หลินเซินไม่เหมือนกัน

เขามักจะจงใจ “รังแก” คนอื่นด้วยเรื่องติดเรทอยู่เสมอๆ นี่ทำให้ฉินเยว่นานถึงแม้บางครั้งจะรู้สึกเขินอาย แต่ก็ไม่ได้รำคาญอะไร

ดังนั้นเธอจึงค่อยๆ หลับตาคู่สวยลง ยินยอมให้หลินเซินลูบไล้ต้นขาตัวเองโดยปริยาย

วันนี้หลินเซินช่วยฉันคีบกับข้าวบนโต๊ะอาหาร นี่ก็ถือว่าเป็นรางวัลให้เขาแล้วกันนะ

ฉินเยว่นานพยายามจะโน้มน้าวตัวเองในใจ

แน่นอนว่าถึงแม้เธอจะยินยอมโดยปริยาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมให้หลินเซินทำอะไรที่มันเกินเลยกว่านี้

พอหลินเซินเริ่มจะถลกชายกระโปรงขึ้นไปถึงต้นขาแล้ว ฉินเยว่นานก็เบิกตาโพลงทันที จับมือใหญ่ๆ ที่ซุกซนของเขาไว้แน่น สีหน้าดูทั้งอายทั้งโมโหสุดขีด

“หลินเซิน! อย่ามาทำเกินไปหน่อยเลยนะ!”

“ครับ”

หลินเซิน “ว่าง่าย” มาก ขอแค่ฉินเยว่นานไม่เต็มใจนิดหน่อย เขาก็จะไม่ทำ

ตลอดทางนอกจากจะลูบขาแล้ว ก็ไม่ได้ทำอะไรที่มันเกินเลยอย่างอื่นอีกเลย

ก็แหม... แค่นี้มันก็เพียงพอแล้ว

เรียวขาสวยที่ทั้งยาวทั้งอวบอิ่มของฉินเยว่นานมันสวยมากจนสามารถชื่นชมได้ทั้งปีอย่างแท้จริง

นอกจากสะโพกแล้ว นี่คือส่วนที่สองที่หลินเซินชอบที่สุด

ท่ามกลางบรรยากาศที่คลุมเครืออย่างบอกไม่ถูกนี้ ทั้งสองคนก็มาถึงร้านเรือธงออฟไลน์ของโฉ่งโย่วเจียที่ตั้งอยู่ในจินหลิง

เวลาคือทุ่มครึ่ง

พนักงานหน้าร้านยืนเข้าแถวรออยู่แล้ว

พอฉินเยว่นานเดินเข้ามาพร้อมกับหวังซั่วแล้ว ทุกคนก็พากันปรบมือต้อนรับ ดึงดูดให้ลูกค้าหลายคนในร้านหันมามองด้วยความสงสัย

“ยินดีต้อนรับผู้จัดการฉินมาตรวจเยี่ยมร้านค่ะ!”

“...”

เมื่อเจอกับการต้อนรับที่ร้อนแรงของทุกคนแล้ว ฉินเยว่นานกลับไม่ได้แสดงสีหน้าดีใจอะไรออกมาเลย ตรงกันข้ามกลับขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้ายิ่งดูจะเย็นชาและเฉยเมยมากขึ้นไปอีก

ปกติแล้วเธอเป็นคนที่ไม่ชอบความโอ้อวดอยู่แล้ว แถมก่อนจะมาก็ไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้าอะไรเลย

เพราะเธออยากจะสำรวจร้านออฟไลน์ที่แท้จริง แบบนี้ถึงจะสามารถรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับแผนการปรับปรุงแก้ไขได้ ไม่ใช่การรับมือแบบที่เตรียมการไว้แล้ว

ถึงแม้จะไม่เป็นไปตามแผนที่ฉินเยว่นานคาดการณ์ไว้ แต่เธอก็พอจะเข้าใจพฤติกรรมแบบนี้ของพนักงานได้ ดังนั้นจึงไม่ได้พูดอะไรมากนัก

“ผู้จัดการฉินคะ”

พอพนักงานที่รับผิดชอบการต้อนรับเดินเข้ามาแล้ว ฉินเยว่นานก็เอ่ยถามเบาๆ

“ช่วงนี้อาหารแมวรุ่นไหนที่ขายดีที่สุดเหรอคะ?”

“เป็นรุ่นนี้ค่ะ”

พนักงานเริ่มจะแนะนำสถานการณ์รายรับของร้านให้ฉินเยว่นานฟังอย่างกระตือรือร้น รวมถึงผลิตภัณฑ์ไหนที่ขายดีที่สุด ผลิตภัณฑ์ไหนที่ลูกค้าร้องเรียนหรือมีการตำหนิมากที่สุดเป็นต้น เพื่อให้เธอสามารถเข้าใจตลาดที่แท้จริงได้อย่างเต็มที่

แต่ดูเหมือนเธอจะไม่พอใจแค่นั้น จากนั้นก็เริ่มจะคุยกับลูกค้าในร้าน เพื่อสอบถามข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์ของตัวเองจากปากพวกเขาโดยตรง

“จริงๆ แล้วผลิตภัณฑ์ทุกอย่างของพวกคุณก็ดีหมดนะคะ เพียงแต่ว่าราคามันแพงไปหน่อย”

“อืม”

เมื่อเจอกับคำบ่นของลูกค้า ฉินเยว่นานก็ตั้งใจฟังอย่างอดทน แถมยังหยิบมือถือออกมาใช้บันทึกช่วยจำจดข้อเสนอแนะของพวกเขาไว้อีกด้วย

ทัศนคติในการทำงานที่จริงจังและตั้งใจขนาดนี้ ทำเอาหลินเซินแอบชื่นชมในใจ

ตอนทำงานเขายังรู้สึกเลยว่าฉินเยว่นานเข้มงวดเกินไปหน่อย ทำอะไรก็ต้องเป๊ะทุกอย่าง

แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า เธอไม่เพียงแต่จะเข้มงวดกับคนอื่นเท่านั้น แต่ยังเข้มงวดกับตัวเองมากกว่าเสียอีกนะ!

คนแบบนี้น่าจะเป็นผู้นำที่ดีได้

หลินเซินเริ่มจะคิดแล้วว่าหลังจากตั้งบริษัทแล้ว สามารถวางใจให้ฉินเยว่นานมาช่วยบริหารงานได้อย่างเต็มที่เลย

สามทุ่ม

หลินเซินไปสำรวจร้านออฟไลน์ของโฉ่งโย่วเจียที่ตั้งอยู่ในจินหลิงกับฉินเยว่นานสามแห่ง จากนั้นก็นั่งรถกลับโรงแรม

“คุณมีความคิดเห็นยังไงบ้างคะ?”

ในรถ ฉินเยว่นานกอดอกเอนหลังพิงเบาะ หลับตาพักผ่อน เอ่ยปากขอความเห็นจากหลินเซินส่งๆ ไป

แต่ทว่าเขากลับชี้ให้เห็นปัญหาหลายอย่างได้อย่างตรงประเด็น

อย่างแรกเลยก็คือการเลือกทำเลที่ตั้ง ร้านออฟไลน์ร้านหนึ่งเลือกไปเปิดในห้างสรรพสินค้าที่ไม่ให้สัตว์เลี้ยงเข้า นี่ถือว่าเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่เลยนะ

อย่างที่สองก็คือตำแหน่งการจัดวางสินค้า ควรจะวางอาหารหลักไว้ด้านในร้าน ส่วนผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงต่างๆ ก็วางไว้ด้านนอก

แบบนี้ก็จะไม่ต้องกังวลว่ากลิ่นของอาหารหลักจะไปรบกวนลูกค้าที่เดินผ่านหน้าร้าน แถมยังสามารถสร้างสภาพแวดล้อมภายในร้านที่ดูจะสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยได้อีกด้วย

ข้อเสนอแนะที่ละเอียดมากขนาดนี้ ทำเอาฉินเยว่นานอดที่จะเบิกตาโพลงไม่ได้ สีหน้าดูตกใจ

“คุณนี่ก็สังเกตละเอียดเหมือนกันนะ”

“กับผู้ชายจะมาพูดว่าละเอียดไม่ได้นะครับ”

หลินเซินเน้นเสียงอย่างจริงจัง นี่ทำเอาฉินเยว่นานอึ้งไปครู่หนึ่ง ไม่นานนักก็เข้าใจความหมาย สีหน้าก็แดงก่ำขึ้นมาทันทีแล้วก็ทุบแขนเขาเบาๆ

“จริงจังหน่อยสิคะ!”

“รายละเอียดมันตัดสินความสำเร็จหรือล้มเหลวนะครับ”

หลินเซินยักไหล่ นี่ทำเอาฉินเยว่นานอดที่จะครุ่นคิดไม่ได้

พอใกล้จะถึงโรงแรมแล้ว เธอก็พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นจริงจัง

“หลินเซินคะ คุณเก่งกว่าพวกไร้ประโยชน์ในบริษัทพวกเราเยอะเลยนะ การที่คุณลาออกไปถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของบริษัทเลยค่ะ”

“เหรอครับ เรื่องที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไปเถอะครับ”

หลินเซินไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้มาตั้งนานแล้ว ก็แหม... ตอนนั้นเขาก็อยากจะลาออกไปสัมผัสกับชีวิตหลังจากมีอิสรภาพทางการเงินแล้วเองนี่นา

ชั้น 53 ห้องสวีทริทซ์-คาร์ลตัน

หลังจากกลับมาถึง “บ้าน” แล้ว หลินเซินก็พบว่าห้องพักถูกแม่บ้านทำความสะอาดจนสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก แม้แต่ตู้เย็นเล็กที่เขาหยิบไวน์ออกมาขวดหนึ่งก็ยังมีการเติมไวน์เข้าไปใหม่แล้ว

บริการดีจริงๆ นะ

หลังจากหลินเซินเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว เขาก็ให้บัตเลอร์นำชุดสูทของตัวเองกับของฉินเยว่นานไปรีดก่อน จากนั้นค่อยให้ยกอาหารเย็นขึ้นมาเสิร์ฟที่ห้อง

นกพิราบหนังกรอบแก้ว ข้าวอบล็อบสเตอร์ทรัฟเฟิลดำ รังนกไส้ไหลทอด …

แค่ฟังชื่อก็น่ากินมากแล้ว บวกกับหลินเซินกับฉินเยว่นานก็ยังไม่ได้กินข้าวเย็นกันเลย ดังนั้นจึงเริ่มจะลงมือกินกันอย่างเอร็ดอร่อยทันที

“พรุ่งนี้เช้าน่าจะเป็นงานสุดท้ายแล้วใช่ไหมครับ?”

“อืม”

ฉินเยว่นานใช้ช้อนตักข้าวอบคำใหญ่ส่งเข้าปาก เคี้ยวไปพลางพูดอู้อี้ไปพลาง

“พรุ่งนี้สบายมากค่ะ ได้รับเชิญไปร่วมงานเปิดตัวสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของบริษัทคู่ค้าที่ตั้งอยู่ในจินหลิง ก็แค่ไปกล่าวคำอวยพรนิดหน่อยค่ะ”

“เหรอครับ”

หลินเซินกินข้าวเงียบๆ บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองก็เงียบสงัดไปพักหนึ่ง

แต่จริงๆ แล้วฉินเยว่นานรู้ดีอยู่แล้วว่า หลินเซินที่เมื่อครู่อ้ำๆ อึ้งๆ อยากจะถามอะไรกันแน่

เขาน่าจะอยากจะถามถึงเรื่อง “เดี๋ยวค่อยให้ทีหลังนะคะ” ที่เธอพูดไว้เมื่อวันก่อนนั่นแหละ

ใบหน้าของฉินเยว่นานแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย แต่โชคดีที่แสงไฟสลัวๆ ในห้องนั่งเล่นไม่ได้เปิดเผยความประหม่าและความเขินอายในใจของเธอออกมา

แบบนี้ อาหารเย็นมื้อหนึ่งก็จบลงท่ามกลางบรรยากาศที่ค่อนข้างจะแปลกประหลาด

หลังจากหลินเซินเรียกแม่บ้านมาเก็บจานชามในห้องนั่งเล่นเสร็จแล้ว เขาก็ลุกขึ้นยืนตั้งใจจะไปอาบน้ำ

ทันใดนั้น ฉินเยว่นานก็อาสาจับมือเขาไว้แน่น ก้มหน้าลงพึมพำเบาๆ

“พรุ่งนี้ตอนเย็น อย่างที่คุณปรารถนานะคะ”

หืม?

ฉินเยว่นานทิ้งท้ายด้วยคำพูดประโยคนี้แล้ว ยังไม่ทันที่หลินเซินจะทันได้ตั้งตัว เธอก็รีบลุกขึ้นยืนวิ่งกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง ปิดประตูแน่นทันที

“...”

หลินเซินอึ้งไปสองวินาที ก่อนจะดีใจอย่างบอกไม่ถูก

ถึงแม้คำพูดของฉินเยว่นานจะดูจะแปลกประหลาดไปหน่อย แต่เขาก็ฟังออกถึงความหมายที่ลึกซึ้งในนั้น

นั่นก็คือสาวมั่นสุดเย็นชาในที่สุดก็ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว!

ไม่ง่ายเลยนะ!

ในใจหลินเซินเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

ถึงแม้เขาจะรู้มาตั้งนานแล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฉินเยว่นานจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการเดินทางมาจินหลิงครั้งนี้

แต่พอตกลงกันจริงๆ แล้ว หลินเซินก็ยังคงรู้สึกตื่นเต้นและดีใจอย่างบอกไม่ถูกอยู่ดี

เขาเริ่มจะตั้งตารอคืนวันพรุ่งนี้แล้ว



วันที่ 20 สิงหาคม ปี 2025 วันพุธ

อุณหภูมิ 23℃~31℃ ท้องฟ้าแจ่มใส ลมตะวันออกเฉียงใต้ระดับ 2 ความชื้น 28%

「ธนาคารเจี้ยนเซ่อ: บัญชี XXXX7946 ของท่านมีเงินเข้า ณ วันที่ 20 ส.ค. เวลา 00:01 จำนวน 23000.00 หยวน ยอดเงินคงเหลือปัจจุบัน: 1610000.00 หยวน」

พอตื่นนอนแต่เช้าตรู่ หลินเซินกับฉินเยว่นานก็เปิดประตูห้องนอนพร้อมกันอย่างรู้ใจ แล้วก็มาเจอกันที่ทางเดินพอดี

“อรุณสวัสดิ์ครับพี่นาน”

หลินเซินยิ้มบางๆ แต่ฉินเยว่นานกลับหลบสายตา ดูเหมือนจะยังคงเขินอายกับคำพูดของตัวเองเมื่อคืนอยู่ แม้แต่น้ำเสียงเย็นชาปกติก็ยังเบาลงไปเยอะเลย

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ…”

“อาหารเช้ากับเสื้อผ้าผมให้บัตเลอร์เอาขึ้นมาให้ไหมครับ?”

“เสื้อผ้าของคุณไม่ต้องแล้วค่ะ”

ฉินเยว่นานรู้ว่าหลินเซินเช่าสูทมา เธอจึงพูดเบาๆ

“วันนี้ไม่ต้องแต่งตัวเป็นทางการมากหรอกค่ะ”

“ครับ”

หลังจากคนทั้งสองล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้ว บัตเลอร์ก็นำอาหารเช้ามาเสิร์ฟถึงหน้าประตูแล้ว แถมยังเปลี่ยนประเภทอาหารให้อีกด้วย

แบบนี้ก็เพื่อให้ลูกค้าไม่เบื่ออาหารแบบเดิมๆ นั่นเอง

เก้าโมงเช้า

หลินเซินกับฉินเยว่นานนั่งรถมาถึงอาคารทะเลสาบมังกร เข้าร่วมงานเปิดตัวสาขาจินหลิงของบริษัทคู่ค้า “เสี่ยวกวอ”

ในตอนนี้ ที่หน้าประตูมีป้ายอวยพรจากหุ้นส่วนทางธุรกิจต่างๆ แขวนอยู่เต็มไปหมดแล้ว หนึ่งในนั้นก็คือของโฉ่งโย่วเจีย

[ขอแสดงความยินดีกับการเปิดกิจการใหม่ของบริษัทเสี่ยวกวอ ขอให้กิจการเจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้าไปสู่อนาคตใหม่ร่วมกัน]

[บริษัทเทคโนโลยีโภชนาการสัตว์เลี้ยงโฉ่งโย่วเจีย จำกัด (มหาชน) ขอแสดงความยินดี]

“ผู้จัดการฉินคะ!”

หวังเฮ่อมาถึงชั้นหนึ่งของตึกลู่หูแต่เช้าตรู่แล้ว กำลังง่วนอยู่กับการลงทะเบียนแขกและทักทายพูดคุยกับแขกเหรื่อต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องจุกจิกน่ารำคาญ

พอเห็นฉินเยว่นานกับหลินเซินเดินเข้ามา เขาก็รีบแนะนำคนทั้งสองให้ผู้บริหารระดับสูงของเสี่ยวกวอที่กำลังคุยกันอยู่รู้จักทันที

“ท่านนี้คือผู้จัดการฉินของพวกเรากับคุณหลินผู้ช่วยของท่านค่ะ ส่วนท่านนี้คือผู้จัดการหวังของบริษัทเสี่ยวกวอค่ะ”

“สวัสดีค่ะ/ครับ”

“สวัสดีครับ/ค่ะ”

หลังจากพูดคุยทักทายกันตามมารยาทคร่าวๆ แล้ว หลินเซินกับฉินเยว่นานก็เดินเข้าไปในห้องจัดงาน ก็เห็นว่ามีคนมาถึงแล้วไม่น้อยเลยทีเดียว

ทุกคนต่างก็ยืนรวมกลุ่มกันพูดคุยทักทายกันอย่างเป็นกันเอง เสียงหัวเราะดังมาไม่ขาดสาย

แต่ฉินเยว่นานเกลียดงานเลี้ยงธุรกิจแบบนี้ที่สุด เธอจึงหาที่นั่งตรงมุมห้องเงียบๆ หลับตาพักผ่อนรอให้พิธีเริ่ม

ส่วนหลินเซินก็นั่งอยู่ข้างๆ เธอ หยิบมือถือขึ้นมาเริ่มจะวางแผนเส้นทางการท่องเที่ยวในช่วงบ่าย

พร้อมกับเช็คความคืบหน้าของภารกิจใน【แอปสุขภาพและการออกกำลังกาย】ไปด้วย

【คุณเดินไปแล้ว 29013 ก้าว/50000 ก้าว】

วันหนึ่งยังไม่ถึงหมื่นก้าวเลยเหรอ?

หลินเซินนึกว่าตัวเองทำภารกิจห้าหมื่นก้าวสำเร็จไปนานแล้วเสียอีก ผลลัพธ์คือยังขาดอีกตั้งสองหมื่นก้าวแน่ะ

สงสัยตอนบ่ายคงจะสำเร็จแล้วล่ะมั้ง

หลินเซินแอบบ่นในใจ ส่วนฉินเยว่นานที่อยู่ข้างๆ ก็เอาแต่แอบเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของเขา ในใจก็ประหม่าอย่างบอกไม่ถูก

เขาจะเข้าใจความหมายในคำพูดของฉันเมื่อวานนี้หรือเปล่านะ?

น่าจะเข้าใจได้อยู่นะ

ก็แหม... หลินเซินมีไหวพริบสูงขนาดนั้นนี่นา

ถ้าเขายังไม่เข้าใจจริงๆ ล่ะก็ คงจะต้องเป็นฝ่ายตัวเองแล้วล่ะที่ต้องเพิ่มดีกรีความร้อนแรงเข้าไปอีกหน่อยในตอนกลางคืน…

ฉินเยว่นานตัดสินใจในใจเงียบๆ




ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 105: อย่างที่คุณปรารถนา

ตอนถัดไป