บทที่ 135 : คนรักคนแรก
บทที่ 135 : คนรักคนแรก
"..."
จริงๆแล้วตั้งแต่ตอนที่หลินผิงเสนอแผนการแก้แค้นของเธอ หลินเซินก็รู้แล้วว่าเธอจะทำอะไรต่อไป
แต่รู้ก็เรื่องหนึ่ง ตกลงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“เหตุผลครับ”
หลินเซินไขว่ห้าง อาศัยท่าทางที่ดูจะสบายๆ นี้เพื่อหลบมือของหลินผิงที่วางอยู่บนต้นขาของเขา รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ บนการกระทำนี้ทำให้สีหน้าของเธอหม่นหมองลงทันที
ผู้หญิงที่มีไหวพริบสูงอย่างเธอบางทีอาจจะเข้าใจดีอยู่แล้วว่า ตัวเองไม่สามารถจะขอให้หลินเซินทำอะไรบางอย่างโดยไม่มีเหตุผลได้
แต่เธอก็ยังอยากจะลองดู!
อย่างแรกคือการแก้แค้นเสิ่นหมิงชวน อย่างที่สองก็คือถ้าสามารถเกาะขาใหญ่ของหลินเซินได้ล่ะก็ ชีวิตในอนาคตของอันอันก็จะอยู่ดีกินดีไม่ต้องกังวลอะไร
หลินผิงเม้มริมฝีปาก เธอที่ไม่เคยขอร้องใครมาก่อนก็เอ่ยขอร้องด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอีกครั้ง
“ไม่มีเหตุผลอะไรหรอกค่ะ ฉันก็แค่อยากจะขอให้คุณช่วยฉัน” “งั้นผมก็ทำไม่ได้ครับ”
หลินเซินส่ายหน้าแล้วก็พูดเบาๆ
“คุณก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่า สังคมสมัยนี้ผลประโยชน์มันต้องมาก่อน ผมช่วยคุณมามากพอแล้วไม่ใช่เหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ”
หลินผิงยอมรับตามตรง หลินเซินช่วยเธอมาเยอะมากจริงๆ
ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าคาเฟ่แมวสองแสนหยวน หรือเงินเดือนเดือนละหมื่นกว่าหยวน
สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ช่วยดึงหลินผิงออกมาจากชีวิตที่ยากลำบากและขัดสน
ดังนั้นเธอจึงรู้สึกขอบคุณหลินเซินมาก แต่ว่า.....
หลินเซินพูดอย่างเย็นชา
..."
หลินผิงเม้มริมฝีปาก สองมือกำแน่นอยู่บนต้นขา
ใช่สิ!
“ที่ฉันคิดไม่รอบคอบเองค่ะ”
“คำขอของคุณอันนี้ สำหรับผมแล้วมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิดเดียว ตรงกันข้ามกลับอาจจะทำให้ผมในอนาคตมีปัญหามากมาย”
“เขาเป็นแค่คนไม่มีอะไรจะเสีย แต่ผมไม่เหมือนกัน”
“คุณกับเธอไม่มีอะไรที่พอจะเปรียบเทียบกันได้เลย เธอสวยกว่าคุณอ่อนเยาว์กว่าคุณ หุ่นก็ดีกว่า ผมไม่อยากจะสูญเสียเธอไป”
เรื่องนี้สำหรับหลินเซินแล้วมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิดเดียว ตัวเองจะมีสิทธิ์อะไรไปขอร้องเขากันล่ะ?
พอเห็นสีหน้าที่ดูจะหม่นหมองอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ของหลินผิงแล้ว มุมปากของหลินเซินก็ยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูดทันที
“แต่ว่า ผมสามารถพิจารณาที่จะช่วยคุณได้นะ”
“อย่างแรก ในฐานะที่เป็นคู่ขานอกใจของคุณ ถ้าเกิดโดนเสิ่นหมิงชวนจับได้ เขาโมโหจนขาดสติ ทำอะไรที่ผิดกฎหมายขึ้นมาจะทำยังไง?”
“อย่างที่สอง ผมเป็นคนที่ค่อนข้างจะซื่อสัตย์ในเรื่องความรัก แถมตอนนี้ก็มีแฟนแล้วด้วย ถ้าเกิดโดนแฟนของผมจับได้ ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนจะทำยังไง?”
ทุกคำพูดในการวิเคราะห์ของหลินเซินล้วนแต่ตรงประเด็น ทำให้เธอต้องมาพิจารณาเรื่องนี้ใหม่อีกครั้ง
สุดท้าย หลังจากครุ่นคิดลังเลอยู่นาน หลินผิงก็ตัดสินใจจะล้มเลิกการแก้แค้น ใช้ชีวิตปัจจุบันให้ดี
ถึงแม้ในใจจะยังคงไม่ยอมแพ้ แต่ก็ยังดีที่ชีวิตมั่นคงไม่ใช่เหรอ?
หลินผิงอึ้งไปสองวินาที ดวงตาคู่สวยกะพริบปริบๆ ไม่อยากจะเชื่อคำพูดของหลินเซิน
เขาพูดเหตุผลในการปฏิเสธมาตั้งเยอะแยะ ทำไมตอนสุดท้ายถึงยังตอบตกลงอีกล่ะ?
หัวใจของหลินผิงเต้นเร็วขึ้น ความปั่นป่วนและความดีใจก็ถาโถมเข้ามาในหัวใจทันที ทำให้สีหน้าเธอดูจะตื่นเต้นเล็กน้อย
“จริงๆ เหรอคะ?”
“แน่นอนครับ แต่ผมมีเงื่อนไขนะ”
ครั้งนี้หลินเซินเป็นฝ่ายรุกก่อน เอามือไปวางไว้บนต้นขาของหลินผิงแล้วก็ลูบไล้อย่างละเอียด
ต้องยอมรับเลยว่า ถึงแม้สาวใหญ่แสนสวยคนนี้จะอายุไม่น้อยแล้ว แต่เงื่อนไขด้านอื่นๆ ก็ถือว่าไม่เลวเลยนะ
รูปร่างหน้าตาไม่ได้สวยมาก แต่เสน่ห์ความเป็นผู้ใหญ่กลับมีมากเหลือเกิน
ผิวพรรณก็ดูแลดีมาก คอลลาเจนก็ยังไม่ได้หายไปมากเท่าไหร่ นี่ก็ช่วยเติมเต็มช่องว่างที่หลินเซินไม่มีผู้หญิงประเภทสาวใหญ่แบบนี้อยู่ข้างกาย
อย่างที่สองก็คือรูปร่างไม่ได้เผละลง ส่วนโค้งยังคงโค้งเว้าเย้ายวน นี่สำหรับผู้หญิงที่คลอดลูกมาแล้ว ถือว่าหาได้ยากมากจริงๆ
แถมหน้าอกก็ยังดูจะใหญ่โตมหึมาเพราะเคยให้กำเนิดลูกมาแล้ว เหมือนกับหยดน้ำเลยนะเนี่ย แทบจะเทียบกับเจียงหว่านที่เป็นตัวประหลาดด้านตัวเลขได้เลยทีเดียว
สะโพกก็อวบอิ่มเย้ายวน เป็นทรงเอวบางสะโพกผายที่สมบูรณ์แบบ
โดยรวมแล้วให้ความรู้สึกที่สบายตามาก แถมยังนิสัยก็ว่าง่ายเรียบร้อย ไม่ค่อยจะมีเล่ห์เหลี่ยมอะไรมากนัก
แน่นอนว่าก็ไม่ได้มีความสามารถอะไรเป็นพิเศษเหมือนกันนะ
ถ้าจะเป็นคู่ครองคงจะไม่เหมาะ แต่ถ้าจะเป็นคนรักล่ะก็ ได้เลย!
มุมปากของหลินเซินยกขึ้นเล็กน้อย ลูบไล้ต้นขาที่อวบอิ่มของหลินผิงไปพลาง หัวเราะเบาๆ
“ในเมื่อคุณขอให้ผมมาเป็นคู่ขานอกใจของคุณ งั้นความสัมพันธ์ของพวกเราก็น่าจะเป็นคนรักลับๆ แล้วสินะ?
“ในเมื่อเป็นคนรักแล้ว คุณก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วใช่ไหมว่าคนรักเขาต้องทำอะไรกันบ้าง?”
"..."
ใบหน้าของหลินผิงแดงระเรื่อ เห็นได้ชัดว่าเข้าใจความหมายในคำพูดของหลินเซินดีอยู่แล้ว
จะว่าไปแล้ว ตอนที่เธอเสนอแผนการแก้แค้นของตัวเองออกมา เธอก็เตรียมใจไว้แล้วล่ะ
แต่พอถึงเวลาที่ต้องแสดงท่าทีจริงๆ แล้ว หลินผิงก็ยังคงลังเลอยู่บ้าง
ก็แหม... ผู้หญิงที่นิสัยอ่อนโยนเรียบร้อยอย่างเธอ ไม่เคยทำ “เรื่องไม่ดี” แบบนี้มาก่อนเลย
แต่ในขณะเดียวกัน “เรื่องไม่ดี” แบบนี้ก็มอบความรู้สึกตื่นเต้นแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับเธอ
ความประหม่าที่ได้ทำลายกฎเกณฑ์ ทำให้ในใจเธอตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
หรือว่าจริงๆ แล้วฉันเป็นผู้หญิงเลวงั้นเหรอ?
หลินผิงหัวเราะเยาะตัวเอง ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แล้วก็ขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักของหลินเซินทันที
สองแขนโอบรอบคอของเขาไว้แน่น สีหน้าดูเขินอายแต่ก็เต็มไปด้วยความแน่วแน่
“เจ้านายหลินคะ ฉันยินดีที่จะตอบสนองทุกความต้องการของคุณค่ะ....”
“งั้นก็ลองดูฝีมือของคุณก่อนแล้วกันนะครับ”
หลินเซินลูบไล้ไปด้านหลังของหลินผิง คลึงสะโพกที่ถูกกางเกงยีนส์ขาสั้นโอบรัดไว้ของเธอเบาๆ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“จะบอกไว้ก่อนนะ ผมมีความต้องการเรื่องฝีมือของคนรักสูงมากเลยนะ ถ้าคุณทำไม่ได้มาตรฐาน เรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นอันยกเลิกไป”
“ฉันทำได้ค่ะ!”
หลินผิงพูดอย่างร้อนรน ก่อนจะล้วงเอายางรัดผมที่มักจะพกไว้ตอนทำความสะอาดออกมาจากกระเป๋า รวบผมไว้ที่ท้ายทอยแล้วก็มัดไว้ ค่อยๆ คุกเข่าลงนั่งตรงหน้าหลินเซิน
ทันใดนั้น เธอก็เหลือบตามองขึ้นไป ไม่เพียงแต่จะสามารถมองเห็นใบหน้าที่ยิ้มเจ้าเล่ห์ของหลินเซินเท่านั้น แต่ยังสามารถมองเห็นรูปถ่ายแต่งงานที่มีความสุขของตัวเองที่ผนังได้อีกด้วย
นี่ทำให้ความตื่นเต้นในใจของหลินผิงยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีกระดับ
ถึงแม้เธอจะไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับเสิ่นหมิงชวนอีกต่อไปแล้ว แต่ภายใต้รูปถ่ายแบบนี้ มันก็รู้สึกแปลกๆ อยู่เหมือนกันนะ
ก็แหม... รูปถ่ายแต่งงานมันเป็นพยานถึงช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของเธอนี่นา
แน่นอนว่ามันก็เป็นพยานถึง “การทรยศ” และการเริ่มต้นแก้แค้นของเธอในตอนนี้ด้วย!
แกร๊ก—!
“เจ้านายหลิน! ผมกลับมาแล้วครับ!”
พอเปิดประตูเข้ามาแล้ว เสิ่นหมิงชวนก็เปลี่ยนรองเท้าแตะ รีบเดินมาที่ห้องนั่งเล่นอย่างใจจดใจจ่อ แต่กลับพบแค่หลินเซินนั่งอยู่บนโซฟาคนเดียวจิบชาอยู่
ส่วนหลินผิงกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“อาผิงล่ะครับ?”
“ฉันอยู่นี่ค่ะ” ซ่า ซ่า ซ่า—!
พร้อมกับเสียงน้ำในห้องน้ำที่หยุดลง หลินผิงก็ค่อยๆ เดินออกมา ใบหน้าที่แดงระเรื่อยังคงมีหยดน้ำติดอยู่เล็กน้อย แถมหน้าอกก็ยังเปียกชื้นอีกต่างหาก
นี่ทำให้เสิ่นหมิงชวนสงสัยมาก “คุณไปล้างหน้าทำไมเหรอ?”
“เมื่อกี้เธอทำความสะอาดบ้านคุณอยู่น่ะครับ”
ในเมื่อรู้ว่าหลินผิงตั้งใจจะแสร้งทำเป็นดีกับเสิ่นหมิงชวนแล้ว หลินเซินก็ตัดสินใจจะเติมเชื้อไฟเข้าไปอีกหน่อย
“ดูท่าอดีตภรรยาคุณจะเรียบร้อยมากเลยนะ” “อาผิง…”
พอได้ยินหลินเซินชมหลินผิงแล้ว ในใจเสิ่นหมิงชวนก็ซาบซึ้งอย่างบอกไม่ถูก แถมยังเสียใจกับการทรยศต่อชีวิตสมรสของตัวเองในอดีตมากขึ้นไปอีก
ตัวเองนี่มันเลวจริงๆ นะ!
ตอนนั้นตาบอดจริงๆ ถึงได้พลาดภรรยาที่ดีขนาดนี้ไป!
“ต่อไปนี้ฉันจะดีกับเธอให้มากๆ!”
เสิ่นหมิงชวนพูดอย่างลึกซึ้ง ส่วนครั้งนี้ หลินผิงก็ไม่ได้ทำหน้าเย็นชาอีกต่อไปแล้ว แต่กลับยิ้มตอบรับ
“รีบเซ็นสัญญากับเจ้านายหลินเถอะค่ะ” “ได้เลย!”
พอเห็นหลินผิงยิ้มให้ตัวเองแล้ว ในใจเสิ่นหมิงชวนก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก รีบยื่นสัญญาให้หลินเซินทันที
จริงๆ แล้วเนื้อหาในสัญญามันก็ง่ายมาก บนนั้นลิสต์ข้อมูลต่างๆ ของร้านค้าไว้ รวมถึงที่อยู่ พื้นที่ การใช้งาน ราคาซื้อขาย และวิธีการชำระเงิน เป็นต้น
เพียงแต่ว่าในราคาได้หักค่าเช่าร้านที่หลินเซินเคยจ่ายไปก่อนหน้านี้ 18000 หยวนออกไปแล้ว
ดังนั้นราคารวมจึงมาอยู่ที่ 4982000 หยวน เสิ่นหมิงชวนยังแถมค่าน้ำไฟฟรีสามปีให้อีกด้วย
หลินเซินอ่านคร่าวๆ ทีหนึ่ง ชี้แจงข้อตกลงที่เจาะจงในสัญญาให้ชัดเจน แถมยังตั้งใจตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติมอย่างละเอียด กลัวว่าจะโดนหลอก
แต่เสิ่นหมิงชวนดูท่าจะตั้งใจจะขายร้านจริงๆ ไม่ได้มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร
“ได้ครับ”
สิบนาทีต่อมา หลินเซินถือสัญญาขึ้นมาลุกขึ้นยืน เหลือบมอง Green Gold Daytona บนข้อมือซ้ายแวบหนึ่ง
“ถือโอกาสที่ทำการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ยังไม่เลิกงาน ตอนนี้พวกเราไปทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์กันเถอะครับ”
พอเห็นหลินเซินตอบตกลงแล้ว เสิ่นหมิงชวนก็ดีใจจนเนื้อเต้น รีบวิ่งตูดบิดไปหยิบเอกสารที่ห้องนอนใหญ่ทันที
จากนั้น ทั้งสามคนก็ลงไปข้างล่าง ขับรถไปยังที่ทำการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์
ถึงแม้ครั้งนี้หลินผิงจะยังคงนั่งเบาะข้างคนขับของหลินเซินอยู่ แต่เสิ่นหมิงชวนก็ไม่ได้สงสัยอะไรอีกต่อไปแล้ว
เขารู้สึกว่าบางทีอาจจะเป็นเพราะหลินผิงนิสัยขี้อาย ไม่กล้าที่จะนั่งรถคันเดียวกับเขา
แต่ไม่เป็นไร ค่อยเป็นค่อยไป!
รอยร้าวจะสมานกันก็ต้องใช้เวลาสักหน่อย
เสิ่นหมิงชวนคิดอย่างมีความสุข
แต่ทว่า... ครั้งนี้ พอลงจากรถแล้ว เขากลับพบว่าเสื้อยืดของหลินผิงมีรอยยับแปลกๆ แถมใบหน้าก็ยังแดงระเรื่อเล็กน้อยอีกด้วย
เสิ่นหมิงชวนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบส่ายหัว ในใจก็พยายามจะโน้มน้าวตัวเองว่าอย่าคิดมาก
เมื่อกี้อาผิงก็ยิ้มให้ฉันแล้ว!
จะไปมีความสัมพันธ์แปลกๆ กับหลินเซินได้ยังไงกันล่ะ?
ในใจเสิ่นหมิงชวนเชื่อมั่นว่าหลินผิงตั้งใจจะกลับมาคืนดีกับเขาแล้ว เขาจึงไม่คิดอะไรมากอีกต่อไป
ภายใต้การนำทางของเขา ทั้งสามคนก็เดินเข้าไปในที่ทำการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อทำเรื่อง
เนื่องจากใกล้จะเลิกงานแล้ว ประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานก็เพิ่มขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว
ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อย
แต่ในระหว่างนั้นก็มีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้น นั่นก็คือตอนที่หลินเซินจ่ายภาษี เขาไม่ได้ใช้เงินทุนสำหรับเริ่มต้นธุรกิจในโลว์เต๋อ แต่กลับใช้เงินในบัตรธนาคารของตัวเอง
เพราะเขากลัวว่าจะโดนตรวจสอบอย่างละเอียดจากหน่วยงานราชการ…
ห้าโมงเย็น
กลุ่มคนก็เดินออกจากที่ทำการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์
ถึงแม้ขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์จะเสร็จสิ้นแล้ว แต่โฉนดใหม่ก็ยังต้องรออีกหนึ่งเดือนถึงจะลงมา
แต่ในหนึ่งเดือนนี้ หลินเซินก็เป็นเจ้าของร้านค้าทั้งสองแห่งแล้ว เพียงแต่ว่ายังขาดแค่ชื่อเท่านั้นเอง
พวกนี้มันไม่สำคัญหรอกนะ
เพราะเงินก็จ่ายไปแล้ว สัญญาก็มีผลบังคับใช้แล้ว เสิ่นหมิงชวนอยากจะกลับคำก็คงจะไม่ค่อยจะเป็นไปได้แล้วล่ะ
แน่นอนว่าเขาก็ไม่อยากจะกลับคำอยู่แล้วล่ะนะ
【ตรวจพบว่าโฮสต์มีความตั้งใจจะทำธุรกิจ ขณะนี้ได้ทำการเบิกจ่าย 4982000 หยวนแล้ว ปัจจุบันสะสมได้: 3008000】