บทที่ 11 การหลอมรวมแถบพรสวรรค์
บทที่ 11 การหลอมรวมแถบพรสวรรค์
“เจ้าค่ะ! นายท่าน!”
เมื่อเห็นเย่หลิวอวิ๋นหลับตาพักผ่อน
ซิ่งเอ๋อร์เพียงแค่ขานรับเบาๆ แล้วก็ค่อยๆ เดินจากไปอย่างแผ่วเบา ไม่ได้รบกวนการพักผ่อนของเย่หลิวอวิ๋น
เพียงแต่หลังจากที่ปิดประตูให้เย่หลิวอวิ๋นแล้ว ซิ่งเอ๋อร์ก็ไม่ได้จากไปในทันที
แต่กลับยกมือของตนเองขึ้นมาดู
ซิ่งเอ๋อร์ไม่ใช่สาวใช้ธรรมดา งานหนักงานเหนื่อยต่างๆ ความจริงแล้วซิ่งเอ๋อร์ไม่จำเป็นต้องทำ
ดังนั้นมือน้อยๆ คู่นี้จึงได้รับการบำรุงรักษามาอย่างดี
แต่ยุคสมัยมันแตกต่างกัน ในยุคนี้แม้แต่อนุภรรยาก็ยังสามารถนำไปขายหรือมอบให้ผู้อื่นได้ตามใจชอบ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสาวใช้
คำพูดที่แสดงความห่วงใยสำหรับเย่หลิวอวิ๋นแล้วอาจจะไม่มีอะไร แต่กลับทำให้ซิ่งเอ๋อร์รู้สึกถึงความรู้สึกที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
นางยืนนิ่งอยู่กับที่พักใหญ่ จากนั้นจึงค่อยจากไปอย่างเงียบๆ เพียงแต่เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนแล้ว บนใบหน้าของซิ่งเอ๋อร์กลับมีรอยยิ้มเพิ่มขึ้นมา
...
วันต่อมา เรื่องที่ว่านซุ่นโหวจะมาหาเรื่องอย่างที่จินตนาการไว้ไม่ได้เกิดขึ้น
ไม่รู้ว่ากำลังจะเล่นใหญ่อะไรอยู่หรืออย่างไร
อย่างไรเสียเรื่องนี้ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อเย่หลิวอวิ๋น หลังจากปรับตัวมาหลายวัน ในที่สุดเย่หลิวอวิ๋นก็ตัดสินใจแล้วว่า จะต้องไปยังคุกหลวงเจาอวี้
คุกหลวงเจาอวี้อยู่ในเรือนหลัง ตำแหน่งค่อนข้างลับตาคน และตลอดเส้นทางยังมีองครักษ์เสื้อแพรเฝ้ายามอยู่ไม่น้อย โชคดีที่เย่หลิวอวิ๋นมีตำแหน่งหัวหน้ากองร้อยแห่งหน่วยองครักษ์เสื้อแพรอยู่ นี่จึงเป็นใบเบิกทางที่สมบูรณ์แบบที่สุด
“หัวหน้ากองร้อยเย่? วันนี้เหตุใดจึงมีเวลามาที่คุกหลวงเจาอวี้ของข้าได้?”
ผู้ที่รับผิดชอบดูแลคุกหลวงเจาอวี้ ก็เป็นหัวหน้ากองร้อยผู้หนึ่งเช่นกัน
นามว่าเซียวหย่งหนิง เรื่องราวทั้งหมดในคุกหลวงเจาอวี้ โดยพื้นฐานแล้วล้วนอยู่ภายใต้การดูแลของเซียวหย่งหนิงผู้นี้
ในสมุดรายชื่อที่เย่หลิวเฟิงทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ เย่หลิวอวิ๋นเคยเห็นชื่อของเซียวหย่งหนิง การประเมินที่เย่หลิวเฟิงมีต่อเซียวหย่งหนิงมีเพียงสองคำ คือละโมบในทรัพย์สิน
ในวินาทีที่เห็นเย่หลิวอวิ๋น เซียวหย่งหนิงก็ตะลึงไปเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด
ในคุกหลวงเจาอวี้นั้นมืดมิดและชื้นแฉะ ปกติแล้วน้อยคนนักที่จะมา
“มาเปิดหูเปิดตาเสียหน่อย”
เย่หลิวอวิ๋นยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ ขณะที่พูดก็ถือโอกาสหยิบตั๋วเงินใบหนึ่งออกมาจากตัว
“นี่ก็แค่อยากจะเรียนรู้อะไรให้มากขึ้นไม่ใช่หรือ? ได้ยินมาว่าในคุกหลวงเจาอวี้มีวิธีการทรมานมากมาย ข้าก็อยากจะมาดูสักหน่อย มาเรียนรู้ๆ!”
เมื่อเห็นตั๋วเงินที่เย่หลิวอวิ๋นยื่นมา รอยยิ้มจอมปลอมบนใบหน้าของเซียวหย่งหนิง ในตอนนี้กลับดูจริงใจขึ้นมามาก
เขารับมาอย่างแนบเนียน
“ฮ่าฮ่า! น้องเย่มีใจใฝ่เรียนรู้เช่นนี้ ข้าผู้เป็นพี่ชายจะขัดขวางได้อย่างไรกันเล่า มาๆๆ ข้าจะนำทางให้น้องเย่ด้วยตนเอง!”
ไม่ว่าเมื่อก่อนความสัมพันธ์ของเราจะเป็นอย่างไร แต่ขอเพียงเจ้ายอมจ่ายเงิน เช่นนั้นพวกเราก็คือพี่น้องกัน
ต้องยอมรับว่า สิ่งที่เย่หลิวเฟิงบันทึกไว้ในสมุดรายชื่อนั้น ค่อนข้างจะจริงทีเดียว
บอกว่าละโมบในทรัพย์สินก็คือละโมบในทรัพย์สินจริงๆ
...
ในคุกหลวงเจาอวี้ไม่เห็นแสงตะวันเลยแม้แต่น้อย ในพื้นที่ที่มืดมิดและชื้นแฉะ ยังมีเสียงกรีดร้องโหยหวนของนักโทษดังขึ้นเป็นครั้งคราว
ฟังแล้วก็ให้ความรู้สึกน่าขนลุกขนพอง
มิน่าเล่าถึงได้ยินมาตลอดว่า คนที่สามารถอยู่ในคุกหลวงเจาอวี้ได้นานๆ หากไม่ใช่คนที่มีจิตใจแน่วแน่ ก็เป็นพวกวิปริตทางจิต อย่างไรเสียก็ไม่ใช่คนปกติ
“โดยพื้นฐานแล้วคนที่มาถึงคุกหลวงเจาอวี้นี้ ไม่มีสักรายที่สามารถรอดชีวิตออกไปได้ และหน้าที่ของคุกหลวงเจาอวี้ของพวกเรา ความจริงแล้วก็คือการทำให้คนเหล่านี้จากไปอย่างเจ็บปวดสักหน่อย”
คนที่มีโทษไม่ถึงตาย จะไม่ถูกขังอยู่ในคุกหลวงเจาอวี้
แต่ขอเพียงเข้ามาแล้ว ก็ไม่มีสักรายที่มีโอกาสรอดชีวิตออกไปได้
เริ่มแรกคือผ่านการลงทัณฑ์ทั้งหมดหนึ่งรอบ ไม่ตายก็ขังไว้หนึ่งวัน แล้วก็มาผ่านอีกรอบ รอจนกว่าเจ้าจะตายเมื่อไหร่ ก็จะสิ้นสุดเมื่อนั้น
ขณะที่พูดประโยคนี้ น้ำเสียงของเซียวหย่งหนิงดูไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
ราวกับว่าในสายตาของเซียวหย่งหนิงแล้ว ชีวิตของนักโทษเหล่านี้ ไม่นับว่าเป็นชีวิตอีกต่อไป
“...”
เย่หลิวอวิ๋นไม่ได้พูดต่อ เพียงแค่กวาดสายตามองไปรอบๆ นอกจากบางคนที่กำลังถูกลงทัณฑ์แล้ว ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่ถูกขังอยู่ในห้องขัง บนร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลที่เกิดจากการลงทัณฑ์
เมื่อเห็นเย่หลิวอวิ๋นมองอย่างเหม่อลอย
เซียวหย่งหนิงมองอยู่ครู่หนึ่ง ก็หมดความสนใจที่จะดูต่อแล้ว
“เอาอย่างนี้แล้วกัน น้องเย่ เจ้าอยากดูก็ดูต่อไปเถอะ หากมีปัญหาอะไร ก็มาหาข้าได้เลย!”
“พี่เซียวมีธุระอะไรก็ไปทำก่อนเถอะ ทางข้าไม่เป็นไร”
เมื่อเห็นเซียวหย่งหนิงจะจากไป เย่หลิวอวิ๋นย่อมไม่ขัดขวางอยู่แล้ว
พอดีจะได้มีเวลาให้ตนเอง ได้ดูแถบพรสวรรค์ของคนเหล่านี้ให้ดี
หลังจากที่เซียวหย่งหนิงจากไปแล้ว เย่หลิวอวิ๋นก็เริ่มพิจารณานักโทษเหล่านี้อย่างจริงจัง
ส่วนใหญ่ล้วนมีแถบพรสวรรค์อยู่กับตัว แน่นอนว่าแถบพรสวรรค์เหล่านี้ไม่ได้สูงมากนัก ที่สูงเกินไปก็คงไม่ถูกหน่วยองครักษ์เสื้อแพรจับตัวมาได้
ตอนที่เดินผ่านห้องขังแห่งหนึ่ง ยังเห็นองครักษ์เสื้อแพรผู้หนึ่ง กำลังใช้แส้เฆี่ยนนักโทษที่ถูกมัดอยู่
เมื่อเห็นเย่หลิวอวิ๋นเข้ามา อีกฝ่ายเห็นได้ชัดว่าได้รับการบอกกล่าวจากเซียวหย่งหนิงแล้ว เพียงแค่พยักหน้าให้เย่หลิวอวิ๋นเป็นสัญญาณ แล้วก็เหวี่ยงแส้ต่อไป
เสียงกรีดร้องดังขึ้นไม่ขาดสาย
จริงดังว่าสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น แม้ตอนที่มาจะเตรียมใจไว้แล้วก็ตาม
แต่เมื่อได้เห็นกับตาตนเอง ก็ยังอดไม่ได้ที่จะมีความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา
หากตัวตนถูกเปิดโปง บางทีคนที่ถูกลงทัณฑ์อยู่ในตอนนี้ อาจจะเป็นตนเองก็ได้
ต้องแข็งแกร่งขึ้น!
จะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้ มีเพียงตนเองแข็งแกร่งแล้วเท่านั้น ถึงจะสามารถไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดได้อย่างแท้จริง
“ฟู่!”
ยังปรับตัวไม่ได้อย่างสมบูรณ์สินะ เขาค่อยๆ ปรับลมหายใจ แล้วก็เรียกกำลังใจกลับคืนมา
ในขณะนั้น
นักโทษที่ถูกเฆี่ยนตีผู้นั้น หลังจากกรีดร้องเป็นครั้งสุดท้าย ก็สิ้นใจไปในที่สุด
ผู้ที่รับผิดชอบการลงทัณฑ์ เมื่อเห็นภาพนี้ ก็เพียงแค่เอาน้ำสาดไปทีหนึ่ง เมื่อเห็นว่าตายแล้วจริงๆ ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เตรียมจะไปหาคนอื่นต่อแล้ว
และความสนใจของเย่หลิวอวิ๋น
กลับมุ่งไปที่จุดแสงเล็กๆ หลายจุดที่ลอยออกมาจากร่างของคนผู้นี้
[ตรวจพบพรสวรรค์ที่สามารถเก็บได้: พละกำลังเหนือมนุษย์ (สีเขียว) , การลักขโมย (สีขาว) ]
[พละกำลังเหนือมนุษย์ (สีเขียว) : มีพละกำลังที่เหนือกว่าคนธรรมดาอย่างมาก]
[การลักขโมย (สีขาว) : เชี่ยวชาญในการลักขโมยอย่างยิ่งยวด]
พรสวรรค์การลักขโมยคุณภาพสีขาวก็ช่างมันเถอะ แต่แถบพรสวรรค์พละกำลังเหนือมนุษย์นี้ เย่หลิวอวิ๋นย่อมต้องเก็บมาโดยไม่ต้องคิดอยู่แล้ว
ในเมื่อเห็นแล้ว ก็ย่อมไม่มีทางพลาดไปอย่างแน่นอน
เพียงแต่...
[ตรวจพบแถบพรสวรรค์ 'พละกำลังเหนือมนุษย์' และ 'ร่างกายแข็งแกร่ง' มีความสอดคล้องกันอย่างมาก ท่านต้องการหลอมรวมหรือไม่]
ไม่คิดว่าแถบพรสวรรค์ที่มีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก จะสามารถหลอมรวมกันได้ด้วย?
นี่ทำให้เย่หลิวอวิ๋นประหลาดใจอยู่บ้าง และก็ยินดีอยู่บ้าง
“หลอมรวม!”
โดยไม่ลังเล เขาเลือกที่จะหลอมรวมในทันที
[ระบบแถบพรสวรรค์!]
[โฮสต์: เย่หลิวอวิ๋น!]
[ระดับพลัง: ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสอง!]
[วรยุทธ์: เพลงดาบตัดวายุ!]
[แถบพรสวรรค์: โชคดี (สีม่วง) , ร่างกายแข็งแกร่งทรงพลัง (สีฟ้า) , พรสวรรค์ด้านเพลงดาบ (สีฟ้า) ]
[ร่างกายแข็งแกร่งทรงพลัง (สีฟ้า) : ร่างกายของท่านแข็งแกร่งกว่าคนปกติอย่างมาก มีพละกำลังมหาศาล]
หลังจากหลอมรวมแล้ว แถบพรสวรรค์ร่างกายแข็งแกร่งบนหน้าต่างคุณสมบัติเดิม ก็กลายเป็นร่างกายแข็งแกร่งทรงพลังในตอนนี้ ในขณะเดียวกัน แถบพรสวรรค์คุณภาพสีเขียวเดิม ก็กลายเป็นสีฟ้า
จริงดังว่า สถานที่อย่างคุกหลวงเจาอวี้ ตนเองมาถูกที่แล้วจริงๆ
เขากำหมัดแน่น
เพียงแค่พลังคุณภาพเดียว เย่หลิวอวิ๋นก็รู้สึกว่าพละกำลังของตนเอง เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนแล้วสูงขึ้นหลายระดับ
...