บทที่ 3 หาช่องทางทำกำไร

บทที่ 3 หาช่องทางทำกำไร


สองวันต่อมา นักศึกษาสาขาการลงทุนทั้ง 122 คนของมหาวิทยาลัยการเงินและเศรษฐศาสตร์ฮู่ตู ก็ทยอยกันเปิดบัญชีหลักทรัพย์ฮว่าซิ่นเรียบร้อย โดยมีศาสตราจารย์หวังซิงปังเป็นผู้รวบรวมรายชื่อส่งไปลงทะเบียน

หอพักห้อง 308 เตียงซ้ายมือติดประตู

สวี่เจียเฟิงเปลือยท่อนบน คาบบุหรี่ไว้ที่ปาก กำลังใช้ช่องทางข้อมูลที่มีอยู่ค้นหาหุ้นกลุ่มเหล็กเส้นและคอนกรีต

เพราะเขามองว่า "แผนกระตุ้นเศรษฐกิจสี่ล้านล้านหยวน" จะส่งผลดีต่อกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน และเมื่อพูดถึงโครงสร้างพื้นฐาน ก็หนีไม่พ้นเหล็กเส้นกับคอนกรีต

ส่วนเฉินชวนนั้นไม่ได้หวังว่าจะได้เข้าทำงานที่หลักทรัพย์ฮว่าซิ่น เขาขอแค่ไม่สอบตกก็พอ เลยเลือกเล่นหุ้นกลุ่มยานยนต์ที่ค่อนข้างมั่นคง ซึ่งก็เป็นกลุ่มที่จางหยางไอ้หนุ่มหัวกะทิแนะนำมา

สำหรับหวังลิ่ว เขาไม่สนกลุ่มอุตสาหกรรมหรือธีมอะไรทั้งนั้น แต่เน้นดู "ทำเนียบมังกรพยัคฆ์" (Dragon Tiger List) ตามกระแสเงินทุนในตลาดเพื่อเก็งกำไรหุ้นตามคอนเซ็ปต์

"ทำเนียบมังกรพยัคฆ์" คืออะไร?

คือรายชื่อหุ้น 5 อันดับแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาสูงกว่า 7% หุ้น 5 อันดับแรกที่มีช่วงความผันผวนของราคาสูงถึง15% หุ้น 5 อันดับแรกที่มีอัตราการเปลี่ยนมือสูงถึง 20% และหุ้นที่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาเกิน 20% ติดต่อกันสามวัน จะถูกจัดเข้าทำเนียบนี้

พร้อมกันนั้น ไม่เพียงแต่ข้อมูลหุ้นที่จะถูกเปิดเผย แต่ยังรวมถึงข้อมูลของสาขาบริษัทหลักทรัพย์ 5 อันดับแรกที่มีปริมาณการซื้อและขายสูงสุดอีกด้วย

สิ่งที่น่าสังเกตคือ หุ้นที่ติดทำเนียบมังกรพยัคฆ์มักจะไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ และก็เพราะเป็นหุ้นที่ไม่มีปัจจัยพื้นฐานนี่แหละ จึงง่ายต่อการถูก "เงินร้อน" ในตลาดปั่นราคา

ถ้าเป็นหุ้นดัชนีที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า "จง" (สื่อถึงรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่) การจะควบคุมทิศทางราคานั้นยากแสนยาก เงินทุนที่ต้องใช้ก็มหาศาล

"ทำเนียบมังกรพยัคฆ์" สามารถเข้าใจได้อีกอย่างว่าเป็น "กระดานแสดงกระแสเงินทุน" เมื่อเงินทุนในตลาดเข้ามาปั่น ราคาหุ้นก็จะพุ่งชนเพดานติดต่อกันหลายวัน หรือไม่ก็ถูกทุบดิ่งเหวอย่างหนัก

“สวย!”

“ชนเพดาน!”

การที่หุ้น ST จูเฟิง ชนเพดาน ทำให้หวังลิ่วอดไม่ได้ที่จะดีดนิ้ว

เฉินชวนที่ได้ยินเสียงก็รีบเข้ามาดูทันที ถามว่า: “ได้มากี่ตังค์วะ?”

“หมื่นห้า”

หวังลิ่วมองจำนวนหุ้นเก้าแสนหุ้นที่ตั้งรอซื้อ ณ ราคาชนเพดาน พูดอย่างตื่นเต้นว่า: “เปิดตลาดมาก็มีคนตั้งซื้อเก้าแสนหุ้น บางทีอาจจะได้กินยาวหลายเพดาน”

พูดจบ เขาก็ทำเสียงเสียดาย แต่ก็แฝงความอวดเล็กๆ: “เสียดายว่ะ หุ้น ST มันบวกได้เต็มที่แค่ 5% ต่อให้ชนสิบเพดานติดก็ได้แค่หกสิบกว่าเปอร์เซ็นต์เอง เฮ้อ!”

“นี่มันแค่สองวันเองนะเว้ย แกน่าจะเป็นคนแรกในสาขาเราเลยมั้งที่ได้กินหุ้นชนเพดานติดๆ กัน ถ้าได้เข้าหลักทรัพย์ฮว่าซิ่นแล้วอย่าลืมพวกพ้องน้องพี่ล่ะ”

สวี่เจียเฟิงก็ชะโงกหน้าเข้ามาพูดด้วย

“แน่นอนอยู่แล้ว”

ขณะที่พูด หวังลิ่วก็เหลือบมองจางหยางที่กำลังเคาะแป้นพิมพ์อยู่ แล้วถามว่า: “หัวหน้าหอ สองวันนี้หุ้นของนายบวกไปเท่าไหร่แล้ว?”

“ก็พอได้อยู่”

จางหยางไม่ได้จ้องกระดานตลอดเวลา

หลังจากตลาดเปิดได้ห้านาที เขาก็เหลือบดูหุ้นเป่ากังและเจียงหวยออโต้ที่ซื้อไว้ ทั้งสองตัวอยู่ในสถานะที่ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นพร้อมกับราคาที่สูงขึ้น

ต่างจากรูมเมทที่ใช้พอร์ตจำลอง เขาใช้ทั้งพอร์ตจริงและพอร์ตจำลองควบคู่กันไป

บัญชีพอร์ตจริงอีกบัญชีหนึ่งของเขามีเงินอยู่แค่ 800 หยวน โดย 500 หยวนเอาไปซื้อหุ้นเป่ากังหนึ่งล็อต (100 หุ้น) ส่วนอีก 300 หยวนซื้อหุ้นเจียงหวยออโต้

สำหรับเงิน 1 ล้านหยวนในพอร์ตจำลองของฮว่าซิ่นนั้น เขาได้ออลอินทุ่มสุดตัวเข้าหุ้นเป่ากังไปตั้งแต่ช่วงปิดตลาดเมื่อวานแล้ว

หุ้นเป่ากังในฐานะผู้นำกลุ่มเหล็ก จากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสี่ล้านล้านหยวนครั้งนี้ ถือเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรง ดังนั้นการที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นจึงเป็นเรื่องที่แน่นอน

เมื่อเทียบกับการขึ้นลงของราคาหุ้น ตอนนี้สิ่งที่เขากำลังคิดมากกว่าคือการสะสมทุนเริ่มต้นให้สำเร็จ

ในฐานะคนในแวดวงการเงิน จางหยางรู้ดีถึงความสำคัญของเงินทุนเริ่มต้น

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีเงิน 10,000 หยวนเข้าตลาด ต่อให้หุ้นขึ้น 100% เงิน 10,000 ก็กลายเป็นแค่ 20,000 แต่ถ้าคุณมี 1 ล้านหยวนเข้าตลาด ต่อให้หุ้นขึ้นแค่ 5% กำไรที่ยังไม่รับรู้ก็ปาเข้าไป 50,000 หยวนแล้ว

“พอได้อยู่นี่มันเท่าไหร่ล่ะ?”

เฉินชวนอดสงสัยไม่ได้ ชะโงกหน้าเข้าไปดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ของจางหยาง

จางหยางก็ไม่ได้ปิดบังอะไร เปิดหน้าจอแสดงผลกำไรในพอร์ตจำลองให้ดูอย่างเต็มใจ

“เชี่ย!”

“ออลอินเป่ากังเลยเหรอวะ?”

เสียงอุทานด้วยความตกใจของเฉินชวน ดึงดูดให้สวี่เจียเฟิงกับหวังลิ่วรีบเข้ามามุงดูทันที

ปรากฏว่าบัญชีจำลองของจางหยางมีกำไรที่ยังไม่รับรู้สูงถึง 23,000 หยวนแล้ว หุ้นเป่ากังในช่วงเช้าของวันที่ 10 มีนาคมมีแนวโน้มเปิดต่ำแล้วดีดตัวสูงขึ้น

“นี่มันทุ่มหมดหน้าตักเลยนี่หว่า?”

หวังลิ่วนึกว่าตัวเองก็แน่พอตัวแล้ว ไม่คิดว่าจางหยางจะใจถึงกว่าเขาเสียอีก

เขาเข้าหุ้น ST จูเฟิง ไป 300,000 หยวน กำไร 5% เมื่อเทียบกับเงินทุนเริ่มต้น 1 ล้านหยวน ก็คิดเป็นผลตอบแทนแค่ 1.5%

แต่จางหยางล่ะ?

ออลอินเต็มพอร์ต 1 ล้านหยวนเข้าหุ้นเป่ากัง กำไร 23,000 หยวน นั่นมันอัตราผลตอบแทนรวม 2.3% เลยนะ สูงกว่าเขาตั้ง 0.8% เต็มๆ!

“เจ๋งเป้ง!”

สวี่เจียเฟิงอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วให้

สองวันนี้เขาก็แอดหุ้นเป่ากังเข้าลิสต์โปรดไว้เหมือนกัน แต่ซื้อไปแค่ 20,000 หยวน ไม่กล้าเล่นแบบจางหยางเลยสักนิด

“ฝีมือเฉียบ ใจถึงจริงๆ ว่ะ” เขาคิดในใจอย่างทึ่งๆ

เฉินชวนรีบยื่นบุหรี่ให้พลางหัวเราะแหะๆ: “หัวหน้าหอ ถ้าได้เข้าหลักทรัพย์ฮว่าซิ่นแล้ว อย่าลืมพี่น้องที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานะเว้ย”

“วางใจได้ ความเป็นเพื่อนอยู่ในใจเสมอ” จางหยางเพิ่งจะรับบุหรี่ เฉินชวนก็รีบล้วงไฟแช็กออกจากกระเป๋าทันที

“แชะ—”

บุหรี่ถูกจุดขึ้น

เคยชินกับการสูบบุหรี่นอก พอมาได้ลองบุหรี่ลี่ฉวินคำนี้ ต้องบอกเลยว่า มันเข้มได้ใจจริงๆ

จางหยางออลอินหุ้นเป่ากัง สวี่เจียเฟิง เฉินชวน และหวังลิ่วทั้งสามคนก็ตัดสินใจเข้าซื้อในช่วงเช้า พอถึงช่วงบ่ายโมงที่ตลาดเปิด ราคาหุ้นเป่ากังก็แกว่งตัวขึ้นลงอยู่ในช่วง 1.24% - 1.3% ติดต่อกันสิบกว่านาที เนื่องจากพวกเขาไม่ได้เข้าซื้อตอนราคาเปิดต่ำๆ จึงไม่ได้กำไรอะไรมากนัก

ขณะที่รูมเมททั้งสามคนยังคงนั่งจ้องกระดานหุ้นอยู่ในหอพัก จางหยางก็ได้หอบแล็ปท็อปของเขามาที่ห้องสมุดแล้ว

ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยวิทยาเขตอู่ตงมีเจ็ดชั้น ชั้นหนึ่งถึงสี่เป็นห้องอ่านหนังสือ ชั้นห้าเป็นโซนอ่านหนังสือส่วนตัว ชั้นหกเป็นพื้นที่จัดแสดงงานวิชาการ ส่วนชั้นบนสุดเป็นโซนอ่านหนังสือกลุ่ม

จางหยางมุ่งตรงไปยังชั้นหก เพราะที่ชั้นหกยังมีห้องวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน ซึ่งเขาสามารถเคาะแป้นพิมพ์และคลิกเมาส์ได้อย่างไม่ต้องเกรงใจใคร

หลังจากหาที่นั่งได้แล้ว เขาก็รีบเปิดโปรแกรม Tableau ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ Business Intelligence แบบแสดงภาพ แล้วนำเข้าข้อมูลที่เขารวบรวมไว้

Tableau, Oracle BI, และ Sisense ล้วนเป็นซอฟต์แวร์ BI (Business Intelligence) ชั้นนำในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับโปรแกรม Excel ขั้นพื้นฐานแล้ว ซอฟต์แวร์ BI สามารถรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ที่มีรูปแบบแตกต่างกันภายในองค์กร เช่น ข้อมูลการขาย การเงิน การผลิต ฯลฯ มาสร้างเป็นมุมมองข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียว ช่วยลดปัญหาข้อมูลกระจัดกระจาย

นอกจากนี้ ข้อมูลที่สร้างจากโปรแกรมเหล่านี้ยังดูเข้าใจง่ายกว่า แม้แต่คนที่ไม่รู้เรื่องข้อมูลก็สามารถดูเข้าใจได้

ชาติที่แล้วตอนที่เป็นผู้จัดการกองทุนอยู่ที่บริดจ์วอเตอร์ จางหยางทำงานกับข้อมูลมาไม่น้อยเลย

การใช้โปรแกรม BI ได้อย่างคล่องแคล่วเป็นเพียงพื้นฐานของการเป็นนักวิเคราะห์ทางการเงินเท่านั้น ถ้าอยากจะเป็น “ตัวท็อป” จริงๆ ยังต้องสามารถใช้ Hyperion Planning หรือ Oracle Essbase ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน และใช้ Capital IQ Pro ในการประเมินมูลค่าอีกด้วย

เมื่อเทียบกับการเล่นหุ้นแล้ว รายได้ของนักวิเคราะห์ข้อมูลนั้นมั่นคงกว่า

แม้แต่เทพเจ้าแห่งการลงทุนอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์เอง ก็ยังต้องอ้างอิงข้อมูลจากบริษัทมูดี้ส์ เพื่อประกอบการตัดสินใจในตลาดการเงิน

สิ่งที่จางหยางต้องทำตอนนี้ง่ายมาก นั่นคือการจัดระเบียบข้อมูลที่มีอยู่ คัดกรองหุ้นที่มีศักยภาพ แล้วสร้างเป็นตารางข้อมูลแบบแสดงภาพ เพื่อนำเสนอให้กับนักศึกษาที่ต้องการ

นอกจากตัวจางหยางเองแล้ว ในสาขาการลงทุนยังมีนักศึกษาอีก 121 คน พวกเขาทั้งหมดคือลูกค้าเป้าหมาย ต่อให้คิดค่าบริการแค่คนละ 30 หยวนต่อครั้ง ถ้ามีคนสมัครสัก 50 คน รายได้ก็จะอยู่ที่ 1,500 หยวน

เมื่อเทียบกับเงินทุนตั้งต้น 800 หยวนของเขา ถ้าอยากจะทำกำไร 1,500 หยวนจากตลาดหุ้น เขาต้องทำผลตอบแทนให้ได้สูงถึง 187.5%!

ผลตอบแทน 187.5% มันคืออะไร?

วอร์เรน บัฟเฟตต์ ทำผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 25% ถึงแม้ว่าขนาดเงินทุนของเขาจะใหญ่มาก ผลตอบแทน 25% ต่อปีก็ถือว่าเหนือกว่าใครในตลาดแล้ว

ในเมื่อมีเงินทุนแค่ 800 หยวน เขาจะไม่พยายามทำกำไรให้ได้เป็นเท่าตัวจากตลาดหุ้นเด็ดขาด แต่จะเริ่มจากการสะสมทุนเริ่มต้นก่อน

เพราะท้ายที่สุดแล้ว พลังงานของคนเรามีจำกัด สิ่งที่ลงแรงไปกับผลตอบแทนที่ได้กลับมามันต้องสมน้ำสมเนื้อกัน



ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 3 หาช่องทางทำกำไร

ตอนถัดไป