บทที่ 178 จางเซวียนและหยางหย่งเจี้ยนถกเถียงกันว่าคนสารเลวเกิดขึ้นได้

บทที่ 178 จางเซวียนและหยางหย่งเจี้ยนถกเถียงกันว่าคนสารเลวเกิดขึ้นได้อย่างไร
ใช้วิธีไหนดีนะ?
จางเซวียนนวดขมับ ชั่วขณะหนึ่งยังคิดไม่ออก
แต่ค่อยเป็นค่อยไปเถอะ ไม่ต้องรีบ รอผ่านปีใหม่ไปก่อนค่อยว่ากัน ถึงตอนนั้นคงจะมีหนทางเอง
ถ้าช่วยแก้ปัญหาเรื่องเงินให้แล้ว สุดท้ายเธอยังเลือกที่จะยอมแพ้ นั่นก็คือโชคชะตา!
เขาจะไม่ฝืนโชคชะตา มันไร้ความหมาย
คิดได้ดังนั้น จางเซวียนก็ข้ามหัวข้อเรื่องเรียนหมอไป พูดถึงธุระสำคัญของวันนี้ "พวกเธอปิดเทอมเมื่อไหร่ ฉันจะได้ซื้อตั๋วรถไฟพร้อมกัน"
หยางหย่งเจี้ยนตอบ "วันที่ 19"
จางเซวียนฟังแล้วหัวจะปวด ต้องรออีกตั้งนาน ปีนี้ตั๋วรถไฟเปิดขายล่วงหน้าแค่ 3 วัน งั้นก็ต้องรอซื้อวันที่ 16 โน่นเลย
ปัญหาคือ ใกล้ตรุษจีนแล้ว วันที่ 16 จะยังหาซื้อได้หรือเปล่า?
แม่งเอ๊ย นี่ก็เป็นปัญหาชวนปวดหัวเหมือนกัน
เห็นเขาทำหน้าเหมือนคนท้องผูก หยางหย่งเจี้ยนก็ถาม "พวกนายปิดเทอมเมื่อไหร่?"
จางเซวียนตอบ "ฉันสอบเสร็จเช้าวันที่ 16 ซวงหลิงสอบเสร็จบ่ายวันนั้น"
หยางหย่งเจี้ยนตบหน้าผาก ยิ้มอย่างจนใจ "ดูเหมือนฉันจะเป็นตัวถ่วงซะแล้ว"
จางเซวียนปรับอารมณ์ ทำท่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถึงตอนนั้นค่อยดูอีกที เดี๋ยวฉันจะลองถามน้าดูว่าทางเขาพอจะมีลู่ทางไหม"
"โอเค" หยางหย่งเจี้ยนไม่อิดออด เธอไม่ใช่คนเรื่องมากอยู่แล้ว
ทั้งสองเดินไปตามทางเดินในมหาวิทยาลัยสักพัก คุยสัพเพเหระกันไปเรื่อย
สุดท้ายจางเซวียนก็ถามหยอกเย้า "ผ่านไปหนึ่งเทอมแล้ว เธอได้รับจดหมายรักบ้างหรือยัง?"
หยางหย่งเจี้ยนหยุดเดิน เอียงคอมองเขา "เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ทำไมนายยังทำตัวกะล่อนแบบนี้อยู่อีก?"
จางเซวียนไม่ถือสา พูดอย่างอารมณ์ดี "ดูท่าจะไม่มีสินะ ฉันบอกแล้วว่าผมเปียเขาแกะของเธอน่ะมันไม่เวิร์ค จะไว้ทำซากอะไร ไว้เลี้ยงเหาเหรอ? ตัดทิ้งซะเถอะ"
หยางหย่งเจี้ยนค้อนขวับ เปลี่ยนเรื่องคุย "เที่ยงแล้ว ฉันเลี้ยงข้าวนายที่โรงอาหารละกัน แค่อาหารไม่อร่อย ท่านนักเขียนใหญ่โปรดอย่ารังเกียจ"
จางเซวียนตอบรับอย่างพึงพอใจ "อุ๊ย คำเรียกขานนี้ใช้ได้ ฉันชอบ ไหนเรียกให้ฟังอีกทีซิ"
ได้ยินแบบนั้น หยางหย่งเจี้ยนขี้เกียจจะมองหน้าเขาแล้ว เดินตรงดิ่งไปโรงอาหารทันที
รู้ว่าจางเซวียนชอบกินเนื้อ ครั้งนี้หยางหย่งเจี้ยนทุ่มทุนสร้าง ตักกับข้าวประเภทเนื้อให้เขาถึงสองอย่าง และผักอีกหนึ่งอย่าง
จางเซวียนไม่รู้จักคำว่าเกรงใจ รับมาตักเข้าปากคำโตแล้วชมเปาะ
"รสชาติอาหารมหาวิทยาลัยพวกเธอก็ไม่เลวนะ ปีหน้าเธอต้องพยายามปรับสภาพจิตใจ ขุนตัวเองให้ขาวๆ อวบๆ เข้าไว้ อ้วนจนซุนจวิ้น เอื้อมไม่ถึงไปเลย"
หยางหย่งเจี้ยนขำด้วยความโมโห "ปากหมาๆ ของนายเนี่ยคงจะคายงาช้างออกมาไม่ได้จริงๆ ใช่ไหม?"
จางเซวียนเงยหน้า "ไหน เธอลองคายให้ดูหน่อย ดูซิว่าปากเธอจะคายงาช้างออกมาได้ไหม?"
เจอกับจิ๊กโก๋ข้างถนนแบบนี้ หยางหย่งเจี้ยนพูดไม่ออก แต่ก็รู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด
พอพูดถึงซุนจวิ้น จู่ๆ หยางหย่งเจี้ยนก็พูดขึ้นว่า "เขาจะมา"
"หมายความว่าไง?" อยู่ดีๆ ก็พูดขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย จางเซวียนฟังไม่เข้าใจ
หยางหย่งเจี้ยนหยุดตะเกียบ "ซุนจวิ้นปิดเทอมวันที่ 14 เขาอยากจะมารับฉัน"
จางเซวียนพูดไม่ออก อึ้งไปพักใหญ่ถึงได้พูดด้วยความนับถือว่า "แม่งโคตรมีความพยายามเลย"
หยางหย่งเจี้ยนค้อนเขาอีกรอบ "พูดจาให้มันดีๆ หน่อย"
"ครับผม" จางเซวียนยิ้มรับ แล้วเปลี่ยนคำพูด "นี่แหละลูกผู้ชายตัวจริงที่ทำการใหญ่"
หยางหย่งเจี้ยนนั่งมองเขากินข้าวเงียบๆ อยู่สองสามคำ ก็ระบายความกลัดกลุ้มออกมา
"จางเซวียน นายว่าฉันอกตัญญูไหม ตอนนี้พอได้ยินชื่อ 'ซุนจวิ้น' ฉันก็รู้สึกกดดัน พอคิดว่าเขาจะมาหา ก็ยิ่งกดดันหนักเข้าไปใหญ่"
จางเซวียนเงยหน้ามองเธอ กินข้าวต่อไป พลางกินพลางถาม "เบื่อซุนจวิ้นแล้ว?"
"ไม่ใช่"
หยางหย่งเจี้ยนส่ายหน้า เงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะพูดประโยคหนึ่ง "ถ้าเขาสูงสัก 168 ก็คงดี"
จางเซวียนเข้าใจทันที "เธอกลัวว่าถ้าคบกับเขา ลูกหลานในอนาคตจะเตี้ยใช่ไหม?"
เจอคำพูดตรงไปตรงมาขนาดนี้ หยางหย่งเจี้ยนไม่ต่อปากต่อคำเหมือนเคย แต่เปิดใจว่า "ฉันมีความกังวลด้านนี้จริงๆ"
ได้ยินดังนั้น จางเซวียนไม่แปลกใจ ถามต่อ "แล้วเธอรู้สึกยังไงกับซุนจวิ้น?"
หยางหย่งเจี้ยนคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบ "พูดตามตรงนะ ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก หมายถึงไม่ได้มีความรู้สึกหวั่นไหวแบบหนุ่มสาว
แต่ฉันก็ไม่รังเกียจเขา ถ้าเขาสูงสัก 168 ฉันคงเลือกคบกับเขา เขาเป็นคนดีมากนะ รักครอบครัว และรักฉัน"
จางเซวียนสำลัก ซดน้ำแกงฟรีเข้าไปอึกหนึ่งแล้วย้อนถาม "พูดแบบนี้ก็เท่ากับไม่ได้พูด ตกลงเธอจะเอายังไง?"
หยางหย่งเจี้ยนตาโต "นายฟังไม่เข้าใจเหรอ?"
จางเซวียนตอบ "ฉันฟังเข้าใจ แต่ซุนจวิ้นไม่ได้สูง 168 นี่นา ไอ้ที่เธอสมมุติว่า ถ้าหากว่า มันไม่เป็นจริงสักอย่าง ที่พูดมาตั้งเยอะแยะจะไม่ใช่เรื่องไร้สาระเหรอ?"
หยางหย่งเจี้ยน "..."
ทั้งสองนิ่งค้างไป
สุดท้าย จางเซวียนก้มหน้ากินข้าวต่อ หยางหย่งเจี้ยนนั่งมองเขากินข้าวต่อ
ผ่านไปไม่กี่นาที จู่ๆ หยางหย่งเจี้ยนก็ถาม "ถ้าเปลี่ยนเป็นนาย นายจะเลือกยังไง?"
"ถามฉันเหรอ?"
"อืม"
จางเซวียนซดน้ำแกงอีกอึกแล้วตอบ "ขนาดหมี่เจี้ยนฉันยังไม่ตัดใจเลย เธอคิดว่าฉันจะเลือกยังไง?"
หยางหย่งเจี้ยนทนไม่ไหวแล้ว เอาตะเกียบจิ้มก้นชามด่าว่า "ไอ้คนเลว!"
จางเซวียนเหลือบตามองแวบหนึ่ง ทำเป็นหูทวนลม ก้มหน้ากินต่อ
หยางหย่งเจี้ยนถอนหายใจ นึกอะไรขึ้นได้จึงถาม "หมี่เจี้ยนรู้ความคิดของนายไหม?"
จางเซวียนซดน้ำแกงอีกแล้ว ตอบอย่างใจเย็น "เธอเขียนจดหมายมาหาฉันฉบับหนึ่ง ในนั้นมีที่อยู่ติดต่อ รหัสไปรษณีย์ แล้วก็เบอร์โทรอาจารย์ที่ปรึกษา"
หยางหย่งเจี้ยนเอาตะเกียบจิ้มก้นชามอีกรอบ "หมี่เจี้ยนไม่ใช่คนแบบนั้น นายต้องใช้วิธีสกปรกอะไรแน่ๆ ใช่ไหม?"
จางเซวียนเริ่มหงุดหงิด "สหายหยางหย่งเจี้ยน เธอพูดเกินไปแล้วนะ! ฉันแย่ขนาดนั้นเชียว?"
หยางหย่งเจี้ยนพูดไม่ออก ตั้งสติสักพักแล้วตอบ "หนังหน้าก็ไม่ได้แย่ แถมยังมีความสามารถล้นเหลือ แต่จะมีประโยชน์อะไร นายมันก็ยังเป็นไอ้คนเลวอยู่ดี
ตอนแรกคบกับเซียวซ่าวหว่าน ตอนนี้คบกับซวงหลิง แล้วต่อไปนายจะไปคบกับหมี่เจี้ยนอีกเหรอ?
แล้วหลังจากหมี่เจี้ยนล่ะ? นายยังจะหาเพื่อนสนิทที่สวยและดูดีกว่าหมี่เจี้ยนได้อีกไหม?"
จางเซวียน "..."
เห็นเขาไม่ตอบโต้ หยางหย่งเจี้ยนก็ถอนหายใจ "จริงๆ ฉันก็พอเข้าใจที่นายชอบหมี่เจี้ยนนะ
ตั้งแต่เล็กจนโต ฉันไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจเท่าหมี่เจี้ยนมาก่อน ใครๆ ก็บอกว่ากว่างโจวเป็นเมืองใหญ่ ฉันมาอยู่ที่นี่ตั้งนาน ไม่ว่าจะในมหาวิทยาลัย หรือบนถนน ก็ไม่เคยเจอใครที่ดีกว่าเธอ แต่ว่า..."
พูดถึงตรงนี้ หยางหย่งเจี้ยนก็จิ้มก้นชามอีกแล้ว "นายจะเป็นไอ้คนเลว ชอบก็ชอบไปสิ อย่ามาบอกฉัน ทำให้ฉันวางตัวลำบาก จะช่วยใครก็ไม่ได้ ไม่ช่วยใครฉันก็ทนดูนายย่ำยีพวกเธอไม่ได้
ซ่าวหว่านก็เพื่อนสนิทฉัน ซวงหลิงก็ใช่ หมี่เจี้ยนก็ใช่ นายทำแบบนี้ ต่อให้ฉันเป็นแม่พระแค่ไหนก็รับมือไม่ไหวหรอกนะ"
"..."
แม่งพูดถูกเผง จางเซวียนเถียงไม่ออก
เห็นว่าน้ำแกงของตัวเองหมดแล้ว จางเซวียนยื่นมือไปคว้าชามน้ำแกงที่เธอยังไม่ได้แตะมา ซดโฮกแล้วพูดว่า
"เสียแรงที่เธอเป็นคนฉลาด เธอรู้จักพวกเธอนานแค่ไหน? รู้จักฉันนานแค่ไหน?
โจทย์เลขประถมคิดเป็นไหม?
จะไปช่วยพวกเธอทำไม? ช่วยฉันนี่ถึงจะถูก ฉันต่างหากคือคนที่จะเติบโตและแก่เฒ่าไปพร้อมกับเธอ จับประเด็นให้ถูกสิ คนอื่นน่ะแค่ของประดับ เข้าใจไหม?"

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 178 จางเซวียนและหยางหย่งเจี้ยนถกเถียงกันว่าคนสารเลวเกิดขึ้นได้

ตอนถัดไป