บทที่ 298 ไม่ถือสาเรื่องชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน [ฟรี]

บทที่ 298 ไม่ถือสาเรื่องชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน [ฟรี]
เห็นแค่ต้นเพาโลเนียสูงสิบกว่าเมตรข้างหน้าโค่นล้มลงมาอย่างกะทันหัน
เสียงดังโครม!
ต้นไม้ใหญ่ถูกฟ้าผ่าล้มลงข้างทาง ปลวกจำนวนมหาศาลไต่ยั้วเยี้ยออกมาจากใจกลางต้นไม้
ชายชราคนเลี้ยงแพะที่วิ่งนำหน้าสุด ตัวสั่นเทิ้มไปทั้งตัว แกตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ถ้าเมื่อกี้แกวิ่งเร็วกว่านี้อีกนิด แค่นิดเดียว รับรองว่าโดนต้นไม้ทับตายคาที่แน่นอน
ฝนตกรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สายฟ้าแลบแปลบปลาบและเสียงฟ้าร้องยิ่งบ้าคลั่งขึ้นทุกที
ชายชรายืนงงอยู่กับที่ไม่กี่วินาที จากนั้นก็กัดฟันวิ่งฝ่าดงไม้ พุ่งตรงไปยังกองฟางใหม่กองหนึ่ง
เห็นชายชราคนนั้นวิ่งไปถึงหน้ากองฟาง ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบควักฟางข้าวออกมาจำนวนหนึ่งอย่างรวดเร็ว ย่อตัวลง แล้วมุดเข้าไปข้างใน
จางเซวียนมองดูทุ่งนาอันกว้างใหญ่ แล้วมองดูสายฟ้าที่ผ่าลงมามั่วซั่วไปหมด หันไปบอกหมี่เจี้ยนว่า "เราก็ไปหลบฝนกันเถอะ"
"ตกลง"
ทั้งสองใจตรงกัน ในเมื่อใช้ร่มไม่ได้ และไม่กล้าไปหลบฝนในป่าเขา กองฟางจึงเป็นที่หลบภัยชั้นยอด
ทั้งคู่มาหยุดอยู่หน้ากองฟางอีกกองหนึ่ง แล้วเริ่มดึงฟางข้าวออกมาทำโพรงตามอย่างคนอื่น
"เดี๋ยวก่อน ฉันขอดูหน่อยว่ามีงูไหม?" หลังจากดึงฟางออกมาได้สิบกว่ากำ จางเซวียนก็รั้งตัวหมี่เจี้ยนที่จะมุดเข้าไปไว้ก่อน แล้วชะโงกหน้าเข้าไปสำรวจเป็นคนแรก
ต้องระวังไว้ก่อน เดือนสิงหาคมงูชอบมาซุกตัวอยู่ในกองฟางแบบนี้ที่สุด
ตอนเด็กๆ เวลาหาบฟางกลับบ้าน ต้องเจองูสักตัวสองตัวทุกปี
ตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว จางเซวียนก็บอกหมี่เจี้ยน "เธอเข้าไปก่อน"
หมี่เจี้ยนพยักหน้าเบาๆ มุดเข้าไป จากนั้นเธอก็พยายามเบียดตัวไปทางขวา เว้นที่ว่างไว้ แล้วส่งสายตาบอกจางเซวียนให้รีบเข้ามา
ฝนตกหนักขนาดนี้ ตกใส่หัวเจ็บไปหมด ชั่วโมงนี้ไม่ใช่เวลามาถือสาเรื่องชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกันแล้ว
จางเซวียนก้มตัวแล้วมุดตามเข้าไป
กลุ่มคนที่ตามมาข้างหลังเห็นการกระทำของจางเซวียนกับพวก มองหน้ากันเลิ่กลั่กอยู่ครู่หนึ่ง ก็เริ่มทำตามกันบ้าง ไม่นานนัก กองฟางสิบกว่ากองก็มีคนเข้าไปอัดแน่นจนเต็ม
กองฟางแม้จะใหญ่ แต่พื้นที่ที่ขุดโพรงได้มีจำกัด ไม่งั้นเดี๋ยวมันจะถล่มลงมา
ตัวเปียกโชกไปหมด เสื้อยืดแขนสั้นที่เปียกชุ่มแนบสนิทไปกับลำตัว ทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายตัว จางเซวียนใช้มือดึงเสื้อตรงหน้าท้อง แล้วหันมองไปทางขวามือ
ไม่มองก็ยังดีอยู่หรอก พอได้มองแล้วจางเซวียนก็ถอนสายตาไม่ได้ทันที
หมี่เจี้ยนผู้มีบุคลิกงดงามดั่งกล้วยไม้ ในยามเปียกปอนเช่นนี้กลับดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ เดิมทีก็สวยอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้ดูน่าทะนุถนอม บวกกับสัดส่วนที่มองเห็นวับๆ แวมๆ จางเซวียนรีบท่องในใจรัวๆ: บาปกรรม บาปกรรม!
มองอยู่นาน จางเซวียนสังเกตเห็นว่าแก้มของหญิงสาวเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่หมี่เจี้ยนก็ยังคงหันหน้าไปทางแม่น้ำ ไม่พูดไม่จา นั่งนิ่งๆ ราวกับไม่รู้สึกว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังสำรวจเรือนร่างของเธออยู่
มาถึงขั้นนี้ จางเซวียนที่กำลังอยู่ในวัยเลือดลมพลุ่งพล่านก็เริ่มจะทนไม่ไหว
ในใจคิดว่า: ถ้าไม่ใช่หมี่เจี้ยน ถ้าเปลี่ยนเป็นผู้หญิงคนอื่น ป่านนี้เขาคงกระโจนเข้าใส่ไปแล้ว
ต่อให้คนตรงหน้าเป็นเสี่ยวสืออี หรือเหวินฮุ่ย เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะควบคุมตัวเองได้หรือเปล่า เผลอๆ คงหน้ามืดตามัวกดลงไปแล้วเหมือนกัน
แต่... แต่นี่คือหมี่เจี้ยน!
ฝนด้านนอกตกหนักขึ้นเรื่อยๆ สายฟ้าแลบวิ่งแปลบปลาบไปทั่วฟ้าดินราวกับงูเลื้อย
มีอยู่ครั้งหนึ่ง สายฟ้าเหมือนจะผ่าลงมาตรงหน้าทุกคน ห่างจากคนที่อยู่ใกล้ที่สุดไม่ถึง 15 เมตร การโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวนี้ ทำเอาคนที่หลบอยู่ในกองฟางตัวสั่นงันงก กรีดร้องด้วยความตกใจ
ชั่วพริบตา ทุกคนรีบหดเท้าที่ยื่นออกไปข้างนอกกลับเข้ามา และเลิกชะโงกหน้าออกไปดู
บางคนถึงขั้นเด็ดขาดกว่า ดึงฟางข้าวมาปิดปากทางเข้าซะเลย
ขณะที่จางเซวียนกำลังกลั้นหายใจต่อสู้กับกิเลสฝ่ายดีฝ่ายชั่วในใจ หมี่เจี้ยนที่มองไปทางฝั่งตรงข้ามแม่น้ำตลอดเวลาก็สะดุ้งเฮือก ตัวสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง
มือซ้ายของหมี่เจี้ยนคว้าแขนจางเซวียนหมับ นิ้วขวาชี้ไปที่ถนนฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ ร้องเสียงหลง
"จาง... จางเซวียน สองคนนั้นโดนฟ้าผ่า!"
จางเซวียนชะงัก วินาทีต่อมาก็รีบถาม "ตรงไหน?"
พอได้ยินว่ามีคนโดนฟ้าผ่า จางเซวียนก็รีบชะโงกหน้าออกไปนิดหนึ่ง มองตามนิ้วของหมี่เจี้ยนไป
"ทำไมเป็นพวกเขาล่ะ?"
เวลานี้ บนถนนคันนาฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ มีคนสองคนนอนล้มระเกะระกะอยู่
จางเซวียนจำได้ทันทีว่าสองคนนี้เป็นใคร ไม่ใช่ใครอื่น ก็คือนักเรียนชายสองคนที่เจอตอนกินลูกก๋วยจ่าวนั่นเอง
"เธอเห็นกับตาว่าโดนฟ้าผ่าจนล้มเหรอ?"
"ใช่" หมี่เจี้ยนหน้าซีดเผือด ตัวยังสั่นไม่หยุด
เห็นได้ชัดว่าขวัญเสีย และขวัญเสียหนักมากด้วย
ก็แน่ล่ะ เห็นคนเป็นๆ สองคนโดนฟ้าผ่าล้มต่อหน้าต่อตา ลงไปกองกับพื้นไม่รู้เป็นหรือตาย เป็นใครก็ต้องใจหายกันทั้งนั้น
คนที่จิตใจไม่เข้มแข็งหน่อย เผลอๆ จะกลายเป็นปมในใจไปเลย
จางเซวียนเห็นแล้วก็ใจหายแวบ ไม่ทันคิดอะไรมาก ด้วยความสงสารจึงอ้าแขนโอบกอดเธอไว้ในอ้อมอกทันที
เจอกอดกะทันหัน หมี่เจี้ยนตัวแข็งทื่อ แต่พอวินาทีต่อมาได้ยินเสียงกระซิบข้างหูว่า "ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่นี่" ร่างกายที่เกร็งเครียดก็พลันอ่อนระทวยลง
ตอนนี้จิตใจของจางเซวียนไม่ได้อยู่ที่เรื่องชู้สาว เช่นเดียวกับฝูงชนที่ตะโกนโหวกเหวกอยู่ด้านนอก ความสนใจของทั้งคู่จดจ่ออยู่ที่ถนนคันนา
ณ เวลานี้ ไม่ใช่แค่จางเซวียนกับหมี่เจี้ยนที่เห็น คนที่หลบอยู่ตามกองฟางใกล้ๆ ก็เห็นภาพนี้กันหมด
ถ้าไม่ใช่เพราะมีแม่น้ำกั้นอยู่ ถ้าไม่ใช่เพราะกองฟางอยู่ไกลจากถนนคันนามากเกินไป ถ้าไม่ใช่เพราะบ้านคนฝั่งตรงข้ามที่อยู่ใกล้เริ่มออกปฏิบัติการช่วยเหลือแล้ว
ไม่ว่าจางเซวียน หรือคนอื่นๆ เมื่อเจอกับสถานการณ์แบบนี้ ก็ไม่อาจข่มใจให้สงบได้
จางเซวียนหยิบเพจเจอร์ออกมาดู ตั้งใจจะเพจหาพี่สะใภ้ฮุย ให้พี่สะใภ้ฮุยโทรแจ้งตำรวจเรียกรถพยาบาล แต่กลับพบว่าเพจเจอร์ดันน้ำเข้า เครื่องดับไปเองซะแล้ว
ลองกดๆ ดู ก็พบว่ายังคงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ
จางเซวียนสบถในใจว่าซวยชะมัด แล้วเก็บเพจเจอร์กลับเข้าไป
หมี่เจี้ยนเข้าใจความคิดของเขา "คนฝั่งตรงข้ามแม่น้ำน่าจะโทรแจ้งตำรวจเรียกรถพยาบาลกันตั้งนานแล้วล่ะ"
จางเซวียนคิดว่าก็จริง ความกังวลในใจจึงคลายลงบ้าง
หมี่เจี้ยนที่ซบอยู่ในอ้อมกอดเขาและเริ่มตั้งสติได้บ้างแล้ว ถามด้วยความกังวล "สองคนนั้นจะเป็นอะไรไหม?"
เจอปำถามนี้ เขาเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน
ชาติที่แล้วเห็นข่าวแบบนี้มาเยอะ บางคนเดินอยู่บนถนนดีๆ จู่ๆ ก็โดนฟ้าผ่าตาย
จะไปหาความยุติธรรมจากใครได้?
แต่ตอนนี้เขาก็ยังหวังลึกๆ ภาวนาในใจ เพราะบางคนดวงแข็ง ฟ้าผ่ายังไงก็ไม่ตาย ยมบาลยังไม่กล้ารับตัว
จางเซวียนมองสายฟ้าที่ยังคงแลบแปลบปลาบอยู่บนท้องฟ้าเป็นระยะ ปลอบโยนว่า "คนดีผีคุ้ม เธอวางใจเถอะ ทางโน้นมีคนไปช่วยตั้งสิบกว่าคนแล้ว"
ได้ยินดังนั้น หมี่เจี้ยนก็จ้องมองกลุ่มชาวนาที่กำลังเข้าไปช่วยเหลือ เขม็ง นานพักใหญ่กว่าจะถอนหายใจออกมา "ทำไมสองคนนี้ถึงไม่ทำตามเรานะ หาที่หลบฝนสักหน่อยก็ดี"
จางเซวียนพูดว่า "จริงๆ เมื่อกี้คนที่วิ่งฝ่าฝนก็มีไม่น้อย แต่สองคนนี้ดวงไม่ดี ดันไปจ๊ะเอ๋กับสายฟ้าพอดี"
เขาเองก็พูดไม่ออก ไม่รู้จะพูดยังไง ยุคนี้ไม่เหมือนยุคหน้า คนไม่ค่อยกลัวตาย ขาดจิตสำนึกเรื่องความปลอดภัย มุทะลุกันทั้งนั้น
ลุยลมลุยฝนถือเป็นเรื่องปกติ
พวกที่ฝึกวิชาลมปราณชี่กง เจอฟ้าผ่าแบบนี้ ดีไม่ดีอาจจะอยากลองรับเคราะห์สวรรค์เพื่อบรรลุเซียนด้วยซ้ำ
ขณะที่กลุ่มชาวนากำลังมุงล้อมสองร่างบนพื้นและวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่นั้น
ปาฏิหาริย์ก็บังเกิดขึ้น

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 298 ไม่ถือสาเรื่องชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน [ฟรี]

ตอนถัดไป