บทที่ 455 สุดแสนจะหลุดโลก [ฟรี]

บทที่ 455 สุดแสนจะหลุดโลก [ฟรี]
ไม่รู้ว่าเหล่าผู้บริหารนครเซี่ยงไฮ้ ไปรู้มาจากช่องทางไหนว่าคณะของจางเซวียน จะบินไปปักกิ่ง พรุ่งนี้เช้า
ค่ำคืนนี้ คณะผู้บริหารจึงได้จัดงานเลี้ยงรับรองเหล่าทีมงานของอสังหาริมทรัพย์อิ๋งไท่ อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง
บรรยากาศช่างเร่าร้อนเหลือเกิน ผู้บริหารต่างยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มด้วยความจริงใจสุดซึ้ง แทบจะพูดออกมาตรงๆ อยู่รอมร่อว่า "อย่าไปปักกิ่งเลย เซี่ยงไฮ้ก็คือบ้านของคุณ"
กับข้าวก็กิน เหล้าก็ดื่ม ขอบคุณก็ส่วนขอบคุณ วาดฝันก็ส่วนวาดฝัน แต่สุดท้ายที่จะต้องไปปักกิ่งก็ยังต้องไปอยู่ดี
ที่สนามบิน จางเซวียนกล่าวกับบิ๊กบอสผู้มากน้ำใจอย่างจริงจังประโยคหนึ่งว่า "ไม่ว่าจะอย่างไร เราจะพิจารณานครเซี่ยงไฮ้เป็นอันดับแรกครับ"
เครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ขณะที่จางเซวียนพาคณะบินมุ่งหน้าสู่ปักกิ่งเมืองหลวงที่ใครๆ ต่างอิจฉา เรื่องที่อสังหาริมทรัพย์อิ๋งไท่เตรียมจะลงทุนอีกครั้งก็ไม่ใช่ความลับอีกต่อไป ข่าวแพร่สะพัดไปในวงในเฉพาะกลุ่มอย่างบ้าคลั่ง
นครเซี่ยงไฮ้ ณ สำนักงานแห่งหนึ่ง
บิ๊กบอสเอ่ยถาม "ไปแล้วรึ?"
เลขาฯ ถัง ตอบกลับอย่างระมัดระวัง "เครื่องขึ้นเมื่อ 10 นาทีก่อนครับ"
บิ๊กบอสวางหนังสือพิมพ์ในมือลง แล้วถามต่อ "คุณคิดว่ามีโอกาสกี่ส่วน?"
เลขาฯ ถังไตร่ตรองครู่หนึ่ง "น่าจะมีสักเจ็ดแปดส่วนครับ"
บิ๊กบอสพยักหน้า แล้วเริ่มจิบชา
กว่างโจว
ซุนเจี้ยน ขมวดคิ้วไม่หยุด
"จางเซวียนคนนี้ ไปเอาความกล้ามาจากไหน?"
"มีเงินอยู่ไม่เท่าไหร่ กลับกล้ากู้เงินตั้งหลายพันล้าน ใจกล้าจริงๆ!"
"เฮอะ ก็วัยรุ่นนี่นะ"
2 ชั่วโมงต่อมา คณะเดินทางก็มาถึงปักกิ่ง
เพิ่งจะลงจากเครื่อง โนเกีย ของจางเซวียนก็ดังขึ้น พอก้มดูเห็นว่าเป็นเบอร์จากเซียงหนาน
รอบแรกเขาไม่ได้รับสาย
ปรากฏว่ามีสายที่สองโทรเข้ามาอีก ชายวัยกลางคนในร่างเด็กหนุ่มจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่ครู่ใหญ่ แต่ก็ยังไม่ได้รับสาย
หลี่เหมย ถาม "คุณกังวลว่าเป็นโทรศัพท์จากผู้บริหารทางเซียงหนานเหรอคะ?"
จางเซวียนพยักหน้า "ใช่ ที่อื่นอาจจะรู้สึกว่าสู้เซี่ยงไฮ้กับปักกิ่งไม่ได้เลยไม่ได้ติดต่อมา แต่เซียงหนานนั้นต่างออกไป"
หลี่เหมยเข้าใจทันที "การเล่นกับความรู้สึกผูกพันบ้านเกิดมันปฏิเสธยากจริงๆ ค่ะ แต่ในเมื่อเกี่ยวข้องกับโครงการมูลค่าหลายพันล้าน ฉันเกรงว่าพวกเขาจะโทรมาไม่หยุด"
เป็นไปตามคาด สายที่สองจบไป สายที่สามก็ตามมา เป็นเบอร์เดิม
จางเซวียนกับหลี่เหมยสบตากัน ครั้งนี้คงเลี่ยงไม่ได้แล้ว
เรื่องเดียวกันอาจปฏิเสธได้ครั้งสองครั้ง แต่จะปฏิเสธครั้งที่สามไม่ได้
จางเซวียนกดรับสายแล้วเอ่ยเสียงเรียบ "ผมจางเซวียนครับ เชิญว่ามาได้เลย"
ปลายสายคือเลขาฯ ของผู้บริหารทางเซียงหนานจริงๆ และก็โทรมาเชิญเขาไปนั่งเล่นที่บ้านเกิดจริงๆ ตามคาด
รอจนอีกฝ่ายพูดจบ จางเซวียนก็ตอบกลับอย่างสุภาพนอบน้อมที่สุด "ขอบคุณครับเลขาฯ กง ฝากขอบคุณท่านผู้บริหารด้วยนะครับ ผมดีใจมากที่ได้รับคำเชิญจากบ้านเกิด ผมยินดีที่จะนำไปพิจารณาอย่างจริงจัง แต่โครงการนี้เกี่ยวข้องกับหลายด้านมาก ผมจำเป็นต้องชั่งน้ำหนักให้ละเอียดถี่ถ้วนครับ"
เลขาฯ กงฟังแล้วเข้าใจความหมายแฝง พูดคุยอีกไม่กี่ประโยคก็วางสายไป
เมื่อกลับถึงสำนักงาน เลขาฯ กงรายงานเจ้านาย "เขาปฏิเสธอย่างอ้อมค้อมครับ"
ผู้บริหารฟังแล้วก็เงียบไป
ที่หนึ่งคือมหานครที่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลาง ที่หนึ่งคือกว่างโจว และอีกที่คือปักกิ่ง แม้โครงการจะใหญ่และเป็นที่จับตามอง แต่คู่แข่งนั้นแข็งแกร่งเหลือเกิน แรงกดดันมหาศาล
ที่โทรไปก็เพื่อจะลองดูเท่านั้น ถ้าไม่ลองก็คงคาใจน่าดู โครงการระดับหลายพันล้านเชียวนะ
ไม่กี่วินาทีต่อมา ผู้บริหารก็กำชับว่า "ต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขาไว้ วันพระไม่ได้มีหนเดียว"
เลขาฯ กงเข้าใจแก่นความหมายนั้น จึงพยักหน้าเบาๆ
พักอยู่ที่ปักกิ่งได้สองวัน ผู้บริหารพาจางเซวียนไปเที่ยวเขาเซียงซาน ปีนกำแพงเมืองจีน พูดคุยสัพเพเหระ ดื่มเหล้าสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน
แถมเงื่อนไขที่อีกฝ่ายเสนอมายังทำให้ชาวคณะอสังหาริมทรัพย์อิ๋งไท่ตกใจจนสะดุ้ง!
ตกใจจนสะดุ้งจริงๆ!
เงินกู้ 10+10 เป็นเงิน 1,400 ล้านหยวน ที่ดิน 100,000 ตารางเมตร ภาษี 5+5 นอกจากนโยบายสิทธิพิเศษต่างๆ เช่น การดึงดูดบุคลากร ครอบครัวพนักงาน และทะเบียนบ้านแล้ว ยังเสนอสิทธิพิเศษเรื่องที่เรียนของลูกหลานให้อีกด้วย
วงเงินกู้สูงกว่าเซี่ยงไฮ้ ภาษีก็เป็นมิตรยิ่งกว่าเซี่ยงไฮ้ แม้แต่เรื่องที่เรียนลูกหลานระดับผู้บริหารก็ยังยินดีช่วยจัดการให้...
นี่มันเงื่อนไขระดับสุดเพดานแล้ว
ติดสินบน! พับผ่าสิ นี่มันการติดสินบนชัดๆ!
นี่มันการเสี้ยมให้แตกคอกันนี่หว่า!
แล้วจะเอาอะไรไปเทียบ?
แล้วจะปฏิเสธอย่างแข็งขันได้ยังไง?
พอกลับถึงโรงแรม จางเซวียนก็เริ่มกลุ้ม "กระตือรือร้นเกินไปแล้ว รับมือไม่ไหว การมาปักกิ่งนี่เดินหมากผิดจริงๆ"
หลี่เหมยเองก็ปวดหัวเหมือนกัน "จะไม่มาก็ไม่ได้อีก ทางเซียงหนานคุณยังพอปฏิเสธได้ คนอื่นก็เข้าใจเพราะเงื่อนไขมันต่างกัน แต่ปักกิ่งเนี่ย ต่อให้ปีนี้เราไม่มา วันหน้าก็ต้องมาอยู่ดี"
จางเซวียนไม่ได้รับคำ
หลี่เหมยเดินวนไปวนมาในห้องอยู่สิบรอบ สุดท้ายก็หยุดฝีเท้าแล้วพูดว่า "หรือว่าเราจะลุยที่ปักกิ่งด้วยเลย รับปากไปก่อน สร้างห้างสรรพสินค้าก่อนเหมือนกัน ส่วนโรงแรมห้าดาว อาคารสำนักงานเกรดเอ และศูนย์บันเทิงค่อยชะลอไว้ก่อน?"
จางเซวียนมองเธอแวบหนึ่ง แต่ก็ยังไม่พูดอะไร
เมื่อเห็นดังนั้น แม้หลี่เหมยจะใจเต้นกับข้อเสนอ แต่ก็ไม่ได้คะยั้นคะยอต่อ เธอทำเหมือนจางเซวียนคือไปนั่งที่ระเบียงมองทิวทัศน์ด้านนอก
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฟ่านฟางลี่ กับฉิวหยา ก็มาหาพร้อมกัน
พอเห็นทั้งสองจะเอ่ยปาก จางเซวียนก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า "รอให้ผ่านวันที่ 20 กรกฎาคมไปก่อนค่อยว่ากัน"
ได้ยินดังนั้น ฟ่านฟางลี่กับฉิวหยาหันไปสบตาหลี่เหมยเงียบๆ จากนั้นทั้งสามก็ถอยออกจากห้องไป
พอปิดประตูและเดินออกมาไกลหน่อย ฟ่านฟางลี่ก็ถามหลี่เหมย "ท่านประธานหนุ่มผู้ร่ำรวยของเราว่ายังไงบ้าง?"
คำเรียกขานเชิงหยอกล้อนี้ทำเอาหลี่เหมยขำ "ใจอยากจะทำจนตัวสั่น แต่ก็ยังลังเลโลเลอยู่"
ฉิวหยาแซว "ดูท่าขยาเสน่ห์ของผู้บริหารปักกิ่งจะมีประสิทธิภาพนะ"
หลี่เหมยถอนหายใจ "ทั้งพาไปเขาเซียงซาน ทั้งกำแพงเมืองจีน ปฏิเสธยากจริงๆ แถมยังมีที่ดินตรงซานหลี่ถุนอีก เงื่อนไขแบบนี้..."

ครืด... ครืด...
ขณะที่จางเซวียนกำลังต่อสู้ทางความคิดอยู่ที่ระเบียง โนเกียในกระเป๋าก็สั่น
หยิบออกมาดู เป็นเบอร์ของเถาเกอ
เขากดรับแล้วถาม "ตอนนี้ไม่ใช่เวลาพักเที่ยงของคุณเหรอ ทำไมโทรหาผมได้ล่ะ?"
เถาเกอพูดว่า "ก่อนหน้านี้นายให้พี่ช่วยหาผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลให้ไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ได้เรื่องแล้วนะ"
จางเซวียนถาม "ผู้ชายหรือผู้หญิง?"
เถาเกอบอกเขา "ผู้ชาย ปีนี้อายุ 38 จบจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เป็นรุ่นพี่ของพี่เอง"
"เคยทำงานที่วอลมาร์ท ตอนนี้อยากกลับมาทำงานในประเทศด้วยเหตุผลทางครอบครัว พี่เลยเล่าสถานการณ์ของนายให้เขาฟัง เขายินดีจะลองไปดูที่บริษัทนาย"
จางเซวียนเดาะลิ้น พูดติดตลก "นี่นับเป็นบุคลากรชั้นสูงเลยนะเนี่ย กลัวผมจะจ้างไม่ไหวน่ะสิ"
เถาเกอเหน็บแนม "นายมีทรัพย์สินตั้งหลายร้อยล้านแล้ว ยังจ้างคนแบบนี้ไม่ไหวอีกเหรอ นั่นถือเป็นความล้มเหลวของนายแล้วล่ะ"
จางเซวียนถาม "นิสัยใจคอเป็นยังไง?"
เถาเกอตอบ "ถ้าเป็นพวกจิตใจไม่ซื่อ พี่คงไม่แนะนำให้นายหรอก"
จางเซวียนหัวเราะ "โอเค ได้ยินคุณพูดแบบนี้ผมก็วางใจ ให้เขากลับมาประเทศแล้วไปรายงานตัวที่กว่างโจวเลย"
เถาเกอบอก "ตอนนี้ตัวเขาอยู่ที่ปักกิ่งพอดี พี่จะให้เขาติดต่อไปนะ"
จางเซวียนบอกตกลง
เถาเกอถามต่อ "นายจะมาอังกฤษเมื่อไหร่ แม่แฟนน้อยของนายตั้งตารอทุกวันเลยนะ ไม่มาปลอบใจหน่อยเหรอ?"
จางเซวียนมองออกไปข้างนอกแวบหนึ่ง "เร็วๆ นี้แหละ ผมไปอังกฤษคุณก็ทำได้แค่มอง จะรีบไปทำไม?"
เถาเกอลากเสียงยาว "พี่แอบฟังตรงมุมตึกได้นะ เวอร์ชั่นคนแสดงจริงน่าจะสนุกกว่าเวอร์ชั่นวิดีโอเทปเยอะ"
ชายวัยกลางคนในร่างเด็กหนุ่มเซ็ง แม่คนนี้ชอบดีแต่ปากจริงๆ พับผ่าสิ จะตามใจไม่ได้แล้ว
จางเซวียนพูดอย่างหมั่นไส้ "ถ้าคุณชอบเวอร์ชั่นคนแสดงจริงขนาดนั้น ผมช่วยสงเคราะห์ให้คุณสักครั้งก็ได้นะ"
เถาเกอหัวเราะลั่น "พี่กลัวนายจะป้อนพี่ไม่ราบน่ะสิ"
จางเซวียนหรี่ตา "งั้นก็ป้อนหลายๆ รอบ"
เถาเกอพลิกตัวบนโซฟา "งั้นไม่เอาหรอก ต่อให้ 'The Windup Girl' ของนายจะขายดีแค่ไหน พี่ก็ให้นายแค่ครั้งเดียว"
"คราวก่อนคุณยังบอกว่าทั้งคืนอยู่เลย"
"เหรอ พี่จำไม่ได้แล้ว"
"เชอะ ผู้หญิงที่มีแต่ใจโจรแต่ไร้ความกล้า"
"ฮ่า อย่ามาท้าพี่นะ ไม่งั้นคราวหน้าพี่จะไปนอนบนเตียงนายจริงๆ"
"แค่คุณกล้ามา ผมก็กล้าทำให้คุณท้อง"
เถาเกอเสยผม "บ้านซื่อเหอย่วน นายยังจะเอาอยู่ไหม?"
ผู้หญิงคนนี้กลัวจนได้!
จางเซวียนถามอย่างได้ใจ "คุณหาได้แล้วเหรอ?"
เถาเกอตอบ "มีคนช่วยหาให้แล้ว อยู่ที่ถนนเยียนไต้เสียเจีย "
จางเซวียนถาม "จะพาผมไปดูเมื่อไหร่?"
เถาเกอบอก "ไว้คราวหน้า รอพี่กลับไปค่อยพานายไป"
จางเซวียนบอกตกลง
ทั้งสองคุยกันสักพัก พอจะวางสาย เถาเกอก็โพล่งขึ้นมาประโยคหนึ่ง "สภาพของนายตอนนี้ ทำให้พี่ท้องได้ในการทำครั้งเดียวจริงๆ เหรอ?"
จางเซวียน "..."
ยังไม่ทันได้ตอบกลับ สายก็ถูกตัดไปแล้ว
ไอ้บ้าเอ๊ย นี่มันดูถูกกันซึ่งๆ หน้าชัดๆ
ไม่ยอมแพ้ขนาดนี้เลยเรอะ?
คุณภาพของเขาเคยแย่ตอนไหนกัน?
ด้วยความโมโห จึงโทรกลับไปอีกครั้ง แต่ในสายมีแต่สัญญาณสายไม่ว่าง
ขณะที่จางเซวียนกำลังบ่นพึมพำด้วยความแค้นเคือง โทรศัพท์ก็สั่นอีกครั้ง
เป็นเบอร์โทรศัพท์บ้านแปลกหน้าจากปักกิ่ง
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กดรับสาย
จางเซวียนถาม "ฮัลโหล ใครครับ?"
"นักเขียนใหญ่ นายมาปักกิ่งแล้วใช่ไหม?" เสียงของตู้ยวี่
จางเซวียนแปลกใจเล็กน้อย "เธอรู้ได้ยังไง?"
ตู้ยวี่ตอบ "รูมเมทคนหนึ่งของพี่สาวฉันเห็นพวกนายที่เขาเซียงซาน บอกว่าตอนนั้นนายอยู่กับพวกผู้บริหาร"

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 455 สุดแสนจะหลุดโลก [ฟรี]

ตอนถัดไป