บทที่ 470 The Windup Girl ดังระเบิด 1 [ฟรี]

บทที่ 470 The Windup Girl ดังระเบิด 1 [ฟรี]
ระหว่างทางกลับ ทุกคนแยกย้ายกัน
ลี่ลี่ซือและเซี่ยฉีตามเลี่ยวอวิ๋นไปตลาดเพื่อซื้อกับข้าว
จางเซวียนกับเถาเกอเดินไปคุยเรื่องการตีพิมพ์ไป
เดินผ่านร้านขายวิดีโอร้านหนึ่ง จางเซวียนเกิดสนใจขึ้นมากะทันหัน เลยเดินเข้าไปเดินดูข้างใน
หลังจากค้นหาอยู่พักใหญ่ เขาก็ผิดหวังเล็กน้อย ที่ไม่เจอภาพยนตร์เรื่อง Exodus
เถาเกอถาม "นายหาอะไรอยู่?"
จางเซวียนตอบ "Exodus"
เถาเกอบอก "หนังเก่ามากแล้วนะ นายจะดูเหรอ?"
จางเซวียนบอกเธอ "นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้น่ะ"
เถาเกอบอก "ตามมาสิ พี่จะพาไปที่ที่หนึ่ง"
จางเซวียนพยักหน้า เรียกแท็กซี่ไปกับเธอ
สิบกว่านาทีต่อมา ทั้งสองก็เข้ามาในร้านวิดีโอขนาดใหญ่มาก
เถาเกอแนะนำ "ที่นี่น่าจะเป็นร้านวิดีโอที่ใหญ่ที่สุดในลอนดอนแล้ว ถ้าที่นี่ไม่มี ก็คงหาไม่ได้แล้วล่ะ"
เถาเกอแจ้งความประสงค์กับผู้จัดการร้าน ท้ายสุดถามว่า "มีไหมคะ?"
ผู้จัดการร้านนึกย้อนความหลัง "ผมเองก็จำไม่ค่อยได้ เมื่อก่อนเคยมีครับ ไม่รู้ว่าขายหมดไปหรือยัง? รอสักครู่นะครับ ผมขอไปหาก่อน"
พูดจบ ผู้จัดการร้านก็เดินหายเข้าไปด้านในสุดของร้าน
หลังจากค้นหาอยู่นาน หลายนาทีต่อมาผู้จัดการร้านก็หยิบแผ่นดิสก์ 3 แผ่นออกมาจากมุมหนึ่ง
"ขอบคุณพระเจ้า พระเจ้าเข้าข้างพวกคุณ ยังเหลืออยู่ 3 แผ่นครับ"
จางเซวียนไม่ลังเล เหมาหมดเลย
พอกลับถึงอพาร์ตเมนต์ สามสาวยังไม่กลับมา
เถาเกอเอ่ยขึ้น "ค่าต้นฉบับ 10 ล้าน ของเรื่อง 'เฟิงเซิง' กับ 'เฉียนฟู' คราวก่อนฉันรับแทนนายมาแล้ว เช็คไม่ได้เอาติดตัวมาด้วย ไว้กลับประเทศค่อยเอาให้นะ"
จางเซวียนบอกว่าได้
เถาเกอรินชาสองแก้ว แก้วหนึ่งให้จางเซวียน อีกแก้วดื่มเอง
เธอถาม "คราวนี้เลี่ยวอวิ๋นบุกมาถึงหน้าประตู นายลนลานไหม?"
จางเซวียนจ้องตาเธอ "ดูเหมือนคุณกำลังรอสมน้ำหน้าผมอยู่?"
เถาเกอนั่งไขว่ห้าง พูดอย่างไม่ปิดบัง "ชีวิตมันน่าเบื่อ มีเรื่องสนุกให้ดูก็ต้องดูสิ"
จางเซวียนค้อนใส่ "ขอโทษด้วยจริงๆ ที่ต้องทำให้ผิดหวัง"
เถาเกอแซว "ไม่ผิดหวังหรอก การที่เลี่ยวอวิ๋นมาดักหน้าประตูครั้งนี้เห็นชัดว่าเตรียมตัวมาดี ฉันกำลังคิดอยู่ว่านายจะจบเรื่องนี้ยังไง? นายกินลูกสาวเธอไปแล้ว วันข้างหน้ายังไงก็ต้องให้คำตอบเธอ ไม่ก็ต้องแต่งงานกับลี่ลี่ซือ"
จางเซวียนจิบชา ปัญหานี้เขาก็ปวดหัวเหมือนกัน
เถาเกอชะโงกตัวมาถาม "บอกความจริงพี่มา นายคงไม่ได้กะจะเหมาหมดทั้งหมี่เจี้ยน ซวงหลิง แล้วก็ลี่ลี่ซือหรอกนะ?"
จางเซวียนประคองถ้วยชาด้วยสองมือ "คุณคิดว่าผมตัดใจจากใครได้ลงเหรอ?"
เถาเกออึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะคิกคัก
จางเซวียนพูดไม่ออก "คุณช่วยรักษาภาพพจน์ต่อหน้าผมหน่อยไม่ได้หรือไง? ต่อหน้าคนอื่นดูเป็นผู้มีความรู้ ดูสง่างาม แต่ทำไมพออยู่ต่อหน้าผมถึงได้...?"
ขาเรียวสวยในถุงน่องสีดำ แกว่งไปมาเบาๆ เถาเกอไม่ยี่หระ "ต่อหน้านายฉันหมดภาพพจน์ไปนานแล้ว ฉันจะใช้ชีวิตให้เหนื่อยทำไม?"
พูดจบ เธอก็ถามอีก "ฉันร้อนใจแทนนายจริงๆ นะ วันข้างหน้านายยังไงก็ต้องเลือกแต่งงานกับใครสักคนไม่ใช่เหรอ?"
จางเซวียนไม่อยากเสวนากับเธอ
กระดกชาจนหมดแก้ว วางแก้วลงบนโต๊ะ แล้วลุกเดินเข้าห้องหนังสือ
เห็นเถาเกอจะตามเข้ามา จางเซวียนขมวดคิ้ว "คุณช่วยวางตัวให้เหมาะสมหน่อยได้ไหม? เดี๋ยวลี่ลี่ซือกลับมาจะดูไม่งาม"
เถาเกอทำหน้าเหยียด "ทำไมต้องวางตัว?"
จางเซวียนบอก "ชายหญิงมีความแตกต่าง?"
เถาเกอเอียงคอ "นายอย่าคิดอะไรกับฉันก็พอแล้ว!"
จางเซวียนจนปัญญา "ผมจะเขียนงาน ต้องการสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ"
ได้ยินว่าจะเขียนงาน เถาเกอก็เลิกแกล้งเขา หันไปเปิดทีวีแทน
จางเซวียนบ่นอุบ "เบาเสียงหน่อย"
เถาเกอมองแผ่นหลังเขา แล้วหรี่เสียงลงจริงๆ
ไม่นานนัก สามสาวก็หิ้วถุงกับข้าวพะรุงพะรังกลับมา
พอรู้ว่าจางเซวียนกำลังเขียนงาน ทุกคนก็รู้หน้าที่ ไม่เข้าไปรบกวน
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เลี่ยวอวิ๋นถอดผ้ากันเปื้อน บอกลี่ลี่ซือว่า "ถิงถิง ไปเรียกจางเซวียนมากินข้าว"
ลี่ลี่ซือเดินไปที่หน้าห้องหนังสือ แง้มประตูดูเบาๆ ชะโงกหน้าเข้าไปมอง
แล้วค่อยๆ ปิดประตูลง "เขากำลังเขียนอยู่ อย่าเพิ่งกวนเขาเลย"
จากนั้นลี่ลี่ซือก็พูดต่อ "เดี๋ยวหนูไปเอาชามมาแบ่งกับข้าวไว้ให้เขาหน่อย"
ได้ยินดังนั้น เถาเกอกับเซี่ยฉีพร้อมใจกันหันไปมองเลี่ยวอวิ๋น พยายามกลั้นขำสุดชีวิต
เลี่ยวอวิ๋นทำหน้านิ่ง แต่ในใจปั่นป่วนไปหมดแล้ว 21 ปีที่ผ่านมา ถิงถิงไม่เคยใส่ใจเธอกับพ่อขนาดนี้มาก่อน
วินาทีนี้ เลี่ยวอวิ๋นจุกอก
จุกอกและในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าการตัดสินใจของตัวเองถูกต้องแล้ว โชคดีที่ไม่ได้บุ่มบ่ามเข้าไปแทรกแซงความรักของลูกสาว
คุณคิดว่าเธอไม่อยากแทรกแซงเหรอ?
เปล่าเลย เลี่ยวอวิ๋นอยากแทรกแซงใจจะขาด!
โดยเฉพาะตอนกลับมาจากหมู่บ้านซ่าง โดยเฉพาะตอนรู้ว่าจางเซวียนกับตู้ซวงหลิงกำลังคบกัน โดยเฉพาะตอนที่หร่วนซิ่วฉินแสดงท่าทีพอใจในตัวตู้ซวงหลิงมากๆ เลี่ยวอวิ๋นในฐานะแม่คนหนึ่งโกรธมาก
วันนั้นเธอต้องข่มอารมณ์ ฝืนยิ้มตอนออกจากหมู่บ้านซ่าง ตอนออกจากตำบลเฉียน
วินาทีที่ออกจากตำบลเฉียน หัวใจเหมือนโดนมีดกรีด เลี่ยวอวิ๋นอยากจะโทรไปด่ากราดจางเซวียนสักยก หรือถึงขั้นอยากตบปากเขาสักสองที
เลี่ยวอวิ๋นในมุมอ่อนไหวคือแม่ที่รักลูกสุดหัวใจ
แต่เลี่ยวอวิ๋นในมุมที่เยือกเย็นคือผู้หญิงที่มองภาพรวมอย่างรอบด้าน
ไม่มีใครรู้ใจลูกเท่าแม่ รู้ว่าลูกสาวมีนิสัยยังไง พอกลับถึงเมืองซ่าว เลี่ยวอวิ๋นขังตัวเองในห้องหนังสือ ครุ่นคิดอยู่นาน เขียนทางเลือกต่างๆ ลงบนกระดาษ
ชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียของแต่ละทางเลือก สุดท้ายเธอเลือกที่จะ 'อดทน'
ความจริงตอนที่เลี่ยวอวิ๋นตัดสินใจแบบนี้ เธอรู้สึกอัดอั้นมาก
ถ้ามีความมั่นใจแม้แต่นิดเดียวว่าจะกล่อมถิงถิงให้กลับใจได้ เธอคงไม่เลือกทางนี้
เธอรู้ว่าวัยนี้ของลูกสาวเป็นวัยที่ดื้อรั้นที่สุด เป็นวัยที่โหยหาความรักที่สุด ห้ามไม่ได้หรอก
เธอยังรู้อีกว่าถ้าฝืนเข้าไปห้าม แม่ลูกต้องแตกหักกันแน่ สุดท้ายจะพังกันไปหมด นี่คือผลลัพธ์ที่เลี่ยวอวิ๋นไม่อยากเห็น
ประมาณบ่ายสามโมง จางเซวียนออกมาเข้าห้องน้ำ
ลี่ลี่ซือที่นั่งอยู่บนโซฟารีบเดินเข้ามาถาม "หิวไหม กินข้าวก่อนไหม กับข้าวอุ่นไว้ให้แล้ว"
จางเซวียนเหลือบมองผู้หญิงอีกสามคนที่นั่งมองเขาอยู่บนโซฟา พยักหน้า "หิวพอดีเลย"
"คุณไปเข้าห้องน้ำเถอะ เดี๋ยวฉันตักข้าวให้" ลี่ลี่ซือเดินดุ่มๆ เข้าครัวไป
จางเซวียนแอบมองเลี่ยวอวิ๋นอีกแวบหนึ่ง ไม่พูดอะไร แล้วเข้าห้องน้ำไป
ตอนนี้เขามีความรู้สึกว่า เหมือนเลี่ยวอวิ๋นกำลังจับตาดูเขาอยู่ตลอดเวลา
......
กินมื้อเย็นเสร็จ สี่สาวออกไปเดินย่อยอาหารข้างนอก
จางเซวียนเข้าห้องหนังสือเขียนงานต่อ
แม้วันนี้จะเขียนไปได้กว่า 6,000 ตัวอักษรแล้ว แต่ยังไม่ได้แก้
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การแก้ไขสามรอบน่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมง
สองทุ่มกว่า ลี่ลี่ซือกับคนอื่นๆ กลับมาแล้ว นั่งดื่มกาแฟ ดูทีวี คุยกัน และรอคอย... อยู่ในห้องนั่งเล่น
ไม่ว่าจะเป็นเถาเกอ เซี่ยฉี หรือลี่ลี่ซือ ต่างก็รอโทรศัพท์จากสำนักพิมพ์อย่างใจจดใจจ่อ
พวกเธออยากรู้ยอดขายของ The Windup Girl ในอังกฤษวันนี้
เลี่ยวอวิ๋นดูทีวีด้วยท่าทีสงบนิ่ง แสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ แต่หูผึ่ง คอยฟังเถาเกอทั้งสามคนคาดเดาตัวเลขของวันนี้อย่างตั้งใจ
เถาเกอพูด "วันนี้ขอแค่ได้สัก 18,000 เล่ม ฉันก็พอใจแล้ว"
เซี่ยฉีเดา "ฉันใจกล้าหน่อย ฉันว่า 20,000 เล่ม"
ลี่ลี่ซือพูดอย่างมั่นใจ "ไม่ต่ำกว่า 25,000 เล่มหรอก"
เซี่ยฉีแปลกใจ "มั่นใจขนาดนั้นเลย?"
ลี่ลี่ซือยิ้มมุมปาก "เขาเคยทำให้ใครผิดหวังด้วยเหรอ?"
เซี่ยฉีหัวเราะ "เธอนี่มันความรักบังตาชัดๆ เธอต้องรู้นะว่า ตอนแฮร์รี่ พอตเตอร์วางขายยังขายไม่ดีขนาดนี้เลย"
ลี่ลี่ซือยืนยัน "ตอนนั้นสำนักพิมพ์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ไม่ได้เรื่อง โปรโมตช่วงแรกไม่ดี
แต่นี่คือสำนักพิมพ์เพนกวิน! แถมฉันอ่านหนังสือสองเล่มนี้ซ้ำไปสามรอบแล้ว คุณภาพมันเทียบกันไม่ได้เลย"
เซี่ยฉีบอกเธอ "ของหลายอย่างไม่ใช่ว่าคุณภาพดีกว่าแล้วจะขายดีกว่าเสมอไปนะ มันอยู่ที่แรงโปรโมต อยู่ที่ความเข้ากันได้กับตลาด"
ข้างนอกรอคอยกันอย่างร้อนใจ แต่จางเซวียนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย
เขาแก้ไขต้นฉบับ "คนในโลกกว้าง" เสร็จแล้ว ก็เริ่มเขียนจดหมาย
เขียนจดหมายหาเหวินฮุ่ย บอกเล่าไอเดียเกี่ยวกับเพลง "Exodus" ของเขาให้เธอฟัง เพลงเลือกไว้แล้ว ที่เหลือก็อยู่ที่เทคนิคการเล่นของเธอ
จางเซวียนเสนอความเห็นไปสองสามข้อโดยอ้างอิงจากสไตล์การเล่นของ Maksim Mrvica
เนื้อหาในจดหมายไม่เยอะ ประมาณ 300 ตัวอักษร
เขียนเสร็จ จางเซวียนอ่านทวนซ้ำสองรอบ แล้ววางจดหมายไว้ข้างๆ
สภาพจิตใจของเขาตอนนี้ต่างจากเมื่อวานตอนอยู่ที่ GOODMAN ตอนที่เพิ่งนึกขึ้นได้เขาตื่นเต้นมาก แต่ตอนนี้พอใจเย็นลงก็มองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา
ปรมาจารย์เปียโนจะเป็นปรมาจารย์ได้ มันอยู่ที่สไตล์การเล่นเฉพาะตัว เหวินฮุ่ยจะทำสำเร็จหรือไม่ ตัวเขาเองคงไปกำหนดอะไรไม่ได้
เขาทำได้มากที่สุดก็แค่เสนอไอเดีย จุดสำคัญอยู่ที่เหวินฮุ่ยจะได้รับแรงบันดาลใจหรือไม่
และเขาก็รู้แค่ไอเดียนี้ อย่างอื่นก็ทำไม่เป็น ระดับของเขาต่ำเกินไป ช่วยอะไรมากไม่ได้
"ตื๊อดือดือ~ ตื๊อดือดือ~ ตื๊อดือดือดือ......"
สามทุ่มตรง ขณะที่ทุกคนกำลังรอจนใจจะขาด โทรศัพท์โนเกียของเถาเกอที่วางอยู่บนโต๊ะกลางก็ดังขึ้น
เสียงเรียกเข้านี้ช่างไพเราะและเปี่ยมไปด้วยจังหวะจะโคนเหลือเกิน
ทั้งสี่คนเงียบเสียงลงทันที
เลี่ยวอวิ๋นลุกขึ้น ปิดเสียงทีวี
เถาเกอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา "Hello... Really? ...Thank u..."
คุยไม่นาน ประมาณสองนาที
แต่พอวางสาย เถาเกอที่เมื่อกี้ยังดูมาดมั่น กลับตื่นเต้นจนแทบหายใจไม่ออก
เห็นเถาเกอมองมาที่ตัวเองแต่ไม่พูดอะไร เซี่ยฉีก็ร้อนใจ โน้มตัวไปถาม "เท่าไหร่?"
ลี่ลี่ซือนั่งบิดนิ้วไปมา ตื่นเต้นจะตายอยู่แล้ว
เถาเกอสูดหายใจเข้าลึกๆ ระงับความตื่นเต้น วางโทรศัพท์ลง แล้วพูดช้าๆ ว่า "43,000 เล่ม"
เซี่ยฉีดีดตัวลุกขึ้นยืน "เท่าไหร่นะ?"
เถาเกอนั่งตัวตรง "สำนักพิมพ์เพนกวินเพิ่งบอกฉันว่า The Windup Girl วันนี้ขายในอังกฤษได้ 43,000 เล่ม สร้างสถิติใหม่!"
เลี่ยวอวิ๋นหันมอง จ้องเถาเกอเขม็ง ไม่พูดไม่จา
ลี่ลี่ซือเงียบกริบ เงียบมาก แล้วจู่ๆ ก็ลุกพรวดวิ่งตรงไปที่ห้องหนังสือ
เลี่ยวอวิ๋นเหลือบมองลี่ลี่ซือแวบหนึ่ง ก่อนจะหลุบตาลง ไม่รู้ว่าในหัวกำลังคิดอะไรอยู่?
ครั้งนี้ไม่สนแล้วว่าจางเซวียนกำลังเขียนงานอยู่หรือไม่ ลี่ลี่ซือที่ตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่วิ่งรวดเดียวเข้าไปในห้อง โน้มตัวลงไปหอมแก้มเขาแล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า
"ที่รัก 43,000 เล่ม! 43,000 เล่ม!"
จางเซวียนวางหนังสือลง ตกตะลึง "ยอดขายในอังกฤษ?"
ลี่ลี่ซือทิ้งตัวลงในอ้อมกอดเขา "อื้มๆๆ ยอดขายวันเดียว"
จางเซวียนตาโต ไม่ค่อยมั่นใจ "เยอะขนาดนี้เลย?"
ลี่ลี่ซือเห็นสีหน้าเขาแบบนี้ก็รู้สึกว่าน่ารักดี จึงเอามือคล้องคอเขา ยื่นริมฝีปากนุ่มไปประกบจูบ
จางเซวียนโดนจู่โจม พยายามขัดขืน "อย่า... ปะ ประตูไม่ได้..."
ลี่ลี่ซือยิ่งรุกหนัก ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม...
5 นาทีต่อมา
จางเซวียนกระซิบ "เธอบ้าไปแล้ว ประตูไม่ได้ล็อกยังกล้าทำแบบนี้?"
ลี่ลี่ซือยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แอ่นอกเบียดชิดเขา "พวกเธอไม่เข้ามาหรอกน่า"
จางเซวียนกลัวจริงๆ "ถ้าเกิดเห็นเข้า มันจะดูไม่ดี"
ลี่ลี่ซือทำหน้ายั่วยวน "ตื่นเต้นไหมล่ะ?"
จางเซวียนที่รู้สึกผิดต่อเลี่ยวอวิ๋นเงียบกริบ ตื่นเต้นมันก็ตื่นเต้นฉิบหายวายวอดจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็กลัวโดนเห็นจริงๆ เหมือนกัน
ต่างคนต่างมีหน้ามีตา ต้องรักษาภาพพจน์
ลี่ลี่ซือคว้ามือขวาของเขา สอดเข้าไปในเสื้อของตัวเอง ออดอ้อนว่า "ตอนนี้ฉันมีความสุขมาก ต้องการให้คุณปลอบโยนฉัน"
จางเซวียน "......"
ลี่ลี่ซือจูบเขาอีกที ยั่วเย้าเขา "กลัวอะไรขนาดนั้นคะ?"
จางเซวียนถอนหายใจ "ไปปิดประตูก่อน"
ลี่ลี่ซือท้าทาย "ไม่! ปิดประตูมันไม่เร้าใจแบบนี้นี่นา"
จางเซวียนขมวดคิ้ว พูดอย่างหัวเสีย "งั้นเราไปที่โซฟาไหม?"
ลี่ลี่ซือบิดเรือนร่างอันเย้ายวน ลุกไปปิดประตู
10 นาทีต่อมา ดวงตาของลี่ลี่ซือฉ่ำน้ำ ขบติ่งหูเขาแล้วพึมพำ "ที่รัก ฉันฉ่ำไปหมดแล้ว"
ได้ยินคำเรียกขานเสียงอ่อนเสียงหวานแบบนี้ ชายหนุ่มขนลุกซู่ไปทั้งตัว "แม่เธออยู่ข้างนอกนะ อย่าเล่นพิเรนทร์"
"สามีขา~!"
จางเซวียนตัวสั่นสะท้าน ตกใจจนรีบลุกขึ้น ถอยห่างจากเธอ
ลี่ลี่ซือกัดริมฝีปากล่างแน่น มองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ
จางเซวียนไม่สนใจผู้หญิงบ้าคนนี้ เดินงุ่นง่านไปมา รอจนความผิดปกติของร่างกายสงบลงถึงได้เปิดประตูเดินออกไป
เห็นเขาออกมา เถาเกอก็มองดูนาฬิกาอย่างมีเลศนัย
เถาเกอถามเขา "รู้แล้วใช่ไหม?"
จางเซวียนนั่งลงข้างเถาเกอ ส่งเสียงอืมในลำคอ
เถาเกอถามอีก "รู้สึกยังไงบ้าง?"
เผชิญกับสายตาสามคู่ จางเซวียนตอบอย่างสุขุม "ก็ดีครับ ผลลัพธ์นี้เกินความคาดหมายของผมไปบ้าง แต่ก็เพิ่งแค่วันแรก
ยังไงซะสำนักพิมพ์เพนกวินก็โปรโมตมาตั้งนาน วันแรกระเบิดฟอร์มก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
ผลงานที่แท้จริงต้องดูความต่อเนื่องหลังจากนี้"
หลังจากดีใจกันยกใหญ่ไป 20 กว่านาที ตอนนี้เถาเกอก็กลับมาอยู่ในโหมดใช้เหตุผล "ดีมาก ที่นายยังรักษาความเยือกเย็นแบบนี้ไว้ได้ หายากจริงๆ
เมื่อกี้พวกเราก็วิเคราะห์กันแล้ว การที่ The Windup Girl ระเบิดฟอร์มตั้งแต่วันแรก พิสูจน์ได้แค่ว่าการโปรโมตมาถูกทาง พิสูจน์ว่าตัวตนของนายได้รับการยอมรับจากคนอังกฤษแล้ว นี่เป็นแนวโน้มที่ดีมาก
ก้าวต่อไปต้องดูว่าเนื้อเรื่องจะถูกใจพวกเขาไหม ดูกระแสปากต่อปาก นี่สิคือแก่นแท้
ยอดขายในอีกสามวัน อีกหนึ่งสัปดาห์ อีกครึ่งเดือน จะมีค่าอ้างอิงมากกว่านี้"
จางเซวียนเขียนหนังสือมาสามเล่มแล้ว เรื่องพวกนี้ย่อมไม่แปลกใหม่สำหรับเขา
คืนนี้ แม้ทุกคนจะย้ำกันที่โซฟาว่าต้องใจเย็นๆ แต่ก็อดดีใจไม่ได้อยู่ดี
ตามข้อเสนอของลี่ลี่ซือ เลี่ยวอวิ๋นกับเซี่ยฉีเข้าไปทำกับข้าวสองสามอย่างในครัว เพื่อดื่มฉลองเล็กๆ น้อยๆ
เมื่อเหล้ายาปลาปิ้งผ่านไปสามรอบ เลี่ยวอวิ๋นชูแก้วขึ้นพูดกับจางเซวียน "ดีมาก คืนนี้น้าได้เป็นสักขีพยานของปาฏิหาริย์ ขอให้หนังสือเล่มใหม่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่านะ"
"ขอบคุณครับคุณน้า!" จางเซวียนกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ ชนแก้ว แล้วดื่มรวดเดียวหมด
เถาเกอชูแก้วพูด "ตอนแรกที่นายให้ฉันมาช่วยดูแล 'The Windup Girl' ฉันไม่เต็มใจเลย ฉันสงสัยในตัวนาย หวังว่าผลงานต่อจากนี้ของนายจะยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ ตบหน้าพี่ให้ชาไปตลอดชีวิตเลยนะ"
จางเซวียนรีบชนแก้ว "พูดหนักไปแล้ว แต่ต้องตบหน้าตลอดชีวิตแน่นอนครับ"
เถาเกอเลิกคิ้ว แหงนหน้าดื่มจนหมดแก้ว
ถึงตาเซี่ยฉีบ้าง
เธอกล่าวว่า "ฉันชอบงานนี้มาก ชอบดูนายพิชิตคนอังกฤษ สะใจมาก สู้ๆ! ล้มพวกมันให้ได้!"
จางเซวียนแปลกใจเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าเซี่ยฉีที่ปกติวางตัวรู้กาลเทศะ จะมีมุมแบบนี้ซ่อนอยู่ในกระดูกดำ
ไม่เลว มีความเป็นชาวตะวันออกมาก! ไม่เลว สมเป็นคนจีน!
ลี่ลี่ซือลุกขึ้น ดื่มอวยพรเขาเป็นคนสุดท้าย "ขอให้คุณยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลก!"
จางเซวียนลุกตาม สบตากันครู่หนึ่ง แล้วดื่มพร้อมกัน
ค่ำคืนนี้ ชายหนุ่มที่เปิดใจดวลเหล้ากับสามสาว เถาเกอ ลี่ลี่ซือ และเซี่ยฉี เริ่มเมาแล้ว
หลังจากซัดเบียร์ไป 8 ขวด สมองมึนงง เดินกลับห้องนอนไป
เถาเกอเมาแล้ว เป็นคนแรกที่เมา
เซี่ยฉีก็ตามไปติดๆ เมาเหมือนกัน
หลังจากพยุงสองคนที่นอนระเกะระกะบนโซฟากลับเข้าห้องนอน เลี่ยวอวิ๋นก็บอกลี่ลี่ซือ "คืนนี้นอนกับแม่"
ลี่ลี่ซือเบะปาก "แม่คะ กว่าเขาจะมาสักทีนะ"
เลี่ยวอวิ๋นไม่สน เดินเข้าห้องนอนแล้วพูดว่า "พวกลูกดื่มเหล้ากันหมด เดี๋ยวจะเกิดเรื่อง"
แม้ปกติลี่ลี่ซือจะกล้าบ้าบิ่น แต่พอได้ยินแม่บังเกิดเกล้าพูดตรงๆ แบบไร้ความปรานี หน้าก็แดงซ่านทนไม่ไหว เข้าไปกอดเลี่ยวอวิ๋นทำท่ากระบิดกระบวน
เลี่ยวอวิ๋นโดนเขย่าจนตัวเซ ตบหน้าผากลูกสาวเบาๆ ทีหนึ่ง ทั้งขำทั้งโมโหพูดว่า
"แม่เลี้ยงลูกมา 20 กว่าปี เพิ่งจะเห็นลูกอายเป็นครั้งแรกนี่แหละ นึกว่าลูกจะไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำซะแล้ว"
ลี่ลี่ซือเอาใจ "ที่ไหนกัน หนูแค่วาสนาดี พ่อแม่รักต่างหาก"
เลี่ยวอวิ๋นนั่งลงบนเตียง "คืนนี้นอนกับแม่"
ได้ยินแบบนี้ ลี่ลี่ซือก็ปล่อยมือทันที ทิ้งตัวลงบนเตียง บ่นอุบอิบ "คืนนี้อยู่เป็นเพื่อนแม่ คืนพรุ่งนี้อยู่เป็นเพื่อนเขา"
เลี่ยวอวิ๋นถึงกับจุกจนพูดไม่ออก
ค่ำคืนนี้ จางเซวียนที่ดื่มเหล้าเข้าไปหลับสบายมาก สองตาปิดลง ไม่สนเรื่องราวนอกหน้าต่าง
จางเซวียนหลับสบาย แต่ข้างนอกวุ่นวายจนแทบบ้า!
สำนักพิมพ์เพนกวิน
บรรณาธิการหัวล้านถามแจ็คเสียงดัง "แจ็ค ญี่ปุ่นมีข่าวมาหรือยัง ญี่ปุ่นเท่าไหร่?"
แจ็คตอบ "มาแล้วครับ 15,023 เล่ม"
"เกาหลีเท่าไหร่?"
"8,811 เล่ม"
บรรณาธิการหัวล้านด่าเปิง "อะไรนะ? ได้แค่นี้เนี่ยนะ? ไหนคุยว่าเป็นเสือเศรษฐกิจแห่งเอเชีย ไง? ได้แค่นี้อะนะ? มิน่าล่ะเกาหลีถึงเทียบญี่ปุ่นไม่ได้สักที!"
"สิงคโปร์?"
"6,009 เล่ม"
"......"

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 470 The Windup Girl ดังระเบิด 1 [ฟรี]

ตอนถัดไป