บทที่ 9 ชุดหญ้าเรืองแสงใหม่
บทที่ 9 ชุดหญ้าเรืองแสงใหม่
ร้านรับสร้างการ์ดของอวี๋ชาง
อวี๋ชางเอนหลังพิงเก้าอี้ข้างเคาน์เตอร์ เล่นโทรศัพท์ส่วนตัวของเขา ส่วนกู้เจี่ยซวงนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ สายตาของเธอเหม่อลอยไปทั่วอย่างเบื่อหน่าย แต่บางครั้งก็แอบมองอวี๋ชาง
ในตอนนั้นประตูร้านรับสร้างการ์ดก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน
เจียงโหลวเดินเข้ามา
เขากวาดสายตามองไปรอบๆร้าน เมื่อเห็นอวี๋ชาง ดวงตาของเขาก็สว่างวาบขึ้นมาทันที
“อวี๋ชาง! อาจารย์อวี๋ชาง!”
“หืม?” อวี๋ชางเงยหน้าขึ้น “คุณคือ?”
“เอ่อ...” ร่างของเจียงโหลวชะงักไป เขาไอเบาๆสองสามครั้งแล้วพูด “คือว่าเมื่อวานผมลืมแนะนำตัวครับ ขอแนะนำตัวอีกครั้ง ผมชื่อเจียงโหลว เป็นนักศึกษาปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยเมืองหลวงเก่าครับ”
“สวัสดีครับคุณเจียงโหลว” อวี๋ชางลุกขึ้นยืน “มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับ?”
เจียงโหลวกำหมัดแน่น ใบหน้าของเขาดูตื่นเต้นมาก “คือว่า...คุณเป็นผู้สร้างการ์ดวิญญาณ หญ้าเรืองแสง·จอมดาบเจได ใช่ไหมครับ?”
แม้ว่าเขาจะได้เห็นข้อมูลบนเว็บไซต์ทางการของสมาคมผู้ใช้การ์ดวิญญาณมาแล้ว แต่เจียงโหลวยังคงรู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย
เพราะอวี๋ชางดูอ่อนเยาว์เกินไปจริงๆ
“ใช่ครับ มีอะไรรึเปล่า?”
“เยี่ยมเลย” เจียงโหลวสูดหายใจลึกๆ สีหน้าของเขาดูจริงจังขึ้นมาทันที เขามองอวี๋ชางแล้วพูดว่า “ผมขอร้องล่ะครับ ได้โปรดเป็นผู้สร้างการ์ดวิญญาณประจำตัวของผมด้วย!”
“ไม่”
“—อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธครับ ผมรู้ว่าคนที่ใช้ชุดหญ้าเรืองแสงส่วนใหญ่เป็นคนจน แต่ผมไม่เหมือนกันครับ ผมเลือกชุดหญ้าเรืองแสงเพราะความรักในมัน นอกเหนือจากนั้นผมมีเงินครับ ผมมีเงินเยอะมาก ผมสามารถจ่ายค่าตอบแทนให้คุณที่คู่ควรกับความสามารถของคุณได้อย่างแน่นอน!”
“...คุณเข้าใจผิดแล้ว” อวี๋ชางมองเจียงโหลวที่พยายามตีสนิทด้วยเงินพร้อมกับหรี่ตาลง แล้วค่อยๆถอยหลังไปสองสามก้าว “ผมไม่ได้กังวลว่าคุณจะจ่ายค่าตอบแทนไม่ไหว เพียงแต่ผมยังไม่ได้สอบผ่านใบรับรองผู้สร้างการ์ดวิญญาณระดับปรมาจารย์ จึงยังไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้สร้างการ์ดวิญญาณประจำตัวของใครได้”
เมื่อเจียงโหลวมาถึงเมื่อวาน อวี๋ชางก็สังเกตเห็นจากเสื้อผ้าของเขาแล้วว่าฐานะไม่ธรรมดา ไม่อย่างนั้นจอมดาบเจไดเขาคงไม่คิดราคาตั้งหนึ่งหมื่นเหยียนกั๋วหยวน
ราคานี้ถือว่าแพงมากสำหรับนักศึกษาที่ยังคงต้องใช้ชุดหญ้าเรืองแสง
ผู้สร้างการ์ดวิญญาณแบ่งเป็นระดับต่างๆ ตั้งแต่ต่ำสุดไปสูงสุด ได้แก่ ผู้สร้างการ์ดวิญญาณฝึกหัด, ผู้สร้างการ์ดวิญญาณทางการ, ปรมาจารย์ผู้สร้างการ์ดวิญญาณ, ผู้สร้างการ์ดวิญญาณระดับราชครู และผู้สร้างการ์ดวิญญาณระดับชาติ ซึ่งสอดคล้องกับคุณภาพการ์ดวิญญาณทั้งห้าประเภท
ผู้ที่สามารถสร้างการ์ดวิญญาณระดับธรรมดาได้คือผู้สร้างการ์ดวิญญาณฝึกหัด และหลังจากนั้นก็เป็นไปตามลำดับ มีเพียงผู้สร้างการ์ดวิญญาณระดับชาติเท่านั้นที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย ตราบใดที่มีความสามารถในการแก้ไขการ์ดวิญญาณระดับตำนานได้เล็กน้อยก็เพียงพอแล้วที่จะได้รับการจัดอันดับให้เป็นผู้สร้างการ์ดวิญญาณระดับชาติ
ตอนนี้อวี๋ชางสามารถสร้างการ์ดวิญญาณระดับมหากาพย์ได้แล้วเมื่ออยู่ในสภาพที่ดี แต่ระดับของผู้สร้างการ์ดวิญญาณจะต้องได้รับการประเมินโดยสมาคมผู้ใช้การ์ดวิญญาณผ่านการทดสอบ ซึ่งอวี๋ชางยังไม่มีเวลาไปสอบใบรับรองนี้ ปัจจุบันเขายังเป็นเพียงผู้สร้างการ์ดวิญญาณทางการ
เพราะตอนนี้เขายังไม่จำเป็นต้องมีระดับที่สูงขนาดนั้น
และการไม่มีระดับผู้สร้างการ์ดวิญญาณระดับปรมาจารย์นั้นจะไม่สามารถเป็นผู้สร้างการ์ดวิญญาณประจำตัวของใครได้ มิฉะนั้นจะถือว่าผิดกฎหมาย
เนื่องจากผู้สร้างการ์ดวิญญาณประจำตัวจะต้องปรับแต่งชุดการ์ดให้เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของนายจ้าง ซึ่งมีรายละเอียดมากมายที่ต้องใส่ใจ และไม่อาจประมาทได้แม้แต่น้อย มีความเป็นไปได้สูงที่เพียงความผิดพลาดเล็กน้อยก็อาจตัดสินความเป็นความตายของผู้ใช้การ์ดวิญญาณในการต่อสู้ได้!
ผู้สร้างการ์ดวิญญาณที่มีฝีมือไม่ถึงขั้นไม่สามารถทำเช่นนี้ได้เลย
“อ๊ะ? ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น...” เจียงโหลวตะลึง
ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไรก็คาดไม่ถึงว่าคนที่สามารถสร้างการ์ดวิญญาณอย่าง หญ้าเรืองแสง·จอมดาบเจได ได้จะยังไม่ถึงระดับปรมาจารย์ด้วยซ้ำ!
อวี๋ชางลูบคาง มองเจียงโหลวที่พูดไม่ออก แล้วก็เอ่ยขึ้นมาว่า “ถึงผมจะยังเป็นผู้สร้างการ์ดวิญญาณประจำตัวของคุณไม่ได้ แต่ผมสามารถช่วยคุณอัปเกรดชุดหญ้าเรืองแสงของคุณได้นะ”
“นี่...” คราวนี้กลับเป็นเจียงโหลวที่ลังเลเสียเอง
ก่อนหน้านี้เขาคิดเพียงว่าอวี๋ชางมีความสามารถพิเศษหรือไม่ก็ดูแลตัวเองดีเลยดูอ่อนเยาว์
แต่พอได้ยินว่าอวี๋ชางยังไม่ถึงระดับปรมาจารย์ผู้สร้างการ์ดวิญญาณเขาก็เริ่มถอยห่าง
เพราะไม่มีใครรู้ว่าอวี๋ชางเป็นคนประเภทที่แค่มีแรงบันดาลใจฉับพลันถึงได้สร้างการ์ดวิญญาณที่เหนือชั้นอย่างนั้นขึ้นมาแล้วแรงบันดาลใจก็หายไปอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นคนธรรมดาไป
การ์ดวิญญาณก็คือชีวิตของผู้ใช้การ์ดวิญญาณ ไม่มีใครเต็มใจที่จะมอบชุดการ์ดของตัวเองให้คนอื่นปรับเปลี่ยน เว้นแต่จะเป็นผู้สร้างการ์ดวิญญาณที่ไว้วางใจอย่างแท้จริง
หากผู้ปรับเปลี่ยนไม่มีฝีมือพอ ทำลายชุดการ์ดที่เขาเก็บสะสมมาอย่างยากลำบาก เขาคงต้องเสียใจจนตาย
“ดูเหมือนคุณจะยังมีความกังวลอยู่สินะ” อวี๋ชางย่อมรู้ดีว่าเจียงโหลวกำลังคิดอะไรอยู่
มันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ เป็นเรื่องธรรมดามากๆ
“อย่างช้าที่สุดวันมะรืนนี้ ผมจะสร้างชุดหญ้าเรืองแสงชุดใหม่ที่ผมคิดขึ้นมาเอง จากนั้นคุณสามารถมาดูได้ว่ามันตรงใจคุณหรือเปล่า”
ได้ยินดังนั้นเจียงโหลวก็ถอนหายใจโล่งอก
เขากำลังคิดหาทางปฏิเสธอวี๋ชางอยู่พอดี
“อย่างนั้นก็ดีมากเลยครับ...งั้นวันมะรืน ผมจะมาเยี่ยมร้านอีกครั้งนะครับ”
ในเวลานั้นในใจของเจียงโหลวไม่ได้มีความคาดหวังอะไรมากนัก วันมะรืนนี้เขาคงจะได้เห็นแค่เด็คหญ้าเรืองแสงทั่วไป ที่การ์ดใบนี้เพิ่มความเร็วเล็กน้อย การ์ดใบนั้นขยายขนาดขึ้นนิดหน่อย เป็นการเปลี่ยนแปลงที่แทบจะไร้ประโยชน์
เพราะ...เด็คการ์ดหนึ่งเด็คมีการ์ดวิญญาณถึงสามสิบใบ แต่อวี๋ชางพูดอะไร? เด็คหญ้าเรืองแสงชุดใหม่ที่เขาเป็นคนสร้าง!
การ์ดออริจินัลสามสิบใบ เป็นไปไม่ได้หรอก
อย่างน้อยก็ในวัยเท่านี้ เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามเจียงโหลวไม่อยากแสดงความผิดหวังออกมาต่อหน้าคนอื่น ดังนั้นเขาจึงทิ้งข้อมูลการติดต่อไว้เพื่อให้อวี๋ชางโทรหาเมื่อพร้อม
ถ้าถึงตอนนั้นมีเวลาว่างก็จะแวะมาดู
น่าเสียดายที่ หญ้าเรืองแสง·จอมดาบเจได สุดท้ายแล้วก็มีได้เพียงใบเดียวเท่านั้น
ในเรื่องนี้อวี๋ชางไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยิ้มและโบกมือลาเจียงโหลว
เขาก็รู้ว่าตัวเองยากที่จะทำให้คนอื่นเชื่อถือ
แต่ไม่เป็นไร เขาชอบใช้ความจริงเป็นเครื่องพิสูจน์
อย่างช้าที่สุดช่วงบ่าย การสกัดคีย์เวิร์ดจากกู้เจี่ยซวงก็จะเสร็จสิ้น เมื่อถึงตอนนั้นจะมีเวลามาสกัดคีย์เวิร์ดจาก หญ้าเรืองแสง·จอมดาบเจได ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ความสามารถทั้งสามที่เกี่ยวข้องกับหญ้าเรืองแสงจะถูกสกัดออกมาได้
ต่อให้ล้มเหลว แค่เอาหญ้าเรืองแสงไปใส่ในการ์ดวิญญาณทีละใบก็สามารถสร้างเด็คได้ภายในวันมะรืนแล้ว ไม่ต้องกังวล
ตอนนี้อวี๋ชางแค่เห็นว่าคูลดาวน์ของการใส่คีย์เวิร์ดหญ้าเรืองแสงพร้อมแล้วก็จะลองใส่เข้าไปในจอมดาบเจไดทันที
แต่โอกาส 0.1% มันช่างน้อยนิดเหลือเกิน จนถึงตอนนี้อวี๋ชางยังไม่เคยสำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียว
สิ่งนี้ทำให้อวี๋ชางส่ายหน้าไม่หยุด
รู้อย่างนี้แล้วสู้ใส่คีย์เวิร์ดของการ์ดวิญญาณอื่นๆในเด็คหญ้าเรืองแสงเข้าไปโดยตรง แล้วนำมาเปรียบเทียบวิจัยกันเองดีกว่า
ถ้าเป็นอย่างนั้นบางทีตอนนี้เขาอาจจะวิจัยวิธีใส่ [ไม่สิ้นสุด] และ [งอกใหม่] ลงในการ์ดวิญญาณหญ้าเรืองแสงได้แล้วก็ได้
ช่วยไม่ได้ที่เขายังคงมีความหวังที่ไม่สมจริงเกี่ยวกับโชคของตัวเองอยู่บ้าง
"เถ้าแก่ คุณมีเด็คหญ้าเรืองแสงใหม่เอี่ยมจริงๆเหรอคะ?" กู้เจี่ยซวงขยับเข้ามาใกล้ น้ำเสียงของเธอเน้นคำว่า 'ใหม่' ค่อนข้างหนัก
อวี๋ชางเหลือบมอง "ทำไม เธอเองก็ไม่เชื่อเหมือนกันเหรอ?"
"ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่เลย" กู้เจี่ยซวงหัวเราะแหะๆสองสามครั้ง
แต่ในใจเธอกำลังโอดครวญ
โอ้ พระเจ้า!
ถ้าอวี๋ชางสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของเด็คหญ้าเรืองแสงขึ้นมาได้จริงๆ...คนที่ต้องปวดหัวก็คือเธอเองนี่แหละ!