บทที่ 18 ทางตัน
บทที่ 18 ทางตัน
จวนเจ้าเมือง
หลี่หงกำลังยกจอกรินสุรากับอาจารย์ที่ปรึกษาของสำนักงานอำเภอ
ทันใดนั้น
เขาก็ลุกขึ้นยืนพลางตบโต๊ะ สายตาจับจ้องไปยังทิศทางของสำนักคุ้มภัยเจิ้นหยวน
“บังอาจนัก หลีเฮ่าผู้นี้กล้าบุกรุกสำนักคุ้มภัยเจิ้นหยวนยามวิกาลเพื่อลงมือสังหารผู้อื่น นี่มันชัดเจนว่าไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา”
เขากล่าวด้วยดวงตาที่ลุกโชนโทสะ “ดูท่าข้าจะเงียบนานเกินไปจนทำให้พวกมันลืมไปแล้วว่าข้ามีฝีมือเช่นไร!”
“เจ้าห้า!”
“ขอรับ!”
ชายชุดดำผู้หนึ่งปรากฏตัวเบื้องหน้าหลี่หงในพริบตา
“นำคนไปยึดทรัพย์บ้านของหลีเฮ่า ส่วนเรื่องเหตุผลไปหยิบเอาจากคลังเอกสาร”
“ขอรับ!”
ชายชุดดำกล่าวพลางยกมือขึ้น จากนั้นก็ออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
บัดนี้อาจารย์ที่ปรึกษาที่อยู่ด้านข้างกล่าว “นายท่าน แล้วเจียงหยวนเล่าขอรับ? จะต้องส่งคนไปช่วยเหลือเขาหรือไม่?”
“ไม่จำเป็น! ข้าเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าในเมื่อเขาชอบกระโดดโลดเต้นถึงเพียงนี้ ข้าก็มิอาจคุ้มครองเขาได้มากถึงเพียงนั้น อย่างมากก็แค่แก้แค้นให้เขาและเก็บศพ”
เขามองออกไปนอกหน้าต่างแล้วกล่าวต่อ “จะสามารถรอดชีวิตจากเงื้อมมือของหลีเฮ่าได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของเขาแล้ว! ในเมื่อชอบแสดงออก หากกระทั่งวิชาเอาตัวรอดเพียงเล็กน้อยยังไม่มี นั่นก็ถือว่าสมควร!”
“หากเขาตายด้วยน้ำมือของหลีเฮ่าจริง ข้าให้คนมากมายต้องตายตามเขาไปก็ถือว่าข้าได้แสดงความเมตตาอย่างถึงที่สุดแล้ว!”
สำนักคุ้มภัยเจิ้นหยวน
กู่โม่กล่าว “รับกระบี่ข้าอีกครั้ง!”
เมื่อสิ้นเสียงของเขา
วูบ—
เสียงกระบี่ร้องก้องไม่ขาดสาย ร่างกายพุ่งทะยานออกไปราวกับคมกระบี่อันแหลมคม
หลีเฮ่าบัดนี้ก็ตะโกนเสียงดัง “เจ้าก็รับกระบองข้าบ้าง!”
สองมือยกสูงเหนือศีรษะ ราวกับยอดเขาลูกหนึ่งกำลังรวมตัวอยู่บนกระบองยาว
เจียงหยวนดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย สีหน้าดูจริงจังขึ้นมา
แม้เขาจะรู้ว่าเงาร่างยอดเขาเป็นเพียงภาพลวงตา แต่ในใจก็อดรู้สึกประหม่าขึ้นมิได้
ราวกับเขากำลังแบกรับยอดเขาลูกหนึ่งเอาไว้และพร้อมจะฟาดลงมาทุกเมื่อ
นี่คือความทรงพลังของระดับบำรุงจิต พลังจิตถูกรวมเป็นหนึ่งอย่างหนาแน่น
ก่อนจะรับกระบวนท่าก็ต้องแบกรับการข่มขู่ในระดับจิตวิญญาณของพวกเขา
ทำให้ผู้คนมิอาจต่อสู้ได้ด้วยความหวาดกลัวแต่แรก โอกาสแห่งชัยชนะจึงลดลงถึงสามส่วน
ชั่วพริบตาต่อมา เขาก็พุ่งเข้าฟันใส่กู่โม่อย่างหนักหน่วง
“มาได้ดี!”
กู่โม่ตะโกน
เผชิญหน้ากับภาพลวงตายอดเขาที่ฟาดลงมาจากเบื้องบน เขามีสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง สายตาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างยิ่ง
กระบี่ในมือของเขานำพากระบี่แสงนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าแทงใส่กระบองเสินเว่ยของหลีเฮ่าอีกครั้ง
ตูม!
เมื่ออาวุธทั้งสองปะทะกัน ราวกับมีเสียงฟ้าร้องคำรามขึ้นมากลางพื้นราบ
หลีเฮ่าอาศัยแรงปะทะนั้น ถอยร่นกลับไปอย่างรวดเร็ว
“เจียงหยวน ความแค้นในวันนี้ข้าจดจำไว้แล้ว วันหน้าข้าย่อมต้องตอบแทนคืน”
บัดนี้ในใจของเขาไม่ปรารถนาที่จะสู้ต่อแล้ว
ความแข็งแกร่งของกู่โม่เหนือความคาดหมายของเขา เพียงแค่กู่โม่คนเดียวเขาก็ยังไม่มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะสามารถเอาชนะได้อย่างแน่นอน
อีกทั้งตอนนี้อายุมากแล้ว หลังจากการปะทะกับกู่โม่สองกระบวนท่าเขาก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย สภาพร่างกายมิได้อยู่ในช่วงที่แข็งแกร่งที่สุดอีกต่อไป
ในสถานการณ์เช่นนี้หากต้องเผชิญหน้ากับเจียงหยวนที่สถานการณ์ยังไม่เป็นที่รู้แน่ชัด เขายิ่งไม่มีความมั่นใจแม้แต่น้อย
ความแข็งแกร่งของศิษย์ทั้งสองของเขา เขาทราบดีเป็นอย่างยิ่ง
แม้จะเพิ่งเข้าสู่ระดับหลอมรวมโลหิตได้ไม่นาน แต่ก็มิใช่คนอ่อนแอที่ใครจะรังแกได้ง่ายๆ
ทว่ากลับพ่ายแพ้ในเงื้อมมือของเจียงหยวนในชั่วพริบตาเดียว
แม้แต่ในตอนนี้เขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อ
เจียงหยวน เขามีอะไรถึงสามารถสู้หนึ่งต่อสองและสังหารพวกเขาทั้งคู่ได้? ก่อนหน้านี้มิใช่ว่าทุกคนต่างกล่าวว่าพรสวรรค์ของเขาธรรมดาสามัญถึงที่สุดหรอกหรือ?
นี่หรือคือธรรมดาสามัญถึงที่สุด?
เผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ เขามิอาจกล้าสู้ต่อได้อีก
หากเจียงหยวนและกู่โม่ร่วมมือกัน วันนี้ตนเองอาจต้องถูกฝังร่างไว้ที่นี่เป็นแน่
เมื่อคิดได้ดังนั้น เจตนาต่อสู้ของเขาก็หายไปสิ้น รีบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
เจียงหยวนดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
“คิดจะหนีรึ!”
กำลังเตรียมจะไล่ตามไปสกัดกั้นเขาไว้
ขณะนั้นลุงหม่าก็รีบร้อนมาถึงพอดี เขายื่นกระบี่หนักในมือไปทางเจียงหยวนอย่างรุนแรง
“นายน้อย รับกระบี่ไปขอรับ!”
เจียงหยวนยื่นมือขวาออกไปคว้าในอากาศ กระบี่ยักษ์หนักนับพันชั่งก็ถูกเขากุมไว้ในมืออย่างมั่นคง
อาวุธเช่นนี้ในมือของผู้ที่มีขอบเขตเดียวกัน การหยิบยกขึ้นมายังเป็นเรื่องยาก
แต่เจียงหยวนกลับถือกระบี่ยักษ์ราวกับไม่มีอะไร นั่นคือผลลัพธ์ที่ได้จากการยกระดับร่างกาย!
เมื่อถืออาวุธวิเศษ เจียงหยวนก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาในใจทันที
“หลีเฮ่า เจ้าคิดจะหนีได้ถามข้าก่อนหรือยัง!”
สิ้นเสียง เจียงหยวนก็ย่อตัวลง จากนั้นออกแรงถีบสุดกำลัง
ตูม—
อิฐเขียวใต้เท้าของเขาแตกละเอียดในทันที ร่างทั้งร่างพุ่งเข้าใส่หลีเฮ่าราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่
การกระโดดครั้งนี้เจียงหยวนใช้พละกำลังเต็มสิบส่วน สิบส่วน พลังดุจสายฟ้าฟาด
“สำนักคุ้มภัยเจิ้นหยวนจะมาก็มาจะไปก็ไปเมื่อใดก็ได้ตามใจปรารถนาอย่างนั้นหรือ!”
เจียงหยวนกลางอากาศชูระบี่หนักขึ้น ปรับเปลี่ยนเป็นท่าที่ส่งพลังได้เต็มที่ที่สุดแล้วพุ่งเข้าใส่หลีเฮ่า
หลีเฮ่าเห็นเช่นนั้น ในสมองพลันฉายวาบความคิดนับไม่ถ้วน
ครั้นแล้วเขาก็กัดฟัน เท้าพลันหยุด ตะโกนก้อง "เจียงหยวน ในเมื่อเจ้าอยากตายเช่นนั้นข้าก็จะให้สมใจเจ้า!"
เขารีบปรับท่าทางในพริบตา สองมือกระชับแน่นกระบองเสินเว่ยซึ่งเต็มไปด้วยรอยขรุขระ จ้องมองเจียงหยวนเขม็ง
ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเขายังไม่ถึงระดับหลอมรวมโลหิตแล้วจะเป็นคู่มือของข้าได้!
ข้าจะรอดูว่าเขามีพลังฝีมือถึงเพียงใด ถึงสามารถสังหารลูกศิษย์ทั้งสองของข้าได้รวดเร็วปานนั้น
ชั่วพริบตาถัดมา กระบองเสินเว่ยในมือเขาถูกเหวี่ยงออกไปอย่างรุนแรง พุ่งเข้าหาเจียงหยวนที่กำลังโถมเข้ามา
ครืนนนน—
เสียงกึกก้องสะท้านฟ้าสะเทือนดิน
ภายในรัศมีหลายลี้ ล้วนได้ยินอย่างชัดเจนซึ่งเสียงกึกก้องที่ราวกับสายฟ้าฟาดนี้
ผู้คนนับไม่ถ้วนมองไปยังทิศทางสำนักคุ้มภัยเจิ้นหยวนด้วยความตกตะลึง
มีผู้เอ่ยด้วยความประหลาดใจ "การต่อสู้ถึงกับดุเดือดปานนี้เชียวหรือ หรือว่าสำนักคุ้มภัยเจิ้นหยวนยังมียอดฝีมือระดับบำรุงจิตหลงเหลืออยู่ ถึงขั้นสามารถปะทะกับหลีเฮ่าได้อย่างดุเดือดถึงเพียงนี้ได้?"
ในเวลาเดียวกัน
ภายในสำนักคุ้มภัยเจิ้นหยวน
ณ จุดที่อาวุธทั้งสองปะทะกัน พลันบังเกิดพายุหมุนลูกหนึ่ง
คลื่นพลังไร้รูปแผ่กระจายออกไปโดยรอบ พัดพากลีบดอกไม้ร่วงโรยและใบไม้แห้งนับไม่ถ้วนปลิวว่อน
"อ่อก—"
หลีเฮ่ากระอักโลหิตออกมาหนึ่งคำ ร่างลอยละลิ่วกระแทกออกไปอย่างรุนแรง
ทุกที่ที่เขาร่วงหล่นผ่าน ล้วนระเกะระกะยับเยิน
จนกระทั่งชนเข้ากับกำแพงรั้ว ร่างของเขาจึงหยุดลง
เจียงหยวนเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม "ไม่เลวเลย! เจ้าเป็นคนแรกที่ทำให้ข้าสามารถระเบิดพลังทั้งหมดออกมาได้โดยไม่ยั้ง!"
"นี่ มันจะเป็นไปได้อย่างไร!"
หลีเฮ่าค่อยๆลุกขึ้นยืนจากพื้นอย่างโซซัดโซเซ ราวกับได้พบเจอภูตผีในเวลากลางวันแสกๆ เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"พลังของเจ้า เหตุใดจึงน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้!"
ในใจของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจอันไม่มีที่สิ้นสุด
เขายังคงประมาทคู่ต่อสู้เกินไป!
กล้าดียังไง!
ถึงไปรับกระบวนท่าฟาดฟันที่โถมลงมาจากฟ้าของเขา อีกทั้งยังเป็นกระบี่หนักด้วย
หากหลบหลีกได้ไฉนเลยจะต้องบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้
เขาสัมผัสได้ว่าตอนนี้อวัยวะภายในทั้งห้าและหกของเขาล้วนฉีกขาด
อีกด้านหนึ่ง
ลุงหม่าจ้องมองฉากนี้ด้วยความตกตะลึงอ้าปากค้าง
ข้าตาฝาดไปหรือนี่!
หลีเฮ่า ประมุขโรงฝึกวรยุทธ์เสินเว่ย ผู้บำเพ็ญระดับหลอมรวมกายาขั้นที่แปด
ยอดฝีมือระดับบำรุงจิต
ถึงกับถูกนายน้อยปราบลงได้ในกระบวนท่าเดียว
นายน้อยแข็งแกร่งถึงเพียงใดกัน!
ในสมองเขาเต็มไปด้วยความสงสัย
เจียงหยวนเดินเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ
"หลีเฮ่า เจ้ามีคำสั่งเสียอันใดหรือไม่?"
"ฮ่า——ฮ่าฮ่า——" หลีเฮ่าพลันหัวเราะแหงนหน้ามองฟ้า "ไม่คาดคิดว่าหลีเฮ่าผู้นี้ที่รุ่งโรจน์มาตลอดชีวิต แม้บิดาเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่ก็ยังทำได้เพียงเหนือกว่าข้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น"
"แต่กลับต้องมาพ่ายแพ้ในมือของเจ้าในวันนี้ ช่างน่าเศร้า! น่าขันนัก!"
"ข้าประเมินพลังของเจ้าต่ำไป! ทุกคนต่างประเมินเจ้าต่ำไป! ลูกศิษย์ทั้งสองของข้าตายไม่เสียเปล่า!"
"แต่ข้าสิที่เสียเปล่า! หากข้ารู้แต่แรกว่าเจ้ามีพลังถึงเพียงนี้ ข้าจะรับกระบวนท่านี้ของเจ้าได้อย่างไร หากไม่รับกระบวนท่านี้ของเจ้าอย่างจัง พลังของเจ้าก็แค่เจ็ดแปดพันชั่งเท่านั้น แล้วจะเอาอะไรมาชนะข้าได้!"
กล่าวจบเขาก็ส่ายหน้าอีกครั้ง
"ช่างเถิด จะพูดไปอีกมากมายก็ไร้ความหมาย! วันนี้ต้องมาพ่ายแพ้ในมือเจ้า ข้ายอมรับ!"
เขาหลับตาลง "ลงมือเถิด!"
ในชั่วขณะนั้นเขาราวกับจะยอมแพ้ต่อการขัดขืนโดยสิ้นเชิงแล้ว ปล่อยให้เจียงหยวนสังหารตามอำเภอใจ
ทว่า ขณะที่เจียงหยวนเดินไปถึงระยะหนึ่งจั้งจากเขา
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาพลันเบิกโพลง "ฆ่า—"
เสียงคำรามโกรธดังออกมาจากปาก
สองแขนที่เคยห้อยลงตามธรรมชาติพลันปรากฏเส้นเลือดปูดโปนขึ้นทันที กระชับกระบองเสินเว่ยในมือแน่น แล้วเหวี่ยงออกไปสุดแรงใส่เจียงหยวน
ตูม—
คลื่นพลังสีขาวเป็นระลอกราวกับระลอกคลื่น แผ่กระจายออกไปโดยรอบ
เจียงหยวนเห็นเช่นนั้นสีหน้ามิได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย
ทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในความคาดหมายของเขา
คนเช่นหลีเฮ่าจะยอมถูกจับกุม ปล่อยให้ผู้อื่นเชือดเฉือนตามอำเภอใจได้อย่างไร
หากเขาเป็นเช่นนั้นจริง เขาก็ไม่สามารถก้าวมาถึงจุดนี้ได้
ผู้ที่ไร้ซึ่งความมุมานะ แม้จะมีพรสวรรค์ไม่เลวก็ยากที่จะก้าวมาถึงจุดนี้ได้
ยิ่งไปกว่านั้นพรสวรรค์ของเขาก็ไม่ถือว่ายอดเยี่ยมอะไรนัก