บทที่ 101 หน่วยตรวจสอบไร้ซึ่งศักดิ์ศรี
บทที่ 101 หน่วยตรวจสอบไร้ซึ่งศักดิ์ศรี
เจียงหยวนเห็นหญ้าโลหิตมังกรก็ลุกขึ้นในทันที
ซูเสี่ยวเสี่ยวที่กำลังนวดบ่าให้เขาก็ตกใจกับท่าทีของเจียงหยวน
“นายน้อย มีอะไรหรือเจ้าคะ”
เจียงหยวนเผยรอยยิ้มบนใบหน้า “พบพานความปีติยินดีเกินคาด หากข้ามิได้คาดการณ์ผิด สิ่งนี้จะช่วยข้าได้อย่างใหญ่หลวง”
เขาเหลือบมองแหวนมิติในมืออีกครั้ง
ในใจรำพึงว่าบัดนี้ข้ามีหินวิญญาณระดับต่ำรวมทั้งหมดหมื่นแปดพันก้อน การประมูลสิ่งนี้มิใช่เรื่องยาก
มองดูผู้คนด้านล่างที่กำลังแย่งกันประมูล
เขาส่ายหน้าเล็กน้อย ไม่รีบร้อน!
ไม่นาน ราคาได้พุ่งขึ้นไปถึงสองพันห้าร้อยห้าสิบก้อนหินวิญญาณระดับต่ำ
เห็นผู้คนด้านล่างมิได้ส่งเสียงประมูลอีก เจียงหยวนจึงยกป้ายหมายเลขในมือขึ้น
“สองพันเจ็ดร้อย!”
“แขกผู้มีเกียรติหมายเลขสิบสามเสนอราคาสองพันเจ็ดร้อยหินวิญญาณระดับต่ำ ยังมีผู้ใดให้ราคาสูงกว่านี้หรือไม่”
ทันใดนั้นเอง จากห้องรับรองตรงข้ามเจียงหยวน พลันมีเสียงดังขึ้นมา
“สามพัน!”
เจียงหยวนเงยหน้าขึ้นมอง เห็นรอยยิ้มเย้ยหยันของผู้นั้นพอดี
เป็นเขา คนจากหน่วยตรวจสอบเมื่อครู่นี้!
สีหน้าของเจียงหยวนเคร่งขรึมลง แววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
จากนั้นจึงเอ่ยปากช้าๆ “สี่พัน!”
“สี่พันห้า!”
อีกฝ่ายตอบกลับทันทีโดยไม่ลังเล
ในขณะเดียวกัน ภายในห้องรับรองนั้น
“หัวหน้า พวกเราไม่มีหินวิญญาณมากขนาดนั้นนะขอรับ!”
“ไม่เป็นไร ข้ารู้ว่าเจียงหยวนมีเงินมาก เพียงยั่วยุเขาอีกครั้งข้าจะหยุด เด็กหนุ่มเช่นนี้ย่อมไม่อาจเก็บอารมณ์ได้หรอก”
ทว่าเขารอมานานแล้วก็ยังมิได้ยินเสียงประมูลจากเจียงหยวน
ภายในห้องรับรอง ผู้คนต่างตกตะลึง
มองหน้ากันไปมา
การกระทำของพวกเขานั้นผิดสัญญา จะต้องชดใช้หินวิญญาณให้กับหอสมบัติ
ในขณะเดียวกัน บนเวทีประมูล
ผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดประมูลอีก
ชายชราด้านล่างกล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับแขกผู้มีเกียรติหมายเลขสามที่ประมูลหญ้าโลหิตมังกรทั้งห้าต้นนี้ไปในราคาสี่พันห้าร้อยหินวิญญาณระดับต่ำ ทุกท่านโปรดดูสินค้าชิ้นต่อไป”
“ค่ายกลรวบรวมปราณระดับกลาง”
เขาเปิดผ้าแดงออกพร้อมแนะนำว่า “เมื่อวางแผ่นค่ายกลทั้งสามร้อยหกสิบแผ่นนี้ตามลำดับให้ถูกต้องจะสามารถเปิดใช้งานค่ายกลรวบรวมปราณระดับกลางนี้ได้สำเร็จ การเปิดใช้งานหนึ่งครั้งต้องใช้หินวิญญาณระดับต่ำสามร้อยหกสิบก้อน และยังรองรับการใช้หินวิญญาณระดับกลางด้วย”
“ราคาเริ่มต้นที่สองพันหินวิญญาณระดับต่ำ”
เจียงหยวนปรับสภาพจิตใจให้สงบลง จากนั้นจึงเอ่ยปากทันทีว่า “สามพัน!”
ส่วนหญ้าโลหิตมังกรเมื่อครู่นั้น เขาเคยคาดเดาบางอย่างเกี่ยวกับหญ้าโลหิตมังกร
แต่หากยังคงประมูลต่อก็ช่างโง่เขลาเกินไป
การประมูลหญ้าโลหิตมังกรห้าต้นในราคาห้าพันก้อนหินวิญญาณระดับต่ำนั้น เมื่อเทียบกับราคาจริงแล้วถือเป็นการจ่ายที่เกินกว่าเท่าตัว
การประมูลไปไม่คุ้มค่า
หากในภายหน้ามีโอกาสไปยังเมืองอวิ๋นเซียวก็สามารถหาซื้อของสิ่งนี้ได้อย่างง่ายดายในราคาสูงสุดสามพันหินวิญญาณระดับต่ำ
เพราะนี่เป็นของที่เกี่ยวข้องกับพลังโลหิต มิใช่เกี่ยวกับจิตวิญญาณ สำหรับผู้ฝึกตนทั่วไปแล้ว ผลลัพธ์นับว่าธรรมดายิ่งนัก ราคาจึงไม่แพง
และหากตนยังคงแย่งชิงกับเขาอีกก็ไม่รู้ว่าจะต้องเสียเงินไร้สาระไปอีกเท่าใด
ที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อพวกเขาประมูลหญ้าโลหิตมังกรไปแล้ว ย่อมไม่มีหินวิญญาณเหลืออยู่มากนัก จะไม่มีสิทธิ์สร้างความปั่นป่วนให้กับแผ่นค่ายกลรวบรวมปราณระดับกลางที่ตนต้องการมากที่สุด
เมื่อเจียงหยวนเสนอราคาหินวิญญาณระดับต่ำสามพันก้อนในคราวเดียว บรรยากาศทั้งงานก็เงียบงันไปชั่วขณะ
มีบางคนกล่าวอย่างแผ่วเบาว่า “ในเมื่อเป็นความต้องการของศิษย์พี่เจียง เช่นนั้นพวกเราจะไม่เข้าร่วมการประมูลแล้ว!”
“ถูกต้องๆ พวกเราขอทำเรื่องดีๆให้สมบูรณ์แบบ! เมื่อกลางวัน หากไม่มีศิษย์พี่เจียงลงมือช่วยเหลือ พวกเราคงไร้ซึ่งศักดิ์ศรีแล้ว!”
ผ่านไปหลายอึดใจ ชายชราก็ทราบดีว่าไม่มีใครเสนอราคาอีกแล้ว
จึงเคาะกระดาน
“ค่ายกลรวบรวมปราณระดับกลางสิ้นสุดที่ราคาสามพันหินวิญญาณระดับต่ำ ขอแสดงความยินดีกับแขกผู้มีเกียรติหมายเลขสิบสาม”
เจียงหยวนยกมือขึ้นและคารวะแก่ผู้ที่อยู่ด้านล่างว่า “ขอบคุณศิษย์พี่น้องทุกท่านที่ยกให้!”
ขณะนั้นเอง สาวใช้ผู้หนึ่งรีบร้อนมาจากด้านหลังเวทีและกระซิบกับชายชราอยู่ครู่หนึ่ง
ทว่าผู้ที่อยู่ในที่นั้นล้วนเป็นผู้ฝึกตน ในหมู่พวกเขามีทั้งศิษย์สายในและแม้แต่ศิษย์สายตรง
ในอีกชั่วขณะหนึ่ง ภายในห้องรับรองหนึ่งพลันมีบางคนหัวเราะเสียงดัง “ข้าขำจะตายแล้ว คนจากหน่วยตรวจสอบไม่มีเงินแล้วยังทำเป็นประมูลแข่งราคาสูงๆ ประมูลหญ้าโลหิตมังกรที่ราคาสี่พันห้า นี่มันคนโง่เง่าอะไรกัน!”
ได้ยินคำพูดเหล่านั้น
สีหน้าของหลายคนในห้องรับรองหมายเลขสามก็ซีดเผือดสลับเขียว
แต่เมื่อได้ยินเสียงของคนผู้นั้น พวกเขาก็รู้ทันทีว่าตนเองหาเรื่องกับเขาไม่ได้
คนผู้นี้เป็นหัวหน้าหน่วยหนึ่งของหน่วยงานภายนอก มีวรยุทธ์สูงส่ง และสร้างคุณงามความดีด้านการรบในหน่วยงานภายนอกมามากมาย
หน่วยตรวจสอบมีหน้าที่ดูแลกฎระเบียบภายในสำนักเท่านั้น ในขณะที่หน่วยงานภายนอกมีหน้าที่ทำศึกสงครามและสังหาร
ดินแดนและทรัพยากรแร่ธาตุของสำนักไท่เสวียนในปัจจุบันล้วนมาจากการต่อสู้และแย่งชิงของหน่วยงานภายนอก
เช่น การค้นพบเหมืองหินวิญญาณแห่งใหม่ที่อยู่ติดกับสำนักอื่น หากต้องการยึดครองสถานที่แห่งนั้น โดยทั่วไปแล้วผู้บริหารระดับสูงของสำนักจะไม่เคลื่อนไหว
ในสถานการณ์เช่นนี้จะมอบหมายให้หน่วยงานภายนอกจัดการ
“พี่เฉียน จะทำอย่างไรดี”
“จะทำอย่างไรได้อีก! กลับกันเถอะ! เมื่อจ่ายค่าปรับตามสัญญาแล้ว พวกเราจะมีเงินพอไปประมูลสิ่งนั้นได้อย่างไร!”
เจียงหยวนมองดูพวกเขาก้าวออกจากห้องส่วนตัวไปอย่างอับอายขายหน้า มุมปากเผยรอยยิ้มออกมาโดยมิได้ตั้งใจ
ในขณะนั้นเอง ชายผู้เป็นหัวหน้าหันกลับมามองเจียงหยวนซึ่งยืนอยู่ข้างหน้าต่างแวบหนึ่ง
ริมฝีปากอ้าเล็กน้อย “เจียงหยวน ข้าจะจำเจ้าไว้!”
เจียงหยวนเพียงยิ้มโดยไม่กล่าวสิ่งใด
หลังจากการต่อสู้เมื่อกลางวัน เขาได้ทิ้งความประทับใจไว้อย่างลึกซึ้งในหมู่ผู้บริหารระดับสูงของสำนัก ทั้งยังนับว่ากอบกู้เกียรติของสำนักไท่เสวียนไว้ได้
ในสถานการณ์เช่นนี้ ความเคียดแค้นของคนตัวเล็กในหน่วยตรวจสอบ เขามิได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
จากนั้นชายชราบนเวทีประมูลก็กระแอมเบาๆครั้งหนึ่ง
แล้วตบลงบนโต๊ะพลางกล่าวว่า “เมื่อครู่เกิดเรื่องผิดพลาดเล็กน้อย มีลูกค้ารายหนึ่งประมูลหญ้าโลหิตมังกรไป แต่กลับไม่มีกำลังจ่าย บัดนี้จึงขอเปิดประมูลหญ้าโลหิตมังกรอีกครั้ง ด้วยราคาเริ่มต้นสองพันหินวิญญาณระดับต่ำ”
เบื้องล่างพลันมีเสียงหัวเราะกึกก้อง
แม้ชายชราจะมิได้เอ่ยนามผู้ใด แต่พวกเขาจะไม่รู้ได้อย่างไรเล่า
เมื่อครู่ที่ประตู เจียงหยวนทำให้หัวหน้าหน่วยตรวจสอบเฉียนหลางเสียหน้าอย่างมาก
เมื่อเห็นเจียงหยวนกำลังประมูลหญ้าโลหิตมังกรจึงจงใจเพิ่มราคาเพื่อหวังให้เจียงหยวนต้องเสียเงินจำนวนมาก
คาดไม่ถึงว่าเจียงหยวนกลับถอนตัวกะทันหัน ทำให้เขาเสียทั้งเงินเสียทั้งหน้า นอกจากจะเสียหน้าจนหมดสิ้นแล้ว ยังต้องชดใช้ค่าปรับตามสัญญาอีกด้วย
เจียงหยวนมองลงไปเห็นว่าเบื้องล่างไม่มีผู้ใดส่งเสียงประมูลก็รู้ความหมายของพวกเขา
จากนั้นจึงเอ่ยปากว่า “สองพันห้าร้อย”
“สองพันห้าร้อยหินวิญญาณระดับต่ำครั้งที่หนึ่ง!”
“สองพันห้าร้อยหินวิญญาณระดับต่ำครั้งที่สอง!”
“สองพันห้าร้อยหินวิญญาณระดับต่ำครั้งที่สาม!”
“สิ้นสุดการประมูล!”
เมื่อโต๊ะถูกตบลง เจียงหยวนพลันถอนหายใจโล่งอก ไม่เกิดเรื่องผิดคาดก็ดีแล้ว
การประมูลยังคงดำเนินต่อไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยไม่เกิดเรื่องผิดพลาดใดๆ
จนกระทั่งของชิ้นสุดท้ายปรากฏขึ้น ทำให้ผู้คนพากันแย่งชิงประมูลอย่างคึกคัก
รวมถึงชายผู้ที่หัวเราะเยาะเฉียนหลางผู้นั้นด้วย
ของชิ้นสุดท้ายที่เก็บไว้เป็นไพ่ตายคือโอสถเม็ดหนึ่ง ชื่อเรียบง่ายว่าโอสถทะเลปราณ
โอสถสามลวดลาย เป็นโอสถทะเลปราณระดับสามขั้นต่ำ
ฤทธิ์เพียงหนึ่งเดียวของโอสถเม็ดนี้คือช่วยในการทะลวงผ่านสู่ขอบเขตทะเลวิญญาณ
ตามคำกล่าวของชายชรา การประมูลโอสถเม็ดนี้ครั้งล่าสุดคือเมื่อหนึ่งปีครึ่งที่แล้ว
ดังนั้นเมื่อโอสถเม็ดนี้ปรากฏขึ้น ผู้ประมูลจึงมีมากมาย
ราคาเริ่มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ!
ทว่าเมื่อราคาสูงถึงห้าพันหินวิญญาณระดับต่ำก็เริ่มหยุดนิ่งไม่สามารถไต่ขึ้นไปได้อีก
เพราะแม้จะเป็นศิษย์สายใน ทรัพย์สมบัติของพวกเขาก็มีจำกัด
หากไม่มีโชคลาภพิเศษ ศิษย์สายในธรรมดาเก็บสะสมเงินมาสามปียังไม่สามารถซื้อโอสถเม็ดนี้ได้เลย
นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลิวเจี๋ยตื่นเต้นดีใจอย่างยิ่งในคราก่อน
แปดพันหินวิญญาณระดับต่ำ มากกว่าที่เขาสะสมมาหลายปีเสียอีก
อีกทั้งโอสถทะเลปราณเม็ดนี้ยังเป็นเพียงคุณภาพระดับต่ำ
สุดท้าย ราคาซื้อขายของโอสถเม็ดนี้อยู่ที่ห้าพันแปดร้อยหินวิญญาณระดับต่ำ
ผู้ที่ได้ไปคือชายผู้ที่เอ่ยปากหัวเราะเยาะหน่วยตรวจสอบนั่นเอง
จากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของฝูงชนเบื้องล่าง เจียงหยวนจึงได้รู้ว่าชายผู้นี้ชื่อเหออัน เป็นหัวหน้าหน่วยหนึ่งของหน่วยงานภายนอก และเป็นยอดฝีมือระดับเชื่อมชีพจรขั้นที่เก้า
ชายผู้นี้ต่อสู้และผจญภัยนอกสำนักมาเป็นเวลานาน
พลังต่อสู้ของเขานั้นไม่ธรรมดาเลย!
นี่เป็นสิ่งที่ทำให้เขามีความกล้าที่จะเอ่ยปากหัวเราะเยาะเฉียนหลาง นอกเหนือจากสถานะของตน
ไม่นานนักก็มีเสียงเคาะประตูจากภายนอกห้องส่วนตัว
“เข้ามา!” เจียงหยวนกล่าว
ประตูห้องถูกผลักเปิดออก สตรีสองนางปรากฏกายเบื้องหน้าเจียงหยวน
สาวใช้นางหนึ่งถือถาด ส่วนสตรีผู้มากด้วยวัยอีกนางหนึ่งก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาเป็นคนแรก
นางคือหยาเอ๋อร์ผู้เคยต้อนรับเจียงหยวนในครั้งก่อนนั่นเอง
“คารวะคุณชายเจียง!” หยาเอ๋อร์คำนับอย่างงดงาม
สาวใช้อีกนางก็คำนับตาม
จากนั้นนางกล่าวต่อว่า “นี่คือหญ้าโลหิตมังกรห้าต้น เชิญท่านตรวจสอบ!”
กล่าวจบ นางเปิดผ้าแดงที่คลุมอยู่ออก เจียงหยวนเพียงมองผ่านๆก็พยักหน้า
ในสายตาของเขา ไม่มีสิ่งใดสามารถปลอมแปลงได้
นางปลดถุงมิติจากเอวส่งให้เจียงหยวน
“ภายในบรรจุแผ่นค่ายกลของค่ายกลรวบรวมปราณระดับกลางหนึ่งชุด เชิญท่านตรวจสอบ ส่วนถุงมิตินี้ถือเป็นของขวัญมอบให้คุณชายเจียง”
นางหยิบบัตรสีทองใบหนึ่งออกมาอีก “นี่คือบัตรวีไอพีของหอสมบัติเรา แสดงถึงสถานะของคุณชายเจียง ต่อไปเมื่อคุณชายเจียงมาใช้จ่ายที่หอสมบัติของพวกเราจะได้รับส่วนลดห้าในร้อยส่วนทุกครั้ง”
ได้ยินดังนั้นเจียงหยวนก็พยักหน้า
ส่วนลดห้าในร้อยส่วนก็นับเป็นทรัพย์สินจำนวนไม่น้อย จากนั้นเขารับบัตรวีไอพีที่หยาเอ๋อร์ยื่นให้
เจียงหยวนสะบัดมือ หินวิญญาณระดับกลางห้าสิบห้าก้อนปรากฏบนโต๊ะสี่เหลี่ยม
“เชิญท่านตรวจสอบ!” เจียงหยวนกล่าว
หยาเอ๋อร์มองแวบหนึ่งแล้วเก็บเข้าถุง
“คุณชายเจียง ยินดีที่ได้ร่วมงาน!”
“ยินดีที่ได้ร่วมงาน!” เจียงหยวนก็รู้สึกยินดีอย่างยิ่ง
เขารับถุงมิติส่งให้ซูเสี่ยวเสี่ยว ส่วนหญ้าโลหิตมังกรนั้นเก็บเข้าสู่มิติเก็บของ
เขายกมือขึ้นแล้วกล่าวว่า “ขอตัว!”
“คุณชายเจียง โปรดเดินทางโดยสวัสดิภาพ!”
ยอดเขาเทียนจู้
ยามนี้ราตรีได้เคลื่อนตัวลงมาแล้ว เสียงจักจั่นยามหนาวโหยหวนวังเวง
แสงจันทราสาดส่องลงบนเส้นทางเล็กๆกลางขุนเขา
ทว่าภายในใจของเจียงหยวนกลับเร่าร้อนดุจเปลวเพลิง
หากหญ้าโลหิตมังกรไม่ได้ผิดไปจากที่เขาคาดการณ์ไว้ มีโอกาสสูงที่มันจะก่อกำเนิดพรสวรรค์โชคติดตัวที่เกี่ยวข้องกับโลหิตพลังชีวิต
ไม่นานนัก เขาก็กลับมาถึงคฤหาสน์ของตน
“เสี่ยวเสี่ยว เจ้าจงจัดวางแผ่นค่ายกลนี้ให้เรียบร้อย ส่วนถุงมิตินี้เจ้าเก็บไว้ใช้เองเถิด”
“เจ้าค่ะ นายน้อย!”
นางเพิ่งตอบรับก็เห็นเจียงหยวนเดินตรงไปยังห้องส่วนตัวของตน
นางอดไม่ได้ที่จะยิ้มบางๆ นายน้อยยังคงมุ่งมั่นกับการบำเพ็ญเพียรเช่นเคย
ดีแล้ว เช่นนี้จะมีเพียงข้าเท่านั้นที่ได้อยู่เคียงข้างนายน้อย ช่วยจัดการเรื่องจุกจิกในชีวิตประจำวันของท่าน!
ส่วนสตรีอื่นๆคงไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้นายน้อย
เมื่อคิดเช่นนั้น ภายในใจของนางก็เปี่ยมไปด้วยความสุขล้นพ้น
ภายในห้อง เจียงหยวนนั่งขัดสมาธิ
เขาหยิบหญ้าโลหิตมังกรทั้งห้าต้นที่อยู่ในแหวนมิติออกมาวางตรงหน้า
“หากข้าคาดการณ์ไม่ผิด หญ้าโลหิตมังกรทั้งห้าต้นนี้น่าจะทำให้ข้าสำเร็จการเปลี่ยนแปลงในด้านโลหิตพลังชีวิต สำเร็จการพลิกฟ้าเปลี่ยนชะตา และก่อกำเนิดโชคติดตัวแต่กำเนิดสีขาวออกมาได้”
เขาพึมพำกับตนเอง
การคาดการณ์นี้มิได้เกิดขึ้นจากจินตนาการเปล่าๆ แต่เป็นข้อสรุปที่เขาได้มาหลังจากการค้นคว้าบันทึกต่างๆอย่างละเอียดถี่ถ้วน
หากมิได้มีผลลัพธ์เช่นนั้น เพียงแค่หญ้าโลหิตมังกรที่ช่วยเพิ่มโลหิตพลังชีวิตก็คงไม่สามารถถูกประมูลไปในราคาสูงลิ่วถึงเพียงนี้
ทว่าสำหรับผู้อื่นแล้ว โชคติดตัวแต่กำเนิดสีขาวอาจจะแสดงผลชัดเจนในช่วงปุถุชนเท่านั้น เมื่อขอบเขตสูงขึ้น อิทธิพลของมันจะลดน้อยลงไปมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนส่วนใหญ่ไม่ให้ความสำคัญกับร่างกาย โลหิตพลังชีวิตที่แข็งแกร่งจึงยิ่งไม่โดดเด่นนัก
ท้ายที่สุดแล้วการที่จิตวิญญาณของเผ่าพันธุ์มนุษย์แข็งแกร่งและร่างกายของเผ่าพันธุ์อสูรแข็งแกร่งนั้น ได้กลายเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้ว
หนทางบำเพ็ญเพียร ขอบเขตส่วนใหญ่ก็มักจะเกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณเป็นหลัก
การเปลี่ยนแปลงไปสู่เซียนยิ่งต้องละทิ้งร่างกายเดิม สร้างกายเซียนขึ้นใหม่ เพื่อก้าวเข้าสู่แดนเซียน
มีเพียงเท่านี้จึงจะสามารถต้านทานการกัดกร่อนของสายธารแห่งกาลเวลาและมีอายุขัยที่ยืนยาวได้
หากยังคงอยู่ในแดนมนุษย์ มีร่างกายปุถุชน แม้เจ้าจะมีความสามารถล้นฟ้า สามารถต้านทานเซียนแท้จริงได้ กระทั่งทำให้เซียนต้องยอมสยบเช่นจักพรรดิมนุษย์
แต่หลังจากหมื่นปีผ่านไปก็ไม่พ้นที่จะกลายเป็นเพียงกระดูกผุพังในหลุมศพ
ข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เขาได้พบเห็นจากตำราโบราณ
ดังนั้นแม้หลังจากสวรรค์และโลกถูกตัดขาด เซียนไม่อาจปรากฏ ผู้บำเพ็ญเพียรในโลกนี้ก็ยังคงมุ่งแสวงหาการคงอยู่ของจิตวิญญาณตลอดไป