ความเข้าใจผิดของโม่เฟย
โม่เฟยมีความรู้สึกการที่หยางยี่โทรมาครั้งนี้ไม่ใช้การโทรมาหาลูกตามปกติ แต่เป็นการโทรมาตัวเองด้วยชะเพราะ!
ขณะที่โม่เฟยกำลังที่จะยิมโทรศัพท์ขึ้นมาก็ถูกซีซีคว้าไปสะก่อน และกดรับสาย แล้วก็เลียนเสียงของโม่เฟยแล้วพูดอย่างซุกซนว่า "หยางยี่ นายโทรมาหาฉันทำไม"
แม้ว่าซีซีพยายามที่จะเลียนเสียงของโม่เฟยมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถ
ปิดบังหยางยี่ได้
"ซีซี..."
"ฉันไม่ใช้ซีซี ฉันคือโม่เฟย!" เด็กน้อยยังคงแสร้งทำโม่เฟยต่อไปแม้ว่าจะถูกจำได้แล้วก็ตาม
"ซีซี พ่อรู้นะว่าเป็นหนูนะ" หยางยี่อดรู้สึกช่วยไม่ได้กับเจ้าตัวเล็กนี้จริงๆ
ซีซี รู้สึกขบขันในตัวเองและเธอก็หัวเราะคิกคักและพูดว่า:
"ป๊าป๊ารู้ได้ยังไงว่าเป็นหนู? "
เด็กน้อยไม่รอให้พ่ออธิบายและพูดต่อว่า: "ป๊าป๊า ซีซี่คิดถึงป๊าป๊ามาก! แล้วป๊าป๊าคิดถึงซีซีไหม"
เสียงหวานๆของซีซีทำหยางยี่อดยิ้มไม่ได้ เขาฮัมเพลงและพูดว่า
"แน่นอน ป๊าป๊าก็คิดถึงหนูมากๆเหมือนกันจ้ะ"
"ฮิฮิ, ป๊าป๊า ซีซีจะไปหาป๊าป๊าสุดสัปดาห์นี้ ตกลงไหม แล้วซีซีจะวาดรูปสวยๆเอาไปให้ป๊าป๊าดู….." เจ้าตัวน้อยหยุดไม่ได้ทันทีที่การสนทนาเปิดขึ้น
"อะแฮ่ม ซีซี พ่อขอคุยกับแม่หน่อยได้ไหม" หยางยี่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขัดจังหวะเจ้าตัวน้อย
"อืม~" ซีซี เม้มปากและอุทานอย่างไม่พอใจ "ป๊าป๊า ไม่รักซีซีแล้วใช่ไหม ได้ซีซีก็จะไม่คุยกับป๊าป๊าอีกแล้ว!"
"พ่อมีอะไรจะคุยกับแม่เขาหน่อยนะ ไม่โกรธพ่อนะคนดี เอาโทรศัพท์ให้แม่เขาหน่อยสิ" หยางยี่รู้สึกปวดหัว อารมณ์ของเด็กคาดเดาไม่ได้จริงๆ และเขาไม่รู้ว่าจะปลอบซีซีอย่างไร
หลังจากนั้นไม่นาน โม่เฟยก็หยิบโทรศัพท์ในมือของซีซีด้วยใบหน้าไม่เต็มใจ ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วพูดอย่างเย็นชาว่า "คุณมีอะไรจะคุยกับฉัน"
เพราะงานเธออารมณ์เสีย!
แต่ด้วยน้ำเสียงนี้ หยางยีรู้สึกโกรธเล็กน้อยอย่างอธิบายไม่ถูก
"ผมเห็นข่าวในทีวี ดูเหมือนว่ามีคนพยายามทำให้คุณเสียชื่อเสียงนะ?" หยางยี่ยังคงอดทน แต่ถามอย่างแข็งกร้าวเล็กน้อย "เป็นความจริงหรอ?"
ความกังวลของหยางยี่ ทำให้โม่เฟยรู้สึกอบอุ่น แต่เธอไม่ต้องการให้ หยางยี่ถามเกี่ยวกับเรื่องยุ่งๆเหล่านี้ในวงการบันเทิง เพราะเธอรู้ว่าหยางยี่เคยรังเกียจวงการบันเทิงมาก่อน
เธอแข็งแกร่งและดื้อรั้น และต้องการที่แบกปัญหาทั้งหมดไว้บนบ่าของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม หากโม่เฟยต้องการเอาใจหยางยี่และบอกเขาว่า
‘ไม่มีอะไรต้องกังวลขนานนั้น’ เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เขาจึงเปลี่ยนคำพูดอีกครั้ง: "แล้วไง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย"
หยางยี่รู้อยากจะปาโทรศัพท์ของเขาทิ้งซะเดียวเลยจริงๆ
คนเขาก็อุตส่าห์เป็นห่วง แต่กับมาอย่างงี้เนี่ยนะ!
"ถ้าติดว่าคุณไม่ใช้แม่ของซีซี!" หยางยี่ เยาะเย้ยด้วยความโกรธ
"คุณคิดหรอว่าผมต้องการจะช่วยคุณจริงๆ... "
จะช่วยยังไงอย่างงั้นหรอ? แน่นอนโดยใช้วิธีการของหยางยี่ ด้วยการทำให้หลิว ซื่อฟางหวาดกลัวก่อน หากไม่ได้ผล ก็ทำให้หลิว ซื่อฟาง
หายไปจากโลกนี้ซะก็จบเรื่อง! หยางยี่ ยังคงมีความคิดแบบนักฆ่าอยู่ด้วยใช้รุนแรงในการแก้ปัญหาเหมือนในอดีต
อย่างไรก็ตาม โม่เฟยคิดผิด และเธอจึงพูดอย่างโกรธเคือง: "เอาล่ะ ฉันไม่ต้องการความเป็นห่วงเป็นใยจากคุณ ไม่ว่าฉันจะถูกปฏิเสธมากแค่ไหน ฉันก็จะไม่เลิกร้องเพลง คุณเข้าใจใหม?"หลังจากพูดจบโม่เฟยก็ตะคอก แล้วตัดสายทิ้งแล้วนั่งนิ่งเงียบด้วยใบหน้าที่เย็นชา
“หม่าม้ากดว่างสายทำไม? ซีซียังคุยกับป๊าป๊าไม่เสร็จเลย!”เมื่อกี้เธอยังโกรธพ่อของเธอแท้ๆ อารมณ์ของเด็ก ๆ มาเร็วหายไปเร็วจริงๆ
โม่เฟยเธอยังคงโกรธอยู่ อย่างไรก็ตามเมื่อเผชิญหน้ากับ ซีซี เธอไม่สามารถลงความโกรธของเธอกับลูกได้
โม่เฟยลูบหัวซีซีเบาๆ แล้วถอนหายใจ: "แม่ไม่อยากคคุยกับพ่อตอนนี้ เดียวสุดสัปดาห์นี้แม่จะไปส่งลูกให้กลับพ่อเอง"
"ถ้าอย่างนั้น ... " ซีซี เธอเป็นเด็กฉลาด
เมื่อเห็นใบหน้าที่เหนื่อยล้าของแม่ เธอจึงลุกขึ้นยืนบนเบาะรถแล้วใช้หมัดเล็กๆ ทุบที่ไหล่ของโม่เฟย “หม่าม้า ให้หนูนวดให้นะ”
"ขอบคุณนะ เจ้าหญิงของแม่" โม่เฟยตบหัวซีซีด้วยความโล่งอก
อย่างไรก็ตามอีกด้านหนึ่ง หยางยี่รู้สึกหงุดหงิดกับอารมณ์ขึ้นๆลงๆของโม่เฟยได้
“อะไรวะ?” หยางยี่โยนโทรศัพท์ทิ้งแล้วดื่มน้ำส้ม เพื่อที่จะสงบสติอารมณ์ “ถ้าไม่ใช่เพราะลูก ต่อให้เธอจ่ายเงินสองล้านให้ฉัน ฉันก็ไม่ช่วยหลอก! เธอยังโกรธฉันเรื่องนั้นอยู่อีกหรอ?”
หยางยี่จำได้ว่าเจ้าของร่างคนก่อนเขาขอให้โม่เฟยออกจากวงการบันเทิงอย่างดื้อรั้น! ด้วยเพราะปัญหานี้จึงเกิดความขัดแย้งขึ้นมากมาย ไม่น่าแปลกใจเลยที่โม่เฟยจะคิดโดยไม่รู้ตัวว่า หยางยี่รู้สึกว่าวงการบันเทิงน่ารังเกลียดและต้องการให้เธอลาออก!
แต่ด้วยบุคลิกที่เย่อหยิ่งของหยางยี่ เขาไม่คิดว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นผิด
"ผู้หญิงคนนี้เอาใจยากจริงๆ!" หยางยี่ถอนหายใจออกมา
เขายังได้รับผลกระทบจากความคิดของหยางยี่คนก่อน เขารู้สึกว่าโม่เฟยไม่ชอบเขาจริงๆ เพราะสถานะของเขากับโม่เฟยต่างกัน
แม้ว่าเขาจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่เขาก็ยังคงอารมณ์เสียมาก: "เธอคงดูถูกฉันมากนักสินะ!"
และหยางยี่ก็ไม่สนใจเรื่องของโม่เฟยอีกต่อไป แล้วหันกับมากิน
กินซี่โครงย่างต่อ แล้วคิดเกี่ยวกับธุรกิจของเขาต่อ
ร้านกาแฟต้องมีการปรับปรุงนิดหน่อย ด้วยให้ชั้นที่หนึ่งเป็นแบบสถาปัตยกรรมย้อนยุค และอาคารของหู ซงหนานก็เป็สถาปัตยกรรมย้อนยุคพอดี เลยไม่ต้องเปลี่ยนอะไรมาก
หยางยี่ วางแผนที่จะใช้เวลาหนึ่งเดือนในการตกแต่งแสงและที่นั่งพิเศษ ด้วยการจัดเรียงใหม่ แล้วต้องคิดเรื่องเมล็ดกาแฟด้วย หยางยี่ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเมล็ดกาแฟในโลกนี้ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วจะคล้ายกับเมล็ดกาแฟในชาติก่อนของเขา
เมล็ดกาแฟชั้นดีมีราคาแพงใหม?
แน่นอนว่ามันต้องแพง! แต่มันยากที่จะไม่ซื้อ และหยางยี่รู้ดีว่ามันคงขายไม่ได้มากนัก แต่ก็คุ้มค่าที่จะดื่มด้วยตัวเอง!
แน่นอนว่าจะต้องมีเมล็ดกาแฟธรรมดาด้วย หยางยี่จะได้หาซื้อได้ง่ายๆ
เมื่อถึงเวลาเปิดร้าน ลูกค้าธรรมดาก็จะขายแค่กาแฟธรรมดาๆ ให้พวกเขา พอเจอคนที่ถูกใจหรือมีความสนใจที่คล้ายกัน ก็จะชวนพวกเขามาดื่มกาแฟที่ดีที่สุดโดยธรรมชาติโดยไม่ต้องจ่ายเงิน!
นอกจากร้านกาแฟแล้ว คุณหู ซงหนานยังบอกหยางยี่อีกเรื่องหนึ่ง
อย่าลืมจดทะเบียนลิขสิทธิ์เพลง!
จดทะเบียนลิขสิทธิ์?
หยางยี่ไม่ได้สนใจเลยสักนิดในตอนแรก แต่หลังจากที่ชายชราสั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาก็เอาจริงเอาจัง
ก่อนที่ หยางยี่ จะกลับมาเขาไปที่อินเทอร์เน็ตคาเฟ่เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับจดทะเบียนลิขสิทธิ์ มันทำให้เขาประหลาดใจจริงๆ: ทำไมเรื่องลิขสิทธิ์ในโลกนี้ถึงแข็งแกร่งมาก
ไม่ไช้เป็นเพียงแค่เพลงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหนังสือ สิ่งประดิษฐ์ ฯลฯ ตราบใดที่มนุษย์สร้างขึ้นก็สามารถลงทะเบียนบนเว็บไซต์ของสมาคมลิขสิทธิ์ได้
เมื่อการรับรองความถูกต้องสำเร็จ ความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์จะได้รับการยืนยัน และหากผู้อื่นใช้ จะต้องชำระค่าธรรมเนียมลิขสิทธิ์!
การละเมิดลิขสิทธิ์? ของเถื่อน? สิ่งเหล่านี้ในชีวิตก่อนหน้านี้ไม่มีอยู่ในโลกนี้เลย!
ด้านหนึ่งผู้คนได้พัฒนาความรู้สึกเคารพในลิขสิทธิ์ ในทางกลับกัน สมาคมลิขสิทธิ์ผู้มั่งคั่งกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด เมื่อปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น บุคลากรที่เกี่ยวข้องไม่สามารถรับผิดชอบต่อการละเมิดได้!
แน่นอน ในทำนองเดียวกันราคาของบันทึกและหนังสือของแท้ไม่สูงมาก และคนธรรมดาก็สามารถซื้อได้ แต่กำไรเพียงเล็กน้อยไม่ได้หมายความว่ารายได้ต่ำเพราะทุกคนแสวงหาความถูกต้องอย่างแท้จริง และผู้สร้างที่เป็นที่ต้องการของตลาดก็สามารถอยู่ในรายชื่อผู้มั่งคั่งได้!
"นี่ดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ดีในการทำเงิน?" หยางยี่ ให้ความสนใจ
เดิมทีเขาคิดว่าหลังจากใช้เงินไปสองล้านแล้ว เขาจะไปหา "ค่าใช้จ่ายมาจากอีก" หรือจะให้กลับไปเป็นนักฆ่า หยางยี่ปฏิเสธมันจากก้นบึ้งของหัวใจ สุดท้ายเขาต้องการใช้ชีวิตปกติ ในแบบที่เขาต้องการ!