บทที่ 26 อาการลงแดงรอบ ECO
บทที่ 26 อาการลงแดงรอบ ECO
ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบกับเพดานห้องที่คุ้นเคย
ข้างหูไร้เสียงจจอแจหรือเสียงบ่นของนักท่องเที่ยว ภายในห้องเงียบสงบ
"ตื่นแล้ว?" หัวโตๆ โผล่เข้ามาที่ประตู หม่าซีซีกำลังแปรงฟัน ปากเต็มไปด้วยฟอง บ้วนปากแล้วพูดอู้อี้ "ตื่นแล้วก็ลุกมากินข้าว"
เขากลับมาอยู่ที่บ้านลูกพี่ลูกน้องอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ในฐานะเด็กทำงานพาร์ทไทม์ช่วงปิดเทอม แต่ในฐานะสมาชิกทีม ' Gang Kui '
พอรู้ว่าเจียงหยางอยากเป็นนักแข่งจริงๆ ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ หม่าซีซีที่ลังเลอยู่นานก็แสดงความสนับสนุน
เขาถึงขั้นลงทุนไปบ้านเจียงหยาง เพื่ออธิบายเส้นทางสายอาชีพและเบื้องลึกเบื้องหลังให้พ่อแม่ของเจียงหยางฟังด้วยตัวเอง
ในบรรดาลูกหลานรุ่นนี้ หม่าซีซีมีความสามารถสูง ทำงานมีการวางแผน ทำให้เขามีพาวเวอร์ในการพูดคุยค่อนข้างมาก
แม้จะทุลักทุเลไปบ้าง แต่สุดท้ายพ่อแม่ของเจียงหยางก็ยอมตกลง
เพราะพวกเขาก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะวางแผนอนาคตให้เจียงหยาง ในเมื่อลูกมีโอกาสจะสร้างเส้นทางของตัวเอง ก็ได้แต่ปล่อยให้ไปลุยดู
แถมหม่าซีซียังบอกพวกเขาแล้วว่า เจียงหยางยังเด็ก ต่อให้ 1-2 ปีนี้ไม่รุ่งในวงการ ก็ยังกลับไปเรียนต่อได้
หลังจากกล่อมพ่อแม่เจียงหยางสำเร็จ เขาก็พาเจียงหยางไปทำเรื่องพักการเรียนที่มหาวิทยาลัย
สองพี่น้องเหนื่อยกันแทบตายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
พอจัดการธุระเสร็จ เขาก็เดาว่าขืนเจียงหยางยังอยู่บ้านคงโดนบ่นเช้าเย็นแน่ เลยรับมาอยู่ด้วยกันที่บ้านซะเลย
ต้องบอกว่าพี่ชายคนนี้ดีกับเขาจริงๆ
เจียงหยางยังไม่รู้จะตอบแทนยังไง ตอนนี้ได้แต่ตั้งใจจะโชว์ฟอร์มในการแข่งที่จะถึงนี้ให้ดีที่สุด ไม่ให้พี่ชายเสียหน้า
มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เขาสงสัย คือตอนนี้เข้าทีม Gang Kui แล้ว แต่ภารกิจ 'เข้าร่วมทีม' ในระบบกลับยังไม่สรุปผล
หรือว่าต้องเข้าร่วมทีมอาชีพเต็มตัวเท่านั้น?
เจียงหยางมึนตึ้บ เลยลุกจากเตียงไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ
หม่าซีซีล้างหน้าลวกๆ แล้วเตือนว่า "บ่ายวันนี้จะมีซ้อมแข่ง ให้นายลงนะ ไม่ต้องตื่นเต้น เล่นให้ได้ตามมาตรฐานปกติของนายก็พอ"
ถึงฝีมือตัวเองตอนนี้จะไม่เท่าไหร่ แต่ความเข้าใจเกมของหม่าซีซียังถือว่าใช้ได้
หลังจากที่ โม วิจารณ์น้องชายไป เขาก็ไปไล่ดูเทปบันทึกการเล่นของเจียงหยาง แล้วพบว่าน้องชายคนนี้คือคนที่พระเจ้าแห่ง CS ไล่ป้อนข้าวให้กินจริงๆ
ระดับฝีมือที่แสดงออกมาในแรงก์มันพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดดให้เห็นกับตา
และไม่ใช่แค่ในเกม ทัศนคตินอกเกมที่ดูเป็นผู้ใหญ่เกินตัวของน้องชาย ก็ทำให้เขาต้องเดาะลิ้นชื่นชม
เขาเพิ่งเคยเห็นคนเล่นไม่ถึง 100 ชั่วโมง ที่ขวนขวายไปดูเดโมเพื่อเรียนรู้จากคู่ต่อสู้ด้วยตัวเอง
พอลองคิดดู น้องชายเขาใช้สมองศึกษาเกมนี้ล้วนๆ บวกกับพรสวรรค์ที่มี การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจึงเป็นเรื่องที่แน่นอน
หม่าซีซีเคยมีความฝันอยากเป็นนักแข่งเหมือนกัน แต่ตอนนั้นพวกเขาเป็นเกมเมอร์ยุคบุกเบิก ต้องคลำทางกันเอง ไม่มีเงินเดือน ไม่มีสปอนเซอร์ ถ้าไม่ผันตัวก็คงอดตาย
เขาจำใจต้องทิ้งเส้นทางนั้น
ส่วนหนึ่งเพราะพรสวรรค์ไม่ถึง แต่อีกส่วนก็ยังเป็นความเสียดายลึกๆ
แต่ตอนนี้ เมื่อเห็นน้องชายสุดที่รักกำลังจะก้าวเดินบนเส้นทางนั้น
หม่าซีซีคาดหวังจริงๆ ว่าสักวันจะได้เห็นน้องชายบนเวทีระดับท็อป และเขาก็อยากจะแปลงร่างเป็นนักพากย์ 'กองเชียร์ญาติมิตร'
"แล้ววันนี้ผมเล่นตำแหน่งไหนอะ?" เจียงหยางถามเสียงอู้อี้ขณะแปรงฟัน
การเล่นแรงก์ในจีน มักจะชอบเลือกตำแหน่งตามจุดเกิด (Spawn point)
แต่ในการแข่งระดับอาชีพจริง ส่วนใหญ่จะมีตำแหน่งประจำรับผิดชอบ
แบ่งคร่าวๆ เป็น Anchor B (ตัวหลัก B), Support B, Anchor A (ตัวหลัก A), Support A และ Sniper (มือสไนเปอร์) ซึ่ง Sniper มักจะรับผิดชอบการคุมโซนกลาง (Mid)
ใน 5 ตำแหน่งนี้ มักจะมีผู้เล่นตำแหน่ง 'Star Player' หรือ 'The Carry' อยู่คนหนึ่ง
ผู้เล่นตำแหน่งนี้จะมีอิสระในการยิงสูงมาก (Free fire) สามารถวิ่งไปทั่วแผนที่ได้ตามใจชอบ
"ไม่รู้ เดี๋ยวรอโมจัดการ เรื่องพวกนี้ฉันไม่ค่อยเข้าไปยุ่ง" หม่าซีซีตอบ
แล้วเขาก็โดนเจียงหยางสวนกลับทันที "อ้าว ไม่ใช่ว่าคนดูในไลฟ์บอกว่าพี่เป็นโค้ชที่มีอำนาจสูงสุดเหรอ? เรื่องแค่นี้ไม่รู้?"
หม่าซีซีหัวเราะแห้งๆ "อำนาจเยอะจริง วันนี้จะสั่งข้าวอะไร จะไปกินเหล้าที่ไหน ฉันพูดคำเดียวพวกมันไม่กล้าหือหรอก"
"ดูทรงน่าจะใหญ่อยู่หรอก" คำตอบนี้ทำเอาเจียงหยางพูดไม่ออก
เหมือนจะมีอะไรผิดปกติ แต่ก็เหมือนจะไม่มี
เอาเถอะ เดี๋ยวค่อยไปถามกัปตันโม เอา ว่าแต่เขายังไม่รู้จักสมาชิกทีม Gang Kui คนอื่นเลยนี่หว่า
หลังล้างหน้าเสร็จ เขาก็รีบโซ้ยบะหมี่เนื้อหลานโจวที่พี่ชายสั่งมาให้จนเกลี้ยง
ซู๊ดดดด... จัดการบะหมี่หมดชาม เจียงหยางยังรู้สึกอยากกินต่ออีกนิด
แต่เขาก็รู้ดีว่าขืนกินต่อ เดี๋ยวหนังท้องตึงหนังตาหย่อนจะง่วงเอา
พอกินเสร็จ เจียงหยางก็กลับมาที่คอมพิวเตอร์ประจำตัว เริ่มวอร์มอัพ
เทียบกับตอนเพิ่งเริ่มจับเกมนี้ ตอนนี้การซ้อมยิงของเขาคล่องแคล่วกว่าเดิมมาก คนละชั้นกันเลย
เขาสะบัดเป้าไปที่หัว Bot ได้อย่างง่ายดาย เร็วกว่าเมื่อก่อนเยอะ
พอยิงเป้านิ่งเสร็จ เขาก็เข้าโหมด Deathmatch (DM) ปืนยาว แล้วเริ่มฝึกใช้ USP ช้าๆ
ปืนพกเป็นจุดอ่อนของเขามาตลอด แต่มันไม่มีทางลัด ต้องค่อยๆ ฝึกไป
การเอา USP เข้าไปยิงในห้อง Deathmatch ปืนยาว ก็เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้ตัวเอง
ใช้ USP เก็บไป 100 คิลใน DM เขาก็เปลี่ยนมาถือ AK เริ่มฝึกสเปรย์คุมกลุ่มกระสุน
วิธีนี้เขาเรียนมาจาก 'คลิปสอนยิงของ Elige' เพราะปัญหาเรื่องเมาส์ไว ทำให้การคุมปืนของเขาทำได้ไม่ค่อยดีนัก
แต่ในขั้นตอนนี้ ความเร็วเมาส์ที่สูงลิ่วกลับทำให้เขาเล่นสไนเปอร์ได้เข้ามือมาก เขาเลยยังไม่รีบปรับแก้ แต่เลือกที่จะค่อยๆ ฝึกการคุมปืนไรเฟิลให้ดีขึ้นแทน
เขาใช้เวลาฝึกซ้อมอยู่นาน จากนั้นก็กดแรงก์เล่นไปหลายตา
สำหรับเขา สนามฝึกซ้อมหรือ DM มีไว้แค่เรียกความรู้สึก
การลงแรงก์แมตช์ต่างหากคือสนามฝึกซ้อมแบบครบวงจรที่ดีที่สุด เพราะมีสถานการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นตลอดเวลา มันคือการจำลองการต่อสู้จริง
เวลาล่วงเลยไปจนถึงหกโมงเย็นโดยไม่รู้ตัว
หม่าซีซีเริ่มเปิดสตรีม เจียงหยางก็ล็อกอินเข้า TS
ไม่นานสมาชิกทีม Gang Kui คนอื่นๆ ก็ทยอยกันเข้ามา
เจียงหยางค่อยๆ ทำความคุ้นเคยกับทีละคน
เจียงหยางถามตรงๆ "กัปตันโม วันนี้ซ้อมแข่งผมเล่นตำแหน่งไหนครับ?"
ได้ยินคำถาม โม ตอบทันทีแบบไม่ต้องคิด "นายทำหน้าที่ถนัดนายเลย แบกสไนเปอร์ไว้แล้วรับแรงกดดันซะ"
เรื่องนี้เขาแอบคุยกับสมาชิกคนอื่นใน Gang Kui มาก่อนแล้ว
อุตส่าห์ขุดเจอเพชรเม็ดงามขนาดนี้ พวกเขาตั้งใจจะปั้นให้เจียงหยางเฉิดฉายเต็มที่ ก็ย่อมหวังให้สถิติของเจียงหยางในการแข่งออกมาดูดีหน่อย
พวกเขาล้วนเป็นอดีตโปรเพลเยอร์ แม้จะยังมีความเสียดายในเส้นทางอาชีพ แต่ก็รู้ตัวว่าฝีมือตกต่ำลง การยังวนเวียนอยู่ในวงการก็เป็นแค่ความยึดติด
กลัวว่าเจียงหยางจะกดดัน โม เลยเสริมว่า "นายเล่นสไตล์เดียวกับตอนเล่นแรงก์เลย พอดีฉันจะเช็คฟอร์มนายด้วย เดี๋ยวตรงไหนเล่นไม่ดี ฉันจะช่วยปรับให้"
นี่ถือเป็นบททดสอบเหมือนกัน
พวกเขาเคยเจอ 'เด็กเทพ' มาเยอะ ที่ไล่ฆ่าคนในแรงก์เป็นผักปลา แต่พอเจอการแข่งระดับอาชีพ กลับเล่นไม่ออกจนกลายเป็นคนธรรมดาไปเลย
ถ้าเจียงหยางโชว์ฟอร์มได้ พวกเขาย่อมยินดีถอยมาเป็น 'ป๋าดัน' ให้
แต่ถ้าเจียงหยางไม่มีความสามารถพอ ต่อให้พวกเขาอยากจะดันแค่ไหนก็ทำไม่ได้
เจียงหยางสูดหายใจลึก งานนี้ความกดดันถาโถมเข้ามาแล้ว
คำพูดของ โม ไม่ใช่แค่ให้เขาเป็นสไนเปอร์ แต่นี่มันกะจะให้เขาเล่นเป็น 'The Carry' (เดอะแบก) ชัดๆ
เสียงพูดเหน่อๆ ติดอ่างนิดๆ ดังขึ้นในสาย "นะ... นายอย่าไปฟังหลิวเคอมันขู่ เล่นไปตามสบาย ฉันดูเดโมนายแล้ว ยังไงก็เก่งกว่าสไนเปอร์ของหลิวเคอ"
"ขอบคุณครับพี่ DD" เจียงหยางตอบในสาย
DD เริ่มหงุดหงิดนิดหน่อย "รู้งี้ฉันไม่น่าตั้งชื่อ ID นี้เลย กลายเป็นโดนเด็กมันกินเต้าหู้ซะงั้น" (DD พ้องเสียงกับ ตีตี่ ที่แปลว่าน้องชาย)
ได้ยินแบบนั้น ทั้งทีม Gang Kui ก็ฮากันลั่น
เจียงหยางรับบทสไนเปอร์และตัวแบกของทีม ไลน์อัพของ Gang Kui ก็เป็นอันสมบูรณ์
IGL (คนสั่งแผน): โม, Sniper: เจียงหยาง, Rifler: DD, XiaosaGe (พี่เสี่ยวซ่า), Karsa (ซูตี้)
ในกลุ่มนี้ โม, DD และ Karsa (ซูตี้) ล้วนเคยอยู่ทีม TyLoo
โดย โม กับ DD เป็นผู้เล่นชุดปี 2018 ส่วนซูตี้เคยเป็นโค้ชให้ TyLoo
ส่วน XiaosaGe หรือ 'พี่เสี่ยวซ่า' วนเวียนอยู่ในทีมเล็กๆ ในจีน แต่ช่วงเป็นนักแข่งไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ พออายุมากขึ้นเลยผันตัวมาเป็นสตรีมเมอร์
แต่นักแข่งในจีนส่วนใหญ่ก็รู้จักกันหมด เป็นประเภทไม่ตบไม่ตีไม่รู้จักกัน
ในทีมนี้ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเมืองภายในทีมหรือการเลื่อยขาเก้าอี้
เพราะมี 'มือตอนอันดับหนึ่งของโลก' (โม) คุมอยู่ทั้งคน
อาจเพราะเจียงหยางอายุน้อยที่สุด ทุกคนเลยเอ็นดูเขามาก ทำให้ความตึงเครียดของเจียงหยางผ่อนคลายลง และเริ่มเตรียมตัวพร้อม
"ทีม ' Too Routine 'พร้อมแล้วเหรอ? งั้นเข้ามาในห้องเลย"
......
QUQU เข้ามาในห้องเซิร์ฟเวอร์ ก็เห็น ID แปลกตาอยู่ฝั่งตรงข้าม
'หม่าซีซีฉันจะแทงนายตาย' แถมด้วยรูปโปรไฟล์ที่เห็นแล้วชวนกุมขมับ
"นี่คงเป็นน้องชายอัจฉริยะของประธานหม่าสินะ วันนี้ลงสนามจริงแล้วเหรอ?"
18ym ที่อยู่ข้างๆ ตอบว่า "เขาเก่งมากนะ ก่อนหน้านี้ฉันเจอในแรงก์ รีเฟล็กซ์เด็กคนนี้เร็วของจริง เก่งจริงๆ"
QUQU ไม่ได้ใส่ใจ เขาเคยเห็นคลิปตบคนของเจียงหยางมาบ้าง แต่พวกเด็กเทพก็เป็นแบบนี้แหละ ในแรงก์ตบยับ
พอมาเจอการแข่งที่มีระดับหน่อย จู่ๆ ก็เล่นไม่เป็น
"ไม่เป็นไร วันนี้เราจะจัดการมัน ให้มันรู้ซึ้งถึงความโหดของทีม Too Routine !"
"เอาล่ะๆ เริ่ม Ban แผนที่แล้ว"
ทั้งสองฝ่ายผ่านขั้นตอน Veto (เลือก/แบนด่าน) ง่ายๆ จนได้แผนที่ที่จะใช้แข่งคือ:
Dust 2, Mirage และ Ancient
......
ช่วง BP จบลง การแข่งขันเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
ทีม Gang Kui vs ทีม Too Routine
T (โจร): QUQU, savage, 18ym, tb, Franke19 CT (ตำรวจ): โม, หม่าซีซีฉันจะแทงนายตาย, DD, xiaosage, karsa
โม เตือนว่า "ปกติซ้อมแข่งต้องเล่นให้ครบ 30 รอบ แต่พวกเรามันพวกกึ่งๆ ทางการ นายก็รู้ เป็นสตรีมเมอร์กันทั้งนั้น ต้องเน้นคอนเทนต์หน่อย มีแพ้ชนะจะดูสนุกกว่า"
เริ่มเกมในแผนที่แรก โม ให้เจียงหยางเล่นตำแหน่ง Star Player ตามที่บอกไว้เป๊ะๆ
รอบพก (Pistol Round) พวกเขาเป็นฝ่ายตั้งรับ เจียงหยางถือ USP วิ่งไปคุมโซนทรายกลาง (Mid Sand) เพื่อสอดแนม เล่นแบบเซฟๆ
เจียงหยางค้นพบว่า ต่อให้เป็นแค่ทีมกึ่งอาชีพ แต่ความรู้สึกตอนเล่นมันต่างออกไป
สภาพของฝั่งตรงข้ามไม่เหมือนในแรงก์ที่เล่นกันสะเปะสะปะ แต่เล่นกันเป็นระบบมากกว่า
จังหวะสอง ฝั่งตรงข้ามปาสโมค X-Box มาปิดทันที พร้อมกับทำท่าจะบุก B (Fake B)
ศัตรูปูของมาขนาดนี้ ชัดเจนว่าจะเริ่มบุกแล้ว เจียงหยางอ่านเกมว่าฝั่งตรงข้ามจะตี A เลยถามในสาย "กัปตันผมไปซ้อน A ได้ไหม?"
"ไปเลย ตรงนี้ไม่กดดันเท่าไหร่ ระวัง A ด้วย"
เขารีบย่องเงียบ จากฐานเกิด (CT Spawn) กลับมากัน พอดีกับได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนมากดังมาจากด้านบน "A Short เร่งเครื่องมาแล้ว พี่ซ่าระวัง!!"
เจียงหยางพูดพลางปล่อยปุ่มเดินเงียบ วิ่งเข้าไปช่วยทันที
พี่เสี่ยวซ่าที่ยืนอยู่ตรงทางลาด (Ramp/Slope) เล็งไปที่จุดผ่าน A Short พอได้ยินเสียงเจียงหยางบอกตำแหน่ง ก็เตรียมตัวเปิดฉาก
พอ A Short บุกเข้ามา USP ในมือเขาก็ลั่นไกยิกๆ
ภายใน 5 วินาที มุมขวาบนของหน้าจอขึ้นข้อความว่าพี่เสี่ยวซ่าเก็บไป 3 คิลรวด ส่วนเจียงหยางที่อยู่ด้านล่างช่วยเก็บไปได้อีก 1
จังหวะเดียวกัน DD ที่อยู่ A Long ก็เก็บตัวที่ออกมาจากประตู A ในจังหวะสองได้
รอบนี้จบลงด้วยความรวดเร็ว!
"แม่นว่ะ! พี่ซ่า!"
"วันนี้ยิงปืนพกได้เรื่องอยู่นะเนี่ย~"
"สมแล้วที่เป็นพี่ซ่า เรื่องชักปืนพก (ว่าว) ต้องยกให้พี่!"
ฝูงชนหัวเราะชอบใจด้วยเสียงชั่วร้าย
เจ้าของฉายา 'พี่ซ่า' (เสี่ยวซ่า) ได้ยินแล้วถึงกับมองบน "พวกแก่ๆ อย่างพวกแกพอได้แล้ว เด็กมันยังอยู่นะเว้ย"
"แต่น้องชายเล่นดีนะ จังหวะเมื่อกี้ล่อตีนได้สวยมาก ฝั่งตรงข้ามไม่มีใครมองฉันเลย" เสี่ยวซ่าเอ่ยชม
ช็อตทางลาดเมื่อกี้ถึงเขาจะแม่นจริง แต่ถ้าไม่ได้เจียงหยางช่วยดึงความสนใจศัตรูไป เขาก็คงเล่นยาก
ถึงเจียงหยางจะได้แค่ 1 คิล แต่มันสำคัญมากจริงๆ
รอบพกชนะใสๆ สกอร์ขยับเป็น 1:0
มองดูสกอร์นี้ บวกกับสถานการณ์ที่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้วางระเบิด
อาการ 'ลงแดง' อยากเล่นรอบ ECO ของเจียงหยางกำเริบอีกแล้ว
เขาเอ่ยถามโม "กัปตัน ผมขอซื้อ MP9 ออกไปไล่ยิงเรียกความมั่นใจได้ไหม?"
โม เกือบจะปฏิเสธตามสัญชาตญาณ แต่จู่ๆ ก็นึกถึงภาพเจียงหยางชอบเล่นเป็น 'หน่วยรบพิเศษ' ในแรงก์ขึ้นมา
ในแรงก์อาจจะเป็นหน่วยรบพิเศษได้ แต่ในการแข่งอาชีพอาจจะไม่ได้
แต่เรื่องแบบนี้สอนกันไม่ได้ เขาพิจารณาแล้วพูดว่า "ลองดูสิ นายไม่ต้องถามฉันทุกเรื่องหรอก นายเล่นตำแหน่งสตาร์ มีไอเดียอะไรก็ทำก่อนได้เลย"
ได้ยินแบบนั้น รอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าเจียงหยางทันที
นับถอยหลังจบลง เขาซื้อปืนกลเบา MP9 แล้ววิ่งพุ่งตรงไปที่ชั้น B1 ทันที