บทที่ 22 ฉันอยากลองดูสักตั้ง

บทที่ 22 ฉันอยากลองดูสักตั้ง
"โอ้โห ไอดีไก่กาหน้าไหนกล้ามาสอนมวยพี่เทียนวะ?"
แฟนคลับรุ่นเดอะในห้องพี่เทียนเริ่มแซะ
"นั่นดิ ของขวัญสักหยวนก็ไม่เปย์ เปิดมาก็ฝอยเรื่องพลิกชะตาฟ้าลิขิต ขำกลิ้งเลยว่ะ ฮ่าๆ..."
"ไอ้ไอดีไก่นี่ขี้โม้จังวะ นึกว่าตัวเองเป็นเศรษฐีมาจากไหน"
พวกคนดูขาจรพากันถากถางสนุกปาก
แต่พี่เทียนกลับนั่งนิ่งอึ้ง ในหัวเขามีแต่ประโยคที่ 'ชวี่ม่าวเสี่ยนเตอเมิ่ง' ทิ้งไว้เมื่อกี้วนเวียนไปมา
"อยากพลิกชะตาฟ้าลิขิตไหม?"
"คุณยอมแพ้แล้วจริงๆ เหรอ?"
สองคำถามนี้ แทงลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณ!
เขาไม่ยอมแพ้แน่นอน!
แน่นอนว่าเขาไม่เต็มใจที่จะเป็นแค่สตรีมเมอร์เกรดสิบแปด
เขาคือ No.1 Star Show!
เคยเป็นซูเปอร์สตาร์ที่สตรีมเมอร์นับหมื่นต่างแหงนมอง!
งานประจำปีปีที่แล้ว ในช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุด กลับโดนสังกัดแทงข้างหลัง จนญาติมิตรหนีหาย บริวารแตกฉานซ่านเซ็น
จากนั้นก็ล้มลุกคลุกคลาน จากซูเปอร์สตาร์แถวหน้า กลายเป็นสตรีมเมอร์หางแถว
ถึงภายนอกจะยิ้มร่าเริงทุกวัน แต่ความขมขื่นในใจใครจะรู้
ถ้าเป็นไปได้ เขาอยากกลับไปยืนที่จุดเดิมใจจะขาด!
ปัญหาคือ แตกหักกับสังกัดไปแล้ว สัญญาใกล้หมดก็คงไม่ต่อ สังกัดเทเขาแบบไม่ไยดีไปนานแล้ว
แฟนคลับและพี่ใหญ่ที่เคยสนับสนุนก็จากไป ตัวเองก็หนี้ท่วมหัว
ไม่เจ็บใจแล้วจะทำอะไรได้
แต่คำพูดของไอดีไก่ ‘ชวี่ม่าวเสี่ยนเตอเมิ่ง’ เมื่อกี้ มันเหมือนมาสะกิดแผลใจ และจุดไฟแห่งความมุ่งมั่นของเขาให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่ว่าไอ้หมอนั่นจะมาปั่นประสาทเล่น หรือเปลี่ยนชื่อห้องแล้วจะมีเซอร์ไพรส์จริงหรือไม่
ก็แค่เปลี่ยนชื่อห้องไม่ใช่เหรอ!
ต่อให้เปลี่ยนแล้วโดนพวกสตรีมเมอร์สายข่าวเอาไปล้อเลียนอีกรอบ แล้วมันจะทำไม
ทุกวันนี้เขาก็เป็นตัวตลกในสายตาชาวบ้านอยู่แล้วนี่?
เขากัดฟัน รัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ด "ต๊อกๆๆ" จัดการเปลี่ยนชื่อห้องไลฟ์ทันที
《ฉันจะพลิกชะตาฟ้าลิขิต!!》
พอชื่อเปลี่ยนปุ๊บ คนดูในห้องก็สังเกตเห็นทันที
"เชี่ย... ไอ้หัวโล้นแกบ้าไปแล้วเหรอ! ชื่อแบบนี้ก็กล้าตั้ง เดี๋ยวก็โดนล้อตายหรอก รีบเปลี่ยนกลับเถอะ" แฟนคลับเก่าแก่รีบเตือนด้วยความหวังดี
"ว้าว! ซูเปอร์สตาร์จะติดปีกบินอีกครั้งแล้วเหรอเนี่ย ชื่อห้องโคตรห้าว 'ฉันจะพลิกชะตาฟ้าลิขิต!!'"
"พี่ลองผมก็ลอง!"
"ลองก็ลองสิวะ!"
เห็นได้ชัดว่าพวกที่เข้ามามุงดูเรื่องตลกมีมากกว่า ทุกคนคิดว่าเมื่อกี้แค่มีคนมาแหย่พี่เทียนเล่นเฉยๆ
ใครจะไปนึกว่า พี่เทียนดันเอาจริงขึ้นมา
ดูท่าทาง... พี่เทียนจะเข้าตาจนแล้วจริงๆ...
…………
หลังจากเปลี่ยนชื่อห้อง พี่เทียนก็พ่นลมหายใจออกยาวเหยียด รู้สึกตัวเบาสบายอย่างบอกไม่ถูก
มองดูคอมเมนต์ในห้องไลฟ์ เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม "ลองดูก็ไม่เสียหายนี่นา อย่างมากก็แค่เสมอตัว ใครจะหัวเราะเยาะก็เชิญเลย ยังไงผมก็กลายเป็นตัวตลกมาตั้งนานแล้ว เอาล่ะๆ ได้เวลาลงไลฟ์แล้ว ทุกคนรีบไปนอนเถอะ ฝันดีครับ ขอให้พี่น้องทุกคนฝันดีนะ"
พูดจบ พี่เทียนก็ลุกขึ้นยืนตัวตรง โค้งคำนับให้กล้องอย่างสุดซึ้ง ขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่อยู่เป็นเพื่อนในค่ำคืนนี้
ต้องยอมรับว่า กลับมารอบนี้เขาเปลี่ยนไปมากจริงๆ
ถ่อมตัวลง และรู้จักสำนึกบุญคุณคน
"หนึ่งคำนับ กราบไหว้ฟ้าดิน..."
"เอาอีกสองที ให้ครบสามคำนับไปเลย"
"ฝันดีดาราใหญ่ ไปล่ะ"
"ไปนอนเถอะไอ้โล้น ดูดิผมร่วงหมดหัวเพราะนอนดึกเนี่ย"
"เหวอ หัวโล้นของพี่มันแยงตาข้า ตาข้าบอดแล้ววว อ๊ากกก..."
คนดูในห้องพิมพ์แซวกันไปเรื่อยเปื่อย แล้วก็แยกย้ายกันไป
………………
วันที่ 18 เป็นวันอาทิตย์ เสิ่นฮ่าวได้หยุดพักผ่อนหนึ่งวัน ปกติบริษัทเขาทำงานหกวันต่อสัปดาห์
วันเสาร์ที่เขาบอกว่า สมัครใจทำโอที นั้น เอาเข้าจริงถ้าคิดว่าทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ตามใจฉัน เดี๋ยวโบนัสสิ้นเดือนจะสอนให้รู้ซึ้งถึงความจริงเอง
เขานอนตื่นสายอย่างมีความสุข กว่าจะลุกจากที่นอนก็เกือบเที่ยง
ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาฟุ่มเฟือย มื้อเที่ยงเขาเลยลงไปกินข้าวขาหมูร้านข้างล่างแก้ขัด
แน่นอนว่าต้องเป็น 'ข้าวขาหมูรวมมิตรเพิ่มน่องไก่' เซ็ตคนรวย!
เพราะช่วงสองวันมานี้กระเป๋าหนักขึ้น สั่งทีเดียวชุดละ 25 หยวน เจ๊เจ้าของร้านขาประจำถึงกับทักว่าไปรวยมาจากไหน
จ่ายไป 25 หยวน ได้ค่าประสบการณ์เข้าระบบ 25 แต้ม
กินข้าวเสร็จพักผ่อนสักครู่ ก็ไปสนามกีฬามหาวิทยาลัยเซินเจิ้นที่อยู่ข้างๆ เล่นบาสเกตบอลกับพวกนักศึกษาตลอดช่วงบ่าย
พักอยู่ใกล้มหาลัยก็ดีตรงนี้แหละ สะดวกเรื่องออกกำลังกาย
มองดูพวกนักศึกษาที่เต็มไปด้วยพลังหนุ่มสาว รู้สึกเหมือนตัวเองเด็กลงไปหลายปี
จริงๆ เสิ่นฮ่าวก็อายุไม่เท่าไหร่ เพิ่งเรียนจบมาได้ปีเดียวเอง
เล่นจนถึงสี่ห้าโมงเย็น เหงื่อท่วมตัวอย่างสะใจ เสิ่นฮ่าวก็เดินทอดน่องกลับห้องเช่า
เตรียมตัวกลับไปอาบน้ำ หาอะไรกิน แล้วรอเวลาค่ำคืนมาเยือน
คืนนี้แหละ ละครโรงใหญ่จะได้ฤกษ์เปิดม่านแสดง
…………
วันนี้หลินเสี่ยวหนิงเข้าบริษัทเร็วหน่อย ห้าโมงเย็นก็ถึงแล้ว
เพราะวันนี้พี่ฮวาฮวาจะจัดอบรมสตรีมเมอร์ในสังกัด ถือโอกาสปลุกใจทุกคนไปด้วย
จริงๆ แล้วพี่ฮวาฮวาก็เพิ่งจะสามสิบต้นๆ แต่สำหรับเด็กใหม่อย่างพวกหลินเสี่ยวหนิงที่เพิ่งยี่สิบ เธอก็ถือว่าเป็นเจ๊ใหญ่
เมื่อก่อนพี่ฮวาฮวาก็เคยเป็นสตรีมเมอร์ แต่ไม่ดัง
ต่อมาเลยย้ายมาทำงานเบื้องหลังในบริษัท MCN แห่งนี้ เป็นผู้จัดการดูแลสตรีมเมอร์
บริษัทของพวกเธอทำธุรกิจค่อนข้างกว้างขวาง ทั้งคลิปสั้น, บทความ Toutiao, และไลฟ์สตรีมมิ่ง
แพลตฟอร์ม Huya เป็นตลาดใหม่ที่บริษัทเพิ่งกระโดดเข้ามาเล่น โดยตั้งสังกัดชื่อ "กวงหรง" (เกียรติยศ)
ซึ่งก็คือสังกัดที่หลินเสี่ยวหนิงอยู่นั่นเอง โดยมีพี่ฮวาฮวาเป็นคนดูแล
แผนกต่างๆ ในบริษัทมีการแข่งขันกันดุเดือด มีการวัดผล KPI พี่ฮวาฮวาเลยแบกความกดดันไว้ไม่น้อย
เงินทุนที่บริษัทลงไปในช่วงแรก ภายหลังต้องถอนทุนคืนให้ได้!
"การเป็นสตรีมเมอร์ โดยเฉพาะพวกเธอที่เป็นผู้หญิง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องคว้า 'พี่ใหญ่' ให้อยู่หมัด! พูดกันตามตรง เรามาไลฟ์เพื่อหาเงิน พวกขาจรทั่วไปนอกจากอาหารเสือฟรีๆ ก็เปย์อะไรหนักๆ ไม่ได้หรอก แต่พวกพี่ใหญ่นั้นต่างกัน ขอแค่จับได้สักคน เดือนนึงเขาเปย์ให้เธอเป็นหมื่นเป็นแสนได้สบายๆ!"
พี่ฮวาฮวากวาดสายตามองเหล่าสาวๆ ในห้องประชุม แล้วพูดปลุกใจด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"พี่ใหญ่ที่ไหนจะเยอะแยะขนาดนั้นล่ะพี่ ฉันไลฟ์มาเดือนกว่าแล้ว ยังไม่เจอสักคน ของขวัญแพงสุดที่ได้คือ 'ปืนยิงเงิน' แค่อันเดียวเอง สามร้อยหยวนเองมั้ง" โจวโจวบ่นอุบ
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินเสี่ยวหนิงเจอตัวจริงของโจวโจว สองวันที่ผ่านมาตอนเธอเข้าบริษัท โจวโจวก็เริ่มไลฟ์ไปแล้ว เลยคลาดกันตลอด
โจวโจวอายุไม่มาก ดูแล้วน่าจะยี่สิบต้นๆ
ถึงตัวจริงจะดูดรอปกว่าในกล้องที่ผ่านแอปบิวตี้ไปบ้าง แต่ก็จัดว่าเป็นคนสวยคนหนึ่ง
เธอเป็นคนปากกว้าง เวลาหัวเราะจะเห็นฟันขาวเรียงสวย ดูเป็นคนร่าเริงเปิดเผย

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 22 ฉันอยากลองดูสักตั้ง

ตอนถัดไป