บทที่ 91 ไม่เปย์ก็แค่ไอ้กระจอก
บทที่ 91 ไม่เปย์ก็แค่ไอ้กระจอก
ป้างจื่อ เป็นสมาชิกของ ทีมไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็นใคร
ดังนั้นวันนี้ในห้องสตรีมของเขา จึงมี คนดู จำนวนไม่น้อยเข้ามาพิมพ์คำว่า “กราบซะ”
ในจำนวนนั้นมีบางส่วนที่เป็นแฟนคลับฝั่ง ไอ้หัวล้าน แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกคนดูขาจรที่ชอบมา ปั่นกระแส มากกว่า
พวกเขาก็แค่ปั่นเล่นๆ อยากเห็นสตรีมเมอร์หัวร้อน สติแตก แล้วด่ากราดด้วยท่าทางทุลักทุเล...
แต่ป้างจื่อไม่หลงกลหรอก เมื่อวาน มู่เป่าเป่า เพิ่งโดน แบน Class B ไป นั่นมันโดนหักค่าคอมมิชชั่นเชียวนะ!
เขาจะยอมโง่เจ็บตัวแบบนั้นได้ยังไง?
อีกอย่าง เขาไม่ได้สนใจผลแพ้ชนะของกิจกรรมนี้อยู่แล้ว
ที่แทรกตัวเข้ามาในทีม ก็แค่หวังจะมา กิน ส่วนแบ่งเพิ่มอีกสักหน่อยเท่านั้น
เขาพูดไปหัวเราะไปว่า
“ทุกคน อย่ากวนกันเลย เมื่อวานก็แค่รอบคัดเลือก PK เท่านั้นเอง มู่เป่าเป่าเธอแค่ควักเงินตัวเองออกมา โชว์พาว แสดงจุดยืนเฉยๆ สตรีมเมอร์จะไปสู้ พี่ใหญ่ ได้ยังไง เรื่องนี้มันน่าอายเหรอ? ผมว่าไม่เห็นน่าอายตรงไหนเลย!”
พอได้ยินป้างจื่อพูดแบบนี้ คนดูบางคนก็เริ่มไม่พอใจ
“แกเอาหน้าไหนมาพูดแบบนั้น พี่เมิ่ง บอกไว้ตั้งนานแล้วว่าถ้ามู่เป่าเป่ากล้าลงแข่งกิจกรรม ก็จะตบสั่งสอน เมื่อวานเธอพยายามจะสู้ แค่สู้ไม่ได้ก็เท่านั้นเอง”
“นั่นสิ สตรีมเมอร์คิดจะงัดข้อกับพี่ใหญ่ มันก็ผิดตั้งแต่แรกแล้ว”
“ใครสั่งสอนให้แกเสียนิสัยแบบนี้ กล้าเป็นศัตรูกับพี่ใหญ่!”...
ว่ากันตามตรง เมื่อสตรีมเมอร์มีปัญหากับพี่ใหญ่ คนดูส่วนมากก็มักจะเข้าข้างพี่ใหญ่อยู่แล้ว
เพราะทุกคนต่างก็เป็นผู้บริโภคเหมือนกัน
แน่นอนว่า ก็ยังมีแฟนคลับ สังกัดฮวาเฉิง บางส่วนที่ปกป้องอย่างไม่ลืมหูลืมตา
“เสินฮ่าวแล้วไง? เขาเคยเปย์ให้มู่เป่าเป่าหรือ พี่เฉา สักแดงไหมล่ะ?”
“ใครไม่เปย์ให้พี่เฉาของฉัน นับเป็น ไอ้กระจอก ทั้งหมด!”
“อย่าโม้ไปหน่อยเลย มู่เป่าเป่าก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่านั่นมัน ไอ้ดีหน้าม้าของสังกัด พี่ใหญ่ที่ไหนกันเล่า!”
“เมิ่งก็คือไอดีหน้าม้าของ สังกัดกวงหรง นั่นแหละ มู่เป่าเป่าสู้กับสังกัดต่างหาก!”
แฟนคลับสองฝั่งเริ่มตีกันในช่องแชท ห้องสตรีมของป้างจื่อวุ่นวายไปหมดในทันที
การรับมือกับดราม่าแบบนี้ สตรีมเมอร์สายข่าว ล้วนมีประสบการณ์กันทั้งนั้น ป้างจื่อเองก็เป็นสตรีมเมอร์รุ่นเก๋า
เขาหัวเราะอย่างไม่ตื่นตระหนกว่า “พี่เมิ่งจะเป็นพี่ใหญ่ที่ดีหรือไม่ คำถามนี้มันต้องดูว่าดีกับใคร
ถ้าสำหรับไอ้หัวล้าน พี่เมิ่งย่อมเป็นพี่ใหญ่ที่ดีแน่นอน!
พูดตามตรงนะ ถ้าพี่เมิ่งจัด ดาราประจำสัปดาห์ หลักสิบล้านให้ผมสักรอบ เขาคือพ่อบังเกิดเกล้าของผมเลย!
ไม่สิ ยิ่งกว่าพ่อบังเกิดเกล้าอีก!
แต่เขาไม่เคยเปย์ให้ผมสักแดงนี่นา
แถมด้วยความขัดแย้งที่มีกับสังกัดฮวาเฉิง คาดว่าต่อไปเขาก็คงไม่เปย์ให้ผมหรอก
งั้นสำหรับผม เขาจะเป็นพี่ใหญ่ที่ดีได้ยังไง?
ไม่เปย์สักแดง ก็ไม่ต่างอะไรกับพวก แอนตี้แฟน ตัวน้อยๆ หรอก
ในห้องสตรีมของผมเนี่ย เขาเทียบไม่ได้กับแฟนคลับที่ ติดป้ายไฟ เลเวล 3 ของผมด้วยซ้ำ!”
ป้างจื่อไม่กล้าพูดตรงๆ ว่าพี่เมิ่งเป็นไอดีหน้าม้า เขาเป็นสตรีมเมอร์สายข่าว ยังไม่กล้าปั่นกระแสโจ่งแจ้งขนาดนั้น
แต่เขาก็แสดงจุดยืนเป็นนัยๆ บอกกับคนดูว่า ตราบใดที่ไม่เปย์ให้ฉัน ฉันจะไปสนทำไมว่าแกจะเป็นเสินฮ่าวมาจากไหน สำหรับฉันก็เป็นแค่ ไอ้กระจอก เท่านั้นแหละ!
และเป็นไปตามคาด คำพูดนี้ของเขาก่อให้เกิดมหกรรมคอมเมนต์รัวๆ อีกครั้ง
“ป้างจื่อพูดถูก ใครไม่เปย์ให้ป้างจื่อของฉัน คือไอ้กระจอก!”
“ไม่เปย์ให้พี่เฉาคือไอ้กระจอก!”
“ไม่เปย์ให้เป่าเป่าคือไอ้กระจอก!”
“ไม่เปย์ให้ 90911 คือไอ้กระจอก!”
“ไม่เปย์ให้ 523 คือไอ้กระจอก!”
นี่แหละคือจุดประสงค์ที่พี่เฉาดึงป้างจื่อเข้าทีม!
การมีสตรีมเมอร์สายข่าวแบบนี้ เมื่อสถานการณ์เริ่มไม่เป็นใจ ก็สามารถให้เขาออกมา “ซักฟอก” ให้ขาวสะอาดได้
และแน่นอน ถ้าสถานการณ์ได้เปรียบ หน้าที่ของสตรีมเมอร์สายข่าวก็คือขยายผลชัยชนะนั้นให้ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก
…
ฝั่งพี่เฉาและมู่เป่าเป่ามีสตรีมเมอร์สายข่าว ฝั่ง พี่เทียน ก็มีเช่นกัน ซุ่นจื่อ กำลังเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนอยู่พอดี
แต่เหลี่ยมมุมในการเล่าของเขา แตกต่างจากป้างจื่ออย่างสิ้นเชิง
“คนดูครับ! เมื่อคืนพี่เมิ่งตบสั่งสอนใครบางคน ดูแล้วสะใจไหม! บอกจะตบก็ตบ ไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิด!”
ในห้องสตรีมของเขา ย่อมมีแฟนคลับฝั่งนี้มากกว่า
“สะใจโว้ย! เล่นเอามู่เป่าเป่าเกือบร้องไห้ ฮ่าๆ”
“อีป้าหน้าฟิลเตอร์นั่นสมควรโดนแล้ว กล้าแยกเขี้ยวใส่พี่เมิ่ง ก็ต้องโดนตบ!”
“ที่เธอโดนแบน Class B ฉันเป็นคนกดรีพอร์ตเองแหละพวกเรา รีบชมฉันเร็วเข้า”...
ช่องแชทเต็มไปด้วยข้อความเยาะเย้ยมู่เป่าเป่า
บรรยากาศดีขนาดนี้ ถ้าไม่ฉวยโอกาส สูบเงิน สักหน่อย ก็คงไม่ใช่ซุ่นจื่อแล้ว
เขาฉีกยิ้มกว้างแล้วพูดว่า “คนดูที่รู้สึกสะใจ ช่วยส่ง 66 มาหน่อยเร็ว ซุ่นจื่อหิวจะแย่แล้ว เมื่อคืน PK ก็ไม่เจอศัตรูฝั่งตรงข้าม พี่เมิ่งออนไลน์แป๊บเดียว มาป้อนข้าวซุ่นจื่อไม่ทัน เฮ้อ ชีวิตนี้อยู่ยากแล้ว ผมขอปิดสตรีมหนีล่ะ!”
ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเขาล้อเล่น แต่ในเมื่ออารมณ์ดี ของขวัญฟรีอย่าง อาหารเสือ หรือของขวัญเล็กๆ อย่าง 66 ก็พอจะเปย์ให้ได้อยู่
ดังนั้นหน้าจอจึงเต็มไปด้วยอาหารเสือและ แท่งไฟ 66 บรรยากาศช่างกลมเกลียว
“ขออีกหน่อยๆ พี่เฮ่อเฮ่อ ท่านนี้เป็นแฟนคลับบ้านพี่เทียนใช่ไหม? โอ้โฮ เป็นถึงเศรษฐีเลเวลสูงเสียด้วย! ซุ่นจื่อไม่มีคำครหาต่อพี่เทียนอยู่แล้ว พี่เฮ่อเฮ่อไม่จัดของขวัญขึ้นบอร์ดหลักพันสักหน่อยเหรอครับ...”
ซุ่นจื่อกำลังพยายาม ตอด ของขวัญจากพี่ใหญ่อย่างขะมักเขม้น จู่ๆ ก็เห็นหน้าจอถูกสแปมข้อความรัวๆ
“มาแล้ว มาแล้ว!”
“พี่ใหญ่มาแล้ว!”
“ซุ่นจื่อ อ้าปากรอ!”
เมื่อกี้คอมเมนต์เยอะและตาลายมาก ซุ่นจื่อเลยนึกว่าตัวเองมองไม่เห็นพี่ใหญ่ยศ จักรพรรดิ เข้าห้องมา
เขาตะโกนถามเสียงดัง “ใครมา? ใครมาครับคนดู!”
นี่เป็นลูกไม้ตื้นๆ ของเขา ความจริงถ้าอยากรู้ว่าใครมา แค่เหลือบตาดูที่นั่งแขก VIP ก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอ?
แต่การถามแบบนี้ ไม่เพียงแต่หลอกล่อคอมเมนต์จากคนดูได้ แต่ยังทำให้คนดูพิมพ์ชื่อพี่ใหญ่ออกมา เป็นการให้ซีนพี่ใหญ่แบบจัดเต็ม!
สถานการณ์แบบนี้ คุณที่เป็นพี่ใหญ่ จะกล้าไม่โชว์ของสักหน่อยเหรอ?
แถมถ้าโชว์น้อย ก็จะเสียหน้าเอาได้นะ!
และก็ตามคาด เหล่าคนดู... ถูกซุ่นจื่อหลอกอีกแล้ว คอมเมนต์เริ่มบินว่อน
“พี่เหลยเหลย ไง!”
“พี่เหลยเหลยเอง!”...
ซุ่นจื่อฉีกยิ้มจนแก้มปริ ตะโกนต้อนรับเสียงดัง “สวัสดีตอนเช้าครับพี่เหลยเหลย!”
ข้อความจากพี่เหลยเหลยปรากฏขึ้นบนจอกลาง “ฮ่าๆ นายเล่าข่าวต่อไปเถอะ ช่วงนี้ฉันว่าง เลยมาเปิดจอทิ้งไว้ฟังเพลินๆ”
พูดจบ บนหน้าจอก็ปรากฏจรวดพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
“เหลยเหลย ส่ง Huya หมายเลขหนึ่ง ในห้องถ่ายทอดสดของซุ่นจื่อ”
นี่คือของขวัญที่พี่เหลยเหลยส่งมา มูลค่าหนึ่งพันหยวน ถือว่าใจป้ำไม่เบา
ซุ่นจื่อยิ้มทะเล้นแล้วพูดว่า “ขอบคุณจรวดจากพี่ใหญ่ครับ! แต่เรื่องดีๆ ต้องมาเป็นคู่นะ พี่เหลยเหลยไม่จัดมาอีกสักลำเหรอครับ?”
สันดานสตรีมเมอร์สายข่าวก็เป็นแบบนี้แหละ ตอดของขวัญได้หน้าด้านๆ ไม่มีคำว่าเกรงใจ
ดังนั้นปกติพี่ใหญ่จะไม่ค่อยเอาไอดีหลักเข้าห้องสตรีมข่าว แต่ถ้าเอาเข้ามา ก็แปลว่าเตรียมจะป้อนอาหารแล้ว
คนดูในห้องก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
“เอาอีกสักลำ ซุ่นจื่อหิวแล้ว”
“พี่เหลยเหลยป๋าอยู่แล้ว เปิดมาก็ต้องสองลำ! อ้าว ทำไมมาแค่ลำเดียว?”
“เสี่ยจ๋าอย่าหลงกลนะ! ซุ่นจื่อแม่งหมาจริง!”
ในขณะที่บรรยากาศในห้องกำลังครึกครื้น จู่ๆ เอฟเฟกต์การเข้าห้องระดับจักรพรรดิก็สว่างวาบขึ้น
ซุ่นจื่อตะโกนตามสัญชาตญาณ “ยินดีต้อนรับ...”
แต่พอเห็นชื่อของอีกฝ่ายชัดๆ เสียงของเขาก็หายไปในลำคอทันที