บทที่ 32 สลัดรักจักรพรรดินี หนีด้วยดาบเดียว

จางเถียนซินยันกายลุกขึ้นจากพื้น ใบหน้าเขียวช้ำบวมเป่งดุจหัวหมูทอดยัดไส้ ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงไม่เป็นทรง เขามองไปยังหลี่เสวียนเซียวด้วยแววตางุนงงเต็มใบหน้า ทั้งเจ็บ ทั้งงง และปนสงสัยในคราเดียว



“อะ...อะไรนะ?” เขาเอ่ยเสียงอ้อแอ้ ขณะยังไม่เข้าใจว่าทุกอย่างกำลังเกิดอะไรขึ้น



หลี่เสวียนเซียวหัวเราะเบา ๆ พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงราวนักปราชญ์ผู้วางตนเหนือยุทธภพ “แท้จริงแล้ว...นี่คือแผนการของข้าที่แท้จริง! แม้ในถ้ำมารจะมีประตูทางลับมากมาย ทว่าทางที่นำออกไปได้จริง กลับมีเพียงหนึ่งเดียว — ทางลับใต้คุกหมายเลขหนึ่งนี้!”



เขาเปิดประตูกรงเหล็กอย่างคล่องแคล่ว ดึงร่างบอบช้ำของจางเถียนซินออกมาด้วยความระมัดระวัง จากนั้นก็พาไปยังมุมลับของคุกนั้น ซึ่งเต็มไปด้วยฝุ่นเขรอะและหยากไย่เกาะตามขอบหิน



จากนั้น หลี่เสวียนเซียวพนมมือแล้วเอ่ยถ้อยคำลับด้วยเสียงกังวาน แนวเสียงสะท้อนสะท้านไปตามโถงถ้ำ



“จักรพรรดินีเฟิ่งคือสตรีงามที่สุดในใต้หล้า หน้าอกใหญ่ที่สุดในยุทธจักร!


หลิวชิวสุ่ยจากตำหนักอสูรเป็นเพียงสุนัขน่าชังของสตรีไร้ยางอาย!”



สิ้นคำ ราวกับภูผาได้ยินเสียงสวรรค์ ผนังหินที่ดูแน่นหนากลับเลื่อนเปิดเผยให้เห็นบันไดหินทอดลึกลงไปเบื้องล่าง บรรยากาศเย็นยะเยือกราวกับอยู่ใจกลางถ้ำมังกร เผยให้เห็นเส้นทางลับแสนอันตรายที่แม้แต่ปีศาจก็ยังไม่กล้าย่างกราย



“นี่คือทางรอดของเรา” หลี่เสวียนเซียวกล่าวพลางยื่นผลวิญญาณสีแดงฉานให้แก่จางเถียนซิน



จางเถียนซินรับมาโดยไม่ลังเล เคี้ยวตุ้ย ๆ ไม่ต่างจากหมูหิวโหย น้ำหวานฉ่ำซึมซาบทั่วปากจนดวงตาเขาปิดพริ้มด้วยความสุข เขากินหมดภายในไม่ถึงอึดใจ แม้แต่เมล็ดก็ไม่เหลือให้เห็นแม้แต่เศษ



ทันใดนั้น ความรู้สึกเย็นสบายแล่นวาบจากหน้าท้องขึ้นมาถึงกลางอก ลมปราณที่อ่อนแรงกลับเริ่มไหลเวียนอย่างรุนแรงราวธารน้ำหลากในฤดูน้ำหลาก อาการอ่อนล้าหมดสิ้นไปในพริบตา



“ตามข้ามา!” หลี่เสวียนเซียวสั่งพลางวิ่งนำ พลางกวาดตามองแนวเพดานอย่างระวัง



จางเถียนซินพยักหน้าแรงดั่งไก่จิกข้าวสาร ไร้ซึ่งความลังเลใจ เส้นผมกระเซิงปลิวไปตามแรงลมในอุโมงค์ราวกับธงขาวประกาศยอมแพ้แก่โชคชะตา



ทั้งสองพุ่งทะยานผ่านเส้นทางลับที่เต็มไปด้วยกับดักและค่ายกลซับซ้อน หากเดินผิดเพียงครึ่งก้าว อาจกลายเป็นเหยื่อของคมศาสตรานับพัน หรือถูกเปลวเพลิงลวงสังหารกลืนร่างไปในพริบตา



พวกเขาวิ่งฝ่าไปนานนับเค่อ จนเสียงคลื่นทะเลเริ่มดังมาแต่ไกล เสียงนั้นเหมือนสายเรียกจากเทพสมุทร แสงแดดลอดช่องหินฉายลงมากระทบใบหน้า เป็นแสงแรกที่ทั้งสองได้สัมผัสนับตั้งแต่ติดอยู่ในนรกบนดินแห่งนี้



เบื้องหน้าคือโพรงถ้ำที่เปิดออกสู่ทะเลกว้าง — ผืนน้ำครามสุดลูกหูลูกตา คลื่นลมเย็นพัดมาปะทะใบหน้า กลิ่นไอเกลือจาง ๆ ทำให้จางเถียนซินรู้สึกถึงอิสรภาพที่อยู่แค่เอื้อม



“รีบเถิดหลี่เสวียนเซียว! เรารอดแล้ว!” จางเถียนซินตะโกนด้วยความดีใจ ดวงตาเปล่งประกายแห่งความหวัง



แต่หลี่เสวียนเซียวกลับยกมือห้าม “ช้าก่อน! ทะเลตรงหน้านั้น...คือทะเลมรณะ!”



จางเถียนซินถึงกับถอยหลังหนึ่งก้าว ดวงตาเบิกโพลง ประหนึ่งได้ยินชื่อปีศาจที่เล่าขานกันมาแต่โบราณ



“ทะเลมรณะ?!”



หลี่เสวียนเซียวพยักหน้า “ว่ากันว่าที่แห่งนี้ นกยังบินข้ามไม่ได้ เหล่าผู้ฝึกตนที่กล้าเหาะเหินเข้าใกล้ ต่างถูกแรงดึงดูดลึกลับดูดสู่ทะเล ไม่เว้นแม้แต่ผู้ใช้เวทหรือมนตรา!”



“หากเป็นเช่นนั้น พวกเราจะหนีอย่างไร?” จางเถียนซินกล่าวเสียงสั่น หัวใจเต้นแรง



หลี่เสวียนเซียวเปิดกล่องเก็บกระบี่ “ข้าจะเรียกกระบี่บินหนึ่งเล่ม มันจะนำพาเราข้ามเขตแดนแห่งความตาย!”



เขายกมือขึ้นร่ายอาคม กระบวนท่าเคลื่อนไหวแสงวิญญาณในอากาศบิดเบี้ยวทันใด ลมหมุนวนรอบตัวเขา เสียงเพรียกจากวิญญาณแห่งดาบดังก้องทั่วโพรง



จากกล่องเก็บกระบี่ เสียงคำรามดังกึกก้องราวฟ้าผ่ากลางใจ กระบี่บินนับสิบพุ่งทะยานออกมา หมุนวนกลางอากาศดั่งมังกรโลดเล่นในม่านเมฆ แสงสีเงินสว่างวาบปะทะกับความมืดของถ้ำทะเล



หนึ่งในนั้นคือกระบี่สีเงินเจิดจ้าที่สุด แหวกฟ้าดุจสายฟ้าแผดเสียงคำราม แรงลมจากกระบี่ตวัดผิวหนังราวจะฉีกออกจากกระดูก บาดแผลที่ไร้เลือดปรากฏบนแขนหลี่เสวียนเซียว แต่เขายังจับกระบี่นั้นไว้แน่น



เขากัดฟันแน่น ฝืนสภาพร่างกายที่แทบทรุด เอื้อมมือคว้าจางเถียนซินขึ้นพาดหลัง ตะโกน “ไป!”



กระบี่พุ่งตรงฝ่าแรงดูดของทะเลมรณะ มุ่งสู่เส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้น เงากระบี่กลายเป็นเส้นแสงสีเงินหายลับไปกับสายหมอก



...



ณ ตำหนักในถ้ำมาร จักรพรรดินีเฟิ่งสะดุ้งตื่นจากนิทรา เสียงคำรามของกระบี่ก้องกังวานสะท้านพื้น ฝุ่นถล่มจากเพดานราวกับแผ่นดินไหว



“ใครมันบังอาจ!?” นางลุกพรวด ใบหน้างัวเงียพลันซีดเผือดเมื่อรับรายงานจากผู้ติดตาม



“จักรพรรดินี...เป็นหลี่เสวียนเซียวเจ้าค่ะ เขาพานักโทษหนีไปแล้ว!”



จักรพรรดินีเฟิ่งกำหมัดแน่น เส้นเลือดปูดโปนจนดูเหมือนจะแตกทะลุผิวหนัง เปลวพลังมารแผ่ซ่านรอบกายราวกับควันพิษที่พร้อมแผดเผาโลก



ผู้ติดตามอีกคนยื่นจดหมายสั่น ๆ “เขาทิ้งจดหมายไว้ให้ท่าน...”



นางโบกมือเบา ๆ จดหมายลอยมาสู่มือ กระดาษนั้นสั่นระริกคล้ายกลัวอารมณ์ของนาง



[ข้าเกิดในสำนักผู้ถือธรรม เติบโตมาพร้อมคำสอนแห่งเมตตา]
[ธรรมะคือวิถี มารคือเงา — บัดนี้ ขอลา]
[ท้ายสุด ขอสารภาพ...หลิวชิวสุ่ยงดงามกว่าท่านมาก]



จักรพรรดินีเฟิ่งตาเหลือก “ว่าไงนะ!?” เสียงคำรามต่ำในลำคอกลายเป็นเสียงกรีดร้องโหยหวน



“สารเลว!”



ฝ่าเท้ากระทืบพื้นจนตำหนักสั่นไหว นางแผ่พลังมารพุ่งทะยานออกจากถ้ำทันที ผืนดินสั่นสะเทือนตามแรงโกรธเกรี้ยว



“หลิวชิวสุ่ย! เจ้าอยู่เบื้องหลังงั้นรึ! ข้าจะฉีกเจ้าด้วยมือของข้า!!”



เสียงคำรามของนางลอยลั่นทั่วฟากฟ้า ดังไปไกลราวฟ้าถล่มดินทลาย สรรพสัตว์ต่างหลบซ่อนในเงามืด



...จบตอน



ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 32 สลัดรักจักรพรรดินี หนีด้วยดาบเดียว

ตอนถัดไป