ตอนที่ 82 ฟ้าลิขิตสามปี

“แค่ก ๆ ๆ !”



เซียวเหยียนลืมตาขึ้น พร้อมกับภาพเลือนรางของมารดาที่จากไปเนิ่นนาน เขานึกว่าตนได้ตายไปแล้วจริง ๆ เพราะไม่ได้เห็นใบหน้ายิ้มละมุนของมารดามานานนัก



‘หากแม่เห็นข้าในสภาพเช่นนี้ คงผิดหวังไม่น้อยเป็นแน่...’



เสียงเรียกแว่วมาเบา ๆ “เหยียนเอ๋อร์…เหยียนเอ๋อร์...”



เขาค่อย ๆ ลืมตา เห็นใบหน้าอิดโรยของบิดา เซียวเฉิงซาน ชายผู้เหมือนจะแก่ลงไปราวเจ็ดแปดสิบปีในเวลาเพียงไม่กี่วัน



“ท่านพ่อ…ขะ…ข้ายังมีชีวิตอยู่งั้นหรือ?”



เซียวเฉิงซานกุมมือบุตรชายแน่น รับรู้ถึงความอุ่นของชีวิตที่ยังคงอยู่ พลางพยักหน้าอย่างแรงด้วยดวงตาแดงช้ำ



“อีกเพียงนิ้วเดียว เจ้าคงไปเกิดใหม่แล้ว!!”



เซียวเหยียนฝืนยิ้ม มุมปากยกขึ้นน้อย ๆ “หากสวรรค์ยังให้ข้ามีลมหายใจ เช่นนั้น...ข้าจะให้ทุกคนได้เห็นเอง ว่าเซียวเหยียนมิใช่คนสิ้นไร้!”



“ดีมาก!” เซียวเฉิงซานแววตาฉายแสงความหวัง “นี่แหละลูกของข้า!”



แม้ต้องพักฟื้นอีกหลายวันจากบาดแผลหนัก แต่เปลวเพลิงแห่งความมุ่งมั่นในใจของเขาก็ได้ลุกโชนขึ้นอีกครา



คืนหนึ่ง เขาฝืนร่างอ่อนแรงไปที่หลุมศพมารดา นั่งนิ่งเงียบเป็นนาน มองฟ้าสางด้วยดวงตาแน่วแน่



‘ความอัปยศในวันนี้ ข้าจะจำใส่ใจ ไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง!


เขาซูซาน...ซูหว่าน...ตระกูลซู…ข้าจะไม่ลืมพวกเจ้าแน่!!’



แม้ขณะนี้เขาไร้พลัง แม้แต่ขั้นหลอมลมปราณยังเทียบไม่ติด ในขณะที่ซูหว่านทะลวงถึงขั้นจินตานแล้วก็ตาม…



ต่อให้วันหนึ่งเขาไปถึงขั้นนั้นจริง ก็ไม่มีผู้ใดเชื่อว่าเขาจะไล่ตามอีกฝ่ายทัน!



แต่ในใจเซียวเหยียนรู้ดี…เขายังมีไพ่ลับอยู่!



เด็กหนุ่มถอดจี้หยกที่ห้อยคอ พลางกระซิบเสียงแผ่วเบา



“อาวุโสหุน…ท่านอยู่หรือไม่?”



“อาวุโสหุน!?”



เสียงเงียบงันอยู่ชั่วครู่ ก่อนเสียงทุ้มขรึมเจืออารมณ์งัวเงียจึงตอบกลับมา



“เฮ้อ...ข้าเพิ่งงีบไปไม่ทันไรก็เกิดเรื่องอีกแล้วเรอะ? เจ้าสภาพนี้มันยังไงกันเนี่ย?”



ใช่แล้ว—ในหยกเส้นนั้นมีวิญญาณซ่อนอยู่ วิญญาณของผู้ที่เรียกตนเองว่า “หุนเหล่า” หรืออาวุโสหุน ในอดีตคือยอดผู้ฝึกตนอันแข็งแกร่งที่พลาดท่าระหว่างพยายามเหินสู่สวรรค์ จึงผนึกจิตตนไว้ในจี้หยกนี้



เซียวเหยียนพบท่านผู้นี้โดยบังเอิญเมื่อสามปีก่อน



แต่แทนที่จะสอนเคล็ดวิชาล้ำลึกให้เด็กหนุ่มอย่างที่คาด ท่านอาวุโสกลับยัดเยียดบทเรียนแปลกประหลาดให้มากมาย



《หลังถูกถอนหมั้น ข้าเลือกให้อภัย》
《เว้นวรรคให้อดีต ปล่อยวางให้อภัย ปล่อยใจสู่เต๋า》
《เมื่อเข้าใจอดีตคู่หมั้น ข้าก็เข้าใจเหตุผลในการจากลา》
《กรรมเวรเมื่อถึงที่สุด จะทิ้งเงาตามตลอดชีวิต》



“...” ฟังแล้วแทบกระอักโลหิต!



ไม่เพียงเท่านั้น อาวุโสหุนยังเล่าเรื่องราวของยอดฝีมือผู้ล้างแค้นสังหารศัตรูทั้งตระกูล แต่กลับจบชีวิตอย่างโดดเดี่ยว หรือตายแบบไร้ศักดิ์ศรี



ตรงข้ามกับผู้ที่เลือกละเว้นเวรกรรม กลับได้ทั้งฮาเร็ม บ้าน รถ ม้า และสุขภาพดีไปตลอดชาติ!



‘ท่านเป็นผู้ฝึกตนจริงหรือไม่กันแน่?!’ เซียวเหยียนเคยสงสัย



แต่ถึงอย่างนั้น ท่านอาวุโสก็สัญญาไว้ว่า เมื่อครบสามปี จะถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้



ตอนนี้…สามปีได้ผ่านพ้นไปแล้ว!



“อาวุโสหุน! ท่านลืมหรือไม่ ว่าท่านสัญญาอะไรไว้?”



อาวุโสหุนเงียบไปชั่วครู่ ก่อนหัวเราะเบา ๆ



“เฮอะ...เด็กน้อย เจ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งที่เจ้าต้องการจริง ๆ คืออะไร?”



เซียวเหยียนตอบแน่วแน่



“ข้าไม่ต้องการล้างแค้นจนเลือดท่วมปฐพี! ข้าเพียงไม่อยากให้ผู้ใดมาดูแคลน ไม่อยากเห็นบิดาข้าต้องอับอายอีกต่อไป!


สิ่งที่ข้าปรารถนา คือการยืนหยัดด้วยลำแข้งของตนเอง และทวงคืนทุกสิ่งที่ข้าเคยสูญเสีย!”



“ดี…เจ้าพอมีแววเป็นมนุษย์ผู้ฝึกเต๋าอยู่บ้าง” อาวุโสหุนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “เริ่มวันนี้ ข้าจะถ่ายทอดวิชาให้เจ้า”



เซียวเหยียนดีใจจนแทบลุกจากเตียงทันที



“แต่ว่า…” เขาชะงัก “ข้าบาดเจ็บสาหัส หลังจากเข้าสู่แดนต้องห้ามเมื่อครั้งก่อน พลังลมปราณขาดสะบั้นหมดแล้ว จะฝึกสิ่งใดได้?”



อาวุโสหุนหัวเราะเบา ๆ “เรื่องเล็ก ในอดีต ข้ามีสถานที่ซ่อนสมบัติอยู่แห่งหนึ่ง อยู่ในเมืองพานหลงนี่เอง เจ้าไปที่นั่นเถอะ”



เด็กหนุ่มตาเป็นประกาย พยักหน้าหนักแน่น



“แต่ยังไม่หายดีเลยนะ…”



“ข้า…ข้ารอไม่ไหวแล้ว!”



เซียวเหยียนรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมด ลุกจากเตียงแล้วออกเดินทาง



ภายในถ้ำสมบัติที่ซ่อนเร้น มองเผิน ๆ อาจไม่ต่างอะไรกับโพรงดินธรรมดา ทว่าบรรยากาศกลับเต็มไปด้วยกลิ่นลี้ลับชวนพิศวง



เซียวเหยียนพบกล่องไม้เล็ก ๆ วางอยู่กลางถ้ำ เมื่อเปิดออกก็พบเม็ดยาสีม่วงเม็ดหนึ่ง



“นี่คือ…?”



เสียงอาวุโสหุนดังขึ้นจากจี้หยก



“นี่คือโอสถปรับชีพจร สมญานาม ‘หนึ่งกลืนเก้าเจ็บ’ หากสำเร็จ เจ้าจะฟื้นคืนชีพจรทั้งหมด หากล้มเหลว...ก็แค่กลายเป็นศพ เจ้ายังจะกล้าหรือไม่?”



เซียวเหยียนตอบด้วยการกลืนโอสถนั้นลงไปทันที



ภายในไม่กี่อึดใจ เขาทรุดฮวบลงกับพื้น หมดสติทันที!



จากใต้ดิน หัวกลม ๆ หนึ่งโผล่ขึ้นมาเบา ๆ



หลี่เสวียนเซียวมองร่างที่แน่นิ่งของเซียวเหยียนด้วยแววตานิ่งเฉย ก่อนพึมพำเบา ๆ



“นั่นมันแค่ยาสลบธรรมดา…ตัวข้านี่แหละจะลงมือรักษาชีพจรให้เจ้าเอง”



นี่คือแผนการที่เขาลงแรงวางไว้ตลอดสามปี ตั้งแต่รู้ข่าวถอนหมั้น เขาก็มายังเมืองพานหลง ติดตั้งระบบสอดแนม วางกับดัก และทิ้งจี้หยกให้เซียวเหยียนเก็บไป



เขาคืออาวุโสหุน



‘พระเอกที่รักเอ๋ย หากเจ้าต้องการพลัง ข้าก็จะมอบให้เอง…’



เขาจะเดินในเส้นทางของ “ท่านเหยาในนิยายโลกเก่า” แล้วทำให้เส้นทางนั้นไม่มีใครเดินได้อีก!



...จบบท



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 82 ฟ้าลิขิตสามปี

ตอนถัดไป