ตอนที่ 84 ช่างน่าระแวงนัก
ทูตลัทธิชั่วร้าย…ตายแล้ว
ปราศจากข้อกังขา เขาคือคนที่สังหารศิษย์เขาซูซานทั้งห้า!
หลังฆ่าศิษย์เหล่านั้น เขายังหน้าด้านมอบของใช้จากศิษย์ซูซานให้กับหัวหน้าลัทธิชั่วร้ายในท้องถิ่นเป็นของรางวัล
ผลก็คือ—หัวหน้าคนนั้นถูกกรมปราบอสูรจับกุม และเผอิญโดนค้นเจอของจากศิษย์เขาซูซานเข้าอย่างจัง จึงทำให้ตัวตนของผู้ร้ายถูกเปิดโปง!
เขาพยายามหลบหนีหลังถูกลู่จื่ออินสยบ แต่สุดท้ายกลับถูกฆ่าโดยไม่ตั้งใจ
ณ จวนเจ้าเมือง
ลู่จื่ออินใช้ปลายนิ้วลูบคางอย่างครุ่นคิด แม้ฆาตกรจะตายไปแล้ว แต่ก็ถือว่าภารกิจนี้สำเร็จลงอย่างราบรื่น นับเป็นผลงานชิ้นแรกในฐานะผู้นำยอดเขากระบี่เงิน
เขาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แล้วนั่งลงเขียนบันทึกรายงานเหตุการณ์โดยละเอียด—เป็นธรรมเนียมของเขาซูซาน ที่ว่าศิษย์ทุกคนต้องเขียนรายงานภารกิจเสมอ
หากมีศิษย์สองคนไปปฏิบัติภารกิจเดียวกัน แต่รายงานขัดแย้งกันเมื่อใด แปลว่ามีบางสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในการปฏิบัติภารกิจนั้นทันที
ธรรมเนียมแปลกประหลาดนี้ว่ากันว่าเป็นข้อเสนอจากศิษย์นิรนามสมัยก่อน ซึ่งเหล่าศิษย์ในปัจจุบันต่างสาปส่งเขาจนบรรพบุรุษ 18 ชั่วโคตร! แต่ถึงจะยุ่งยากเพียงใด ก็ช่วยป้องกันปัญหาได้จริง
เขาเป่าหมึกให้แห้งก่อนจะวางพู่กัน แล้วก็ได้ยินเสียงจากประตู
“พี่ลู่ มีบางเรื่องอยากเรียนให้ทราบ” เสียงของหลี่เสวียนเซียวดังขึ้น
“ว่ามา”
“ข้าไปตามหาเจ้าดาบเฒ่าคนนั้นตามคำสั่ง แต่บ้านของเขากลับร้างไปแล้ว คนในบ้านไม่มีใครอยู่”
ลู่จื่ออินพยักหน้า “กาลเวลาผ่านไป บ้านอาจถูกย้าย หรือเกิดเหตุเปลี่ยนแปลง เจ้าสอบถามเพื่อนบ้านดูหรือยัง?”
“ก็สอบถามแล้ว แต่ไม่ใช่แค่บ้านนั้น เพื่อนบ้านแถวนั้นก็หายไปหมดด้วย…แถมชาวเมืองอีกมากมายก็พลอยหายไปด้วย”
“หืม? หายไป?”
“ข้าก็เพิ่งได้ยินชาวบ้านเล่ามาเหมือนกัน ตอนแรกคิดว่าอาจเกี่ยวกับศิษย์เขาซูซานที่หายตัวไปก็ได้”
หลี่เสวียนเซียวพูดเสียงเบา แต่ดังพอที่อีกฝ่ายจะได้ยิน ก่อนเดินจากไปอย่างไม่ใส่ใจ
ลู่จื่ออินกระพริบตา “…หายไปกันเป็นจำนวนมาก?”
เขาเริ่มขมวดคิ้ว
ภายในห้องลับใต้ดิน จวนเจ้าเมือง
เจ้าเมืองเพ่งมองภาพใน ‘ศิลาสะท้อนวิญญาณคู่’ ที่เผยภาพลู่จื่ออินเดินออกจากจวนก่อนสบถเบา ๆ “ยุ่งเรื่องชาวบ้าน!”
จากภาพในศิลา ชัดเจนว่าทั้งลู่จื่ออิน หลี่เสวียนเซียว ซูหว่าน…แม้แต่เจ้าหญิงจ้าวลู่ ล้วนอยู่ในการจับตาของเขา
ถึงแม้เขาจะกังวลเพียงแค่ลู่จื่ออิน แต่ก็ไม่อาจวางใจคนอื่นได้
โดยเฉพาะเจ้าหลี่เสวียนเซียว—เจ้านั่นดูซื่อ ๆ แต่กลับเงียบผิดปกติ!
ดูเหมือนไม่ทำอะไรนอกจากอยู่เงียบ ๆ หรือตามก้นลู่จื่ออิน แต่ใครจะรู้ว่าในความเงียบนั้น…ซ่อนอะไรอยู่?
และแน่นอน ปัญหาใหญ่จริง ๆ คือคนที่ชื่อ ลู่จื่ออิน ผู้นั้น!
หากชายผู้นี้ล่วงรู้ความลับบางอย่างในเมือง ก็จะกลายเป็นหายนะใหญ่หลวงทันที
เจ้าเมืองเพ่งมองภาพในศิลา—ตอนนี้เหลือเพียงภาพของหลี่เสวียนเซียวกำลังนั่งอ่านรายงานรายเดือนอย่างชิล ๆ บนเตียง
แต่ในชั้นใต้ดินที่ลึกยิ่งกว่า…หลี่เสวียนเซียวอีกคนก็กำลังเพ่งมองภาพเจ้าเมืองที่กำลังเพ่งมองภาพหลี่เสวียนเซียวที่กำลังอ่านรายงานอยู่…
‘แอบสอดแนมข้า? ช่างน่ารังเกียจนัก!’
เขาขมวดคิ้วแน่น ‘เอาหินสะท้อนวิญญาณมาติดในห้องผู้อื่นเช่นนี้ สมควรถูกเรียกว่าสารเลวที่สุดในใต้หล้า!’
‘การหายตัวไปของผู้คนทั่วเมือง หากเจ้าเมืองไม่รู้เรื่อง จะเป็นไปได้หรือ?’
‘คนที่มีอำนาจควบคุมสถานการณ์ในเมืองได้ระดับนี้…ต้องเป็นเจ้าเมืองแน่นอน!’
ดวงตาหลี่เสวียนเซียวฉายแววคมกล้า
‘หรืออาจจะไม่ใช่แค่เจ้าเมือง…เป็นระดับที่เหนือกว่า? ราชสำนัก? หรือสูงกว่านั้นอีก?!’
เขาแค่นลมหายใจเย็น “ขนลุกเลยทีเดียว…”
หลังได้เบาะแส ลู่จื่ออินเริ่มออกตามหาชาวบ้านที่หายตัว
เขาแทบไม่ต้องออกแรงสืบหามาก เพราะคนที่ออกมาตามหาญาติกระจายอยู่ทั่วเมือง!
แต่สิ่งที่เขาได้รับคือ—มีผู้สูญหายกว่าสองแสนคน!!!
และนั่นยังไม่รวมคนที่ไม่มีครอบครัวหรือญาติพี่น้องคอยตามหา!
ลู่จื่ออินเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ
เขาตัดสินใจกลับไปยังจวนเจ้าเมืองเพื่อถามความจริง
เจ้าเมืองทำหน้าตาสงบนิ่ง เอ่ยตอบทันทีว่า
“เมืองพานหลงนี้มีคนเข้าออกมากเป็นปกติ ลัทธิชั่วร้ายก็ชุกชุม ผู้คนจำนวนหนึ่งถูกล่อลวงไปกับลัทธิ บ้างก็ถูกเกณฑ์ไปสร้างเขื่อน ขุดลำคลอง บ้างก็ออกไปล่าในป่าแล้วไม่กลับมา เพราะมีสัตว์อสูรชุกชุม
อีกทั้งช่วงก่อนน้ำท่วม ข้าวปลาอาหารขาดแคลน ผู้คนพลัดถิ่นก็มีไม่น้อย จึงเกิดข่าวลือเรื่องคนหาย”
ลู่จื่ออินพยักหน้า “เช่นนี้เองหรือ”
“ท่านยอดเขามาเยือนทั้งที อยู่พักต่ออีกสองสามวันดีหรือไม่ ข้าจะจัดงานเลี้ยงส่งให้ด้วยใจยินดี”
“ไว้โอกาสหน้าเถิด ครั้งนี้ข้ามีภารกิจเร่งด่วน ต้องกลับซูซานพรุ่งนี้เช้า”
“เช่นนั้นก็มิกล้ารั้งไว้”
หลังจากแลกเปลี่ยนถ้อยคำอย่างสุภาพ ลู่จื่ออินกลับไปพักผ่อน และเจ้าเมืองก็สั่งให้อยู่ภายในจวนเพื่อเตรียมงานเลี้ยงส่งคณะจากเขาซูซาน
กลับถึงห้อง ลู่จื่ออินยังคงครุ่นคิดอยู่
“หรือข้าคิดมากไป?”
ข่าวลือริมถนน…น่าเชื่อถือหรือไม่กันแน่?
เขาเดินวนไปในห้อง เหลือบเห็นชั้นหนังสือ ลองกวาดตามอง แต่ไม่มีเล่มใดสะดุดตา
กระทั่งพบหนังสือเล่มหนึ่ง สีสันสดใสกว่าปกติ
ชื่อหนังสือคือ 《มีเพียงคนฉลาดที่สุดเท่านั้น…ที่จะเดาตอนจบได้》
“หึ นี่มันตั้งใจเขียนมาเพื่อข้าโดยเฉพาะชัด ๆ”
เขาหยิบมาเปิดอ่านทันที
เรื่องราวกล่าวถึงนักสืบที่สืบคดีฆาตกรรม โดยคนร้ายได้สร้างสถานการณ์ปลอมขึ้นมาหลอกสายตานักสืบ
ฆาตกรสร้างหลักฐานเท็จ และหาแพะรับบาปมารับโทษแทน ก่อนจะทำให้คนเชื่อว่าเรื่องจบลงแล้ว
แต่เบื้องหลังนั้น…กลับมีเรื่องที่ลึกยิ่งกว่า
ลู่จื่ออินเงยหน้าขึ้นมาช้า ๆ พลางพึมพำ
“…ทำไมเรื่องนี้มันคุ้นตานัก?”
...จบบท