ตอนที่ 146 หลอมสร้างยันต์ลวงฟ้า
ณ ศาลบูชาอาจารย์บนเขาซู่ซาน จ้าวสำนักหลิงซวีคุกเข่าอยู่หน้าวิหารศักดิ์สิทธิ์ ถอนหายใจเบา ๆ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับแท่นบูชาอาจารย์ หลิงซวีอดไม่ได้ที่จะหวนคิดถึงวันคืนเก่า ๆ ที่ไร้กังวล
ตราบใดที่มีอาจารย์อยู่ เขาซู่ซานก็ไร้ปัญหาใด ๆ
แต่บัดนี้ อาจารย์ล่วงลับไปแล้ว ทิ้งภาระหนักอึ้งไว้ให้เขา รับผิดชอบเขาซู่ซานอันกว้างใหญ่ไพศาล รักษาสันติสุขแห่งใต้หล้า
หลิงซวีรู้สึกว่าความกดดันหนักหนาสาหัสเกินจะบรรยาย หลายสิ่งหลายอย่าง ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยพลังเพียงอย่างเดียว
“อาจารย์! เหตุใดในตอนนั้น ท่านถึงตัดสินใจเช่นนั้น ถึงกับให้ข้ารับตำแหน่งดูแลสำนักนี้
ตอนนั้นข้ายังเยาว์วัย ไร้เดียงสา ไม่รู้เรื่องการบริหารดูแลสำนักใหญ่เช่นนี้ ข้ากังวลและหวาดหวั่นอย่างยิ่ง
แต่หลังจากท่านล่วงลับไป ทุกคนกลับผลักดันข้าให้เป็นจ้าวสำนัก ข้ารู้สึกทั้งตกใจและกดดันยิ่งกว่าเดิม
ข้าคิดทบทวนอยู่เสมอ ว่าท่านเห็นอะไรในตัวข้ากันแน่?
เพราะข้ามีพรสวรรค์โดดเด่น? มีรูปลักษณ์สง่างาม? หรือเพราะความเฉลียวฉลาดที่ข้าแสดงออก?
อาจารย์... บอกข้าสักนิดเถิด มิฉะนั้น ปีหน้า ข้าจะไม่เผากระดาษให้ท่านแล้วนะ!”
ทันใดนั้น กระแสพลังดาบพลุ่งพล่านขึ้นรอบกาย รวบรวมตัวกลายเป็นฝ่ามือหนึ่ง
“เพียะ!” เสียงฝ่ามือตบเข้าหน้าหลิงซวีดังสนั่น
หลิงซวีพริบตาปริบ ๆ
กระแสดาบกลางอากาศค่อย ๆ ร้อยเรียงเป็นตัวอักษร
“李!! (หลี่)”
หลิงซวีทำหน้างอ มือกุมแก้มที่เพิ่งถูกตบ มองตัวอักษรด้วยความงุนงง
“木!(มู่)”
“子!(จื่อ)”
“นี่มัน...”
หลิงซวีขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พลันเข้าใจ คำว่า หลี่ (李) ที่ปรากฏ เป็นตัวอักษรที่มีส่วนประกอบของ 木 กับ 子
“‘มู่จื่อ’ คือ ‘โม่จื่อ’!! (模子)”
อาจารย์ต้องการให้ข้าเป็นแบบอย่าง เป็นแม่พิมพ์ให้ศิษย์แห่งเขาซู่ซานทุกคน!
“อาจารย์! ท่านช่างมีเจตนาดียิ่งนัก ศิษย์เข้าใจแล้ว!
ไม่ว่าอย่างไร ศิษย์จะจดจำความเชื่อมั่นและความคาดหวังของท่านไว้ในใจ จะทุ่มเทสุดกำลัง ไม่ให้ท่านผิดหวัง จะทำให้เขาซู่ซานเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น!”
หลิงซวีลุกขึ้น เดินออกจากวิหาร
เมื่อออกจากประตู ก็พบกับลู่จื่อหยิน เจ้าสำนักยอดเขายินเจี้ยนเฟิง สองคนสบตากันแล้วเผยรอยยิ้มรู้ใจกันโดยพร้อมเพรียง
ไม่รู้เพราะอะไร ทุกครั้งที่หลิงซวีเห็นลู่จื่อหยิน ก็มักรู้สึกเหมือนเห็นตัวเองในวัยหนุ่ม พรสวรรค์โดดเด่น ฉลาดหลักแหลม อายุยังน้อยแต่เปี่ยมด้วยความสามารถ
ลู่จื่อหยินเองก็คิดเช่นเดียวกัน ยามมองหลิงซวี ก็เหมือนได้เห็นตัวเองในอนาคต
“............”
เช้าวันใหม่อันแจ่มใส หลิงซวีในฐานะจ้าวสำนัก เดินตรวจตราไปทั่วเขาซู่ซาน มองเห็นเขาซู่ซานสงบสุข สายตาเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
เดินเล่นไปเรื่อย ๆ พลันก็มาถึงยอดเขายินเจี้ยน
“ให้ข้าดูหน่อยเถอะว่าเจ้าหลี่เสวียนเซียวกำลังแอบทำอะไร!”
หลิงซวีแอบเดินย่องเข้าไปยังกระท่อมของศิษย์ พบว่าหลี่เสวียนเซียวกำลังนั่งสงบนิ่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ ก้มหน้าตั้งใจเขียนพระสูตรที่ถูกลงโทษให้คัดลอก
หลิงซวีพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ไอ้หนูนี่ในที่สุดก็กลับมาอยู่ในโอวาทบ้างเสียที”
ในความทรงจำของเขา ศิษย์ผู้นี้แต่เดิมเป็นเด็กดี ว่าง่ายเชื่อฟังไม่เคยก่อปัญหา ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เจ้าหนูนี่กล้าดื้อรั้นขึ้นมา?
“............”
ณ เกาะเมฆสายฟ้าแห่งทะเลตะวันออก
หลี่เสวียนเซียวตัวจริงอาศัยพายุสายฟ้าปิดบังลมหายใจ เตรียมหลอมสร้าง “ยันต์ลวงฟ้า” สีหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด
การหลอมสร้างยันต์ลวงฟ้าครั้งนี้ คือขั้นตอนสำคัญที่สุดในแผนการของเขา
มีเพียงยันต์ลวงฟ้าเท่านั้น ที่สามารถปิดกั้นการคาดเดาและการสอดส่องของผู้อื่นได้
แผนการหลบหนีและเร่ร่อนของเขาถึงจะดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น
ต่อให้ผู้บรรลุระดับสูงต้องการคาดเดาโชคชะตาของเขา ก็จะทำได้ยากเย็น เปรียบเสมือนการติดกุญแจล็อกไว้อีกชั้น
ไม่เช่นนั้น แผนการทั้งหลายของเขาก็จะถูกเปิดโปงหมดสิ้น ไม่สามารถเล่นตุกติกอะไรได้เลย
ด้วยเหตุนี้ การหลอมสร้างยันต์ลวงฟ้าครั้งนี้ จึงต้องสำเร็จโดยไม่มีข้อผิดพลาดเด็ดขาด ต้องทุ่มสุดกำลัง!
หลี่เสวียนเซียวเตรียมใช้โลหิตของตนเป็นสื่อกลาง ผสานกับพลังสายฟ้า เพื่อหลอมรวมเป็นม่านพลังที่แยกตัวออกจากการควบคุมของกฎแห่งสวรรค์
“หลอมยันต์ด้วยฟ้าผ่า”
หลี่เสวียนเซียวสูดลมหายใจลึก
รอบตัวเขา ตั้งเรียงไว้ด้วยเข็มผ่าฟ้านับสิบสามต้นที่เขาประดิษฐ์ขึ้นเอง กระดาษยันต์ที่ใช้เขียนยันต์ลวงฟ้าก็สำคัญยิ่ง
เป็นกระดาษหยกขนาดสามนิ้ว ผลิตจากแก่นไม้ที่โดนฟ้าผ่าหมื่นปี แช่ด้วยน้ำค้างจันทราเป็นเวลาสามปี แล้วฝังไว้ในบ่อเจ็ดดาวอีกสิบปีเต็ม
เขาใช้เวลายี่สิบปีกว่าจะสร้างกระดาษแผ่นนี้สำเร็จ
รอคอยมาเนิ่นนานเพื่อการหลอมสร้างยันต์ครั้งนี้
ในขณะเดียวกัน ยังเป็นช่วงเวลาที่เกิด “เก้าดาวเรียงแถว” ซึ่งมีเพียงหนึ่งครั้งในรอบพันปี
เมื่อถึงช่วงนี้ พลังของดวงดาวจะสับสนวุ่นวาย สนามแม่เหล็กของโลกกลับตาลปัตร กฎแห่งสวรรค์พร่าเลือน
ช่วงเวลานี้ เหมาะสมที่สุดสำหรับการหลอมยันต์ลวงฟ้า สามารถแทรกซึมพลังแห่ง “การลวงหลอก” ลงในลวดลายยันต์ได้
หลี่เสวียนเซียวจับเวลาทำนายอยู่ตลอด หากพลาดครั้งนี้ ต้องรออีกพันปี
ถ้าหากผู้ฝึกตนใช้วิชาลับตัดขาดโชคชะตาของตนเอง ยันต์ลวงฟ้าที่ได้จะทรงพลังยิ่งกว่าเดิม แต่ต้องแลกด้วยอายุขัยมหาศาล
แน่นอนว่าเขาไม่อยากแลกด้วยวิธีนั้น จึงต้องใช้ “ทรายตัดโชคชะตา” เพื่อแยกโชคชะตาเพียงชั่วคราว
“ขอสวรรค์เมตตาด้วยเถิด...”
หลี่เสวียนเซียวหลุดปากกล่าวโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็ตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่
“ข้ากำลังเล่นงานสวรรค์แท้ ๆ ยังจะไปขอให้สวรรค์เมตตาอีกงั้นหรือ?”
นี่มันเป็นวิชา “ต่อต้านสวรรค์” อย่างแท้จริง เป็นศาสตร์ต้องห้ามที่พยายามเปลี่ยนแปลงกฎแห่งฟ้าดิน
“ถึงเวลาแล้ว!”
หลี่เสวียนเซียวถือพู่กันที่ทำจาก “ไม้ไร้เหตุ” ปลายพู่กันจุ่มหมึก “หมึกจิตวิญญาณแห่งความว่างเปล่า” ที่สร้างจากจิตยึดมั่นของผู้ฝึกตนขั้นจิตทารก(หยวนอิง)สายธรรมะที่ดับสูญไป เมื่อใช้เขียน จะสามารถกลืนกินการมีตัวตนของทุกสิ่ง
ทันทีที่ปลายพู่กันแตะลงบนกระดาษยันต์ เสียงสายฟ้าฟาดดังสนั่นขึ้นทันที เหมือนสัตว์ร้ายโบราณคำราม เส้นสายฟ้าพุ่งออกจากปลายพู่กันเชื่อมโยงกับกระดาษยันต์โดยตรง อากาศโดยรอบฉีกขาดเป็นเสี่ยง ๆ
หลี่เสวียนเซียวสีหน้าเคร่งเครียด พู่กันลอยอยู่สามนิ้วเหนือกระดาษ ก่อนจะกดลงไป
ทันทีที่เส้นยันต์แรกปรากฏ เกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติขึ้น ฝนกระหน่ำตกหนัก
เมื่อวาดมาถึงอักษร “ลวง” ฟ้าก็ผ่าลงมาพร้อมกันถึงเก้าสาย!
“ตูม ตูม ตูม ตูม——!!”
แต่ในเสี้ยววินาที สายฟ้าเก้าสายก็ถูกดึงดูดไปยังเข็มผ่าฟ้าทั้งสิบสามต้นที่ปักล้อมรอบไว้
เสียงระเบิดดังลั่น เข็มผ่าฟ้าสามต้นแรกไม่อาจต้านทานพลังสายฟ้าได้ แตกสลายกลายเป็นความว่างเปล่า แต่เข็มที่เหลือยังคงยืนหยัดต่อไป
ไม่กี่อึดใจต่อมา เข็มทั้งหมดพังทลายสิ้น
หลี่เสวียนเซียวเปียกปอนไปด้วยเหงื่อและสายฝน เหลืออีกแค่ขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น...
(จบตอน)