ตอนที่ 180 – สุดท้ายต้องเป็นโรคประสาท
หลี่เสวียนเซียวขยี้หว่างคิ้วอย่างแรง
ต้าสุย
“ท่านอาจารย์ วันนี้เสด็จพ่อถามข้าว่าคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับกฎหมายของต้าสุย” เย่หยุนโจววางม้วนตำราลง แล้วเอ่ยถามอย่างใคร่รู้
เจี่ยซื่อเต้าไม่ตอบทันที หากแต่ค่อย ๆ ชงชาอย่างละเมียดละไม
เขาโรยขี้เถ้าเปียกลงไปในเตา จัดเรียงถ่านกลมสามก้อนวางเป็นฐาน
จากนั้นบดอัดชาเป็นผง ใส่ลงในถ้วย เสกไฟให้เดือดด้วยเวท จากนั้นรินน้ำลงถ้วยผสมชาให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วจึงเติมน้ำเดือดลงไปอีกครั้ง
ใช้แปรงตีฟองคนเบา ๆ ให้เกิดชั้นน้ำชาหนานุ่มเหมือนโจ๊ก
รอจนใบชาคลี่ตัวส่งกลิ่นหอมอบอวล เขาก็ยกกา เทน้ำชาอย่างอ่อนช้อยใส่ถ้วยแต่ละใบ
วินาทีนั้น น้ำชาสีอำพันราวกับสุราทิพย์พลิ้วเป็นคลื่นงามในถ้วย
ท้ายสุด เขาถือถ้วยชาด้วยสองมือ ยื่นให้เย่หยุนโจว
ทุกอิริยาบถลื่นไหลประหนึ่งสายน้ำ สะท้อนความงามแห่งมารยาท
อย่าถามว่าทำไมถึงพิถีพิถันนัก
เพราะตอนนี้เขากำลังคิดหาคำตอบอยู่!
จะให้พูดตรง ๆ ว่า “ข้าคิดไม่ออก ขอเวลานิด” ก็ช่างไร้ราศีสิ้นดี
ดังนั้นจึงต้องทำทีเป็นชงชา แต่ในใจคิดไปไกลแล้ว
เย่หยุนโจวรับถ้วยชา เจี่ยซื่อเต้าจึงเอ่ยว่า
“ปกครองแคว้นต้องอาศัยกฎหมาย รักษาประเทศต้องยึดหลักแน่นอน
กฎหมายคือเครื่องมือสำคัญแห่งการปกครอง คือกฎเกณฑ์สูงสุดของแผ่นดิน
แต่มีกฎหมายก็ไม่พอ ต้องทำให้กฎนั้นศักดิ์สิทธิ์จริง
การจะทำได้ ต้องทั้ง ‘มีกฎที่ดี’ และ ‘มีคนที่เหมาะสม’
การวางกฎหมายไม่ใช่เรื่องยาก สิ่งยากคือการให้มันเกิดผลจริง...”
เย่หยุนโจวจดจำทุกถ้อยคำไว้ในใจ ครุ่นคิดพิจารณาอย่างตั้งใจ
“.............”
ต้าเซี่ย
“หากเจ้าพบปีศาจที่แข็งแกร่งกว่าตัวเจ้า เจ้าควรทำเช่นไร?”
ผู้สอบจากกรมปราบปีศาจถามเสียงเย็น พร้อมจ้องตาจางฮ่าวหรานอย่างเฉียบคม
จางฮ่าวหรานคิดครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “ข้าสรุปไว้เป็นสี่ ‘ข้อยืนหยัด’ ห้า ‘ข้อเตรียมพร้อม’ ห้า ‘หลักการบูรณาการ’ และสิบสอง ‘แนวปฏิบัติ’”
“.............”
เขาซู่ซาน
หลี่เสวียนเซียวกลืนโอสถเสริมสมองที่เพิ่งปรุงเสร็จ จากนั้นไม่วางใจจึงกลืนยาน้ำบำรุงจิตตามเข้าไปอีกขวด
แบบนี้ต่อไป...ข้าจะไม่กลายเป็นคนหลายบุคลิกไปหรอกหรือ?
ตอนนี้เขาต้องรับบทเป็น “จางฮ่าวหราน” จับปีศาจในต้าเซี่ย
ต้องรับบทเป็น “เจี่ยซื่อเต้า” เซียนผ่านด่านสายฟ้าในต้าสุย
ต้องเป็น “หลี่เสวียนเซียว” ศิษย์ธรรมดาบนเขาซู่ซาน
และพอเจอ “หลิวชิวสุ่ย” ก็ต้องแกล้งเป็นเด็กโง่ที่เอาแต่เรียก “ท่านพ่อ”
เขาขยี้ขมับอีกครั้ง
เฮอะ! ถ้าข้าหลุดไปโลกบันเทิง ดารารางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมคนอื่นคงไม่มีที่ยืนแล้ว
ในเมื่อสวรรค์ไม่เปิดทางให้ข้า ก็มีแต่ต้องดิ้นรนหาทางรอดด้วยตนเอง
เรื่องพวกนี้...ไม่อาจหลีกเลี่ยง
หลี่เสวียนเซียวส่ายหน้าอย่างเศร้าสร้อย
“ข้า...ก็แค่อยากรอดชีวิต”
การปลอมตัวเป็น “จางฮ่าวหราน” เพื่อเข้าสังกัดกรมปราบปีศาจในต้าเซี่ย คือหนึ่งในแผนการใหญ่ของเขา
รู้เขารู้เรา จึงจะชนะทุกศึก
หากเขาสามารถกลายเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่สำคัญของกรมปราบปีศาจในเมืองหลวง ก็ย่อมเข้าถึงข่าววงในได้มากมาย
หลังจากนั้น หลี่เสวียนเซียวก็ตรวจจดหมายตามปกติ
กองหนึ่งเป็นจดหมายด่าจากจักรพรรดินีเฟิ่ง
อีกกองเป็นของหลิวชิวสุ่ย
ตั้งแต่เขาแกล้งโง่หลบหนีจากเงื้อมมือหลิวชิวสุ่ยมา
หลิวชิวสุ่ยก็เข้าใจผิด คิดว่า “หมอเทวดามือผี” จางเหวินเซวียนหักหลังนาง พาหลี่เสวียนเซียวกลับซู่ซาน เพื่อไถ่โทษ
สุดท้ายก็ถูกซู่ซานฆ่าปิดปาก
แต่ก็ไม่แน่ว่า...อาจแค่ปล่อยข่าวว่าตาย แล้วตัวจริงยังอยู่ในซู่ซานก็เป็นได้
หลี่เสวียนเซียวจัดการจดหมายเหล่านั้นเรียบร้อย แล้วหยิบอีกซองขึ้นมา
ไม่ใช่ของจักรพรรดินีเฟิ่งหรือหลิวชิวสุ่ย
อืม?
เป็นจดหมายจาก “ไป๋หลี” ถึงศิษย์พี่ใหญ่
ไป๋หลี!?
เพียงเห็นชื่อ หลี่เสวียนเซียวก็ระวังตัวเต็มที่
ศิษย์พี่ใหญ่ “เซวียนอวิ๋น” ต้องพบจุดจบเพราะผู้หญิงคนนี้
หลี่เสวียนเซียวอ่านจดหมายนั้นอย่างละเอียด
เนื้อหาโดยรวมคือขอร้องไม่ให้ศิษย์พี่เซวียนอวิ๋นทำเรื่องโง่ ๆ เปิดหอผนึกปีศาจเพื่อช่วยตน
ทุกอย่างต้องคำนึงถึงชาวบ้านทั่วหล้าเป็นหลัก
ถ้อยคำในจดหมายเต็มไปด้วยความรู้สึกจริงใจ
สุดท้ายยังระบุว่า หากต้องตาย ก็อยากตายในอ้อมแขนของศิษย์พี่
เมื่ออ่านจบ หลี่เสวียนเซียวพยักหน้าเบา ๆ
นางคนนี้ก็มีเหตุผลดี เพียงแต่ศิษย์พี่ใหญ่ดื้อดึงเกินไป
เขาเริ่มรู้สึกดีกับไป๋หลีขึ้นเล็กน้อย...
แน่นอนว่าความรู้สึกดีของหลี่เสวียนเซียวใช้ระบบคะแนนร้อยเต็ม
จะตัดสินจากจดหมายฉบับเดียวไม่ได้หรอกว่านางเป็นคนแบบใด
ในเมื่อศิษย์พี่ใหญ่จากไปแล้ว ตนก็ต้องสานต่อเรื่องราวนี้แทน
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ที่อยู่ซึ่งเขียนไว้ในจดหมาย
“.................”
ในป่าไผ่อันสงบเงียบ แสงแดดลอดผ่านซอกใบลงเป็นลำแสงกระจายทั่วผืนดิน
สายลมเอื่อยพัดยอดไผ่ไหวเบา ๆ เสียงเสียดสีแผ่วเบาเคล้ากับเสียงน้ำตกคำรามอยู่ไม่ไกล
ม่านน้ำโปรยปรายลงจากหน้าผา ดุจหมอกดุจสายฝน
ละอองน้ำระยิบระยับสะท้อนแสงเป็นสีรุ้ง กลีบดอกไม้สีชมพูปลิวว่อนราวหิมะตก
เบื้องหน้าหลี่เสวียนเซียว—ปรากฏร่างสตรีนางหนึ่งเปลือยแผ่นหลังอันขาวเนียน
นางยืนอยู่กลางสระน้ำ ผิวขาวผ่องราวหยกแกะสลัก เนียนละเอียดดั่งผิวทารก
แสงแดดสาดแสงเลือนรางยิ่งเพิ่มเสน่ห์เย้ายวนและความลึกลับ
แผ่นหลังโค้งมน ไหล่เนียนกลมไหวระริก เอวคอดน่าทะนุถนอม ถัดลงไปคือ...
อืม?
สตรีนางนั้นพลันรู้สึกตัว หันขวับกลับมา
ทันทีที่สบตากับหลี่เสวียนเซียว แก้มเธอแดงจัดในพริบตา
นางสะบัดมือขาวราวหยกเพียงครั้งเดียว
ม่านหมอกหนาแน่นก็ลอยขึ้นมาปกปิดร่างอย่างมิดชิด
พอหมอกจางลงอีกครั้ง นางก็แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว
บนใบหน้ายังมีหยดน้ำใสประดับอยู่ เหมือนหยดน้ำค้างบนใบบัวยามรุ่งอรุณ
“เจ้า...เจ้าคือใคร แอบดูข้าอาบน้ำทำไม?”
หลี่เสวียนเซียวหันหน้าหนี “แม่นางเข้าใจผิดแล้ว ข้าเป็นตัวแทนของศิษย์พี่เซวียนอวิ๋น”
“เจ้า...เจ้าเป็นศิษย์น้องของเซวียนอวิ๋น?”
“ใช่”
“แล้วเขา...เขาอยู่ที่ไหน?”
“ศิษย์พี่เซวียนอวิ๋น ได้สิ้นชีพไปแล้ว”
“อะไรนะ!?”
จบตอน