ตอนที่ 190 – ความรักแบบคลั่งคลอน
“เกิดใหม่?”
หลี่เสวียนเซียวกระพริบตาถี่ ๆ คำ ๆ นี้ ทั้งแปลกหน้าและคุ้นเคยยิ่งนัก
เขานิ่งเงียบอยู่ชั่วครู่ แล้วเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตตนเอง
“เดี๋ยวนะ...ข้า...ข้ามิใช่ผู้ข้ามภพมาหรือ?”
“แล้วระบบเสริมเล่า? โอกาสพิเศษล่ะ? สถานะเทพที่ติดมาด้วยไปไหนหมด?”
“นี่เจ้าส่งของทั้งหมดไปให้คนอื่นหมดเลยใช่หรือไม่?”
“เกิดใหม่เนี่ยนะ!! แล้วข้าถูกโยนมาอยู่ที่ไหนกันแน่?”
ถ้าจะบอกว่า ฟั่นเยว่ ชาติก่อนเป็นยอดฝีมือระดับผ่านด่านสายฟ้า แล้วใช้เคล็ดลับบางอย่างเพื่อเก็บความทรงจำเดิมมาข้ามภพ ยังพอเข้าใจได้
แต่ซูมู่...เจ้าเกิดใหม่เฉยเลยงั้นหรือ!?
ตั้งแต่วันที่ซูมู่กับลู่จ้าวหยานยื่นคำร้องขอเข้าพิธีคู่บำเพ็ญเพียรไปถึงเจ้าสำนัก หลี่เสวียนเซียวก็เริ่มเพิ่มระดับการเฝ้าระวังทั้งสองทันที
เขาเคยจับตามองซูมู่กับลู่จ้าวหยานมานานแล้ว
เพียงแต่ก่อนหน้านั้น ทุกอย่างสงบเรียบร้อย ไม่มีอะไรผิดปกติ
กระทั่งซูมู่เอ่ยคำว่า “หลังจากข้าเกิดใหม่…”
หลี่เสวียนเซียวถึงกับชะงักค้าง!
เขาเคยคิดว่าแค่ซูหว่านก็เก่งจนไม่มีใครเทียบได้แล้ว—แต่ตอนนี้อะไรอีก!?
ซูหว่านกับซูมู่...สองพี่น้องตระกูลซู กลายเป็นยอดคนทั้งพี่ทั้งน้อง
นี่มันจะให้ซู่ซานมีที่ยืนอีกหรือไม่!?
เล่นกันแบบนี้ คนอื่นจะมีที่อยู่ตรงไหนกัน!
หลี่เสวียนเซียวเช็ดน้ำตาในอากาศที่ไม่มีอยู่จริง
นี่มันทั้งศึกในศึกนอก!
……………
ข้าซูมู่...เกิดใหม่แล้ว
ข้าต้องเปลี่ยนชะตากรรมที่ผิดพลาดในชาติที่แล้ว!
“พี่หญิง ข้าขอให้พิธีแต่งงานกับศิษย์พี่ลู่ดำเนินไปตามเดิมเถิด”
ซูหว่านขมวดคิ้วมองน้องสาวของตน
...นางเป็นอะไร? มีสองบุคลิกอย่างนั้นหรือ?
ซูมู่กล่าวเสียงเบา “พี่หญิง เรื่องนี้...ข้าขออธิบายให้ฟังภายหลังเถิด”
ซูหว่านพยักหน้ารับ
“เรื่องของความรู้สึกระหว่างเจ้าทั้งสอง ข้ามิอาจเข้าไปก้าวก่ายได้ ข้าเพียงอยากเตือนว่า อย่ายึดติดมากนัก รู้จักปล่อยมือเมื่อถึงเวลา
ถ้วยชาร้อนเกินไป วางมันไว้บนโต๊ะ ปล่อยให้เย็นก่อนแล้วค่อยดื่มก็ได้”
“...ข้าเข้าใจแล้ว” ซูมู่ตอบ
ซูหว่านมองน้องสาว พลางส่ายหน้าเบา ๆ แล้วถอนหายใจ
บางที...น้องสาวของนางคงไม่มีวันเข้าใจคำพูดนี้หรอก เพราะนางคือผู้ที่ผ่านเส้นทางเหล่านี้มาก่อนแล้ว
คิดดังนี้ ซูหว่านจึงลุกขึ้นจากไป มุ่งหน้าไปยังยอดเขาดาบเงินเพื่อหาศิษย์น้องชาย—หลี่เสวียนเซียว
……………
ไม่นานนัก พิธีหมั้นหมายของซูมู่กับลู่จ้าวหยานก็ได้รับความเห็นชอบจากเจ้าสำนัก
แม้ว่าเจ้าสำนักยังไม่กลับมาที่ซู่ซานก็ตาม อีกไม่กี่วันข้างหน้า ทั้งสองจะจัดพิธีแต่งงานครั้งใหญ่
ข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป
ชุยหว่านหว่านร่ำไห้พลางวิ่งไปยังหลังเขาไม้ไผ่ของยอดเขาเสียวจูเฟิง โดยไม่ทันระวังตกลงไปใน “ผาน้ำตา”
ผาน้ำตาแห่งนั้นลึกนับหมื่นจั้ง ด้วยพลังบ่มเพาะของชุยหว่านหว่านในตอนนี้ ยังมิอาจเหาะเหินเดินอากาศได้
ตกลงไป ก็เท่ากับว่า...ตายแน่นอน
เมื่อข่าวนี้มาถึงหูซูมู่
นางถึงกับหน้าเปลี่ยนสีด้วยความตระหนก
หรือว่าความเศร้าในชาติก่อนจะหวนกลับมาอีก!?
เพราะการเปลี่ยนแปลงของนาง ชาตินี้ชุยหว่านหว่านไม่ได้เข้าไปในหอคุมอสูร
แต่กลับพลัดตกลงในผาน้ำตา
เมื่อซูมู่รีบรุดไปถึงหน้าผา ก็เห็นเงาร่างหนึ่งพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว
“ศิษย์พี่ลู่!” ซูมู่ร้องเรียก
ทว่าลู่จ้าวหยานกลับไม่แม้แต่จะมองนางแม้แต่นิด เขาพุ่งผ่านนางไปโดยตรง
“อา…”
ลู่จ้าวหยานกระโจนลงไปในผาน้ำตาทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความตระหนก
ซูมู่ที่ถูกชนล้มลงกับพื้น มองภาพเบื้องหน้าด้วยความตะลึงงัน
“ศิษย์พี่หญิงซูมู่ ท่านอย่าถือโทษเขาเลย ศิษย์พี่ลู่เพียงรีบร้อนเกินไปเท่านั้น”
ซูมู่ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนด้วยตนเอง สีหน้าเรียบเฉย
ไม่นานนัก เงาร่างสองสายก็ค่อย ๆ ลอยขึ้นจากผาน้ำตา
ลู่จ้าวหยานอุ้มร่างของชุยหว่านหว่านเอาไว้ในอ้อมแขน ชุดยาวสีเขียวของเขาพลิ้วไหวตามสายลม
ใบหน้าที่เคร่งขรึมของเขาบัดนี้มีแววอบอุ่น ราวกับสายตานั้นเอ่อล้นด้วยความรักและความห่วงใยอันล้นปรี่ แววตานั้นทำเอาผู้คนรู้สึกสะเทือนใจเพียงได้มอง
ลมเอื่อยพัดผ่านใบหน้า แผ่วเบาราวกับจังหวะหัวใจ
ชุยหว่านหว่านที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมอกของเขา ดูไม่ต่างจากแมวน้อยที่ถูกเจ้าของอุ้มกลับบ้าน
หากมองภาพนี้เพียงผิวเผิน ใครเลยจะไม่เข้าใจว่า...คนทั้งสองคู่นี้คือฟ้าลิขิตให้คู่กันโดยแท้
ซูมู่ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตานิ่งงัน
แม้ชุยหว่านหว่านจะไม่เป็นอะไรมาก ต้องขอบคุณต้นไม้ต้นหนึ่งที่ขึ้นผิดที่อยู่ริมผา ซึ่งช่วยรับร่างของนางไว้
มิฉะนั้น นางคงไปแล้วแน่
ซูมู่กล่าวเสียงเบา “ขอบคุณสวรรค์ ที่ครั้งนี้ไม่ปล่อยให้นางต้องพบจุดจบเช่นนั้น”
ณ ผนังผาน้ำตา ลึกลงไปด้านล่าง หลี่เสวียนเซียวค่อย ๆ เก็บต้นไม้ต้นนั้นเข้ามิติของตนแล้วจากไปอย่างไร้เสียง
…พวกเจ้าทั้งสาม...จะเล่นอะไรกันอีกเล่า!?
ซูมู่กับลู่จ้าวหยานกำลังจะแต่งงาน
ชุยหว่านหว่านรักลู่จ้าวหยาน
ลู่จ้าวหยานดูเหมือนไม่ได้รักซูมู่เท่าใดนัก แต่กลับยืนยันจะแต่งงานกับนาง
หลี่เสวียนเซียวอดรำพึงกับตนเองมิได้ “นี่มัน...ความรักแบบคธูลู*โดยแท้!”
ซูมู่ยังเป็นผู้กลับชาติมาเกิดอีกด้วย!
ถ้าเอาตามโครงเรื่องของนิยายแนวหญิงสาวทั่วไป ส่วนมากต้องถูกคู่รักทรยศ หรือถูกทรมานใจจากคนที่รักอย่างสาหัส พูดให้ชัดก็คือ—โดนลู่จ้าวหยานกับชุยหว่านหว่านทำร้ายจนใจสลาย
แล้วเหตุใด...นางถึงยังอยากแต่งงานกับลู่จ้าวหยานอีก!?
พวกเจ้าทั้งสามคน...ตกลงจะทำอะไรกันแน่!?
บนศีรษะของหลี่เสวียนเซียวเหมือนจะมีเครื่องหมายคำถามรูปเห็ดผุดขึ้นมา
ขอร้องล่ะเถอะ...ปล่อยข้าไปเผชิญกับยอดฝีมือระดับผ่านด่านสายฟ้ายังดีเสียกว่า กับเรื่องความรักปั่นป่วนแบบนี้...ข้าคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าจะจัดการยังไง!
……………
“ซูมู่! เพราะเจ้าอีกแล้ว! ทำให้ชุยหว่านหว่านพลัดเข้าไปในสวนวิญญาณเกือบถูกสัตว์วิญญาณทำร้าย!!”
ซูมู่ขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“นางไปที่นั่นตั้งแต่เมื่อใด?”
“ไปคนเดียว! โชคดีที่มีคนไปพบเจอ ไม่อย่างนั้นคงไม่รอดแน่!” ผู้อาวุโสกล่าวเสียงขุ่น
“แต่ข้ามิได้เป็นคนให้ไปนี่ เรื่องนี้เกี่ยวกับข้าอย่างไร?”
“เจ้ารู้ดีว่าชุยหว่านหว่านชอบลู่จ้าวหยาน เจ้ายังกล้าทำให้เขากับเจ้าหมั้นหมาย เจ้านี่มันเห็นแก่ตัวนัก!!
ข้าขอบอกไว้เลย! ข้ามีศิษย์เพียงชุยหว่านหว่านคนเดียว ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าสมหวังเด็ดขาด!!”
กล่าวจบ ผู้อาวุโสก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปอย่างเดือดดาล
ซูมู่จึงไปเยี่ยมชุยหว่านหว่าน
นางนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าขาวซีด
โชคดีที่ไม่ได้บาดเจ็บหนัก เพียงถูกสัตว์วิญญาณขู่จนตกใจ
“ศิษย์น้องหญิง เจ้าลงไปในสวนวิญญาณทำไมกัน?” ซูมู่ถามอย่างไม่เข้าใจ
ชุยหว่านหว่านเอ่ยเสียงแผ่ว “ข้าได้ยินว่าศิษย์พี่หญิงกำลังจะแต่งงานกับศิษย์พี่ลู่
ก็เลยอยากไปหาโอสถสักหน่อย เพื่อนำไปแลกของรางวัล แล้วจะได้นำมาเป็นของขวัญแต่งงานให้พวกท่าน...”
ลู่จ้าวหยานจับมือนางแน่น “ต่อไปเจ้ามิจำเป็นต้องทำเช่นนั้นอีก อย่าทำให้ตนเองบาดเจ็บอีกเลย”
ชุยหว่านหว่านเหลือบมองซูมู่ แล้วพยายามดึงมือกลับ
แต่ลู่จ้าวหยานกลับจับไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
ชุยหว่านหว่านเบือนหน้าหนี “อย่า...อย่าทำแบบนี้เลย ศิษย์พี่ลู่”
ขณะเดียวกัน หลี่เสวียนเซียวที่กำลังอยู่ใต้ดินถึงกับเบิกตากว้าง ◖⚆ᴥ⚆◗
...นี่มันพล็อตของพวกพวกโรคคลั่งรักใช่หรือไม่!? สตรีทั้งสองจะยังสนใจชายเช่นนี้อีกหรือ!?
แยกกันเถิด! อย่าช้า!
“ศิษย์พี่ ข้ามีเรื่องจะพูดกับท่าน...” ซูมู่กล่าว “สำคัญมาก!”
ชุยหว่านหว่านไอเบา ๆ “ศิษย์พี่ลู่ ไหน ๆ ศิษย์พี่หญิงก็มีเรื่องจะพูด เช่นนั้นท่านไปคุยกับนางก่อนเถอะ”
ลู่จ้าวหยานกล่าวอย่างเย็นชา “ข้าจะอยู่ที่นี่กับเจ้า หากซูมู่มีเรื่องใด เอาไว้ค่อยพูดทีหลังก็ได้”
ซูมู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวเบา ๆ “...ได้ เจ้าค่ะ ศิษย์พี่”
(จบตอน)