ตอนที่ 204 เข้าสู่ธงหมื่นวิญญาณของข้า
หลังจากที่จักรพรรดิแห่งต้าสุยสนทนาหารือกับท่านเฒ่าซุนไม่นาน จดหมายลับฉบับหนึ่งก็ถูกส่งตรงถึงภูเขาซูซาน
ภูเขาซูซานนั้นมีระบบจดหมายลับมาแต่โบราณ
แต่ก็มีเพียงไม่กี่รุ่นของเหล่าประมุขที่ให้ความสำคัญกับระบบนี้
จนกระทั่งประมุขรุ่นก่อนหน้าได้รับตำแหน่ง จึงได้ให้ความสำคัญกับระบบนี้อย่างแท้จริง
และได้ทำการปรับปรุงระบบนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
จดหมายลับจะถูกส่งถึงฝ่ายข่าวกรองของซูซานก่อน
เนื่องจากบนจดหมายนั้นมีตราประทับของจักรพรรดิแห่งต้าสุย จึงต้องมีผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจสอบ
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีการวางยาหรือกลอุบายใด ๆ
จดหมายก็ถูกส่งตรงเข้าสู่ถ้ำที่ประมุขพำนัก
จากนั้นหลี่เสวียนเซียวก็ฉีกเปิดจดหมาย
“หึ... ข้าก็รู้ว่าเรื่องนี้จะไม่มีทางราบรื่นเพียงนั้น”
“ใครเล่าจะโง่เง่า สำหรับต้าสุยแล้ว แม้ผลประโยชน์จะมหาศาล แต่ความเสี่ยงก็ใช่น้อย”
“ดูท่าข้าคงต้องให้ ‘ยาวิเศษแห่งความวางใจ’ แก่อีกฝ่ายเสียแล้ว”
......
ไม่นานหลังจากนั้น จักรพรรดิแห่งต้าสุยกับท่านเฒ่าซุนก็ได้รับจดหมายตอบกลับจากซูซาน
ทั้งสองยืนอยู่บนหอคอย
จักรพรรดิแห่งต้าสุยยืนพิงระเบียงทอดสายตามองไปไกล
ท่านเฒ่าซุนกล่าวเสียงทุ้ม “ซูซานตอบกลับมาแล้วหรือ?”
จักรพรรดิส่งจดหมายให้ท่านเฒ่าซุน
ท่านเฒ่าซุนเปิดออกดู บนกระดาษมีเพียงหกอักษรใหญ่
“เรื่องนี้ซูซานไม่รับรู้!!”
คิ้วของท่านเฒ่าซุนขมวดแน่น “เป็นความเห็นของซูซานจริง ๆ หรือ?”
จักรพรรดิแห่งต้าสุยพยักหน้า
ท่านเฒ่าซุนกล่าวว่า “ซูซานคิดจะทำลายต้าเซี่ย?”
สีหน้าของจักรพรรดิแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “ไม่รู้ว่าเป็นลาภหรือภัยสำหรับเรา”
“ซูซานคงมิได้คิดลอบโจมตีจักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยโดยไร้เหตุผล อาจเพราะอีกฝ่ายกระทำบางสิ่งในเงามืดจนซูซานไม่อาจนิ่งเฉย จึงจำต้องใช้วิธีเช่นนี้ตอบโต้”
จักรพรรดิแห่งต้าสุยพยักหน้า “ดูท่าแล้ว ซูซานน่าจะลอบสนับสนุนเรื่องนี้”
“ข้าเองก็สงสัยตัวตนของเจี่ยซื่อเต้ามานานแล้ว” ท่านเฒ่าซุนเอ่ย “ในจงโจวไม่เคยมีคนผู้นี้ ข้าเองก็เคยถามพรรคพวกนอกจงโจวแล้ว ก็ไม่มีใครเคยได้ยินชื่อเขาแม้แต่น้อย หากดูตามนี้...”
จักรพรรดิแห่งต้าสุยว่า “ท่านหมายถึง คนผู้นี้แท้จริงแล้วเป็นคนของซูซาน”
ท่านเฒ่าซุนลูบเครา “จำนวนผู้ฝึกปราณระดับผ่านด่านสายฟ้าในซูซานจนบัดนี้ก็ยังไม่รู้แน่ชัด หากมีหนึ่งหรือสองคนที่ไม่มีใครรู้จักเลยก็มิใช่เรื่องแปลก”
“ดูท่าแล้ว ต้าสุยคงหลีกเลี่ยงการมีส่วนร่วมไม่ได้แล้ว”
จักรพรรดิแห่งต้าสุยกับท่านเฒ่าซุนต่างมีความมั่นใจอยู่ในใจ
เรื่องนี้ซูซานเป็นผู้ผลักดันอยู่เบื้องหลัง ย่อมมั่นคงแน่นอน
ต้าเซี่ยกำลังเสื่อมถอย หากต้าสุยเข้าร่วมในเรื่องนี้ ย่อมต้องเรืองอำนาจขึ้นมา
“อายุขัยของเราใกล้ถึงขีดสุดแล้ว เกรงว่าจะมิอาจเห็นต้าสุยรุ่งเรืองได้ ด้วยเหตุนี้คงต้องลำบากท่านเฒ่าซุนแล้ว”
“ฝ่าบาทไม่ต้องกังวล ข้าจะถวายชีวิตเพื่อต้าสุย เพียงแต่ผู้ที่จะขึ้นครองราชย์ต่อ ท่านคิดไว้ดีแล้วหรือไม่?”
จักรพรรดิแห่งต้าสุยนิ่งคิดครู่หนึ่ง “เดิมทีข้าก็เลือกองค์ชายหยุนโจวอยู่แล้ว บัดนี้ในเมื่อซูซานก็เลือกหยุนโจวเช่นกัน ก็ยิ่งดีเข้าไปอีก”
……
ซูซาน ยอดเขาดาบเงิน
ใต้ดินของกระท่อมฟาง
หลี่เสวียนเซียวกำลังคำนวณวางแผนผลลัพธ์และความเป็นไปได้
ตอนนี้ไพ่ตายในมือของเขาได้แก่ หลิวชิวสุ่ย จักรพรรดินีเฟิ่ง ท่านเฒ่าซุน สามผู้ฝึกปราณระดับผ่านด่านสายฟ้า
หากจุดยุทธการคือภูเขาเทพสมุนไพร ดวงจิตแห่งดาบก็สามารถเข้าร่วมได้ เท่ากับมีถึงสี่ผู้ฝึกปราณระดับผ่านด่านสายฟ้า
เพราะฉะนั้นจึงต้องล่อลวงฮ่องเต้ชราให้มาที่นี่ และต้องให้เขามาเพียงลำพัง มิเช่นนั้นใครจะรู้ว่าเจ้าคนข้ามโลกผู้นั้นจะดึงอะไรออกมาอีก
ข้ามยุคสมัยมาได้ ตัวตนเช่นนี้มัน “โกง” เกินไปจริง ๆ
พูดตามตรง แค่สี่รุมหนึ่ง ก็ยังทำให้หลี่เสวียนเซียวรู้สึกไม่สบายใจ
มังกรแท้ของต้าเซี่ยต้องถูกทำลาย
……
สำนักกระบี่เทพ
แม้สำนักกระบี่เทพจะนับเป็นหนึ่งในห้าสำนักเซียนเช่นเดียวกับซูซาน
แต่มีผู้ฝึกปราณระดับผ่านด่านสายฟ้าเพียงสองคนเท่านั้น
ถือเป็นพรรคใหญ่ในจงโจวแล้ว
หนึ่งคือผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักกระบี่เทพ อีกหนึ่งคืออดีตประมุขที่ปิดด่านมายาวนาน
ประมุขคนปัจจุบันแม้อยู่ระดับหลอมรวมขั้นปลาย แต่มีโอกาสเข้าสู่ระดับผ่านด่านสายฟ้าในร้อยปีข้างหน้า
ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักกระบี่เทพออกจากสำนักไปกว่าร้อยปีแล้ว
ท่องยุทธภพมาร้อยปี ไม่ทราบว่ามีพลังแฝงใดติดตัวกลับมาบ้าง
และในเวลานี้เอง เขาจึงเริ่มเคลื่อนตัวกลับสำนักกระบี่เทพ
เขาย่ำเท้าเหนืออากาศ เคลื่อนตัวได้ไกลพันลี้ในย่างเดียว
ทว่าในขณะนั้นกลับมีร่างหนึ่งมาขวางไว้เบื้องหน้า
ผู้อาวุโสสูงสุดยืนสงบนิ่ง มือทั้งสองไพล่หลัง
บุรุษผู้นั้นสวมชุดดำคลุมร่างจนมิดชิด มองไม่เห็นใบหน้า ใช้ญาณเซียนตรวจสอบก็ไร้ข้อมูลใด ๆ
ผู้อาวุโสสูงสุดขมวดคิ้ว “ท่านคือผู้ใด?”
บุรุษชุดดำหัวเราะเย็นเยียบ “เตรียมตัวตายเถอะ!”
สีหน้าผู้อาวุโสสูงสุดเต็มไปด้วยความงุนงง
ระดับเช่นเขานั้น มีกี่ปีมาแล้วที่ไม่มีใครกล้าลงมือกับตน?
“ตูม!!”
“มอบชีวิตมา!”
ผู้อาวุโสสูงสุดไม่กล้าประมาท
ใบหน้าแสดงความตกใจไม่น้อย คาดไม่ถึงว่าพลังของอีกฝ่ายจะรุนแรงถึงเพียงนี้
ในระหว่างที่ทั้งสองต่อสู้กัน
กลับมีเงาร่างอีกสองตกลงมาจากฟากฟ้า
เป็นผู้ฝึกปราณระดับผ่านด่านสายฟ้าอีกสองคน!
ตามหลักแล้ว การต่อสู้ระหว่างผู้ฝึกปราณระดับผ่านด่านสายฟ้านั้น มักกินเวลาหลายสิบวัน บางครั้งนับเดือน
แม้กระทั่งต้องนับเป็นปี!!!
ทว่าผู้อาวุโสสูงสุดเพิ่งต่อสู้ได้ไม่ถึงวัน กลับมีคลื่นพลังในร่างปั่นป่วน
จนเริ่มแสดงอาการจะพ่ายแพ้
เขาตกตะลึงจ้องมองบุรุษชุดดำนั้น
ไม่ถูก พลังของบุรุษผู้นี้ ไฉนจึงรุนแรงถึงเพียงนี้!?
ผู้อาวุโสสูงสุดคิดจะหลบหนี ทว่าในยามนี้ก็สายเกินไปแล้ว
ชายชราในชุดดำสะบัดฝ่ามือใหญ่ “สหาย... เข้าสู่ธงหมื่นวิญญาณของข้าเถอะ!”
จบตอน.