ตอนที่ 218 – เตรียมทะลวงระดับหยวนอิง
ทะลวงระดับหยวนอิงงั้นหรือ?
ล้วนเป็นผลพวงจากการที่เขาได้รับสมบัติของนครไร้เทียมทานจากซั่งกวนสุยอวิ๋น ทำให้ระดับพลังพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว
แต่ถึงจะพุ่งทะยานเพียงใด สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นการตั้งมั่นพื้นฐานให้มั่นคง
มีพื้นฐานมั่นคงจึงจะเป็นหัวใจสำคัญที่แท้จริง
เพียงแต่ว่าตอนนี้ภาระที่ต้องเร่งจัดการในเบื้องหน้านั้น ไม่อนุญาตให้เขาตั้งมั่นพื้นฐานอีกต่อไป
หลี่เสวียนเซียวจำต้องเลือกทะลวงสู่ระดับหยวนอิง เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังใกล้เข้ามา
การทะลวงจากระดับจินตันไปยังระดับหยวนอิง จำต้องบรรลุสู่ ‘จินตันเก้ารอบสมบูรณ์’
แล้ว ‘จินตันเก้ารอบสมบูรณ์’ คืออะไร?
ลักษณะที่เห็นได้ชัดคือ พื้นผิวของจินตันจะปรากฏลายเส้นแห่งเต๋า ส่วนพลังภายในก็ถูกอัดแน่นถึงขีดสุด เกิดเป็นระลอกคลื่นคล้ายคลึงกับตัวอ่อนในครรภ์
เปรียบได้กับทารกในครรภ์มารดา
นอกจากนี้ ผู้ฝึกยังต้องมีพลังปราณบริสุทธิ์เพียงพอ ร่างกายอยู่ในสภาวะสมบูรณ์ที่สุด และพลังจิตวิญญาณต้องเต็มเปี่ยม
การทะลวงสู่ระดับหยวนอิง ไม่ใช่แค่พลังบำเพ็ญเพียรเท่านั้น
ยังต้องบรรลุ ‘จิตเต๋าแจ่มกระจ่าง’ หรือก็คือ ‘ใจแห่งเต๋าโปร่งใส’ ต้องได้ซึ่งญาณแห่งการทะลวงในช่วงเวลาที่เหมาะสม
และนั่นยังเป็นเพียงเงื่อนไขภายใน
เงื่อนไขภายนอก อย่างสมุนไพรสวรรค์หายาก ก็ขาดไม่ได้เช่นกัน
ต้องใช้โอสถทะลวงจิตแห่งทารก หากโชคดีก็สามารถใช้ ‘แก่นสายโลหิตของเส้นชีพจรแห่งวิญญาณ’ หรือ ‘ปราณม่วงดั้งเดิม’ เพื่อเสริมพลังและคุ้มกันการแตกสลายของจินตันได้
นับได้ว่าทุกย่างก้าวของผู้ฝึกตน ล้วนยากเย็นแสนเข็ญ ใช้ทั้งพลัง ทั้งใจอย่างมหาศาล
พอคิดถึงตอนทะลวงระดับจินตันครั้งก่อน ก็ยังรู้สึกว่าตนเองเตรียมตัวไม่เพียงพอ
เอกสารแผนการชื่อ “บ่มเพาะสามสิบปี จินตันห้าสิบปี จิตแห่งทารกหนึ่งร้อยปี”
เขาเขียนไว้ตั้งแต่ตอนเข้าสำนักซูซาน ตอนนี้ถึงคราวใช้งานจริงเสียที
ปีนี้ หลี่เสวียนเซียวผู้เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ ได้ยื่นคำร้องต่อสำนัก ว่าต้องการบ่มเพาะเพื่อทะลวงขั้น
ในที่สุดก็ถึงเวลาทะลวงแล้ว จากขั้นพื้นฐานสู่จินตัน ไม่มีใครรู้ว่าเขาผ่านมาอย่างไร ใช้เวลานานแค่ไหน
หลี่เสวียนเซียวเช็ดน้ำมูกน้ำตาพลางเล่าให้ผู้อาวุโสน้อยฟังถึงความทุกข์ยากตลอดช่วงปีที่ผ่านมา
ผู้อาวุโสน้อยเพียงตบบ่าเขาเบา ๆ “สู้เขา! ทุกคนก็ล้วนเดินทางเส้นนี้มาเหมือนกันทั้งนั้น”
หลี่เสวียนเซียวพยักหน้า ได้รับความเห็นชอบจากสำนักอย่างราบรื่น
เขาจึงออกเดินทางจากเขาดาบเงิน
“ศิษย์น้อง เจ้าจะทะลวงเมื่อใด?”
“อีกหนึ่งเดือน!” หลี่เสวียนเซียวกล่าวอย่างจริงจัง
“ศิษย์น้อง เจ้าออกจากสำนักแล้ว เมื่อใดจะทะลวง?”
“อีกประมาณสองเดือน” หลี่เสวียนเซียวกล่าวอย่างจริงจัง
“ศิษย์น้อง เมื่อใดจะทะลวง?”
“อีกประมาณสามเดือน!”
“.........”
หลี่เสวียนเซียวส่งข่าวปลอมว่าเขาจะปิดด่านทะลวงขั้นไปยังศิษย์ร่วมสำนักกว่าสามสิบคน แต่ละคนก็ได้รับข้อมูลไม่เหมือนกัน ทั้งเวลาและสถานที่ต่างกันหมด
“..........”
หลี่เสวียนเซียวลบทุกความคิดฟุ้งซ่านทิ้ง
ขณะนั้น อาวุโสวิญญาณเข้าสู่ภาวะหลับใหล
จางฮ่าวหรานแกล้งป่วยเพื่อพักอยู่ที่บ้าน
ส่วนเจี่ยซื่อต่าวก็อ้างว่าเข้าสู่การปิดด่าน
เขาไม่อาจควบคุมทั้งสามพร้อมกันได้ มิฉะนั้นจะส่งผลต่อการทะลวงขั้นของเขา จนอาจก่อให้เกิดจิตมาร
ดังนั้น ขณะทะลวงขั้น หลี่เสวียนเซียวจึงหยุดการดำเนินงานของร่างแยกทุกตัว
แม้แต่การเฝ้าสังเกตซูซานก็หยุดลงด้วย
ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาใช้ความกล้าเพียงใดจึงตัดสินใจเช่นนี้
ซูซานในยามนี้ไม่ต่างจากถังดินปืน ผิดพลาดเพียงนิดเดียวก็อาจระเบิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
ด้วยเหตุนี้ หลี่เสวียนเซียวจึงมอบภารกิจอันหนักหนานี้ให้กับน้องสาวร่วมสำนักจ้าวลู่ และเฟิ่งหลิวลี่
เพื่อความมั่นใจ เขายังวางยาพี่ชายร่วมสำนักลู่จื่อหยินไว้ด้วย เพื่อให้เขาห่างจากเฟิ่งหลิวลี่สักพัก กันไว้ดีกว่าแก้
เขากำชับจ้าวลู่และเฟิ่งหลิวลี่ว่า หากเกิดเรื่องอะไรขึ้น ให้จัดการด้วยตนเองก่อน
หากจัดการไม่ได้ ก็ให้หาทางประนีประนอม สอดส่องสถานการณ์ไว้ แล้วรอตนกลับมาค่อยตัดสินใจ
ทั้งสองพยักหน้ารับคำ
“ศิษย์พี่วางใจเถิด ระหว่างที่พี่ไม่อยู่ ข้ากับศิษย์น้องจะดูแลเขาดาบเงินและสำนักซูซานให้เป็นอย่างดี” จ้าวลู่กล่าวเช่นนั้น
หลี่เสวียนเซียวพยักหน้า แต่ในใจยังคงไม่สบายใจ
“หากอีกครึ่งปีต่อมา ยังไม่ได้รับข่าวจากข้า ให้ไปยังภูเขาด้านหลังเขาดาบเงิน... จำไว้ให้ดี”
หลี่เสวียนเซียวมอบสถานที่ลับในเขาหลังให้จ้าวลู่
หากครึ่งปีผ่านไป นางไม่ได้รับจดหมายแม้แต่ฉบับเดียว
ให้มั่นใจได้เลยว่าเขาต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่
ดังนั้น จ้าวลู่สามารถไปยังสถานที่ลับด้านหลังเขาดาบเงินแห่งนั้น
สถานที่นั้นมีหุ่นเชิดกลไกที่เขาตั้งไว้ ซึ่งจะไม่โจมตีจ้าวลู่เพียงผู้เดียว
และมีเพียงจ้าวลู่ที่รู้ความลับของสถานที่นั้น
นางจะสามารถเข้าสู่ห้องลับห้องแรก
ที่นั่นจะพบ ‘คู่มือเขาดาบเงิน’ ‘บัญชีซูซาน’ ‘หนึ่งร้อยแปดวิธีรับมือกับพวกคลั่งรัก’ และหนังสือทุกเล่มที่เขาทิ้งไว้
รวมถึงแผนการพัฒนาซูซานในอีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้า
ยังไม่พอ เขายังเตรียมแผนในอีกสองร้อยปี และสามร้อยปีไว้ด้วย
หากหนึ่งปีผ่านไปยังไม่กลับมา
จ้าวลู่จะได้รับอนุญาตให้เข้าสู่ห้องลับห้องที่สอง ซึ่งมีสมบัติทั้งหมดของเขา
และหากสองปีผ่านไปโดยไร้วี่แววของเขา
จ้าวลู่จะสามารถเปิดห้องลับสุดท้าย
ในนั้นมี ‘ทุกสิ่ง’ ของเขา!!!
และจ้าวลู่จะได้รับสิทธิ์เฝ้าระวังสอดส่องทั่วทั้งสำนักซูซาน
ส่วนซูซานหลังจากนั้นจะเป็นเช่นไร ก็มีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่ล่วงรู้
เพราะตอนนั้น เขาคงตายไปแล้ว
สำหรับเรื่องหลังความตาย หลี่เสวียนเซียวก็วางแผนไว้พร้อมสรรพ
“............”
สวรรค์โปรดอำนวย ขออย่าให้เกิดเรื่องผิดพลาดอีกเลย หลี่เสวียนเซียวภาวนาในใจระหว่างเดินทาง
แต่พอนึกขึ้นมาได้ว่า
ทุกครั้งที่อธิษฐาน ดูเหมือนฟ้าจะไม่เคยฟังเลยแม้แต่ครั้งเดียว พอคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา... เขาส่ายหน้าเบา ๆ
ไม่นาน หลี่เสวียนเซียวก็เดินทางถึงสถานที่ที่เลือกไว้สำหรับการผ่านด่านสายฟ้าในครั้งนี้
ไม่ใช่ที่ภูเขาหญ้าเทพเจ้า เพราะเรื่องผ่านด่านสายฟ้านั้นเกี่ยวพันกับชีวิตตนเอง
ภูเขาหญ้าเทพเจ้าถูกจับตาอยู่มากมาย ยิ่งตอนนี้กลายเป็นเป้าในสายตาผู้คน อีกทั้งยังไม่อาจเชื่อมั่นในดวงจิตแห่งกระบี่ได้เต็มร้อย
หากอีกฝ่ายมิได้หวังเพียงเป็นดวงจิตแห่งกระบี่ แต่ต้องการยึดร่างเขาโดยตรง จะทำเช่นไร?
หลี่เสวียนเซียวลงสู่พื้น ณ ที่แห่งนั้น
พื้นดินคือทุ่งน้ำแข็งสุดลูกหูลูกตา
ขอบเขตค่ายกลที่ลับตาถูกวางไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาสูดลมหายใจเข้าลึก
หุ่นเชิดกลไกถูกปล่อยกระจายออกไปในรัศมีพันลี้
ขณะเขากำลังมีสมาธิเต็มที่
หากมีผู้ใดล่วงล้ำเข้ามา หุ่นเชิดกลไกจะสัมผัสได้
และหากอีกฝ่ายยังเข้ามาใกล้ พร้อมเปล่งเจตนาร้าย หุ่นเชิดจะโจมตีทันที
หลี่เสวียนเซียวรวบรวมจิตใจ ชำระร่างกายและจิตวิญญาณ
จากนั้นกลืนโอสถทะลวงจิตแห่งทารกเข้าสู่ร่าง พร้อมหมุนเวียนพลังลมปราณทั่วร่าง
สามวันต่อมา ฟ้าดินเริ่มปั่นป่วน ด่านสายฟ้าเริ่มก่อตัว!!
เสียงคำรามดังครืนจากฟากฟ้า
เมฆสายฟ้าหนาทึบม้วนตัวรวมกันเหนือผืนฟ้า ก่อเกิดเป็นคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัว
จบตอนที่ 218