ตอนที่ 74 ลั่นกลองประกาศความชอบ

สามวันถัดมา พลทหารที่ได้รับบาดเจ็บก็ค่อย ๆ ฟื้นตัวจนสามารถเดินเหินได้ หลี่เจ้าจึงออกคำสั่งให้เคลื่อนทัพกลับพระนคร แน่นอนว่า ผู้บาดเจ็บยังไม่หายดีนัก เขาจึงกำชับให้ทหารสมบูรณ์แข็งแรงช่วยประคองพวกเขาไว้ระหว่างเดินทาง



ขบวนทัพจึงไม่ได้เคลื่อนที่รวดเร็วนัก กระทั่งหนึ่งวันให้หลังก็มาถึงเชิงกำแพงเมืองเสียนหยาง



สิ่งที่หลี่เจ้าไม่คาดคิดคือ เหล่าราษฎรกลับออกมายืนเรียงรายสองฟากทางต้อนรับ มีแม้กระทั่งชาวบ้านจากแถบซานหยวนที่ชูธงของหมู่บ้านตนเอง โบกสะบัดอย่างตื่นเต้น



“นี่เรียกว่าการกลับมาอย่างผู้ชนะกระนั้นหรือ? ถึงว่าทำไมแม่ทัพชื่อดังในประวัติศาสตร์จึงล้วนมีอากัปกิริยาโอหัง ที่แท้ก็ถูกปลูกฝังมาเช่นนี้เอง...”



หลี่เจ้ารำพึงในใจพลางหัวเราะเบา ๆ



วันนี้เขานับว่าเป็นดาวเด่นที่สุดในพระนคร สายตาทั้งหล้าต่างจับจ้องมา



ความรู้สึกเช่นนี้...ช่างดีจริง ๆ



มุมหนึ่งของฝูงชนที่ส่งเสียงยินดี หลี่ซือมองภาพหลี่เจ้าผู้หยิ่งทะนงด้วยสายตาร้อนรุ่มดั่งจะเผาไหม้



“รุ่งเรืองเพียงชั่วข้ามคืน! เป็นเช่นนี้แล!”



บ่าวคนสนิทของหลี่ซือเห็นอารมณ์ของเจ้านายปะทุขึ้นก็รีบปลอบ “ท่านอย่าโกรธจนเป็นภัยต่อร่างกายเลยขอรับ ไม่คุ้มเสียจริง ๆ อีกทั้ง พระดำรัสในท้องพระโรงวันนั้น ท่านจะเชื่อจริงหรือขอรับ? ข้าน้อยเห็นว่าแท้จริงเป็นเพียงฮ่องเต้ทรงปกป้องหลี่เจ้าก็เท่านั้น”



หลี่ซือไม่กล่าววาจา สายตาเคร่งขรึมจ้องมองแผ่นหลังที่ยโสโอหังของหลี่เจ้าอย่างแน่วแน่



บ่าวผู้นั้นจึงเร่งยกเหตุผลต่อ “ท่านลองดูเหล่าทหารที่ตามอยู่ด้านหลัง ถูกคนประคองอยู่ทั้งสิ้น ชัดเจนว่าเป็นผู้บาดเจ็บสาหัส ข้าน้อยเห็นว่าการรักษาของหลี่เจ้านั้นเป็นเพียงกลลวง”



สีหน้าของหลี่ซือแปรเปลี่ยนเล็กน้อย พลางหันไปจับจ้องทหารด้านหลังราวกับใคร่ครวญอะไรอยู่



บ่าวรีบเสริม “ท่านดูสิ...คนพวกนั้นเดินสามก้าวก็เซหนึ่งครา หากไม่ใช่ผู้บาดเจ็บสาหัสแล้วจะเป็นอะไรได้? ข้าน้อยกล้ารับประกันว่า หากไม่มีคนพยุง พวกเขาต้องล้มลงแน่นอน!”



หลี่ซือยังเงียบงัน แต่ดวงตาเริ่มหรี่ลง เห็นได้ชัดว่ากำลังจับตามองอย่างพินิจพิเคราะห์



“ทหารรักษาเมืองฉิน ช่างน่าเคารพยิ่ง!”



“ขุนพลฉินกล้าแกร่งไร้ผู้เทียม!”



เสียงโห่ร้องหนึ่งดังขึ้นในฝูงชน แล้วพลันกลายเป็นเสียงตะโกนขานรับจากรอบทิศ



“ทหารรักษาเมืองฉิน ช่างน่าเคารพยิ่ง!”



“ขุนพลฉินกล้าแกร่งไร้ผู้เทียม!”



หลี่เจ้าฟังแล้วรู้สึกตัวลอยยิ่งนัก อกผายไหล่ผึ่งยิ่งกว่าเดิม ยืนตรงจนสุดความสูง ราวกับจะให้ฟ้าดินเห็นความสง่างามของตน



ทันใดนั้น เขาหันไปเห็นกลุ่มทหารบาดเจ็บที่ยังถูกพยุงอยู่เบื้องหลัง พลันรู้สึกว่าภาพลักษณ์ของชัยชนะกลับไม่สมบูรณ์ ทัพห้าร้อยนาย เอ้ย! ตอนนี้กลายเป็นสี่ร้อยกว่านายแล้ว แต่ภาพรวมต้องสง่างามไว้ก่อน



เขาจึงตะโกนก้อง “ขุนพลฉินของข้า จงเชิดหน้าไว้! จิตวิญญาณเราอย่าได้ตกต่ำ!”



“ฮ่าฮ่าฮ่า!”



เสียงหัวเราะของทหารดังขึ้นถ้วนทั่ว ราวกับถูกฉีดพลังวิญญาณเข้าเส้น พวกเขาทุกนายเปล่งเสียงขานตอบด้วยจิตใจฮึกเหิม ดังกระหึ่มฟ้าดิน



แล้วภาพที่เหลือทุกผู้คนจะจดจำไปอีกนาน — ทหารที่ถูกประคองค่อย ๆ ดันตัวออกจากการช่วยเหลือ ลุกขึ้นยืนด้วยตนเอง ทุกคนยืดอกเดินอย่างองอาจ ราวกับไม่มีบาดแผลใด แม้ใบหน้ายังเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น



ดั่งเสือโคร่งที่เพิ่งหลุดจากกรงขัง ลืมความเจ็บ ลืมความกลัว สิ่งที่เหลืออยู่คือศักดิ์ศรีแห่งนักรบ!



บ่าวผู้นั้นเห็นภาพเข้าถึงกับอ้าปากค้าง คำพูดที่เตรียมไว้ติดอยู่ในลำคอไม่อาจเปล่งออกมา



“หึ!” หลี่ซือจ้องเขาเขม็ง ตวัดแขนสะบัดชายแขนเสื้ออย่างแรงแล้วหมุนกายจากไปด้วยสีหน้าขุ่นเคืองสุดขีด



“นายท่าน...ข้า...” บ่าวหน้าเจื่อน รีบวิ่งตาม



ขบวนทัพห้าร้อยนายเคลื่อนพล หลี่เจ้าและจางฮั่นเดินอยู่แถวหน้า ภูมิฐานยิ่ง



จางฮั่นมิได้แสดงความตื่นเต้นนัก เพราะเคยชินกับฉากเช่นนี้แล้ว แม้ดูไม่โดดเด่นเท่าหลี่เจ้า แต่ที่บ่าขวาของเขาแบกสัมภาระสิ่งหนึ่งไว้ กลับเป็นจุดสนใจพิเศษ



สิ่งนั้นคือห่อผ้าขนาดใหญ่ที่ดูโป่งพองภายใน มีเสียง “ก๊อกแก๊ก” แว่วออกมาจาง ๆ และยังมีไม้ไผ่เล็ก ๆ ท่อนหนึ่งยื่นออกมาจากผ้า สองปลายยังเชื่อมต่อกับวัตถุที่ไม่อาจมองเห็นชัดเจน ดูแปลกแยกกับบรรยากาศสง่างามของขบวนทัพอย่างชัดเจน จนบางคนอดหัวเราะไม่ได้



ริมถนน ชายวัยกลางคนสวมผ้าผูกศีรษะ สวมเสื้อผ้าธรรมดาแต่ที่คอมีขลิบสีดำ ขนดกดก ฟันขาววาว ใบหน้าแสดงถึงความอยากรู้อยากเห็น เหยียดคอชะเง้อมองเข้ามาในขบวน สายตาจับจ้องอยู่ที่ของที่จางฮั่นแบก



“หรือว่านั่นคือเครื่องมือรักษาวิเศษที่ร่ำลือกัน?” เขาพึมพำ พลางจ้องไม่วางตา



ช่วงหลายวันที่ผ่านมามีข่าวแปลกแพร่สะพัดไปทั่วเมืองเสียนหยาง ว่าทหารเมืองฉินที่ถูกส่งไปปราบโจร ณ เขาเฉอโอ๋ซาน บาดเจ็บสาหัสถึงร้อยนาย แต่กลับหายดีเพราะเครื่องมือวิเศษชนิดหนึ่ง เชื่อกันว่าหลี่เจ้าเป็นผู้ประดิษฐ์



หากหลี่เจ้าไม่ได้แบกเครื่องมือนั้น แสดงว่าเครื่องที่ว่าคงอยู่ในห่อที่จางฮั่นแบกเป็นแน่



“น่าจะใช่จริง ๆ...อัศจรรย์ถึงเพียงนี้ ข้าต้องหามาครอบครองให้ได้!”



บุรุษผู้นั้นมิใช่ใครอื่น คือหยางชิ่ง ผู้ขนานนามตนเองว่าเป็นทายาทรุ่นที่สองของ ‘เปี้ยนเชวี่ย’ หมอชื่อดังในตำนาน ปัจจุบันเป็นแขกคนสนิทของหลี่ซือ โด่งดังด้วยวิชาแพทย์ขั้นสูง



ขบวนทัพยังคงเคลื่อนไปข้างหน้า ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าม้าดังใกล้เข้ามา ฝูงชนรีบหลีกทาง จากนั้นมีชายในชุดดำลักษณะคล้ายขันทีลงจากรถม้า มือถือผืนผ้าสีทอง



ท่าทางเขาออกจะโอ่อ่า เสียงแหลมสูง



“หลี่เจ้า รับราชโองการ!”



หลี่เจ้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย — เสียงนี้ไม่ใช่เสียงของกงกงผู้ประกาศราชโองการตามปกติ พอสังเกตให้ถี่ถ้วนก็พบว่า...บุรุษผู้นั้นคือจ้าวเกา!



ใช่แล้ว! จ้าวเกาในตำนานผู้นั้น ปรากฏตัวแล้ว!



เขาเพิ่งกลับมาจากที่ไกลสองวันก่อน และด้วยความโปรดปรานที่ได้รับจากฮ่องเต้ก็รีบรับหน้าที่มาเป็นผู้อ่านราชโองการในครานี้



“หลี่เจ้า รับราชโองการ!” จ้าวเกาเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบรับเสียที จึงกล่าวซ้ำด้วยน้ำเสียงแฝงความไม่พอใจ



หลี่เจ้ารีบเดินไปคุกเข่ารับราชโองการ



“พระราชโองการจากฝ่าบาท — หลี่เจ้ามีความชอบในการปราบโจรครั้งนี้ จึงแต่งตั้งเป็นขุนนางผู้บัญชาการกองพันหนึ่ง ดูแลทหารเมืองฉินสองพันนาย เลื่อนตำแหน่งสามขั้น เป็นขุนนางระดับสาม พระราชทานทองคำ...”



“ขอบพระทัยฝ่าบาท!” หลี่เจ้าขานขอบพระทัยด้วยความเคารพหลังสิ้นเสียงราชโองการ



แต่ในใจกลับประหลาดใจอยู่ไม่น้อย — แค่ไปรบกลับมาก็ได้รับรางวัลมากมายขนาดนี้ มันดูไม่จริงเสียอย่างนั้น!



ตำแหน่งขุนนางบัญชาการพันนายนี้ เรียกว่ามีอำนาจในกองทัพพอตัวเลยทีเดียว ยิ่งได้ดูแลทหารเมืองฉินถึงสองพันนาย ถ้าเปรียบกับโลกก่อนหน้า ก็คงเป็นระดับผู้จัดการใหญ่ของบริษัทมหาชน



เขาคิดย้อนถึงชาติก่อน ทั้งชีวิตก็เป็นแค่คนธรรมดา แต่พอมาอยู่ในต้าฉิน กลับได้เป็นขุนนางใหญ่!



ตำแหน่ง ขุนนาง บรรดาศักดิ์ ล้วนบ่งบอกว่าเขากำลังเข้าสู่วงในของอำนาจ แม้เขาจะไม่ยึดติดกับสิ่งเหล่านี้นัก แต่ก็อดระแวงไม่ได้ เพราะเมื่อใกล้ถึงการเสด็จตะวันออกของฉินซีฮ่องเต้ และการขึ้นครองราชย์ของฉินเอ๋อซื่อ — ตำแหน่งที่สูงขึ้นอาจทำให้เขาตกเป็นเป้า



[ขอแสดงความยินดีกับท่านที่ได้รับความสำเร็จใหม่ — รางวัล: คำสั่งฝึกฝนทหารพิเศษ และวิธีสร้างปืนกลหนัก ท่านต้องการรับรางวัลหรือไม่?]



เสียงจากระบบดังขึ้นในห้วงความคิด หลี่เจ้าไม่ได้ตกใจ เพราะไม่ใช่ครั้งแรก แต่ที่แปลกคือ ครั้งนี้ระบบให้ของดีแบบไม่หวงเลยสักนิด



คำสั่งฝึกฝนทหารพิเศษ ย่อมเป็นสิ่งที่เหมาะกับสถานการณ์ตอนนี้ — เมื่อฮ่องเต้เสด็จสวรรคต ประเทศจะเข้าสู่กลียุค หากเขายังโดดเดี่ยวอยู่ คงรอดยาก ทหารพิเศษที่ผ่านการฝึกฝนจะเป็นกำลังสำคัญปกป้องเขา



ส่วนวิธีสร้างปืนกลหนัก ไม่ต้องคิดให้มาก — โลกจะวุ่นวายอยู่แล้ว ค้าปืนกลน่าจะเป็นธุรกิจที่รุ่งเรืองที่สุด!



ระบบนี่...ชักจะเข้าใจนิสัยเขามากขึ้นทุกที



“รับ!”



ทันใดนั้น ข้อมูลทั้งสองก็ไหลเข้ามาในหัวสมองราวกับเขื่อนแตก



ขณะหลี่เจ้ายังจมอยู่กับข้อมูล จางฮั่นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกยินดีแทน เขาคิดว่า — หลี่เจ้าเริ่มจากไร้อำนาจ แล้ววันนี้ได้เลื่อนเป็นขุนนางระดับสูง เช่นนั้นเขาเองก็น่าจะได้รับตำแหน่งใหม่อันคู่ควรเช่นกัน



และในขณะที่ความคิดยังวนเวียน เสียงของจ้าวเกาก็ดังขึ้นอีกครั้ง — ถึงคราวของเขารับรางวัลแล้ว!



“จางฮั่น รับราชโองการ!”



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 74 ลั่นกลองประกาศความชอบ

ตอนถัดไป