พรสวรรค์ด้านพันธุกรรม

บทที่ 45 พรสวรรค์ด้านพันธุกรรม

“ปรมาจารย์ตระกูลหยุน หยุนมู่ เป็นหนึ่ง ใน 10 ของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในฐานเมืองอันหนาน แต่นายกลับไม่รู้เกี่ยวกับเขางั้นหรือ?”
ดังคำกล่าวที่ว่า มังกรจะไม่มีวันมองเห็นได้ หลายคนเคยได้ยินชื่อของ หยุนมู่ แต่ไม่เคยเห็นเขา เมื่อพวกเขาได้ยินถึงตัวตนของ หยุนมู่ พวกเขาทั้งหมดมองไปที่ หยุนมู่
“ เช่นนั้นหรอ…”
“เขาเป็นใครกัน?”
“ฉันคิดว่าฉันเห็น หมอเทวดาไป๋”

ทันทีที่พูดคำเหล่านี้ เด็กหนุ่มและเด็กสาวที่เข้าคิวเพื่อทดสอบพันธุกรรมของพวกเขาต่างตกตะลึง พวกเขาคิดไม่ออกจริงๆว่า เย่หลี่ และ เสี่ยวฮุย เป็นใคร โดยมีผู้เฒ่าแห่งตระกูลหยุนและ หมอเทวดาไป๋ ติดตามเป็นการส่วนตัว

เย่หลี่ ย่อมได้ยินคำพูดของวัยรุ่นเหล่านี้เป็นธรรมดาอย่างไรก็ตามใบหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลง ราวกับว่าเขาไม่ได้ยินอะไร
ในขณะนั้นพนักงานคนหนึ่งก็รีบเดินเข้ามา
“ท่านผู้เฒ่าหยุน หมอเทวดาไป๋ เหตุใดพวกคุณถึงมาที่นี่”
“พวกเราพาคนมาทดสอบพันธุกรรม” หยุนมู่ กล่าว

“ผู้เฒ่าหยุน คุณเป็น 1 ใน 10 ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของฐานเมืองอันหนาน คุณมีความสำคัญอย่างมาก ผมสงสัยว่าใครกันที่ต้องการทดสอบพันธุกรรม” พนักงานกล่าวด้วยความเคารพ
“เธอ” หยุนมู่ มองไปที่ เสี่ยวฮุย
เสี่ยวฮุย รู้สึกสับสนเล็กน้อยหัวใจของเธอรู้สึกตื่นตัว

“คุณผู้หญิงกรุณาตามผมมา”
เย่หลี่ยิ้มและตบไหล่ของ เสี่ยวฮุย “ อย่าได้กลัวเลย”
เสี่ยวฮุย เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของ เย่หลี่ จึงพยักหน้า หลังจากนั้นไม่นาน เสี่ยวฮุย และพนักงานก็มาถึงด้านหน้า แม้ว่าเยาวชนทั้งหมดจะรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยแต่สำหรับคนที่มีสถานะเช่นนี้พวกเขาจะพูดอะไรได้อีก?

เสี่ยวฮุย วางมือของเธอลงบนเครื่องตรวจจับพันธุกรรม
“ระดับความสามารถทางพันธุกรรม S”
เครื่องตรวจจับส่งเสียง และทุกคนที่ยืนอยู่แถวนั้นสามารถได้ยินอย่างชัดเจน ทุกคนในห้องโถงเกิดความโกลาหล

“พรสวรรค์ทางพันธุกรรมระดับ S เป็นไปได้ยังไง!”
“ตอนแรกก็น่าโมโหอยู่หรอกที่ถูกแทรกคิว แต่นี่มันพรสวรรค์ระดับ S พวกเราจะสู้ได้อย่างไร”
“การมีพรสวรรค์พันธุกรรมระดับ S นั่นหมายความว่าความสำเร็จในอนาคตของเธอนั้นไร้ขีดจํากัด”

แม้แต่กลุ่มของ หยุนมู่ และ หมอเทวดาไป๋ ก็ตกตะลึงอย่างสมบูรณ์ ต้องรู้ว่าพรสวรรค์ระดับ S สามารถนับได้ด้วยมือเดียวในฐานะเมืองอันหนานแห่งนี้
เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนอื่นปรากฏขึ้นอีก แล้วมันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับฐานเมืองอันหนาน

เสี่ยวฮุย รู้สึกกลัวเล็กน้อย เธอมองดูพนักงานอย่างถี่ถ้วน แล้วพูดขึ้นว่า “ฉันจะเป็นผู้ปลุกพลังได้ไหม”
นี่..เป็นคำพูดที่สามารถฆ่าพวกเขาได้ทั้งหมด!
เยาวชนทั้งชายหญิงที่อยู่ในโถงห้องทดสอบพันธุกรรมแทบอยากจะขุดหลุมหนีทันที
“เด็กน้อย แน่นอนว่าพรสวรรค์ระดับ S สามารถกลายเป็นผู้ปลุกพลังได้” เหม่ยหลิน มองไปที่ เสี่ยวฮุย และยิ้ม เรื่องนี้ทำให้ เสี่ยวฮุย โล่งใจ เธอคิดว่าเธอไม่สามารถปลุกพลังได้และจะกลายเป็นภาระของ เย่หลี่ ในอนาคต

เย่หลี่ รู้สึกยินดีเล็กน้อยไม่น่าแปลกใจเลยว่า ไป๋หวา ทำไมถึงต้องการ เสี่ยวฮุย ไปเป็นเตาหลอม เพราะพันธุกรรมของ เสี่ยวฮุย คือระดับ S
เมื่อพูดถึง ไป๋หวา เย่หลี่ ก็เยาะเย้ยในใจ ไป๋หวา ไม่มีทางปล่อยเขาไปอย่างแน่นอนและเขาจะปล่อย ไป๋หวา ไปได้อย่างไร?

ตอนนี้เขาได้ส่งเสี่ยวฮุย ไปยังฐานเมืองอันหนานเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาที่เขาจะต้องจากไป ฐานเมืองอันหนานไม่ได้เป็นจุดสุดท้ายสำหรับเขา สิ่งที่เขาต้องการก็คือ สรวงสวรรค์แห่งซอมบี้ของเขานั่นเอง!

เสี่ยวฮุย วิ่งออกมาอย่างมีความสุข เธอต้องการบอกข่าวดีกับ เย่หลี่ แต่เธอพบว่า เย่หลี่ ได้หายไปแล้ว
“พี่ใหญ่หายไปไหน!” เสี่ยวฮุย พึมพำ
เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นพวกเขาจึงมองไปรอบๆและพบว่า เย่หลี่ ไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป

ตอนก่อน

จบบทที่ พรสวรรค์ด้านพันธุกรรม

ตอนถัดไป