ตอนที่ 240 ต้วนมู่หรง

อาจารย์เหิงคารวะออกมากล่าวว่า “ฝ่าบาท! หลี่เจ้า…” เอ่ยนามโดยไม่ใส่ยศตำแหน่ง แสดงถึงความโกรธอย่างแท้จริง “เขาคิดร้าย… ให้ร้ายต่อลัทธิขงจื๊อของพวกเรา พระองค์ต้องอย่าเชื่อคำเพ้อเจ้อของเขาเด็ดขาด!”

  อาจารย์คนที่สามก็หน้าดำหน้าแดงขึ้นมาทันที กล่าวอย่างขุ่นเคืองว่า “ฝ่าบาท เครื่องกลไกไอน้ำเท่านั้นเอง ขงจื๊อของข้าพเจ้าย่อมต้องเข้าใจได้แน่นอน ขอพระองค์ทรงวางพระทัย!”

  ทั้งสามคุกเข่าพร้อมกัน สาบานตนด้วยความมั่นอกมั่นใจ แสดงความศรัทธาในตัวเองอย่างสุดกำลัง

  ฉินซีฮ่องเต้ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากใจยิ่งยวด ข้างหนึ่งมีการวิเคราะห์หลักวิชาจากเครื่องกลไกไอน้ำที่ล้ำลึก อีกข้างก็เป็นขุนนางผู้ภักดีที่พยายามพิสูจน์ตัวเองให้เห็น ต่างก็เป็นข้าราชสำนักที่จงรักภักดีทั้งนั้น ทำให้พระองค์ตัดสินใจได้ยากยิ่ง

  เรื่องการเข้าใจกลไกไอน้ำนี้ควรจะใช้การลงมือปฏิบัติ หรือควรนั่งสมาธิครุ่นคิดดีเล่า พระองค์ก็มิอาจลงความเห็นได้ชัด หลี่เจ้ากล่าวไว้อย่างมีเหตุมีผล แต่เขาก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุสิบแปดเท่านั้น ยังน่าเชื่อถือหรือไม่? ส่วนเหล่าปราชญ์ทั้งสามก็ล้วนมีวิชาความรู้กว้างขวาง มองการณ์ไกล ตามเหตุผลแล้ว ควรเชื่อคำของพวกเขา แต่สิ่งที่หลี่เจ้าแสดงออกมากลับชวนให้รู้สึกว่า... หลี่เจ้าอาจจะถูก

  ยิ่งคิด ยิ่งปวดหัว!

  ยังดีที่เฟิงชวี้จี๋เข้าใจพระราชดำริ ก้าวออกมาโค้งคำนับแล้วเสนอแนะว่า “ฝ่าบาท ในเมื่อทั้งสองฝ่ายล้วนต้องการเข้าใจกลไกไอน้ำ เหตุใดไม่ทรงมอบหมายให้ทั้งสองฝ่ายแข่งขันกัน โดยจัดตั้งกรมพิเศษที่ขึ้นตรงต่อพระราชวัง เพื่อศึกษาเรื่องพลังไอน้ำ หากฝ่ายใดเข้าใจถ่องแท้กว่า ก็ให้ผู้นั้นดำรงตำแหน่งเจ้ากรมและผู้ช่วย รับผิดชอบงานของกรมนั้นโดยตรง”

  แผนใหม่นี้เรียกได้ว่าชาญฉลาดโดยแท้ เป็นเฟิงชวี้จี๋ผู้คิดขึ้นมาได้จริง ๆ

  อันที่จริงก็เป็นแผนที่ดีนัก ถึงอย่างไรเป้าหมายก็คือเข้าใจกลไกไอน้ำให้ถ่องแท้ ผู้คนมากย่อมดีกว่าผู้น้อย ย่อมได้ผลลัพธ์เร็วกว่าแน่นอน

  โรงงานอาวุธของราชสำนักแม้จะขึ้นกับกรมการเงิน แต่ที่ผ่านมาทำเพียงอาวุธธรรมดา ทว่าในตอนนี้เมื่อได้ยินคำอธิบายของหลี่เจ้าว่า หากควบคุมพลังไอน้ำได้ดี ก็สามารถสร้างอาวุธอันน่าสะพรึงกลัวขึ้นมาได้ เขาเองก็เชื่อคำของหลี่เจ้าอยู่

  หากเป็นจริง การก่อตั้งกรมพิเศษนี้ถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง เพราะอาวุธเหล่านั้น คือสิ่งที่ต้าฉินปรารถนาอย่างแท้จริง

  ฉินซีฮ่องเต้ได้ฟังเช่นนั้น พระเนตรสว่างวาบ พลันตบโต๊ะอย่างแรง “ดี! แผนนี้ดีมาก ก็ตกลงเช่นนี้!”

  ครู่ต่อมา พระองค์กวาดพระเนตรมองทั่วทั้งท้องพระโรง แล้วตรัสถามเสียงดัง “มีผู้ใดจากสำนักเม่อเจียอยู่ในท้องพระโรงบ้างหรือไม่?”

  เหล่าขุนนางมองหน้ากันไปมา ไม่มีผู้ใดตอบคำ จริงอยู่ สำนักเม่อเจียรุ่งเรืองที่สุดในยุคสงครามระหว่างรัฐ แต่หลังจากต้าฉินรวมแผ่นดินเป็นหนึ่ง ก็เพื่อรักษาอำนาจการปกครอง จึงเลิกแนวทางของเหล่าเจ้านครรัฐก่อนหน้า เผาตำราของลัทธิต่าง ๆ เพื่อปิดกั้นความรู้จากสามัญชน สำนักเม่อเจียจึงค่อย ๆ เสื่อมถอย

  แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ สำนักเม่อเจียมีชื่อในด้านกลไกกลอุบาย พอเป็นจักรพรรดิผู้ระแวดระวังอย่างฉินซีฮ่องเต้ จึงไม่อาจปล่อยให้สำนักที่เป็นภัยต่อบัลลังก์นี้มีอยู่ต่อไปได้ ดังนั้นจึงสั่งกวาดล้างเสีย

  สาเหตุของความเสื่อมถอยนี้ว่ากันได้หลายประเด็น แต่ในตอนนี้ สำนักเม่อเจียได้เสื่อมโทรมลงแล้วจริง ๆ ยังมีสมาชิกสำนักนี้เหลืออยู่หรือไม่นั้น ก็ยากจะทราบแน่ชัด

  ขณะนั้นเอง หานเส้าฝู่ก้าวออกมา อ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยปากว่า “ฝ่าบาท ที่กรมของหม่อมฉันมีการรวมตัวของช่างฝีมือจากทั่วหล้า แน่นอนว่าย่อมมีบุคคลจากสำนักเม่อเจียด้วย หม่อมฉันสามารถยืนยันได้ว่ามีอยู่หนึ่งคน”

  “โอ?” ฉินซีฮ่องเต้มีสีหน้าสนใจขึ้นทันที “เป็นผู้ใด?”

  “เป็นสตรีนางหนึ่ง นามว่า ‘ต้วนมู่หรง’”

  “ต้วนมู่หรง?” ฉินซีฮ่องเต้ขมวดพระขนงเล็กน้อย ราวกับคุ้นชื่อแต่ก็นึกไม่ออก จึงโบกพระหัตถ์พลางตรัสว่า “ดีมาก เช่นนั้นให้หญิงนางนี้เป็นผู้รับผิดชอบศึกษากลไกไอน้ำเถิด”

  หานเส้าฝู่กำลังจะคำนับรับบัญชา ทันใดนั้นอาจารย์เหิงร้องขึ้นมาเสียงดัง “ฝ่าบาท! มิได้เด็ดขาด มิได้โดยสิ้นเชิง!”

  พระพักตร์ของฉินซีฮ่องเต้พลันเย็นชาลง สายพระเนตรแหลมคมทอดมองเขาด้วยความไม่พอใจ “เหตุใดท่านจึงขัดขวาง?”

  อาจารย์เหิงไม่สะทกสะท้าน ก้าวออกมาแล้วกล่าวว่า “ฝ่าบาท ยังทรงจำ ‘นครกลไก’ ได้หรือไม่?”

  ฉินซีฮ่องเต้พยักพระเศียร แน่นอนว่าจำได้ดี นครกลไกคือฐานที่มั่นของสำนักเม่อเจียที่สำคัญที่สุด เคยถูกกองทัพลิ่วซาเหอทำลายจนราบคาบ

  “หากข้าเดาไม่ผิด ต้วนมู่หรงผู้นี้ก็น่าจะมาจากนครกลไกนั้นกระมัง?”

  คำพูดนี้ทำให้สีพระพักตร์ของฉินซีฮ่องเต้เปลี่ยนไปทันที หากเป็นเพียงสมาชิกสำนักเม่อเจียทั่วไป พระองค์ก็ยังพอปล่อยผ่านได้ แต่ถ้ามาจากนครกลไกโดยตรง เช่นนั้นถือเป็นภัยแฝงตัวที่ร้ายแรงยิ่ง

  จากนั้นพระเนตรหันกลับมายังหานเส้าฝู่ สื่อความหมายชัดเจนว่า “เจ้าแน่ใจหรือ?”

  หานเส้าฝู่ผงะไปเล็กน้อย แม้รู้ดีว่าต้วนมู่หรงเป็นใคร แต่ก็ไม่ตื่นตระหนก ตอบกลับอย่างเรียบเฉยว่า “ฝ่าบาท แท้จริงแล้วนครกลไกได้พินาศไปแล้ว ย่อมไม่อาจเป็นภัยต่อต้าฉินได้อีก สมาชิกของสำนักเม่อเจียเชี่ยวชาญวิชากลไก โดยเฉพาะผู้มาจากนครกลไก ย่อมเป็นช่างฝีมือที่ดีเลิศ”

  พูดมาถึงตรงนี้ก็เงียบไป แต่ก็พอให้ฉินซีฮ่องเต้เข้าใจเจตนาได้

  ทว่า พระองค์ทรงระแวดระวังโดยสันดาน ไหนเลยจะยอมให้มีภัยอยู่ข้างกาย กำลังจะมีรับสั่งให้จับต้วนมู่หรงไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด ทันใดนั้น เสียงในใจของหลี่เจ้าก็ดังขึ้นมา

  【ต้วนมู่หรง? ที่แท้นางก็สังกัดอยู่กับกรมของเส้าฝูรึ! ช่างเกินคาดนัก! ถ้าเป็นนางมารับผิดชอบเรื่องกลไกไอน้ำ เช่นนั้นเครื่องจักรไอน้ำคงใกล้สำเร็จแน่!】

  หลี่เจ้าเมื่อได้ยินชื่อต้วนมู่หรงถึงกับตกใจ นางเป็นตัวละครจากเรื่อง ฉินสื่อหมิงเยว่* ที่เขาเคยดู แต่กลับมีตัวตนจริงในที่นี้เสียได้ แสดงว่าตัวละครในซีรีส์เหล่านั้นก็อาจไม่ใช่เพียงเรื่องแต่งขึ้น

  เมื่อนางปรากฏ เช่นนั้นคนอื่น ๆ อย่างเทียนหมิง... จะมีจริงด้วยหรือไม่? เขาคิดถึงแค่แวบเดียว แล้วรีบปัดทิ้งไป กลับมาตั้งใจที่ต้วนมู่หรง

  พูดถึงต้วนมู่หรง วิชากลไกของนางแม้ไม่เทียบเท่าท่านปรมาจารย์ปัน แต่ก็จัดว่ายอดเยี่ยม หากให้นางศึกษากลไกไอน้ำ ผลลัพธ์ต้องดีเยี่ยมแน่นอน อย่างน้อยย่อมดีกว่าบรรดาปราชญ์ที่นั่งขัดสมาธิเฉย ๆ ไม่ต้องสงสัย

  แน่นอนว่าการประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำนั้นหาใช่เรื่องง่าย แม้ในยุคหลังยังต้องใช้เวลานานหลายปี แต่เมื่อมีตนมาอยู่ที่นี่... ก็ไม่แน่!

  หืม? เจ้าหนุ่มนี่รู้จักนางด้วยหรือ?

  ฉินซีฮ่องเต้ได้ยินเสียงในใจของหลี่เจ้าแล้ว ลอบมองเขาแวบหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว พลางระงับพระราชดำริที่จะจับกุมต้วนมู่หรงลง

  ในใจตรัสว่า: เจ้าหนุ่มนี่ชื่นชมนางถึงเพียงนั้นหรือ? ว่าอีกไม่นานก็จะสร้างเครื่องจักรไอน้ำได้? หากเป็นเช่นนั้น นางก็ฆ่าไม่ได้

  ระหว่าง “เครื่องจักรไอน้ำ” กับ “ภัยแฝง” พระองค์เลือก “เครื่องจักรไอน้ำ”

  ท้ายที่สุด พระองค์โบกพระหัตถ์ตอบอาจารย์เหิงว่า “เรื่องนี้ไม่ต้องพูดอีก ให้ต้วนมู่หรงเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนเรื่องคนร่วมทีม ปล่อยให้นางเลือกเองเถิด”

  หานเส้าฝู่ได้ฟังก็ยินดียิ่ง รีบคำนับขอบพระทัย

  อาจารย์เหิงดูท่าอยากจะพูดอะไรอีก แต่ก็ต้องอดกลั้นไว้

  “ซ่างซิน จดพระราชโองการ ให้สำนักขงจื๊อกับสำนักเม่อเจียศึกษากลไกไอน้ำ หากฝ่ายใดสำเร็จ ก็จะได้รับเลือกเข้ากรมใหม่ที่ตั้งขึ้นนี้”

(จบตอน)

*ฉินสื่อหมิงเยว่ เป็น แอนิเมชันจีนแนวจีนโบราณ/กำลังภายในผสมแฟนตาซี ที่มีชื่อเสียงมากในจีน ผลิตโดยบริษัท Sparkly Key Animation Studio เริ่มฉายตั้งแต่ปี 2007 จนถึงปัจจุบัน โดยได้รับความนิยมอย่างยาวนานในกลุ่มแฟนอนิเมชันจีน โดบเรื่องราวดำเนินเหตุการณ์ในช่วง ปลายราชวงศ์ฉิน มีตัวละครสมมุติผสมกับบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ เช่น ฉินซีฮ่องเต้, เทียนหมิง (ตัวเอกเด็กหนุ่ม ผู้มีชาติกำเนิดลึกลับ), เกอเหนวียน นักดาบลึกลับ, ต้วนมู่หรง (หญิงสาวนักกลไก จากสำนักเม่อเจีย) ในเรื่องมีสำนักต่าง ๆ เช่น ขงจื๊อ (儒家), เม่อเจีย (墨家), เต๋า (道家), นิกายทมิฬ (陰陽家) ฯลฯ มีการผูกโยง การเมือง ศึกสงคราม ความรัก การหักหลัง และกลไกประดิษฐ์ เข้าด้วยกัน



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 240 ต้วนมู่หรง

ตอนถัดไป