ตอนที่ 23 เจ้าสามตัวจอมพยศหมายสังหารเซียนอมตะ
สามร่างที่พุ่งทะลุหลุมดำออกมา ไม่ใช่มนุษย์
การปรากฏตัวของพวกมันทำเอาทุกคนตกตะลึง
แม้แต่เซียนทั้งเก้าก็ยังไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
“พวกเจ้า...ซ่อนตัวได้ลึกนักนี่!” เซียนหญิงคุนหลุนหรี่ตาเย็นเยียบ จ้องมองสามอสูรกายด้วยแววตาประกาย
อสูรกายสามตัวที่เพิ่งเหินผ่านขึ้นมา พอเห็นเก้าเซียนก็รีบรวมตัวกันด้วยความระแวดระวัง
“พวกเซียนทั้งเก้า...พวกเจ้า...ยังไม่ตายอีกเรอะ!” หนึ่งในนั้นคำราม
สามอสูรกายนี้คืออสูรดำผู้ตกต่ำ
ประกอบด้วย กิเลนโลหิตดำ มังกรอสูรทมิฬ และหงส์ขนดำ
ชื่อของพวกมัน โด่งดังฉาวโฉ่ในแดนเฉียนคุน
เพื่อทำลายกฎแห่งเต๋า พวกมันเคยก่อกรรมทำเข็ญไว้ในโลกแห่งเฉียนคุนนับไม่ถ้วน
เคยสร้างเขตต้องห้ามแห่งความเสื่อม ตั้งตนเป็นศูนย์กลางของคลื่นความวุ่นวายแห่งความมืด คอยเก็บเกี่ยวพลังชีพและโลหิตจากสรรพชีวิต เพื่อแสวงหาหนทางสู่นิรันดร์
สิ่งมีชีวิตเสื่อมทรามพวกนี้ เป็นฝันร้ายของเหล่าผู้ฝึกตน และศัตรูร้ายแรงของเหล่าเซียน
พวกมันชอบซุ่มโจมตีผู้ที่เพิ่งทะลวงเข้าสู่ระดับเซียนใหม่ ๆ ยังยืนหยัดไม่มั่นในพลังระดับนั้น คอยดูดกลืนปราณและโลหิตแห่งเซียน เพื่อเสริมกำลังตนเอง
อสูรเสื่อมทรามเหล่านี้เป็นศัตรูของทั้งแดนเฉียนคุน
ทั่วทั้งโลกต่างก็ปรารถนาจะลบล้างพวกมันให้สิ้นซาก
แต่ทว่าพวกมันแข็งแกร่งเกินคาด และยังคงจับกลุ่มรวมกันอยู่เสมอ
แม้แต่เซียนเดี่ยว ๆ ยังต้องยอมพ่ายแพ้เมื่อพบเจอ
สุดท้าย เมื่อฝ่ายธรรมะเรืองอำนาจถึงขีดสุด ก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไป
การกวาดล้างเขตเสื่อมจึงเริ่มต้นขึ้น
ศึกนั้นนองเลือดอย่างยิ่ง
ทั้งฝ่ายธรรมะและเขตเสื่อมต่างล้มตายเป็นจำนวนมาก
ท้ายที่สุด เขตเสื่อมทรามถูกกวาดล้างจนพินาศ
แม้แต่เหล่าเซียนเสื่อมทรามก็ถูกกำจัดจนหมดสิ้น
เซียนหญิงคุนหลุนและผองเซียนทั้งเก้า ล้วนเชื่อว่าพวกมันได้ถูกทำลายจนสูญสิ้นไปแล้ว
ทว่าตอนนี้ อสูรทั้งสามกลับปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน
เป็นธรรมดาที่พวกนางจะตกตะลึง
“หึ เจ้าแอบซ่อนตัวได้แนบเนียนนัก...เมื่อทะลุมาถึงโลกนี้ได้ ก็จงตายที่นี่เถอะ!” เซียนหญิงคุนหลุนแค่ตกใจชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาสง่างามเย็นเยียบดั่งเดิม
นางเย่อหยิ่ง เย็นชา และงดงามไร้เทียมทาน
เซียนหญิงหนึ่งเดียวในหมู่เซียนทั้งเก้า แค่เพียงจินตนาการก็นึกออกว่านางต้องเก่งกาจเพียงใด
ผ่านการฝึกบ่มในแดนสวรรค์มานาน จนไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ในอดีต หากต้องสู้กับอสูรเสื่อมตามลำพัง นางอาจตกอยู่ในอันตราย
แต่ตอนนี้...
“แค่เจ้าคนเดียว? หรือจะรวมทั้งพวกเจ้าด้วย?” กิเลนดำร่างใหญ่...อืม ใหญ่ประมาณกำปั้นของผู้ใหญ่หนึ่งกำ
ในโลกมนุษย์ตัวจิ๋วแบบนี้ ถือว่าใหญ่มากแล้ว
แม้จะเผชิญกับเซียนทั้งเก้า อสูรเสื่อมสามตนก็หาได้เกรงกลัวไม่
แม้วิธีฝึกฝนของพวกมันจะขัดแย้งกับสวรรค์ แต่ก็ได้ผลจริง
พลังต่อสู้แต่ละตัว แข็งแกร่งยิ่งกว่าเซียนทั่วไป
กิเลนดำ มังกรดำ หงส์ดำ ทั้งสามตัวหยิ่งผยองสุดขีด
เพิ่งเหินขึ้นมาก็จริง จำนวนก็น้อยกว่า
แต่ก็ไม่เกรงกลัวสักนิด
ในสายตามัน เซียนทั้งเก้าก็เพิ่งเหินผ่านมาไม่นาน คงยังไม่แข็งแกร่งถึงขั้นไหน
“หึหึ...”
พอเห็นพวกอสูรเสื่อมที่ยังไม่เข้าใจโลกใหม่ เซียนอย่างหลี่ชิงเสวียนก็หัวเราะในใจ ราวกับมองสามบ้านนอกที่เพิ่งเข้ามาในเมือง
หรือว่าพวกมันยังหลงคิดว่า สมัยนี้อสูรเสื่อมแข็งแกร่งกว่าเซียน?
คุณพี่...
ยุคนี้มันเปลี่ยนไปแล้วนะ
ฝันไปเถอะ...
“พวกเจ้า...เคยมีแค้นกันมาก่อนเหรอ?” ซูหนิงที่เฝ้ามองการปะทะนี้จากที่สูง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดตลก
เขามองดูชาวจิ๋วทะเลาะกันจากฟากฟ้า มองจากบนลงล่าง
อสูรเสื่อมทั้งสามไม่ทันได้สังเกต ว่ามียักษ์ตนหนึ่งจ้องมองพวกมันอยู่
แต่พอได้ยินเสียงคำรามราวฟ้าผ่า พวกมันก็เงยหน้าขึ้นมองทันที
“นั่นมัน...ตัวประหลาดอะไรกัน?”
“มนุษย์?”
“ยักษ์?”
อสูรเสื่อมทั้งสามตะลึงลาน เกิดความระแวดระวัง และเบียดตัวชิดกัน
ส่วนเหล่าเซียนทั้งเก้า พอได้ยินเสียงของซูหนิง ก็ชะงักไปเช่นกัน...
ใช่แล้ว อดีตมันอยู่ในโลกเดิม ตอนนี้ทุกคนอยู่ในแดนสวรรค์แล้ว
แผ่นดินนี้เป็นของท่านเซียนผู้ยิ่งใหญ่ การจะจัดการอสูรเสื่อมสามตัวนี้ จะต้องขึ้นอยู่กับเจตจำนงของท่าน
พวกเขาไม่มีสิทธิ์ตัดสินชะตาชีวิตของสามอสูรนี้
“ก็มีแค้นอยู่นิดหน่อย...” หลี่ชิงเสวียนเอ่ยเสียงเรียบ
“แต่ทั้งหมดล้วนเป็นอดีต จะอยู่หรือตายก็ขึ้นอยู่กับเจตจำนงของท่านเซียน พวกข้าไม่กล้าล้ำเส้น ขอท่านให้อภัย”
เมื่อครู่พวกเขาอาจใจร้อนเกินไป ตอนนี้รู้ตัวแล้วว่าไม่ควรตัดสินแทนซูหนิง
จึงพากันกล่าวขออภัย
ซูหนิงเองก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้
เขาแค่อยากดูเรื่องสนุกเท่านั้น
เหมือนผู้สร้างโลกที่นั่งชมละครอยู่
สามอสูรเสื่อมเห็นว่าเซียนทั้งเก้าแสดงท่าทีเคารพยำเกรงต่อยักษ์ที่ลอยอยู่เบื้องบน ราวกับทาสก็ไม่ปาน
จึงหมดศรัทธาทันที...
สายตาที่เคยมองเซียนทั้งเก้าอย่างนับถือ พลันเปลี่ยนเป็นดูแคลน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า...” กิเลนดำหัวเราะอย่างเย้ยหยัน
“เดิมทีข้ายังเคารพพวกเจ้า แม้จะเป็นศัตรูของข้า แต่ก็ยังนับถือในความกล้าหาญ...บัดนี้ถึงได้รู้ ว่าพวกเจ้าล้วนแต่เป็นพวกเข่าอ่อน!”
“เซียนอะไรกัน นักรบแห่งแดนเฉียนคุนอะไรกัน...”
“ไม่คิดเลยว่าจะยอมเป็นทาสของชาวแดนสวรรค์ข้าดูพวกเจ้าผิดไปจริง ๆ พวกเจ้า...ไม่คู่ควรกับการเปรียบเทียบกับข้า!”
ทั้งสามอสูรเสื่อมแสดงท่าทีเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง
พวกมันแสดงออกชัดเจนว่า ถ้าเป็นพวกมัน จะไม่มีวันก้มหัว แม้ต้องตายก็จะตายอย่างภาคภูมิ
ยิ่งยกตนสูงส่ง
ยิ่งรู้สึกเหนือกว่า
“ชาวมนุษย์ที่ควรเป็นผู้ทรงเกียรติ กลับยอมเป็นทาส! ข้าขอถ่มน้ำลายใส่!” มังกรดำกล่าวเย้ย
แต่เซียนทั้งเก้าโดยเฉพาะหลี่ชิงเสวียนและเซียนหญิงคุนหลุนกลับไม่รู้สึกโกรธ
พวกเขายอมก้มศีรษะจริง แต่ก็เต็มใจ อีกทั้งซูหนิงไม่เคยบังคับอะไรพวกเขาเลย
หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากซูหนิง พวกเขาคงไม่มีทางรอดมาได้
อย่าว่าแต่ไม่เคยบังคับเลย แม้หากจะบังคับจริง ๆ ก็ไม่เห็นจะแปลก
ยอมเป็นทาสของเซียนผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ไม่มีอะไรให้อับอาย
“โง่เขลา...” จักรพรรดิต้าเซี่ยเอ่ยเย็นชา
“หากไม่ใช่เพราะท่านเซียนไว้ชีวิต พวกเจ้าคิดว่าตัวเองยังจะมีโอกาสเห่าอยู่ตรงนี้อีกหรือ?” เซียนหญิงคุนหลุนแค่นเสียงเย้ยหยัน
อาจเพราะระดับพลังของซูหนิงสูงเกินจินตนาการของอสูรทั้งสาม
พวกมันจึงสัมผัสไม่ได้ถึงแรงกดดัน หรืออาจแค่เข้าใจผิด คิดว่าเซียนทั้งเก้ายังอยู่ในระดับเดิม
“ท่านเซียนผู้ยิ่งใหญ่...ข้าทนไม่ไหวแล้ว ขออนุญาต...ข้าขอฆ่ามันได้หรือไม่!” อสูรเหวลึกผู้เป็นนักรบโดยกำเนิด แววตาเต็มไปด้วยความกระหายการต่อสู้
อสูรเหวลึกนั้นเป็นสายมาร...แต่ต่างจากพวกอสูรเสื่อม
แม้ฝึกในทางมาร แต่ก็เดินทางแห่งตน ไม่ได้เป็นแค่ผู้ปล้นฆ่า
อสูรเสื่อมเป็นแค่ผู้เข่นฆ่าเพื่อความไม่ตาย
“ไม่จำเป็นหรอก จะฆ่าทำไม...กว่าจะเหินขึ้นมาได้ตั้งสามตัว เลี้ยงไว้ก็สนุกดีนะ ตัวนี้เหมือนหมา ก็เลี้ยงเป็นหมา ตัวนั้นเหมือนนก ก็เลี้ยงเป็นนก อีกตัวก็เหมือนงู...เอามาเลี้ยงก็ไม่เลว” ซูหนิงตอบตามตรง
ในสวนเทพอสูร การมีสิ่งมีชีวิตหลากหลายก็น่าสนุกดี
จริง ๆ แล้วเขาชอบพวกมังกร หงส์ กิเลน อะไรพวกนี้อยู่แล้ว
เมื่อครั้งก่อนตอนจัดสวน ยังเสียดายที่ไม่ได้มีไว้เลี้ยงเลยสักตัว
ตอนนี้มีโอกาส ก็ต้องคว้าไว้ให้ได้
“ฮ่า ๆ ๆ จริงด้วยสิ”
“ท่านเซียนพูดมีเหตุผล”
“เลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงก็ดีเหมือนกัน”
“แต่สัตว์พวกนี้ไม่ค่อยเชื่องนะ...”
...
เมื่อได้ยินคำของซูหนิง เซียนทั้งเก้าพากันหัวเราะออกมา
จะเลี้ยงอสูรเสื่อมเป็นสัตว์เลี้ยง?
ใครจะกล้าคิดแบบนี้ในแดนเฉียนคุน?
ใครจะทำได้?
อสูรเสื่อม...เป็นสัตว์เลี้ยง...
แค่คิดก็รู้สึกสะใจแล้ว
ส่วนอสูรทั้งสาม...เดือดจัด
จ้องมองซูหนิงด้วยสายตาเดือดดาล
“สารเลว! กล้าดูถูกเผ่าพันธุ์เสื่อมของพวกเราแบบนี้เรอะ!”
“เจ้าจะต้องชดใช้!”
“ต่อให้เจ้าเป็นเซียน...ข้าก็จะสังหารเจ้าให้สิ้น!”
“พวกเจ้าเก้าเซียนผู้ต่ำต้อยแห่งแดนเฉียนคุน ดูให้ดี...เราจะสังหารเซียนอมตะให้ดูตรงนี้แหละ!”
“พวกข้าไม่ใช่พวกไร้กระดูกสันหลังอย่างพวกเจ้า! พวกเราคือสุดยอดนักรบแห่งแดนเฉียนคุน!”
สามตัวจอมพยศนี่...ดูท่าจะคลั่งเต็มทีแล้ว
ดูเหมือนว่าพวกมันตั้งใจจะแสดง “พิธีสังหารเซียนอมตะ” ให้ดูสด ๆ
เหล่าเซียนทั้งเก้าต่างยืนกอดอกมองอยู่...เตรียมตัวดูละคร
...