ตอนที่ 90: ตำหนักเซียนเสวียนเทียนใช่ไหม? ราชินีเซียนคาน่าอยู่ที่นี่ ยังไม่ออกมาคุกเข่าต้อนรับอีกหรือไร!

    ภูเขาเซียนเสวียนเทียนตั้งตระหง่านทะลุเมฆา ท่ามกลางม่านหมอกหนาทึบ ราวกับป้อมปราการลึกลับที่ตั้งอยู่ระหว่างสวรรค์กับปฐพี

    สถาปัตยกรรมบนภูเขาเซียนอลังการตระการตา ศาลาระเบียงเรียงรายสลับซับซ้อน งดงามเกินพรรณนา รอบพระราชวังมีหมู่มวลดอกไม้ประหลาดนานาพันธุ์บานสะพรั่ง สายหมอกแห่งเซียนปกคลุมทั่วบริเวณ ดุจความฝันอันเลือนลาง

    บนยอดเขา มีตำหนักเซียนเก้าชั้นลอยอยู่กลางหมอก มีทั้งนกกระเรียนเหินเวหา เสือคำราม มังกรผงาด ฟีนิกซ์ขับขาน…

    จะว่าไปก็ไม่แน่ใจว่าเป็นมังกรแท้และสัตว์เซียนแท้หรือไม่

    “ฟิ้ว ฟิ้ว…”

    ในหมู่เมฆหมอก มีผู้ฝึกตนเหาะเหินเข้าออกตำหนัก ทุกคนล้วนมีพลังปราณแกร่งกล้า แววตาเยือกเย็น แสดงถึงความโอหัง แทบไม่มีใครยอมสบตาใคร ราวกับเป็นผู้ปกครองเหนือคนทั้งปวง

    ภายในตำหนักทิวทัศน์งามล้ำ เสาหยกขนาดมหึมาตั้งตระหง่าน ภาพสลักวิจิตรงดงามเปล่งแสงอ่อนละมุน ผนังประดับด้วยอัญมณีและไข่มุกเรืองแสง ส่องแสงวาววับทั่วทั้งตำหนัก มีธารน้ำใสและทะเลสาบสงบเงียบ แผ่นน้ำสะท้อนเงาตำหนักเซียนดุจกระจกใส

    ส่วนลึกของตำหนัก มีสวนลับแฝงเร้น เต็มไปด้วยสมุนไพรเซียนหายาก กลิ่นหอมล้ำลึกโชยฟุ้ง ต้นไม้ดอกไม้แปลกตาขึ้นสลับกัน พร้อมสัตว์วิเศษที่บินว่อนไปมาเพิ่มชีวิตชีวาและความพิศวง

    ความยิ่งใหญ่ของตำหนักเซียนเสวียนเทียนไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพลังลึกลับที่แฝงอยู่…ที่นี่ราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง ทุกสรรพสิ่งดูเงียบสงบจนทำให้ผู้คนรู้สึกเกรงขามโดยไม่รู้ตัว

    ลึกเข้าไปในตำหนักเซียน มีทะเลสาบแห่งหนึ่งเงียบสงัด

    ชายชราเรือนผมขาวนั่งขัดสมาธิเปลือยเท้าอยู่ในศาลา ข้างตัวมีโต๊ะเตี้ยสีแดงเปล่งแสงสวยงามไม่ธรรมดา

    บนโต๊ะวางผลไม้จานหนึ่ง

    ผลไม้ไม่ทราบชื่อ สีแดงใสดั่งทับทิม กลิ่นหอมเย้ายวน

    ของวิเศษระดับเซียน!

    ชายชราถือคันเบ็ดด้วยมือซ้าย เหวี่ยงสายเบ็ดลงน้ำ ส่วนมือขวาหยิบผลไม้เหมือนองุ่นใสเข้าปากทีละเม็ด ดวงตาจับจ้องผืนน้ำด้วยความตั้งใจ

    ท่าทางดูขมักเขม้นจริงจังราวกับกำลังทำเรื่องสำคัญระดับชีวิต

    ผู้นี้คือเจ้าตำหนักเซียนเสวียนเทียน—หวงฝูเจินซี

    บุคคลอันดับหนึ่งแห่งดินแดนเซียนเสวียนเทียน ดำรงอยู่มานานจนนับปีไม่ถ้วน ชื่อเสียงขจรไกลจนไม่มีใครกล้าท้าทาย

    ด้านหลังศาลา มีเหล่าผู้ฝึกตนระดับสูงยืนเรียงรายอย่างเคารพ ไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย

    อย่ามองว่าพวกเขาดูสงบ

    แท้จริงแล้วคนเหล่านี้แต่ละคนคือจอมยุทธ์ระดับสูงของโลกเซียน หากออกนอกตำหนัก จะเป็นระดับที่เหยียบพื้นทีเดียวก็เขย่าแดนเซียนให้สะเทือน

    ระดับที่คนทั่วไปเห็นแค่เงาก็ระเบิดได้!

    แต่ต่อหน้าหวงฝูเจินซี ทุกคนกลับเงียบกริบ ไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ

    ชายชรามองไม่เห็นคนรอบข้าง เพ่งสมาธิอยู่กับเบ็ดตกปลา

    “ต๋อม!”

    ไม่รู้เวลาผ่านไปเท่าไร จู่ ๆ ทุ่นเบ็ดก็ขยับเล็กน้อย

    ผิวน้ำเงียบสงัดพลันเกิดระลอกคลื่นบางเบา

    ชายชราลืมตาเป็นประกาย ดวงตาทอแววตื่นเต้น

    “มาแล้ว…มาแล้ว…มาแล้ว…”

    ผู้ติดตามด้านหลังเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน

    “ฟิ้ว…”

    ทุ่นเบ็ดถูกกระชากจมหายลงไปในพริบตา สายเบ็ดตึงเปรี๊ยะ เสียงสายเสียดอากาศดัง “ซี่ ซี่”

    ชายชราหัวเราะร่า โยนผลไม้ทิ้งอย่างไม่ใยดี

    ทั้งที่ผลไม้นั้นเป็นของวิเศษระดับเซียน แต่เขากลับโยนทิ้งเหมือนไร้ค่า

    สองมือกำคันเบ็ดแน่น

    คันเบ็ดแอ่นโค้งสุดตัว แรงมหาศาลจากใต้น้ำดึงรั้งอย่างบ้าคลั่ง ฉวัดเฉวียนซ้ายที ขวาที หน้าที หลังที! เบ็ดงอไปมา คลื่นน้ำกระจายทั่วผืนน้ำ

    “หึ เจ้าเล็ก…ดื้อด้านนักเรอะ! ข้าจะดูซิ เจ้าจะดิ้นได้นานแค่ไหน!” ชายชราแค่นเสียง ฝ่าเท้าเหยียบรั้วศาลา งอตัวดึงเบ็ดเต็มแรง

    “เจ้าตำหนักเซียนเกรียงไกร!”

    “เจ้าตำหนักเซียนแข็งแกร่ง!”

    เสียงเชียร์จากด้านหลังเพิ่งกล้าดังขึ้น

    “ซี่ ซี่…”

    สายเบ็ดยืดสุดกำลัง

    “เพี๊ยะ!”

    ทันใดนั้น สายเบ็ดก็ขาดผึง

    ...

    ชายชราเซถลาเล็กน้อยแทบยืนไม่อยู่ เมื่อสายเบ็ดขาดสะบั้นลง

    เหล่าศิษย์ข้างหลังพลันเงียบกริบ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ บรรยากาศเงียบงันจนน่าขนลุก

    สีหน้าของชายชราดำคล้ำลงทันใด ราวกับเมฆดำครอบคลุม

    “หึ...ไม่มีอะไรราบรื่นสักอย่าง” เขาพ่นลมหายใจเสียงเย็น ดวงตาแข็งกร้าว

    เหล่าผู้ติดตามต่างก้มหน้าต่ำแทบฝังดิน ไม่กล้าสบตาแม้แต่น้อย

    “แปะ!”

    เขาขว้างคันเบ็ดทิ้งอย่างไม่ใยดี หยิบผ้าเช็ดมือจากอกเสื้อเช็ดมืออย่างใจเย็น

    “ที่พวกเจ้ารายงานมา...คือว่ามนุษย์โอสถของข้า—มนุษย์จากแดนล่างได้หนีไป แล้วทำให้ตำหนักเซียนของเราสูญเสียผู้คนไปไม่น้อย?” เขากล่าวเสียงเรียบ

    “ปุ ปุ ปุ…”

    เหล่าผู้ฝึกตนพากันทรุดตัวลงคุกเข่า ทุบหัวกับพื้นไม่หยุด

    “ขออภัยท่านเจ้าตำหนัก...เป็นความผิดของพวกเรา!”

    “โปรดเมตตา!”

    ...

    “หึ...มนุษย์โอสถสำคัญยิ่งนัก เรื่องนี้เกี่ยวพันกับการทะลวงขั้นของข้า”

    “แต่ชื่อเสียงของตำหนักเซียนเราก็สำคัญไม่แพ้กัน หากให้พวกเจ้าจากสำนักอื่นรู้ว่าเราถูกมนุษย์โอสถจากแดนล่างเล่นงานเข้า คงหัวเราะเยาะกันทั้งแดนแน่” เขาว่าด้วยสีหน้านิ่งสนิท

    แต่คนที่คุกเข่าอยู่ล้วนสั่นสะท้านไม่หยุด

    ทุกคนต่างรู้ถึงความโหดเหี้ยมของเจ้าตำหนักผู้นี้ดี หากอารมณ์เสียขึ้นมา ต่อให้ไม่ตายก็คงไม่ต่างจากตายทั้งเป็น

    นี่แหละ...แรงกดดันของเจ้าตำหนักเซียนเสวียนเทียน

    “พวกเจ้าก็รู้ว่าข้า...ใส่ใจชื่อเสียงมากเพียงใด” เขานั่งลงที่โต๊ะเตี้ยเช่นเดิม วางผ้าเช็ดมือในมือลง หยิบผลไม้สีแดงขึ้นมาเคี้ยวอย่างละเมียดละไม

    ท่าทางดูไม่มีพิษภัย แต่กลับทำให้คนข้างหลังหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม

    “ครั้งนี้...เป็นใครที่รับผิดชอบแล้วทำพลาด?” เขาถามเสียงเรียบ

    “ปุ!”

    ชายร่างใหญ่เครารกรุงรังคนหนึ่งตัวสั่นเหงื่อท่วม รีบทรุดตัวคุกเข่ากระแทกพื้นด้วยหัวแรงจนดังเปรี๊ยะ

    “เป็นความผิดของข้า! โปรดให้โอกาสข้าอีกครั้ง...หากทำพลาดอีก ข้ายินดีตายชดใช้!” เขากระแทกหัวกับพื้นไม่หยุด พูดด้วยเสียงสั่นเครือ

    “เหอะ...เจ้าคือชายแกร่งที่สุดแห่งแดนเซียนใช่ไหม? ดูเจ้าตอนนี้สิ...” เขากล่าวพลางเคี้ยวผลไม้อย่างเบื่อหน่าย

    “ข้าให้เวลาเจ้าหนึ่งวัน...หากยังจัดการไม่ได้ภายในวันเดียว...”

    ใบหน้าของชายร่างใหญ่เปี่ยมด้วยความหวังทันที

    “ขอบพระคุณท่านเจ้าตำหนัก! ข้าจะไม่ทำให้ผิดหวัง!”

    “ไปได้แล้ว...” เขาโบกมือเบา ๆ ราวกับไล่แมลงวัน

    “ขอรับ!”

    ชายผู้นั้นถอยออกไปช้า ๆ

    เจ้าตำหนักหวงฝูเจินซีหันกลับมามองผืนน้ำที่สงบเงียบ

    “อุปกรณ์ตกปลานี่ห่วยจริง...ไปสั่งคนไปจัดการล้างบางสำนักที่ผลิตมันให้ข้าซะ!” เขาพูดพลางเคี้ยวผลไม้ ราวกับกำหนดชะตาชีวิตคนนับพันเป็นเพียงเรื่องเล่น ๆ

    เสียงฟ้าร้องคำรามดังขึ้นทันใด

    “ครืน ครืน ครืน!”

    สายฟ้าฟาดเปรี้ยงเปรี้ยงสะท้านฟ้า

    “ตำหนักเซียนเสวียนเทียนใช่หรือไม่? ได้ยินว่าพวกเจ้าตามหาพวกเราอยู่ ราชินีเซียนแห่งแดนเฉียนคุน—คาน่า อยู่ที่นี่แล้ว! ยังไม่ออกมาคุกเข้ารับการต้อนรับอีกหรือไง!”

    เสียงกึกก้องดังฟาดลงมาจากนภา ราวกับเทพเจ้าประกาศิต

    เจ้าตำหนักหวงฝูเจินซีผงะเล็กน้อย พลันหัวเราะเบา ๆ มุมปากยกยิ้มเย็นชา

    “น่าสนใจดีนี่…”



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 90: ตำหนักเซียนเสวียนเทียนใช่ไหม? ราชินีเซียนคาน่าอยู่ที่นี่ ยังไม่ออกมาคุกเข่าต้อนรับอีกหรือไร!

ตอนถัดไป