ตอนที่ 160 พี่ไก่ผู้หิวโซ!

 ยอดฝีมือแห่งยุคบรรพกาลต่างจ้องมองดาบเล็กสี่เล่มที่เปล่งแสงสีฟ้าจาง ๆ ของเจ้าสำนักทงเทียน ดาบทั้งสี่เล่มนั้นแผ่กลิ่นอายสังหารรุนแรงจนสัมผัสได้ถึงเจตจำนงสังหารไร้ที่สิ้นสุดซ่อนอยู่ภายใน

  เป็นอาวุธสังหารที่ชวนให้ขนลุกจริง ๆ เล่นเอาแต่ละคนอิจฉาจนตาร้อนผ่าว

  แม้แต่ในแววตาของบรรพจารย์หงจวินยังซ่อนแววโลภอยู่นิด ๆ พอเห็นสายตาคนอื่น เจ้าสำนักทงเทียนก็รีบเก็บดาบพลาสติกสี่เล่มนั้นกลับทันที

  “ทุกท่าน เท่านี้ก็พอสำหรับชมดาบแล้วล่ะ ต่อไปเรามาหารือกันว่าจะบุกโจมตีหมื่นโลกกันยังไง…” เจ้าสำนักทงเทียนกล่าวเสียงเรียบ

  เหล่ายอดฝีมือพากันถอนหายใจด้วยความเสียดาย

  ขอดูอีกนิดก็ยังดี…

  ดาบนั่นมีเจตสังหารหนาแน่น หากเข้าใจได้สักเสี้ยวสองเสี้ยวก็สุดยอดแล้ว

  น่าเสียดาย ไม่ได้ดูนานกว่านี้เลย

  เจ้าสำนักทงเทียนนี่ขี้ตืดจริง ๆ

  …

  โลกเซียนบรรพกาลตั้งพันธมิตรกันโดยมีเจ้าสำนักทงเทียนเป็นผู้นำ พวกเขาหารือกันว่าควรเริ่มโจมตีจากโลกแคว้นเฉียนคุนก่อน แล้วค่อยกวาดล้างโลกเซียนอื่น ๆ ทีละแห่ง

  รวมพลังทั้งหมดเข้าด้วยกัน ย่อมมีโอกาสเอาชนะเหล่าผู้ทรงธรรม (เซียนแท้) ได้แน่นอน

  บทเรียนจากความพ่ายแพ้คราวก่อนก็เพราะพลังถูกแบ่งกระจัดกระจายเกินไป ครั้งนี้รวมพลังเป็นหนึ่ง ต้องตีแตกอีกโลกได้แน่

  พวกเขายังขอร้องให้บรรพจารย์หงจวินมาร่วมด้วย

  บรรพจารย์หงจวินตอนแรกไม่ตกลง เพราะมองว่าการรุกรานโลกอื่นนำมาซึ่งหายนะ มีกรรมหนัก… ไม่ใช่เรื่องดีนัก

  แต่หลังจากได้ยินคนอื่นพูดอย่างองอาจว่า “ทุกอย่างเพื่อเผ่าพันธุ์แห่งโลกบรรพกาล” และถ้าท่านบรรพจารย์ร่วมด้วย ย่อมได้บุญกุศลมหาศาล

  ในที่สุดบรรพจารย์หงจวินก็ถอนหายใจยอมตกลงว่าจะช่วยคุมทัพอยู่เบื้องหลัง

  กองทัพโลกบรรพกาลชุดนี้… อาจกล่าวได้ว่าไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์

  ยกพวกกันมาเต็มพิกัด เรียกได้ว่าขนยอดฝีมือชั้นแนวหน้าทั้งหมดมาแล้ว

  “ครั้งนี้ เมื่อยอดฝีมือแห่งโลกบรรพกาลรวมพลังกัน จะต้องทะลวงหมื่นโลก ทำให้ธรรมะแห่งบรรพกาลแพร่ไปทั่วหมื่นโลก!” เจ้าสำนักทงเทียนกล่าว

  การเผยแพร่ธรรมะแห่งบรรพกาล… เป็นสิ่งที่บรรพจารย์หงจวินให้ความสำคัญที่สุด

  หากทุกโลกยอมเรียนรู้ธรรมะของเขาแล้วไซร้… บุญกุศลนั้นคงมหาศาลเกินพรรณนา

  บรรพจารย์หงจวินคิดว่าเขาอาจบรรลุสภาพแห่งเต๋า ณ จุดนั้นเลยก็ได้

  แม้กระทั่ง… เหนือกว่าเต๋าสวรรค์ บรรลุเป็นมหาเทพพานกู่ หรือ… เทียบได้กับบรมครูผู้สร้างโลก ก็คงไม่เกินฝัน

  “โฮกกก…”

  เจ้าสำนักทงเทียนและพวกพร้อมใจกันลงมือ กระแทกอาณาจักรจนทะลุเป็นช่องว่างมิติ

  โลกเซียนบรรพกาล แห่กันบุกเข้าสู่โลกแคว้นเฉียนคุนอย่างยิ่งใหญ่

  “โครม…”

  ฟากฟ้าโลกเฉียนคุนระเบิดเสียงดัง ประตูมิติจำนวนมากปรากฏขึ้น ล้วนดำสนิทดุจห้วงเหวลึก

  ยอดฝีมือแห่งโลกบรรพกาลทะยานออกมาจากประตูเหล่านั้นทีละคน ราวกับเป็นวันสิ้นโลก

  “เหล่าผู้ฝึกแห่งโลกเฉียนคุน… เตรียมใจรับศึกใหญ่กันไว้ให้ดีเถอะ!”

  “ครั้งที่แล้วพวกเจ้ามีจำนวนมากเลยพอเอาชนะไปได้บ้าง แต่คราวนี้เรากลับมาอีกครั้ง พร้อมรวมตัวของเซียนผู้ทรงธรรมจากบรรพกาลทั้งสิ้น ขอดูหน่อยเถอะว่าจะต้านไหวแค่ไหน!” เจ้าสำนักทงเทียนคำราม

  เสียงของเขาเจือด้วยพลังแห่งเต๋า… ดังกึกก้องไปทั่วฟ้าของโลกเฉียนคุน สะเทือนไปทั้งโลก

  เหล่ายอดฝีมือแห่งโลกบรรพกาลคิดว่า เสียงตะโกนของเจ้าสำนักทงเทียนเช่นนี้ จะทำให้ผู้ฝึกแห่งโลกเฉียนคุนโผล่มารบกับพวกเขาทันที

  หรืออย่างน้อย… เหล่าสิ่งมีชีวิตน่าจะกลัวจนตัวสั่น คร่ำครวญกันไปทั้งแผ่นดิน

  แต่สิ่งที่ตอบกลับพวกเขา คือความเงียบ!

  เงียบราวความตาย!

  “หือ?”

  “ทำไมไม่มีใครเลย?” เจ้าสำนักทงเทียนขมวดคิ้วแล้วปล่อยพลังจิตตรวจสอบ

  เขาพบว่า ในโลกแห่งนี้ ไม่มีสิ่งมีชีวิตเลยแม้แต่ตัวเดียว

  “ไม่มีใครเลยเหรอ?”

  “แม้แต่เผ่าปีศาจก็ไม่มี!”

  …

  พวกเขาพากันงุนงง

  โลกเฉียนคุน ว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง

  ไม่มีสิ่งมีชีวิตให้พบเจอ

  ทั่วทั้งแผ่นดิน เงียบสงัดราวป่าช้า

  บรรยากาศโดยรอบ เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด สีแดงปกคลุมไปทั่ว ขับเน้นให้รู้สึกถึงอันตรายสุดขั้ว

  ดูแล้วราวกับโลกนี้กลายเป็นดินแดนแห่งความตาย

  กองทัพของเจ้าสำนักทงเทียนพากันตกใจ “เกิดอะไรขึ้น?”

  “หรือว่า…”

  “เหล่าผู้ฝึกโลกเฉียนคุนรู้ว่าเราจะกลับมา? กลัวจนพากันหนี?” เจ้าสำนักทงเทียนขมวดคิ้ว

  “แต่ว่า พวกเขาจะหนีไปที่ไหนได้?”

  “โครม…”

  ทันใดนั้น ช่องว่างมิติก็ระเบิดขึ้น

  ประตูมิติปรากฏ แล้วมีเงาร่างโผล่หัวออกมาอย่างระวัง “ชิ่ว…”

  “ยังมีสิ่งมีชีวิตหลงเหลือไม่ได้อพยพอีกเหรอ?”

  “หือ… กิเลนดำแห่งโลกเฉียนคุน!” เจ้าสำนักทงเทียนตาโต

  “เอ๊ะ? ผู้บุกรุกจากโลกบรรพกาล?” กิเลนดำก็ตกใจเหมือนกัน

  ทั้งสองฝ่ายตาโตจ้องกันไม่กะพริบ

  “พวกเจ้ากลัวจริง ๆ ถึงได้หนีกันหมด!” กิเลนต้นกำเนิดแห่งบรรพกาลกล่าวเสียงดัง

  “แหวะ…” กิเลนดำเบ้ปาก

  หนีงั้นเหรอ?

  ก็แน่นอนอยู่แล้ว…แต่ไม่ใช่เพราะพวกนายหรอกนะ!

  เจ้ากิเลนดำเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่พอคิดได้ก็เปลี่ยนสีหน้าไปทันที “หึหึ…มีแขกมาเยือนจากแดนไกลนี่ ช่างน่ายินดีจริง ๆ ฮะๆ…”

  “พวกเจ้าทั้งหลายที่มาจากแดนไกล ข้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะมาในฐานะมิตรหรือศัตรูก็ตาม!” กิเลนดำทำตัวดี๊ด๊า โคลงหัวไปมา

  “???” เหล่ายอดฝีมือจากโลกบรรพกาลพากันงงเป็นไก่ตาแตก

  “ตอนแรกข้าก็นึกว่าพวกเจ้าจะโดนผลสะท้อนกลับของกระบี่เด็ดภัยสวรรค์จนตายกันหมดแล้วเสียอีก ไม่นึกว่ายังรอดมาได้แถมยังดูสดใสแข็งแรงขนาดนี้ น่ายินดีจริง ๆ”

  กิเลนดำกล่าวต่อ “มาแล้วก็อยู่ให้สบาย…”

  “ในเมื่อมาแล้ว ก็ขอให้เพลิดเพลินกับช่วงเวลาสวยงามในแดนนี้ให้เต็มที่เถอะ!” กิเลนดำพูดพร้อมรอยยิ้มลึกลับ

  ทันใดนั้น สีหน้ามันก็เปลี่ยนไปในพริบตา เหมือนรับรู้ถึงบางสิ่ง “โครม!”

  มันหายวับกลับเข้าไปในช่องว่างมิติทันที

  “ขอให้โชคดีนะทุกท่าน ข้าขอลาไปก่อน!” มันทิ้งคำไว้แค่นั้น

  …

  “ฟิ้ว!”

  ช่องว่างปิดสนิท กิเลนดำหนีไปเรียบร้อย

  เจ้าสำนักทงเทียนกับคนอื่น ๆ ฟังคำพูดประหลาด ๆ เหล่านั้นแล้วพากันงุนงง

  อะไรคือ “โดนกระบี่เด็ดภัยสวรรค์สะท้อนจนตาย”? ไอ้นั่นมันสะท้อนได้ด้วยเรอะ?

  แล้วยัง “ขอให้โชคดี” หมายความว่าไง?

  “ขอให้เพลิดเพลินกับช่วงเวลาสวยงามในแดนนี้” อีก… พูดอะไรไม่รู้เรื่องเลย!

  เหล่าผู้มาเยือนจากโลกบรรพกาลงุนงงสุดขีด

  “ตูม!”

  ทันใดนั้น พื้นดินระเบิด! มิติรอบข้างสั่นสะเทือน

  “กุ๊ก ๆ ๆ…”

  เสียงร้องก้องยาวดุจไก่ขัน

  “ไก่?”

  ทุกคนอึ้งแดก เสียงไก่มาได้ยังไง?

  “ปัง!”

  ต่อมาไม่นาน ไก่ตัวผู้ขนาดมหึมาก็พุ่งลงมาจากฟากฟ้า ปรากฏตัวตรงหน้าทุกคนในชั่วพริบตา

  “เป็นไก่จริง ๆ ด้วย!”

  ทุกคนตกตะลึง ไก่ตัวผู้ตัวใหญ่บะละเฮิ่มราวกับภูเขาบดบังแสงตะวัน มันกวาดตามาเห็นกลุ่มผู้บุกรุกแห่งบรรพกาล

  พอเห็นเหล่าคนตัวจิ๋ว สายตามันเปล่งแสงเขียวโรจน์ เหมือนไก่ที่อดอาหารมาหลายวันแล้วเจอเหยื่อก็ไม่ปาน

  “สัตว์เดรัจฉาน!”

  “สัตว์สายเลือดต่ำที่ไหนถึงกล้าทำตาแบบนั้นใส่พวกเรา สมควรตาย!” บรรพบุรุษหงส์ไฟ- หยวนเฟิ่งโกรธจัด

  ข้า…เป็นหงส์ไฟนะโว้ย สายเลือดข้า สูงส่งที่สุด

  แกเป็นแค่ไก่… ถึงจะตัวใหญ่ก็เถอะ แต่สายเลือดแกมันต่ำตมสุด ๆ

  แล้วตอนนี้ แกเห็นข้า—หงส์ไฟผู้งามสง่า—กลับไม่กลัวแถมยังมองเหมือนจะจับข้ากิน?

  แกไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่มั้ย!

  “ฆ่ามันซะ!” หยวนเฟิ่งสั่งการพวกหงส์ไฟของตัวเองให้พุ่งเข้าใส่

  “เผ่าหงส์ไฟขึ้นแล้ว เผ่ามังกรจะอยู่เฉยได้อย่างไร” บรรพชนมังกรกล่าว

  “เผ่ามังกรขึ้น เผ่ากิเลนจะยอมแพ้ได้ไง” กิเลนต้นกำเนิดตะโกนสั่งลูกหลานของตนเอง

  ทั้งสามเผ่ามีความบาดหมางกันอยู่แล้ว จึงแย่งกันลงสนาม

  ถึงจะเป็นสนามรบ พวกเขาก็ไม่ยอมแพ้กัน

  “ระวังหน่อย ไก่ตัวนี้มันแปลก ๆ” เจ้าสำนักทงเทียนกล่าวเตือน

  “มันจะแปลกยังไง ก็แค่ไก่ตัวหนึ่งเท่านั้นแหละ”

  “โครมมม…”

  เผ่ามังกร หงส์ไฟ และกิเลน พุ่งเข้าใส่ไก่ยักษ์พร้อมกัน ท่าพลังพิเศษต่าง ๆ ระเบิดบนตัวไก่ยักษ์เต็มไปหมด

  ถ้าเป็นเมื่อก่อน ไก่ยักษ์คงตกใจแล้วอาจจะถอยหนี แต่ตอนนี้ มันหิวจนตาลายแล้ว

  หลังจากเผลอตัวหลงเข้ามาในโลกนี้จากสวนผักของซูหนิง มันก็ยังไม่ได้กินอะไรอีกเลย

  ตอนนี้ พอเห็นพวกหนอน แมลง แมลงเม่าเหล่านี้บินเข้ามาใกล้

  ในสายตามันมีแค่ “อาหาร!”

  “ผัวะ…”

  ตะปบ กด จับ!

  “จิก!”

  มังกรแท้ตัวหนึ่งถูกกลืนลงท้องในพริบตา

  ยังไม่จบ

  ไก่ยักษ์หันขวับ จิกหงส์ไฟตัวหนึ่งกลางอากาศ

  “กรี๊ดด…” หงส์ไฟตัวนั้นเหมือนแมลงเม่าถูกกลืนทั้งตัว

  กิเลนตัวหนึ่งโดนกดลงพื้น มันจิกสองสามที เลือดสาดกระจาย…ก่อนจะกลืนเข้าไปหมดทั้งตัว

  ทั้งหมดเกิดขึ้นในชั่วพริบตา

  ทุกคนยังไม่ทันได้ตั้งตัว

  “ซี้ดดด…”

  ผู้กล้าแห่งโลกบรรพกาลหน้าถอดสีพร้อมกัน สูดหายใจเย็นยะเยือก

  “ไก่ตัวนี้…”

  “มัน…มันกินทั้งมังกร หงส์ไฟ และกิเลนเป็นอาหาร!”

  “นี่มัน…ตัวอะไรเนี่ย?”

  “เคยได้ยินแต่สัตว์ดึกดำบรรพ์อย่างเผ่าโหวกินมังกรแท้ ยังไม่เคยได้ยินว่ามีตัวไหนกลืนมังกร หงส์ไฟ กิเลน หมดแบบนี้…”

  ทุกคนหน้าซีดเผือดตื่นตระหนก

จบตอน



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 160 พี่ไก่ผู้หิวโซ!

ตอนถัดไป