ตอนที่ 195: พวกตัวจิ๋วออกเดินทาง
"ว่าแล้วเชียว ผู้ที่สามารถบรรลุถึงระดับนั้น ไม่มีใครเป็นคนธรรมดาทั้งสิ้น ต่างมีความเข้าใจในมหาสัจธรรมเป็นของตนเอง" มีผู้หนึ่งกล่าวขึ้น
สิ่งมีชีวิตเสื่อมสวรรค์ตนหนึ่ง จะไปรู้อะไรเรื่องมหาสัจธรรมกัน?
นี่คือความคิดของใครหลายคนในตอนแรก…
แต่ตอนนี้…
กิเลนดำตัวนั้น…มันเข้าใจจริง ๆ
แม้จะไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมรับเส้นทางแห่งมหาสัจธรรมของมัน แต่เพียงได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากกิเลนดำ…ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว
ใครหลายคนใช้เวลาตลอดชีวิตในการแสวงหามรรคา…แต่เมื่อบรรลุแล้วกลับกลายเป็นพันธนาการ
เส้นทางอันคดเคี้ยวเบี่ยงเบนของกิเลนดำ แม้ฟังดูไม่สมเหตุสมผล แต่กลับเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เสินหนี่ได้ยินแล้ว…ก็ถึงกับตื่นเต้นขึ้นมา
เดิมทีเขาดูแคลนกิเลนดำอย่างสุดใจ แต่หลังจากได้ฟังมันกล่าวธรรม ก็รู้สึกเหมือนพบสหายรู้ใจ
ด้วยเหตุนี้เอง เสินหนี่จึงเริ่มสนิทสนมกับกิเลนดำมากขึ้นเรื่อย ๆ ในภายหลัง
ใครจะคิดเล่า…
ผู้เผยแพร่มรรคาในสวนผักจื้อจุนคนแรก…กลับกลายเป็นกิเลนดำที่ดูเหมือนไม่เอาไหนคนนี้
ทุกคนเคยคิดว่า บางทีอาจจะเป็นผานกู่ หงจวิน หรือหลี่ชิงเสวียน ปราชญ์ผู้สร้างโลกเหล่านั้นเสียอีก
แต่การเผยแพร่มรรคาครั้งนี้กลับส่งผลลึกซึ้ง ถึงขั้นเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของสวนผักจื้อจุน
มีผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยสามารถทะลวงขีดจำกัดของตนเอง พลังบ่มเพาะพุ่งทะยานขึ้นอีกขั้น
โลกแห่งนี้…
ราวกับการบ่มเพาะพลังทำได้ง่ายราวกับการกินข้าวดื่มน้ำ
เมื่ออยู่ในโลกเบื้องล่าง การจะก้าวหน้าเพียงเล็กน้อยนั้นยากเย็นแสนเข็ญ แต่ในโลกนี้…เพียงไม่กี่วันก็สามารถทะลวงระดับ
เป็นโรคจิต…ก็สามารถทะลวงระดับ
ฟังคนเพ้อเจ้อเผยแพร่มรรคา…ก็สามารถทะลวงระดับได้อีก
คล้ายกับการละเล่น
…
แต่ก็ใช่ว่าจะทะลวงระดับได้ไม่สิ้นสุด
มีคนตัวจิ๋วจำนวนไม่น้อยที่เมื่อแตะระดับ “เซียนแท้” แล้ว…ก็ไม่อาจก้าวหน้าไปได้อีก
มิใช่เพราะโลกนี้ไม่ดี…แต่เป็นเพราะพรสวรรค์ของพวกเขาแตะขีดจำกัดแล้ว
หากไร้ซึ่งวาสนาโอกาส ก็ไม่อาจก้าวหน้าต่อไปได้อีก
และพวกที่ประสบปัญหานี้…ก็มีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
ไม่ใช่ทุกคนจะเหมือนผานกู่ ปราชญ์สร้างโลก กิเลนดำ หรือหลี่ชิงเสวียน ที่มีพรสวรรค์ไร้ขอบเขต
“บางที…พวกเราควรออกจากโลกนี้ หรือไปยังโลกอื่น เพื่อแสวงหาวาสนาใหม่ ๆ” คนตัวจิ๋วทั้งหลายต่างคิดเช่นนี้
เมื่อพวกเขารู้ถึงวิธีที่ราชินีคาน่าเคยใช้ในการเสริมสร้างพรสวรรค์ ก็รู้สึกว่าน่าลองเดินตามรอยทางนั้นดู
พวกที่แตะขีดจำกัดแล้ว…ก็เตรียมจะออกจากแดนสวรรค์ มุ่งสู่หมื่นโลกเพื่อแสวงหาช่องทางทะลวงขีดจำกัด
แน่นอนว่า…ซูหนิงย่อมให้การสนับสนุนเต็มที่ เขาเตรียมเสบียงยุทธภัณฑ์ทุกอย่างให้พร้อมแก่พวกตัวจิ๋ว ไม่แบ่งแยกใด ๆ ทั้งสิ้น
พลุเล็ก ๆ ก็มีให้ แม้แต่พาหนะระดับเซียนแท้…อย่างมดจิ๋วขนาดใหญ่ ก็จัดเตรียมให้ครบครัน
ส่วนดินระเบิด…แน่นอนว่าไม่มีทางแจกให้อีกแล้ว
ครั้งแรกที่ให้กับราชินีคาน่า เป็นเพราะยังไม่มีประสบการณ์ แต่ตอนนี้…สวนผักจื้อจุนมีอำนาจเข้มแข็งมากแล้ว หากเกิดเรื่องอะไรขึ้น…แค่เรียกพรรคพวกมาก็พอ
“ข้าจะลงไปยังโลกเบื้องล่างสักหน่อย” เสือเสื่อมสวรรค์จากหุบเขาลึกกล่าว
“ข้าเองก็อาจจะไปแสวงหาวาสนาเพื่อทะลวงระดับบ้าง” มารสาวแห่งห้วงลึกกล่าวเสริม
จักรพรรดิสุริยัน…จักรพรรดิเขียว…
แม้คนเหล่านี้จะถึงขั้นเซียนราชันแล้ว แต่พวกเขากลับรู้สึกว่าตนเองไม่อาจอยู่ที่นี่ได้อีก
อัตราการพัฒนาช้าเกินไป
ในฐานะผู้ที่บินทะยานขึ้นมาเป็นกลุ่มแรก
แต่ตอนนี้หลี่ชิงเสวียนพวกนั้นกลับไปถึงระดับกึ่งต่อต้านสวรรค์แล้ว ส่วนพวกเขายังเป็นเพียงเซียนราชัน…จะไม่ให้รู้สึกอับอายได้อย่างไร
ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจ…จะออกเดินทางไปยังแดนอื่น หรือโลกอื่น ตัวจิ๋วจำนวนมากพากันออกเดินทางจากสวนผักจื้อจุน
พวกเขามุ่งหน้าสู่หมื่นโลก
สวนผักที่เคยคึกคัก…กลับค่อย ๆ เงียบเหงาลง
นอกจากผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิเซียน ระดับกึ่งต่อต้านสวรรค์ หรือระดับต่อต้านสวรรค์ และบรรดาตัวจิ๋วที่พรสวรรค์ยังไม่หมดสิ้น…คนอื่น ๆ แทบทั้งหมดก็พากันจากไปแล้ว
“พวกเขาจะไปที่ไหนกันบ้างนะ?” เจียงเสี่ยวเถาถามขึ้น
“โลกต่าง ๆ ล่ะมั้ง”
“บางคนอาจกลับไปยังโลกเฉียนคุน”
“บางคนก็อาจเลือกไปยังโลกอื่นที่ไม่คุ้นเคย” ซูหนิงตอบ
จากที่เขาสังเกต โลกหมื่นดินแดนมีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน ตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงระดับสูง
ต่ำที่สุด…เป็นเพียงโลกในรูปแบบเริ่มต้น
จากนั้น…ก็เป็นโลกที่ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย โลกป่าเถื่อน…โลกสมัยโบราณ โลกสัตว์เดรัจฉาน โลกทาส โลกศักดินา…
โลกกำลังภายในระดับต่ำ กำลังภายในระดับสูง โลกเซียน โลกเซียนยุคตำนาน…
โลกหลากรูปแบบ
พวกตัวจิ๋วเหล่านี้…มีที่ให้ไปอีกมากมาย
พวกเขาออกเดินทางเพื่อฝึกฝน
บางที…เมื่อไปถึง พวกเขาอาจกลายเป็นยอดฝีมือที่สูงส่งของโลกเหล่านั้น
เช่น… ในโลกกำลังภายในระดับต่ำ พวกเขาอาจกลายเป็นเซียนเพียงหนึ่งเดียว ถูกเคารพบูชาในฐานะบรรพชนแห่งหมื่นเซียน เป็นที่เคารพบูชาของเผ่าพันธุ์ทั้งหลาย
หรืออาจสำแดงพลังในโลกสมัยโบราณ ทำให้ผู้คนในยุคนั้นตะลึงงัน
บางคนอาจเข้าสู่โลกเซียนธรรมดาแล้วกลายเป็นสิ่งต้องห้ามที่ไร้ผู้ต้านทาน
…
พวกเขาจะมีโอกาส “อวดเก่ง” อย่างไร้ขีดจำกัด
หากจะเขียนชีวิตของแต่ละคนออกมา…ก็คงกลายเป็นนิยายแนวพระเอกเก่งเว่อร์เรื่องหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
พวกเขามีความสามารถในการดูดซับพลังศรัทธา
และต่างก็ปรารถนาจะเดินตามเส้นทางของราชินีคาน่า
ใช้พลังแห่งศรัทธา…ทำลายพันธนาการของพรสวรรค์
…
เมื่อกลุ่มตัวจิ๋วที่ออกเดินทางเพื่อฝึกฝนพากันจากไปหมดแล้ว
เหล่าผู้ฝึกตนตัวจิ๋วที่ยังคงอยู่ในสวนผักก็ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
สวนผักดูโล่งว่างจนน่าใจหาย
ซูหนิงเองก็รู้สึกไม่ชินนัก
แต่ก็เงียบสงบดีเหมือนกัน
รู้สึก…สบายใจขึ้นมาก
ตอนนี้คนที่ยังอยู่ในสวนผักก็เหลือเพียงแค่ระดับสุดยอด เช่น ผานกู่ ปราชญ์ผู้สร้างโลก หลี่ชิงเสวียน จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งต้าเซี่ย กิเลนดำ เจ้าสำนักทงเทียน ฯลฯ
ที่น่าสนใจคือ…เซียนหญิงคุนหลุน ก็ตัดสินใจออกเดินทางเช่นกัน
นางรู้สึกว่าเส้นทางของตน…ดูเหมือนถูกจองจำอยู่ภายในโลกเซียน
นางจึงอยากออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง
อืม…ที่สำคัญคือ เดิมทีนางเคยมั่นใจในความสามารถของตนเอง แต่พอมาอยู่ที่สวนผักจื้อจุน กลับพบว่า…ยังมีอีกหลายคนที่สามารถกดนางได้
นางเริ่มขาดความมั่นใจ
จึงอยากออกไปแสวงหามันกลับคืนมา
คล้ายกับที่ราชินีคาน่าเคยทำ และเมื่อกลับมา…ก็มีความมั่นใจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นางเอง…ก็อยากออกไปเปิดโลกเช่นกัน
“สหายหญิง เราว่าท่านอาจลองจำลองโลกใหม่ขึ้นมาเองสักใบก็ได้ บางที…อาจเป็นประโยชน์กับท่าน” ปราชญ์ผู้สร้างโลกที่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร…ได้กลายเป็น ‘เพื่อนสาว’ กับเซียนหญิงคุนหลุน เอ่ยแนะนำอย่างจริงใจ
…
ฤดูใบไม้ร่วงผ่านพ้นไป ฤดูหนาวมาเยือน
ถึงคราวเหมันต์ฤดูแล้ว
อากาศหนาวเย็นลงทุกที
แม้แต่ในโรงเรือนเพาะปลูกที่ติดตั้งเครื่องทำความร้อน ก็ยังรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นอย่างน่าหวาดหวั่น
เรื่องที่ทำให้ตัวจิ๋วทั้งหลายตกตะลึงก็คือ…
แม้แต่งูยักษ์แห่งโลกดับสูญ…ก็ยังทนความหนาวไม่ไหว ถึงกับจำศีญ!
เป็นสัญญาณชัดเจนว่า…โลกภายนอกนั้นหนาวเย็นเพียงใด
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งสัปดาห์
จำนวนตัวจิ๋วในสวนผักจื้อจุนก็ลดลงอีก
บางวัน…ซูหนิงถึงกับไม่ปรากฏตัวในสวนผักเลยทั้งวัน
เขาเอง…ก็กำลังฝึกตนอยู่เช่นกัน
ยิ่งเวลาผ่านไป…เขายิ่งรู้สึกว่า ตนเองใกล้จะทะลวงระดับแล้ว
หลังจากช่วงฝึกปราณ…ขั้นต่อไปคือ “สร้างรากฐาน”
แต่ซูหนิงก็ยังไม่แน่ใจว่า หากตนสร้างรากฐานได้…จะไปถึงระดับใด
และเหนือสิ่งอื่นใด…จะสามารถสร้างรากฐานได้อย่างไร?
ในสายตาของเหล่าตัวจิ๋ว…ซูหนิงคือเทพผู้ไร้ขอบเขต
แต่ในมุมมองของซูหนิงเอง…เขาก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง
เขารู้ดีว่า พรสวรรค์ด้านการฝึกตนของตนเอง…ไม่ได้สูงส่งถึงขั้นต่อต้านฟ้าดิน
แม้แต่ในโลกฝึกตนที่มีบรรพชนมากมายให้คำแนะนำ มีอาจารย์คอยชี้แนวทาง ยังมีคนมากมายที่ติดอยู่แค่ระดับ “สร้างรากฐาน” แล้วตลอดชีวิต
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตนเอง ที่ไม่มีใครชี้แนะ
ซูหนิง…ก็มืดแปดด้านในเรื่องนี้เช่นกัน
ประสบการณ์ของพวกตัวจิ๋วที่ฝึกตนกันมานั้น…กลับไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลยสำหรับเขา
…
…
จบตอน