ตอนที่ 72 จิ้งจอกน้อยผู้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยกับการหาเรื่อง
เวลาผ่านไปอีกสามวัน ตอนนี้เหลืออีกเจ็ดวันก็จะถึงวันปีใหม่แล้ว
เช้าวันนี้ หานเวินเวินที่ไว้ผมยาวสยาย ใส่ชุดนอนลายสตรอว์เบอร์รี่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ กำลังเปิดเกมแนวอีสปอร์ต
จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น
ใบหน้าของหานเวินเวินปรากฏแววดีใจ “หลินเจิ้งหรานเหรอ?”
“อืม ฉันเอง”
“ฉันเล่นเกมอยู่นะ เปิดเข้ามาเองเลยละกัน”
หลินเจิ้งหรานหยิบกุญแจสำรองจากกระเป๋า เปิดประตูเข้ามา เห็นจิ้งจอกน้อยนั่งอยู่บนเก้าอี้ “วันนี้ตื่นเช้าจังนะ”
หานเวินเวินคลิกเมาส์ตอบ “ก็ต้องหาเลี้ยงชีพสิ ช่วงปิดเทอมต้องรีบอัดคลิปเก็บไว้เป็นสต็อก”
หลินเจิ้งหรานเอาอาหารเช้าไปวางข้าง ๆ แล้วลากเก้าอี้มานั่งข้างเธอ
โปรแกรมบันทึกหน้าจอของหานเวินเวินเปิดค้างไว้แล้ว แต่ไม่มีเสียง เธอหันมายิ้มถาม “ตอนเช้าซื้ออะไรมาน่ะ?”
“ซาลาเปา”
“งั้นเดี๋ยวฉันโอนเงินให้นะ เป็นซาลาเปาไส้อะไรเหรอ?”
หลินเจิ้งหรานไม่ตอบ แต่เอามือเคาะหัวจิ้งจอกน้อย “มินเนี่ยนรั่วแล้ว เลิกพูดได้แล้ว เล่นดี ๆ ไป”
หานเวินเวินทำปากยื่นไม่พอใจ
ไม่รู้ทำไม ทั้งเหอฉิงกับเจียงเสวี่ยลี่ก็ล้วนมีกลิ่นหอมติดตัว แต่ไม่เคยมีใครหอมเท่าหานเวินเวิน
ตอนรู้จักกันใหม่ ๆ หลินเจิ้งหรานเคยคิดว่าเป็นกลิ่นจากแชมพูหรือสบู่เหลว แต่ต่อมาก็พบว่าเธอใช้แบรนด์เดียวกับเขา
สรุปแล้ว...ไอ้กลิ่นหอม ๆ นี่มันมาจากไหนกันแน่นะ?
“เฟิร์สบลัด!” หานเวินเวินดีใจตอนตัวละครกลับเมืองในเกม เธอเอนตัวมาถูไหล่เขา “หลินเจิ้งหรานไม่ชมฉันหน่อยเหรอ?”
หลินเจิ้งหรานทำหน้าเรียบ “เก่งดี เล่นต่อไป”
เธอเหล่ตามองเขา แล้วเปลี่ยนสรรพนาม “บางครั้งพี่เจิ้งหรานก็ปากแข็งเหมือนกันนะ~ ไม่รู้จักชมคนอื่นเลย~”
หลินเจิ้งหรานเคาะหัวเธออีกครั้ง
จิ้งจอกน้อยแกล้งส่งเสียง “โฮ่ว~” ตอบรับอย่างว่าง่าย
พอเล่นเกมจบ หลินเจิ้งหรานก็หยิบโทรศัพท์ของหานเวินเวินมาเปิดดูรายได้จากแพลตฟอร์มวิดีโอ หลายวันมานี้ทำเงินได้วันละสี่สิบกว่าหยวน
“ไม่แปลกเลยที่ช่วงปีใหม่จะรายได้ดี ถ้าช่วงเรียนอัปโหลดได้ถี่แบบนี้ก็คงรวยแล้ว”
หานเวินเวินเอนตัวมาพิงเขา เอามือยันที่ต้นขาของหลินเจิ้งหราน หน้าสองคนห่างกันไม่ถึงกำปั้นเดียว
“แต่ก็มีแค่ช่วงปิดเทอมนี่แหละที่ได้เงินเยอะ ปกติก็ได้วันละยี่สิบเอง หักค่าห้อง ค่าโน่นค่านี่แล้วก็ไม่เหลือเท่าไหร่ ถึงอย่างนั้นฉันก็พอใจนะ”
“ไม่เป็นไร ช่วงนี้เดี๋ยวฉันอยู่ช่วยเล่นเกมด้วย ส่งวิดีโอปีใหม่บ่อย ๆ ใช้กระแสช่วงนี้ให้คุ้ม ดีไม่ดีค่าเช่ากับค่ากินอีกครึ่งปีก็พอแล้ว”
ตาของหานเวินเวินจ้องหน้าด้านข้างของหลินเจิ้งหรานที่กำลังพูดอยู่ แล้วจู่ ๆ ก็คิดถึงกลยุทธ์ ‘พิชิตใจหลิน’ ที่เคยสอนให้เสี่ยวฉิงขึ้นมา
เธอเริ่มสงสัยว่าสิ่งที่เขียนไว้พวกนั้น...ใช้กับหลินเจิ้งหรานไม่ได้ผลจริง ๆ เหรอ?
แล้วก็โน้มหน้าไปเป่าลมหายใจใส่หูเขาเบา ๆ
หลินเจิ้งหรานที่กำลังพูดอยู่ชะงักทันที หันไปมองเธอด้วยสีหน้าประหลาดใจ “เธอทำอะไรของเธอน่ะ? เป็นอะไร?”
หานเวินเวินเม้มปากล่าง หน้าแดง ตอบเสียงเบา “จะดุอะไรนักหนา~ ฉันเห็นในนิยายบอกว่าถ้าผู้หญิงเป่าลมหายใจใส่หูผู้ชาย หัวใจของผู้ชายจะเต้นแรงขึ้น พี่เจิ้งหรานเป็นไหม~?”
เธอยื่นมือจะไปแตะหน้าอกเขา แต่โดนหลินเจิ้งหรานคว้าข้อมือไว้
แล้วเคาะหัวอีกครั้ง “อยู่นิ่ง ๆ”
หานเวินเวินทำหน้าไม่พอใจ ใช้สองมือกุมหัวเหมือนเด็กโดนทำโทษ แล้วแกล้งเอาหน้าผากไปพิงไหล่เขา มองเขาแอบ ๆ
“ทำไมต้องตีกันแรงขนาดนี้ด้วยล่ะ ถึงพี่เจิ้งหรานจะดุขนาดไหน ฉันก็ไม่โกรธหรอก~ แค่เป็นห่วงว่ามือพี่จะเจ็บ”
หลินเจิ้งหรานเบื่อจะเถียงด้วย เอามือผลักหัวเธอให้ออกห่างแล้วพูดขึ้น “ฉันเดินผ่านมาเห็นบ้านอื่นเริ่มติดคำอวยพรปีใหม่กันแล้ว เธอจะติดบ้างไหม?”
จิ้งจอกน้อยได้ยินก็เลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้ทันที หน้าตาจริงจัง “ต้องติดสิ! ทำไมจะไม่ติดล่ะ ฉันอยากติด!”
“ไม่ใช่เธอบอกว่าไม่มีเงินแล้วเหรอ?”
เธอเถียงทันควัน มองเขาใกล้ ๆ “ยังพอมีแหละ ปีใหม่นี้เป็นปีแรกที่ฉันได้อยู่คนเดียวทั้งที จะไม่เตรียมอะไรเลยได้ยังไง?”
หลินเจิ้งหรานรู้สึกว่าตัวเองอยู่ใกล้เธอเกินไป เลยลุกขึ้นจะไปนั่งอ่านหนังสือที่เตียง
“ถ้าอย่างนั้น เธออัดเสียงวิดีโอให้เสร็จก่อน เดี๋ยวฉันพาไปตลาดซื้อคำอวยพร แค่ซื้อคู่แผ่นแนวตั้งกับแนวนอนก็พอ ไม่แพง”
หานเวินเวินพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม แล้วหันกลับไปมองจอคอม “ปีนี้มีพี่เจิ้งหรานอยู่ด้วย ฉันดีใจมากเลยนะ”
หลินเจิ้งหรานเงยหน้าจากหนังสือ มองเธอกำลังบันทึกเสียงวิดีโอ แล้วไม่พูดอะไร
เมื่ออัดเสียงวิดีโอเสร็จ หลินเจิ้งหรานก็ช่วยตรวจสอบอีกรอบ พอแน่ใจว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้วก็อัปโหลดขึ้นแพลตฟอร์มทันที
ไม่นานก็มีแฟนคลับประจำเริ่มคอมเมนต์เข้ามา
【คุณปู่! ยูปเปอร์ที่คุณติดตามเขาอัปวิดีโอแล้ว!】
【ในที่สุดก็อัปสักที อัปวีคละครั้งแบบนี้ จะไปดังได้ไง】
【อัปบ่อยหน่อยสิ เสียงเจ้าของแชนแนลน่าฟังมากเลย ผู้หญิงที่เล่นเกมเก่งขนาดนี้หายากนะ】
หลินเจิ้งหรานอ่านคอมเมนต์ไปก็คิดในใจว่า เจ้าแม่จิ้งจอกนี่นอกจากฝีมือที่เขาสอนให้แล้ว ก็ยังมีจุดแข็งด้านอื่นที่โดดเด่นพอสมควร
ไม่นาน หานเวินเวินกับหลินเจิ้งหรานก็กินข้าวเช้าด้วยกันเสร็จ
เธอเลือกเสื้อผ้าหลายชุดจากในกล่อง แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยน พลางเตือน
“พี่เจิ้งหรานอย่าแอบดูฉันเปลี่ยนเสื้อผ้านะ ถึงฉันจะใส่ชุดชั้นในแล้วก็เถอะ~”
หลินเจิ้งหรานยังอ่านหนังสืออยู่ “เธอไม่ล็อกประตูเหรอ?”
“ฉันไม่ชอบล็อกประตูนี่นา~”
“งั้นก็ไม่เป็นไร ฉันไม่แอบดูหรอก ไม่สนใจด้วยซ้ำ”
หานเวินเวินกระพริบตายิ้มหวาน “จริงเหรอ? ถ้างั้นฉันเปลี่ยนที่นี่เลยก็ได้นะ จะได้ไม่ต้องเดินไปห้องน้ำให้ยุ่งยาก”
“แล้วแต่เลย”
หานเวินเวินร้องอ๋อเบา ๆ ดูท่าว่าจะเปลี่ยนจริง ๆ ซะด้วย
ระหว่างที่ถอดชุดนอนก็ยังมีเสียงครางเบา ๆ ตามมาอีก
“เสื้อติดน่ะ~ พี่เจิ้งหรานมาช่วยฉันหน่อย~”
หลินเจิ้งหรานขึ้นเส้นเลือดบนหน้าผาก หยิบหมอนขว้างใส่จิ้งจอกน้อย
“เลิกเล่นละครได้แล้ว! ชุดนอนมันหลวมขนาดนั้น ติดตรงไหนกัน? ไปเปลี่ยนในห้องน้ำเลย!”
หานเวินเวินรับหมอนไว้ได้ทันที กัดริมฝีปาก แก้มแดง ยิ้มขำแล้วกระซิบเบา ๆ
“ดูเหมือนว่าพี่เจิ้งหรานก็ไม่ได้ไม่สนใจผู้หญิงเลยนี่นา แค่เสี่ยวฉิงกับเจียงเสวี่ยลี่หาจุดอ่อนไม่เจอเฉย ๆ”
เขามองเธออย่างดูแคลน “เปล่า เธอแค่รบกวนเวลาฉันอ่านหนังสือเฉย ๆ”
หานเวินเวินยิ้มมีเลศนัย แววตาดูเหมือนจะพูดว่า “พี่เจิ้งหรานเขินแล้วล่ะ~”
ว่าแล้วเธอก็รีบวิ่งหนีเข้าห้องน้ำ โดยไม่สนใจสายตาดุดันของเขา
แต่ไม่นานเธอก็โผล่หัวออกมาแอบบอก
“จริง ๆ ถึงฉันจะกล้าขนาดไหน ก็ไม่มีทางเปลี่ยนเสื้อผ้าต่อหน้าพี่เจิ้งหรานหรอก~ แค่แกล้งหยอกเล่นเฉย ๆ ยังไงฉันก็เป็นผู้หญิงนะ เขินเป็นเหมือนกันแหละ~”
หลินเจิ้งหรานถึงกับยอมแพ้กับเจ้าตัวแสบคนนี้ และก็อดสงสัยไม่ได้ว่าคำว่า “พี่เจิ้งหราน” นี่เธอเริ่มเรียกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่?
น่าจะตั้งแต่ช่วงปิดเทอมที่แล้ว แล้วช่วงนี้ยิ่งเรียกบ่อยขึ้นทุกวัน
แต่เขาก็รู้ดีว่าห้ามไม่ให้เธอเรียกไม่ได้เด็ดขาด
ไม่งั้นเจ้าจิ้งจอกน้อยต้องตอบกลับมาว่า
“พี่เจิ้งหรานไม่ให้ฉันเรียกเหรอ~? ได้เลย พี่เจิ้งหราน ไม่มีปัญหา พี่เจิ้งหราน~ ต่อไปนี้ฉันจะไม่เรียกพี่เจิ้งหรานแล้วก็ได้จ้ะ พี่เจิ้งหราน~”
ต้องพูดแบบนี้แน่ ๆ
พอเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ จิ้งจอกน้อยก็สวมกระโปรงกับเสื้อคลุมไหมพรมออกมา
แม้อากาศจะหนาว แต่เจ้าหล่อนก็ยังแคร์ภาพลักษณ์เสมอ...เด็กผู้หญิงวัยนี้ก็แบบนี้แหละ
ระหว่างเดินไปตลาด หานเวินเวินยื่นมือที่แดงเพราะอากาศหนาวออกมา เปิดดูคอมเมนต์ที่เพิ่งอัปวิดีโอไป แล้วยิ้มพูดว่า
“พี่เจิ้งหรานรู้ไหม~? ต่อให้มีคนชมฉันเยอะแค่ไหน ก็ไม่มีคำชมไหนทำให้ฉันรู้สึกใจเต้นเท่าคำพูดของพี่เลยนะ~”
หลินเจิ้งหรานเดินเคียงข้างเธอ “เธอพูดอะไรไร้สาระแบบนี้ทุกวัน สนุกนักเหรอ?”
หานเวินเวินทำหน้าบึ้งนิด ๆ
“ตรงไหนไร้สาระกันล่ะ? ก็เพราะพี่ไม่ใช่คนชอบพูดก่อน ฉันก็เลยต้องหาเรื่องชวนคุยไง ฉันก็แค่อยากคุยกับพี่บ่อย ๆ เอง~”
— จบตอน —