ตอนที่ 78 สมรภูมิบนโต๊ะอาหาร
พิธีจบการศึกษาระดับมัธยมต้นจัดขึ้นอย่างคึกคัก โรงเรียนติดป้ายไวนิลขนาดใหญ่ที่หน้าประตูเพื่อแสดงความยินดีกับนักเรียนม.3 ที่จบการศึกษา
เสี่ยวฉิงในชุดนักเรียนยืนมองด้วยสายตาครุ่นคิด ขณะที่หานเวินเวินคล้องแขนเธอไว้ มองไปที่กระดานประกาศผลสอบข้าง ๆ
“จริงด้วย ปีนี้ผ่านไปเร็วมากเลย รู้ตัวอีกทีเราก็มาอยู่ตรงนี้กันแล้ว... แล้วนักเรียนหลินเจิ้งหรานก็สุดยอดมาก ยกเว้นวิชาภาษาจีน วิชาอื่นได้เต็มหมดเลย”
เสี่ยวฉิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ “เขาเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ปกติไม่อยากเขียนเวลาสอบย่อย แต่ถ้าเป็นสอบใหญ่เมื่อไรก็ได้เต็มทุกที”
เจียงเสวี่ยลี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สองคนพูดแทรก “ว่าแต่ไอ้บื้อนั่นไปไหนแล้ว? หายหัวไปไหน?”
หานเวินเวินหันไปมองรอบ ๆ ดวงตาจิ้งจอกกระพริบแป๋ว “เมื่อกี้นักเรียนหลินเจิ้งหรานยังอยู่แถวนี้เอง”
เสี่ยวฉิงหันไปมองรอบ ๆ เช่นกัน แล้วก็ชี้พร้อมรอยยิ้ม “อยู่ตรงนั้นไง!”
หลินเจิ้งหรานที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ ได้ยินเสียงครูเรียกให้ทุกคนเตรียมถ่ายรูปหมู่ เลยเดินมาหากลุ่มพวกเธอ “อย่าคุยกันเพลินสิ ครูเรียกไปถ่ายรูปรวมกันแล้ว”
เสี่ยวฉิงกับเจียงเสวี่ยลี่พยักหน้ารับแล้วเดินแยกไปเข้าคิวกับห้องเรียนของตัวเอง ส่วนหานเวินเวินก็เดินตามหลินเจิ้งหรานไปเข้าคิวกับห้องหนึ่ง
เธอล้วงกระดาษทิชชู่สองแผ่นจากกระเป๋า แล้วยื่นให้ “พี่เจิ้งหราน เช็ดมือนิดนึง~” รักษาหน้าที่เลขาฯส่วนตัวอย่างเคร่งครัด
หลินเจิ้งหรานรับมาโดยไม่ติดใจอะไร เพราะเขาชินกับเรื่องนี้แล้ว
คำว่า “พี่เจิ้งหราน” เป็นคำเรียกที่หานเวินเวินใช้เฉพาะตอนอยู่กับเขาสองคนเท่านั้น
ถ้าเสี่ยวฉิงหรือเจียงเสวี่ยลี่อยู่ด้วย เธอจะเปลี่ยนเป็น “นักเรียนหลินเจิ้งหราน” ทันที
หลินเจิ้งหรานรู้ดีว่าเธอทำแบบนี้เพื่อสร้างบรรยากาศให้ดูห่างเหิน เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของคนอื่น
แน่นอนว่า...ก็แผนเจ้าจิ้งจอกน้อยของเธอนั่นแหละ
พอเห็นเขามองเธอ หานเวินเวินก็ทำหน้าทะเล้น “จ้องอะไรขนาดนั้น~ เขินหมดแล้วเนี่ย~”
“…หึ”
หลินเจิ้งหรานทิ้งทิชชู่ลงถังขยะข้าง ๆ
ตลอดสามปีในมัธยมต้น หลินเจิ้งหรานไม่ได้ทำอะไรมาก นอกจากอ่านหนังสือและฝึกฝนพลัง
ในเมื่อเขาเป็นผู้ใหญ่ที่ย้อนกลับมา ก็ตระหนักดีว่าในวัยแบบนี้การคิดเรื่องอื่น ๆ ไม่มีประโยชน์เลย สุดท้ายก็ต้องใช้ “พลัง” ตัดสินทุกอย่างอยู่ดี
ส่วนพวกหานเวินเวิน เจียงเสวี่ยลี่ และเสี่ยวฉิง ทั้งสามคนเพิ่งจะเข้าสู่วัยสาว ความคิดเรื่องความรักเพิ่งเริ่มต้น
ปีแรกงง ๆ ปีสองเริ่มคุยเรื่องหนุ่มสาวกันแล้ว จนบางทีก็ทำให้เขาเสียเวลาอ่านหนังสือไปบ้าง
แต่พอเข้าปีสาม หลังผ่านประสบการณ์หลายเรื่อง ทุกคนก็เริ่มโตขึ้น มีเป้าหมายมากขึ้น ไม่ค่อยวุ่นวายเหมือนตอนม.2
ปีสุดท้ายจึงผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เพราะทั้งสามต่างก็เร่งฝึกฝนเตรียมสอบเข้ามัธยมปลายกันอย่างขะมักเขม้น
ที่แถวหน้าห้อง หน้าชั้นหนึ่ง ครูกำลังจัดแถวถ่ายรูปหมู่
“ยืนประจำที่ให้เรียบร้อย ยืนแล้วอย่าขยับ อย่าส่งเสียงกันด้วยนะ”
ช่างภาพตั้งกล้องเรียบร้อยแล้วบอกกับครู “ครูก็เข้ากล้องด้วยครับ ไปนั่งหน้าแถวได้เลย”
ครูพยักหน้าแล้วไปนั่งตรงหน้า
“โอเคนะครับ จะถ่ายแล้ว ทุกคนลืมตาไว้นะ! มองกล้อง อย่ามองผม… สาม สอง หนึ่ง!”
แชะ!
“ออกมาดีเลยครับ! ต่อไป ห้องต่อไปเชิญครับ~”
หลังจากห้องสามถ่ายรูปเสร็จ สี่คนก็เดินออกจากโรงเรียนด้วยกัน
ปีนี้ทั้งสี่คนอายุครบสิบหกแล้ว
อีกไม่นานก็จะเป็นนักเรียนมัธยมปลายกันแล้ว
ระหว่างเดินออกจากโรงเรียน หลินเจิ้งหรานมองเสี่ยวฉิงที่เดินอยู่ข้างซ้าย ขณะที่หานเวินเวินยังคล้องแขนเพื่อนตามเดิม
ปีที่แล้วในเมืองเล็กนี้มีการปรับเปลี่ยนหลายอย่าง ทำให้กิจกรรมต่าง ๆ ถูกเลื่อนออกไป
“เสี่ยวฉิง เปิดเทอมมัธยมปลายแล้ว การแข่งขันเทควันโดก็คงเริ่มแล้วใช่ไหม?”
เธอตอบเสียงนุ่ม “ใช่ ฉันดูตารางไว้แล้ว แข่งหลังเปิดเทอมหนึ่งเดือน ฉันจะกลับมาแข่งช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์”
เขาหันไปถามเจียงเสวี่ยลี่ที่มัดผมแกละสองข้าง กระโดดดึ๋ง ๆ ตามมา “แล้วเธอล่ะ? สตูดิโอบอกว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า?”
“ไม่มีหรอก คอนเสิร์ตประจำเมืองจัดอีกสองเดือนหลังจากนี้ พอดีไม่ชนกับของเสี่ยวฉิงด้วย”
“งั้นก็ดีเลย ฉันจะได้ไปเชียร์ทั้งสองคน ฝึกกันมาสามปี ถึงเวลาทดสอบฝีมือแล้วล่ะ”
คำพูดนั้นทำให้สองสาวหันมามองหน้ากันแล้วหน้าแดงกันทั้งคู่ เสี่ยวฉิงเบือนหน้าหลบ ส่วนเจียงเสวี่ยลี่ก็ก้มหน้าหลบตา
เจ้าจิ้งจอกหานเวินเวินที่เดินอยู่ด้วยกันก็มองทั้งสามด้วยสายตาแปลก ๆ
เธอเคยยืนดูคนอื่นหึงกันอย่างสนุกสนาน แต่ครั้งนี้เธอก็ไม่ได้อยู่นอกวงซะแล้ว… มีเค้าอาการหึงเบา ๆ เหมือนกัน
เมื่อเดินถึงหน้าโรงเรียน
ทั้งกลุ่มก็เห็นพ่อแม่ของหลินเจิ้งหรานมายืนรออยู่
แม่ของเขายิ้มแย้ม “จบแล้วเหรอลูก? แล้วก็นั่น เสี่ยวฉิง ลี่ลี่ เวินเวิน มากันครบเลย~ มาเลยจ้ะ วันนี้แม่มารับพวกเธอนะ”
พ่อของเขาก็หัวเราะแหะ ๆ ยืนมองจากข้าง ๆ
หลินเจิ้งหรานถามด้วยความแปลกใจ “พ่อ แม่ ทำไมมารับล่ะครับ?”
“วันนี้วันจบการศึกษานี่ไง” พ่อของเขาตอบ “พ่อกับแม่ก็ว่าง เลยทำกับข้าวไว้ฉลองที่บ้าน”
สามสาวรีบยกมือไหว้ทั้งสองคนด้วยความเรียบร้อย “สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า”
แม่ของเขาอมยิ้ม “สวัสดีจ้ะ ว่าแต่เสี่ยวฉิง วันนี้กลับบ้านตอนบ่ายใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ รถรอบบ่ายสาม” เสี่ยวฉิงตอบเบา ๆ แล้วหันไปถามหานเวินเวิน “เวินเวิน ปีนี้คุณลุงยังอยู่ทางเหนือใช่ไหม?”
“อื้ม ฉันกลับไปไม่ได้แน่นอน แต่เมื่อวานเขาโทรมาบอกว่า พอขึ้นม.ปลายก็อาจจะเลิกทำงานแล้ว ถ้ามีอะไรเปลี่ยน ฉันจะบอกอีกทีนะ”
“จริงเหรอ? เยี่ยมเลย~” เสี่ยวฉิงยิ้มกว้าง
หานเวินเวินเองก็ตั้งใจจะบอกเพื่อนเรื่องอยู่คนเดียวตอนขึ้นม.ปลายอยู่แล้ว
แม่ของหลินเจิ้งหรานตบมือ “ดีเลย งั้นไปกินข้าวที่บ้านป้ากัน เดี๋ยวช่วงบ่ายให้เจิ้งหรานไปส่งแต่ละคน แล้ววันนี้ป้ายังออกรถใหม่มาคันหนึ่ง พาไปขับเล่นด้วย”
หลินเจิ้งหรานถึงกับเหงื่อตก แต่ก็รู้ว่าพ่อแม่ตั้งใจทำเพื่อวันพิเศษแบบนี้ เลยไม่พูดอะไรให้หมดอารมณ์
ทั้งสามสาวต่างก็เคยมาที่บ้านเขาแล้ว จึงไม่ปฏิเสธ
พูดพร้อมกัน “ขอบคุณค่ะคุณลุงคุณป้า”
จากนั้นก็แยกกันนั่งรถของพ่อกับแม่ของหลินเจิ้งหราน มุ่งหน้าไปฉลองอาหารเที่ยงกันที่บ้าน
เมื่อถึงบ้าน สามสาวก็ช่วยทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างจัดจานผลไม้หรือยกกับข้าว
หลินเจิ้งหรานมองไปที่ห้องครัว รู้สึกว่าบรรยากาศช่างคึกคัก
แต่ดูเหมือนพ่อแม่เขาจะลืมไปว่านี่เป็นครั้งแรกที่สามสาวมาพร้อมกัน
เมื่อทุกอย่างจัดเรียบร้อย อาหารวางเต็มโต๊ะ
แม่เริ่มลงมือก่อน หลินเจิ้งหรานก็ยกตะเกียบเตรียมจะกินบ้าง
เสี่ยวฉิงกลับยื่นมือปอกกุ้งให้แล้วใส่ลงชามของเขา “กินกุ้งหน่อยสิ”
เจียงเสวี่ยลี่ก็เริ่มต้นเองเหมือนกัน “ไอ้บื้อ ลองกินนี่ดูสิ แม่พี่ทำอร่อยมากเลย”
เจ้าจิ้งจอกเวินเวินที่นั่งข้าง ๆ ก็ไม่ยอมแพ้ หยิบซี่โครงหมูใส่จานเขาทันที
“นักเรียนหลินเจิ้งหราน กินซี่โครงหน่อย~”
สามสาวหันมามองหน้ากันแล้วก็มองมาที่เขา
พ่อแม่ที่นั่งอยู่ก็ชะงักพูดไม่ออก
แม่กระซิบกับพ่อเบา ๆ “แย่แล้วล่ะ เรานี่ไม่น่าทำให้ยุ่งเลย ฉันแค่อยากเลี้ยงข้าวเด็ก ๆ เองนะ…”
พ่อก็พูดเบา ๆ “เจิ้งหรานได้เต็มทุกวิชา ฉันดีใจจนลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย สามสาวมานั่งด้วยกัน มันอันตรายแหละ…”
ทั้งคู่หันมามองโต๊ะ ก่อนจะพยักหน้ากันอย่างรู้ใจ “ว่าแต่…ลูกเราจะกินของใครก่อนนะ?”
บรรยากาศที่โต๊ะอาหารเงียบกริบ ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่มือของหลินเจิ้งหรานที่กำลังคีบอาหาร…
— จบตอน —