ตอนที่ 84 คู่หมั้นที่แท้จริง

  เสียงตะลึงงันจากในห้องเรียนยังคงดังไม่หยุด เสี่ยวเหอฉิง เจียงเสวี่ยลี่ และหานเวินเวินจากห้องสามก็หันมามองทางนี้พร้อมกัน

  เสี่ยวเหอฉิงแอบจับตามองหลินเจิ้งหรานมาตลอดอยู่แล้ว พอเห็นเขาได้ที่หนึ่งก็ร้องออกมาอย่างดีใจ “หลินเจิ้งหรานได้ที่หนึ่งแล้ว!”

  เจียงเสวี่ยลี่กระพริบตาปริบๆ หน้าแดงอย่างเขินอาย “เจ้านี่เก่งจริงๆ เลย... แต่ก็สมกับฝีมือของเขาแหละ คนธรรมดาสู้ไม่ได้อยู่แล้ว...”

  หานเวินเวินไม่พูดชมสักคำ แต่กลับเหลือบตามองรอบตัว สำรวจสีหน้าสาวๆ คนอื่นที่เริ่มมีแววหวั่นไหว โดยเฉพาะเด็กสาวบ้านรวยคนนั้น สายตาดูไม่ปกติ

  เจ้าหญิงจิ้งจอกแสยะยิ้ม ริมฝีปากแดงเม้มกับปลายนิ้ว “รู้สึกเหมือนจะมีเรื่องแฮะ ต้องรีบจัดการตั้งแต่ยังไม่ทันงอกเงยแล้วสิ”

  การแข่งขันกีฬาดำเนินต่อเนื่องทั้งวัน มีแข่งหลายรายการติดกัน

  เดิมทีเจียงเชี่ยนคิดว่า ถึงจะพลาดชนะวิ่งร้อยเมตรไป แต่รายการอื่นอย่างซิทอัพ กระโดดไกล ฯลฯ เธอน่าจะชนะหลินเจิ้งหรานได้

  ไม่คิดเลยว่า... เธอแพ้ทุกประเภท

  ที่แย่ยิ่งกว่าคือ หลังแข่งเสร็จ หลินเจิ้งหรานยังหายใจปกติไม่เหนื่อยแม้แต่น้อย แต่เธอกลับหมดแรงแทบจะเป็นลม

  หลังแข่งเสร็จ เจียงเชี่ยนนั่งเหม่ออยู่บนขั้นบันไดในชุดฝึกทหาร ดวงตาเย็นชานั้นไร้แววสิ้นเชิง ดูเหมือนจะโดนความจริงบดขยี้จนหมดแรงใจ

  ฟางเมิ่ง ผู้ช่วยของเธอ นั่งยองๆ ลงข้างหน้า ถือกระดาษสรุปสถิติต่างๆ อย่างอับจนปัญญา

  “เชี่ยนเชี่ยน จากข้อมูลที่ฉันเก็บมานะ เจ้านี่—หลินเจิ้งหราน เป็นอัจฉริยะชัดๆ ทั้งร่างกาย ความประสานงาน ทักษะ และความสามารถเรียนรู้ เรียกว่าไร้ที่ติเลยด้วยซ้ำ”

  เจียงเชี่ยนใบหน้าหมดอาลัยตายอยาก “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ฉันไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้นอยู่แล้ว...”

  ฟางเมิ่ง “...”

  เธอพยายามปลอบ “ที่จริงเธอก็ไม่ได้แพ้เขาทุกเรื่องนะ อีกไม่กี่วันก็มีงานเลี้ยงต้อนรับนักเรียนใหม่ไม่ใช่เหรอ? เธอเองก็วางแผนจะเล่นเปียโน แล้วเอาคลิปไปให้คุณลุงดูไม่ใช่เหรอ?”

  เจียงเชี่ยนเหมือนเริ่มมีแววตากลับมาเล็กน้อย มองไปยังฟางเมิ่ง

  ฟางเมิ่งยิ้ม “เธอฝึกเปียโนมาตั้งแต่ประถม มัธยมต้นก็ได้แชมป์หลายรายการ เรียนกับกีฬาอาจจะไม่ใช่จุดแข็ง แต่เรื่องเปียโนเธอเหนือกว่าทุกคนแน่นอน ครั้งนี้ยังไงก็ไม่แพ้ชัวร์!”

  เจียงเชี่ยนมองไปยังหลินเจิ้งหรานที่ยืนอยู่ข้างสนาม หลังจบการแข่งขัน มีสาวๆ มากมายมาคุยกับเขา

  เขาทั้งหน้าตาดี หุ่นดี แถมยังดูสง่างามกว่าคนวัยเดียวกัน การแข่งขันวันนี้ทำให้เขาได้สาวกเพิ่มเพียบ แม้กระทั่งรุ่นพี่บางคนก็ด้วย

  แต่เจียงเชี่ยนกลับพูดว่า

  “ฉันเช็กประวัติของเขาแบบคร่าวๆ แล้ว เป็นคนธรรมดาจากครอบครัวธรรมดา ถ้าฉันเอาเปียโนไปแข่งกับเขาก็ไม่แฟร์หรอก เพราะเขาอาจไม่เคยเรียนเปียโนด้วยซ้ำ ต่อให้ชนะก็ไม่มีความหมาย

  แต่ถ้าแพ้ล่ะ? ก็แค่สอบคราวหน้าฉันเอาคืนได้ก็แล้วกัน”

  พูดจบ เธอก็ลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ ท่าทางดูไม่สะทกสะท้านอะไร

  ฟางเมิ่งกะพริบตา แล้วพึมพำเบาๆ “ยังปากแข็งเหมือนเดิมเลยแฮะ... แต่ข้อดีของเชี่ยนเชี่ยนก็คือ เธอจะไม่เอาจุดแข็งของตัวเองไปรังแกจุดอ่อนของคนอื่น อันนี้ถือว่าน่าชื่นชมมาก”

  ว่าแล้วฟางเมิ่งก็ลุกขึ้นเดินตามไป แน่นอนว่าเธอเองก็เดาเหตุการณ์ต่อจากนี้ได้

  คืนวันนั้น เจียงเชี่ยนกลับบ้านแล้วขังตัวเองในห้อง อ่านหนังสือจนดึกดื่น

  เธอรับไม่ได้ที่แพ้ทั้งเรื่องเรียนและกีฬา จึงเริ่มเตรียมตัวใหม่ หวังว่าจะเอาชนะให้ได้ในศึกครั้งหน้า

  ถึงขั้นที่พอพี่สาวกลับมา ยังอดแปลกใจไม่ได้

  “อ้าว? เชี่ยนเชี่ยนช่วงนี้ขยันผิดหูผิดตานะเนี่ย?”

  ฟางเมิ่งหันไปคำนับ “คุณหนูใหญ่กลับมาแล้ว คุณหนูรองช่วงนี้ขยันเป็นพิเศษค่ะ แทบไม่ยอมนอนเลย”

  พี่สาวของเจียงเชี่ยนที่ชื่อเจียงจิ้งสือยิ้มละมุน “สงสัยจะเจอคู่แข่งเก่งๆ อีกแล้วล่ะสิ เชี่ยนเชี่ยนก็ยังชอบแข่งขันเหมือนเดิมสินะ ไม่ต้องสนใจเธอมากหรอก ปล่อยให้เธอเรียนไปเองก็พอ ส่วนเธอก็พักผ่อนบ้างนะ”

  “ค่ะ”

  พี่สาวพูดต่ออย่างนึกขึ้นได้ “ว่าแต่ฉันได้ยินจากคุณปู่ว่าเชี่ยนเชี่ยนมีเรื่องคู่หมั้นตั้งแต่เด็กด้วยใช่มั้ย? เธอได้เจอกับคนนั้นแล้วหรือยัง? เขาเป็นคนแบบไหน?”

  ฟางเมิ่งตอบ “คุณหนูรองไม่สนใจเรื่องนั้นเลยค่ะ ยังไม่เคยเจอกับอีกฝ่ายเลย”

  เจียงจิ้งสือครุ่นคิด “ถ้าอย่างนั้น... ฉันไปเจอแทนก็ได้ ยังไงอีกฝ่ายก็เป็นเพื่อนเก่าของคุณปู่ จะปล่อยให้เมินเฉยก็คงไม่เหมาะ จริงๆ คนที่เป็นคู่หมั้นของเขาตั้งแต่แรกคือฉันต่างหาก

  แค่เพราะอีกฝ่ายเกิดช้ากว่า จึงให้เชี่ยนเชี่ยนแทน”

  เธอพูดทิ้งท้ายว่า “อีกไม่กี่วันเธอช่วยเตือนน้องสาวเรื่องนี้อีกที ถ้าเธอไม่อยากเจอ ก็ให้ฉันไปแทนก็ได้”

  ฟางเมิ่งพยักหน้า

  เจียงจิ้งสือก้าวจากไป เสียงส้นสูงกระทบพื้นเบาๆ เส้นผมหยักศกยาวจรดเอวพลิ้วไหวตามจังหวะเดินราวกับภาพในโฆษณา

  รุ่งเช้าวันถัดมา แสงแดดอ่อนๆ สาดลงมาจากขอบฟ้า

  ผ่านมาครึ่งเดือนแล้วนับจากเปิดเทอม

  มัธยมปลายต่างจากมัธยมต้น เด็กชายหญิงหลายคนเริ่มมีความคิดด้านความรักอย่างจริงจัง เด็กชายในวัยนี้เริ่มแยกแยะได้แล้วว่าใครหน้าตาสวยโดดเด่นกว่าใคร

  แค่ได้เห็นรอยยิ้มของเธอคนนั้น ก็รู้แล้วว่าเป็นคนที่สะดุดตากว่าใครทั้งหมด

  แค่ครึ่งเดือนก็เพียงพอให้ทุกคนรู้กันว่า ห้องไหนมีสาวสวยที่สุด

  ช่วงเช้า หลังฝึกทหารเสร็จ ครูฝึกปล่อยให้นักเรียนพักยี่สิบนาที

  แม้จะเป็นฤดูใบไม้ร่วง แต่การยืนตากแดดทั้งเช้าก็ทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า หลินเจิ้งหรานนั่งพักอยู่กับพื้น

  มีเพื่อนชายคนนึงเดินเข้ามานั่งข้างๆ “เฮ้ย หลินเจิ้งหราน! นายไม่เหนื่อยเลยเหรอ? ฉันเห็นเหงื่อนายยังไม่ทันจะซึมออกมาเลย!”

  หลินเจิ้งหรานตอบเรียบๆ “ก็พอไหว ฝึกมาทั้งอาทิตย์แล้ว เริ่มชินแล้วล่ะ”

  เพื่อนชายเท้าศอกกับไหล่เขา “ไอ้เรื่องชินก็เรื่องนึง แต่ยังไงมันก็เหนื่อยอยู่นะ นายคงร่างกายดีเกินมนุษย์ละ แล้วนี่มีแฟนรึยัง? เห็นสาวๆ ในห้องมาคุยกับนายทีไร นายก็ตอบแค่นิดเดียว เหมือนไม่ใส่ใจเลย”

  หลินเจิ้งหรานหัวเราะเบาๆ “ไม่มีอารมณ์”

  ชายอีกคนที่ชื่อสกุลพานเดินมาสมทบ “ก็แหงสิ ห้องเรามีทั้งเจียงเชี่ยนกับฟางเมิ่งอยู่ด้วย ผู้หญิงคนอื่นเลยดูหมองไปหมด หลินเจิ้งหรานหน้าตาดีขนาดนี้ คงไม่มองใครหรอก

  แต่รู้มั้ย? ว่าห้องที่มีสาวสวยเยอะที่สุดในระดับชั้น คือห้องสาม”

  อีกคนพยักหน้า “รู้ๆ ห้องสามมีเด็กสาวชื่อเสี่ยวเหอฉิง สวยมาก! หน้าหวานสุดๆ! ฉันเคยเห็นครั้งนึง แค่แวบเดียวก็จำติดตาแล้ว!”

  พานเสริม “แต่ฉันชอบเจียงเสวี่ยลี่มากกว่า ผูกผมหางม้าคู่ น่ารักกว่าเสี่ยวเหอฉิงอีก! แถมยังร่าเริงสดใส เป็นไอดอลของผู้ชายทั้งชั้นแน่นอน!”

  อีกคนก็เดินมาแจม “แต่ที่สวยที่สุดต้องหานเวินเวินเลย! พวกนายไม่ได้ยินข่าวเหรอ? มีคนส่งจดหมายรักให้เธอเพียบ! แถมยังมีรุ่นพี่มาสารภาพรักด้วย แต่เธอไม่สนใจเลยสักคน บอกว่ามีแฟนแล้ว!”

  ในชีวิตชาติใหม่นี้ของหลินเจิ้งหราน มีประสบการณ์มากมายที่เพื่อนชายมาคุยด้วยเรื่องแบบนี้

  บางครั้งก็เกือบจะกลายเป็นเพื่อนสนิทด้วยซ้ำ... แต่สุดท้ายกลับเหลือเขาเพียงคนเดียวทุกครั้ง

  เหตุผลน่ะเหรอ?

  ก็อย่างเช่นตอนนี้ ที่กลุ่มชายหนุ่มกำลังคุยเรื่องสาวๆ กันอย่างออกรส แล้วทันใดนั้น...

  เสี่ยวเหอฉิงที่อยู่ไกลๆ เดินถือเลมอนโซดาขวดหนึ่งมาทางนี้ หน้าแดง เขินอาย ยื่นขวดให้หลินเจิ้งหราน

  “นี่... ดื่มน้ำหน่อยไหม?”



(จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 84 คู่หมั้นที่แท้จริง

ตอนถัดไป