ตอนที่ 86 คำสารภาพรักที่ไม่คาดฝันและคำตอบรับ
การมาถึงของเจียงเสวี่ยลี่ ทำให้เหล่านักเรียนชายในห้องหนึ่งต่างพากันหันมามองอีกครั้ง
เธอเห็นหลินเจิ้งหรานนั่งอยู่ในกลุ่มคน จึงเขินอายซ่อนน้ำมะนาวไว้ด้านหลัง
แม้เจียงเสวี่ยลี่จะตัวเล็กและไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ แต่ใบหน้ากระจ่างใสสดใสนั้นกลับมีพลังทำลายล้างอย่างสูงในใจของเด็กผู้ชายหลายคน
ก็แหงล่ะ ใครกันจะไม่อยากมีแฟนที่ทั้งร่าเริงสดใสแถมยังน่ารัก?
เธอทำทีเป็นมองทางอื่น แล้วค่อยๆ เดินเข้าห้องหนึ่ง
รอบนี้ ทุกคนในห้องไม่ได้คิดไปทางหลินเจิ้งหรานเลยจริงๆ เพราะเมื่อกี้เสี่ยวเหอฉิงเพิ่งจะเอาน้ำมาให้ ดังนั้นต่อให้ใครจินตนาการเก่งแค่ไหนก็คงคิดว่าเจียงเสวี่ยลี่มาให้คนอื่น
เด็กชายคนหนึ่งที่ถามชื่อเธอเมื่อกี้ ถึงกับนั่งตัวตรง “เจียงเสวี่ยลี่?! เธอก็มาที่ห้องเราด้วยเหรอ? หรือว่าเธอเองก็มีแฟนแล้ว?”
แล้วพวกเขาก็ได้เห็นว่าเจียงเสวี่ยลี่เดินทีละก้าว จนหยุดตรงหน้าหลินเจิ้งหราน จ้องหน้าเขาอย่างดื้อรั้น ท่ามกลางความเงียบของอากาศที่ปกคลุมทั่วห้องอยู่เกือบครึ่งนาที
เด็กผู้ชายในห้องต่างตาโต อ้าปากค้าง และเอ่ยออกมาพร้อมกันว่า
“จะเป็นไปได้เหรอ?”
ทั้งที่ความจริงก็อยู่ตรงหน้าแล้ว แต่ก็ยังไม่กล้าเชื่อเต็มร้อย
จนกระทั่งเจียงเสวี่ยลี่เอ่ยขึ้นว่า “พะ...”
เธอหน้าแดงแล้วรีบเปลี่ยนคำพูด “หลินเจิ้งหราน ออกมาหน่อย ฉันมีเรื่องจะพูดด้วย”
พูดจบเธอก็เดินหนีไปยืนข้างๆ ตรงที่มีน้ำวางอยู่
เด็กชายคนนั้นรู้สึกเหมือนฝันสลาย ต่างก็อุทานพร้อมกันว่า “สุดยอด...”
หลินเจิ้งหรานถอนหายใจยาว ลุกขึ้นเดินตามไปหาเจียงเสวี่ยลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นท่าทางเธอดูเขินก็ถามว่า “เอาน้ำมาให้เหรอ?”
เจียงเสวี่ยลี่ชะงัก “รู้ได้ไง? เปล่า ใครบอกว่าฉันเอาน้ำมาให้กันเล่า!”
หลินเจิ้งหรานเหลือบมองมือที่ซ่อนอยู่ด้านหลังของเธอ แล้วถามอย่างจนใจว่า “ถ้าไม่ใช่เอาน้ำมา แล้วเธอจะมาทำไมล่ะ?”
“ฉัน...” เจียงเสวี่ยลี่เหลียวมองสายตาของนักเรียนห้องหนึ่งที่จ้องมาทางนี้ แม้ว่าเวลาร้องเพลงจะไม่กลัวใครมอง แต่สถานการณ์ตอนนี้มันต่างกัน
เธอหันกลับมาจ้องหน้าเขาแล้วแกล้งโวยวาย “ก็บอกแล้วไงว่าเอาน้ำมาให้! จะยังไงก็ช่าง!”
พูดพลางยื่นน้ำมะนาวออกมาด้วยสีหน้าเอาเรื่อง แล้วหันหน้าหนีพรางพึมพำอย่างเขินอาย
“อากาศมันร้อน กลัวเธอจะกระหายน้ำ ก็เลยไปซื้อน้ำมาให้ ส่วนจะกินไม่กินก็ไม่เกี่ยวกับฉันแล้ว ฉันแค่มาให้น้ำเท่านั้น!”
หลินเจิ้งหรานรับน้ำมา ถามคำถามเดิม “แล้วตัวเธอล่ะ ดื่มไปหรือยัง?”
“ดื่มแล้ว” เธอทำปากบึนบ่นพึมพำ “เธอคิดว่าฉันต่อแถวนานขนาดนี้ แค่จะซื้อให้เธอคนเดียวหรือไง?”
แล้วเธอก็ถอนหายใจ หงุดหงิดกำหมัดแน่นแล้วพูดเร็วปรื๋อ
“โอเค! ยังไม่ได้ดื่มหรอก! ก็อยากรีบเอามาให้ก่อนนี่นา สุดท้ายก็โดนเสี่ยวเหอฉิงแย่งซีนอีก! ยัยนั่นน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่เธอนี่สิ ทำไมถึงมีสาวมาคุยด้วยเยอะขนาดนี้! รู้มั้ยว่าฉันหึงขนาดไหนเนี่ย! น่ารำคาญจริงๆ!”
พูดจบเธอก็นั่งลงบนขอบฟุตปาธ กอดเข่าแล้วพูดอย่างดื้อรั้น
“อย่าถามนะว่าฉันหึงทำไม เพราะฉันไม่ตอบหรอก! แต่พอขึ้นม.ปลายมาแล้วทุกคนก็เหลวไหลกันจริงๆ ถึงขั้นมีคนมาคุยกับฉันด้วยนะ! บอกว่าน่ารักอย่างนั้นอย่างนี้ บ้าชะมัด! ถ้าฉันน่ารักจริง ทำไมเธอไม่เคยพูดสักคำ?”
หลินเจิ้งหรานนั่งลงข้างเธอ “ดูเหมือนช่วงนี้เธอจะเจอเรื่องเยอะเหมือนกัน ตอนแรกฉันยังคิดว่าเธอไม่ต่างจากตอนม.ต้น แต่ตอนนี้ดูท่าจะเปลี่ยนไปเยอะแล้วแฮะ”
เจียงเสวี่ยลี่กอดเข่า ไม่ยอมมองหน้าเขา
จนกระทั่งได้ยินประโยคถัดมาของเขา “ดูเหมือนจะน่ารักกว่าเมื่อก่อนอีกนะ”
เจียงเสวี่ยลี่หน้าแดงหูแดง หันมามองเขาตาโต “พูดอะไรน่ะ! ว่าฉันน่ารักเหรอ? เธอบ้าไปแล้วรึไง? กล้าพูดอีกทีสิ!”
“เธอตอนนี้น่ารักกว่าก่อนเยอะ ถึงจะยังปากไม่ตรงกับใจก็เถอะ แต่ก็ดีกว่าเมื่อก่อนมากแล้ว”
ริมฝีปากเล็กๆ ของเจียงเสวี่ยลี่เผยอเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกาย ราวกับมีฟองสบู่สีรุ้งลอยฟุ้งอยู่รอบตัว
เธอหลบสายตาอย่างเขินอาย รีบกอดเข่าแน่น “บ้าไปแล้วแน่ๆ อยู่ๆ มาพูดแบบนี้ ต้นไม้เหล็กออกดอกหรือยังไง?”
จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเสียบหลอด เธอรีบหันไปมองเขา
หลินเจิ้งหรานก็จ้องหน้าเธออย่างสงสัยกับท่าทางเขินจัดนั่น
เจียงเสวี่ยลี่เบ้ปาก “แต่เธอก็ฉลาดขึ้นหลังขึ้นม.ปลายเหมือนกันนะ ปากก็หวานขึ้นด้วย”
เธอยิ้มอย่างซุกซน “งั้นฉันเรียกเธอว่า ‘เจ้าทึ่ม’ ดีมั้ย?”
หลินเจิ้งหรานขนลุกเต็มตัว
“ทำหน้าอะไรของเธอน่ะ?!” เจียงเสวี่ยลี่แย้งเสียงดัง “เธอไม่รู้เหรอว่าแบบนี้มันน่ารักจะตาย! คำพวกนี้น่ะเขาไว้ใช้กับคนที่สนิทกันมากๆ เท่านั้นนะ!”
หลินเจิ้งหรานถอนหายใจพลางจิบน้ำ “เธอคิดแบบนี้เองเหรอ? ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงชอบเรียกแบบนี้นัก”
“ไม่งั้นจะให้คิดว่ายังไงล่ะ? ไม่ชอบเหรอ?”
เห็นหลินเจิ้งหรานพยักหน้ารับ เธอก็คิดนิดหนึ่งแล้วพูดว่า
“งั้น...งั้นเรียก ‘เจิ้ง...เจิ้งหราน’ ก็ได้ละกัน ฟังดูดีเหมือนกัน”
พูดจบตัวเองก็ขนลุกเกรียว
หลินเจิ้งหรานมองเธออย่างอ่อนใจ “เธอจะเรียกชื่อฉันตรงๆ ไม่ได้หรือไง?”
เจียงเสวี่ยลี่เบ้ปาก กอดเข่าต่อ “ไม่เอา! เสี่ยวเหอฉิงก็เรียกแบบนั้น ฉันไม่อยากเหมือนยัยนั่นหรอก! เรียก ‘เจิ้ง...เจิ้งหราน’ แบบนี้ดีกว่า”
หลินเจิ้งหรานยื่นน้ำคืนให้ “ไม่กินแล้ว”
เจียงเสวี่ยลี่รับมากินเอง แล้วบ่นว่า “แค่จิบเดียวเองเหรอ? ฉันต่อแถวนานนะ!”
“ก็ฉันเพิ่งกินเสร็จเอง แถมเธอก็ยังไม่ได้ดื่มเลย เหลือก็ให้เธอกินเถอะ”
หลินเจิ้งหรานลุกขึ้น “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันกลับก่อนนะ?”
จู่ๆ เจียงเสวี่ยลี่คว้าแขนเขาไว้ “เดี๋ยวก่อน... เจิ้ง...เจิ้งหราน ฉันอยากถามว่า...”
เธอพูดเสียงเบา “เธอคิดว่าฉันไม่ต้องลดน้ำหนักจริงๆ เหรอ?”
หลินเจิ้งหรานนึกว่าเธอจะถามอะไร มองรูปร่างเธอแล้วตอบตามจริง “ไม่ต้องลดหรอก ถึงจะไม่ต่างจากตอนก่อนก็เถอะ... แต่ฉันชอบแบบนี้นะ ตัวเล็กๆ น่ารักดี”
พูดจบเขาก็เดินจากไป
เจียงเสวี่ยลี่ถึงกับยืนนิ่งไปพักใหญ่กว่าจะตั้งสติได้
“ชะ...ชอบ? เขาพูดว่าเขาชอบฉันเหรอ?”
เธอหน้าแดงหูแดงจนสมองหยุดทำงาน แล้วพึมพำว่า
“ชะ...ชอบฉัน?! เขาบอกว่าเขาชอบฉัน?!”
แล้วก็ลุกขึ้นยืน พูดเสียงดัง “ฉันยอมรับ!”
จากนั้นก็วิ่งหนีไปพร้อมกับใช้มือปิดหน้าด้วยความอาย
“ขึ้นม.ปลายแล้วฉันทนหมอนี่ไม่ไหวจริงๆ อยู่ๆ มาบอกรักกันแบบนี้ ใครจะไปปฏิเสธลง!”
หลินเจิ้งหรานหันกลับมาได้ยินคำพูดของเธอพอดี ก็นิ่งไป
“แม่คุณ...บ้าขึ้นอีกแล้ว”
เขาหันหน้ากลับ แต่แล้วก็เห็นเพื่อนร่วมชั้นที่ชื่อแซ่พานน้ำตาไหลพรากแล้ววิ่งหนีไป
ส่วนตรงที่นั่งเดิมของเขา หานเวินเวินก็นั่งยองๆ อยู่ตรงนั้นพร้อมน้ำดื่มในมือ กำลังมองมาทางเขา
เพื่อนๆ คนอื่นในห้องก็มองเหตุการณ์นี้ตาค้างโดยพร้อมเพรียง โดยเฉพาะหันไปมองหานเวินเวินและหลินเจิ้งหราน
หานเวินเวินยิ้มเจ้าเล่ห์ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงหึงหวง
“เพื่อนร่วมชั้นหลินเจิ้งหราน ตอนนี้ยังกระหายน้ำอยู่ไหม?”
หลินเจิ้งหราน “…”
อีกด้านหนึ่ง เจียงเชี่ยนที่เพิ่งกลับจากห้องน้ำพร้อมฟางเมิ่ง ก็เห็นทุกคนในห้องกำลังจ้องมาทางหลินเจิ้งหราน
ฟางเมิ่งว่า “หมอนี่ฮอตจริงๆ แค่ไม่กี่วันก็มีสาวจากห้องอื่นแวะมาคุยเพียบเลย”
เจียงเชี่ยนมองหลินเจิ้งหรานด้วยแววตาเย็นเยียบ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร
อีกไม่กี่วันก็จะจบการฝึกทหาร งานเลี้ยงต้อนรับนักเรียนใหม่ก็จะเริ่มในวันนั้น
และในฐานะตัวแทนนักเรียนใหม่ ทั้งหลินเจิ้งหรานและเจียงเชี่ยนก็ถูกเรียกตัวไปพบคุณครูที่ห้องพักครูเพื่อเตรียมงาน
จบตอน