ตอนที่ 110 เหอฉิงน้อยในโหมดพร้อมรบ!
หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ หลินเจิ้งหรานยังไม่ไปสำนักเทควันโด แต่นั่งอธิบายเทคนิคการออกแรงกับการประยุกต์ใช้ท่าไม้ตายให้เหอฉิงน้อยฟังเสียก่อน
จริง ๆ แล้วเทคนิคของเทควันโดก็ไม่ได้มีอะไรมากนัก พวกท่ายาก ๆ เธอยังไม่ได้เรียน แต่หลินเจิ้งหรานก็รู้ดีว่า ถ้ารีบไปฝึกท่าโชว์สวย ๆ โดยที่พื้นฐานยังไม่แม่น มันก็จะออกมาดูเปิ่น ๆ อยู่ดี
ถึงแม้ร่างกายของเหอฉิงจะดูเล็กบอบบาง แต่ข้อได้เปรียบของเธอคือ “พลัง”
ใช่แล้ว เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้แรงเยอะเป็นบ้า!
ดังนั้นตอนสอน หลินเจิ้งหรานก็เลยเน้นเสมอว่า ให้เธอใช้จุดแข็งของตัวเองให้เต็มที่ ไม่ต้องไปโชว์สวยแต่อะไรทั้งนั้น แค่เตะตรง ๆ เตะด้านข้าง เตะถอยหลังอะไรพวกนี้ก็พอ แค่นี้ก็สอยผู้เข้าแข่งที่เรียกตัวเองว่า ‘ระดับหัวกะทิ’ ได้แล้ว
“ก่อนหน้านี้ฉันสอนแต่การเสริมความเร็วกับพลัง ยังไม่ได้สอนท่าเฉพาะอะไรเลย แต่วันนี้เห็นพี่สาวเจียงบอกว่าคู่แข่งชื่อหลินเสวี่ยคนนั้นเก่งมาก…” หลินเจิ้งหรานยกนิ้วชี้ขึ้น “งั้นกันไว้ก่อนดีกว่า ฉันจะสอนเธออีกท่า ท่านี้เธอก็เคยซ้อมแล้วแหละ แต่เตะให้ดีหรือเตะแย่นี่ต่างกันเยอะเลยนะ”
เหอฉิงน้อยถามอย่างอยากรู้ “ท่าอะไรเหรอ?”
“ท่าเตะถอยหลังกลางอากาศ จริง ๆ มันไม่ได้ยากอย่างที่คิด แล้วก็เหมาะกับเธอมากด้วย เพราะแรงเธอเยอะ”
พอสอนจนเข้าใจเทคนิคและการถ่ายแรงแล้ว ทั้งสองก็เดินทางไปซ้อมต่อที่สำนักเทควันโดจริง ๆ
ด้วยการช่วยเหลือของหลินเจิ้งหราน ทำให้เหอฉิงเรียนรู้ได้ไวมาก ซ้อมไปจนถึงช่วงท้าย เธอเตะได้แรงจนหลินเจิ้งหรานที่ถือแผ่นรับเตะยังรู้สึกถึงแรงกระแทกได้ชัดเจน
เสียง "ปั้ก!" ดังสนั่น!
หลินเจิ้งหรานยิ้มกริ่ม มั่นใจเต็มร้อย “ใช้ได้เลย! ท่านี้เธอต้องรับมือไม่ได้แน่!”
เหอฉิงตกใจ “จริงเหรอ!”
โค้ชที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ก็อดทึ่งไม่ได้ “ท่าธรรมดา ๆ แบบนี้ พอพวกเธอซ้อมแล้วดูน่ากลัวขึ้นเยอะเลยนะ”
เขากระซิบเบา ๆ “แต่มาซ้อมตอนเช้าตรู่แบบนี้ พวกเธอจะหวานกันเกินไปแล้ว…”
ตอนบ่าย ทั้งคู่ก็ขึ้นรถไปสนามแข่งเทควันโดในตัวอำเภอ
ทันทีที่ถึงที่หมาย เหอฉิงในวันนี้ดูเปล่งประกายสุด ๆ พลังงานเหลือล้น รอยยิ้มบนหน้าก็เต็มไปด้วยความมั่นใจ
ผิดกับอีกฝ่ายอย่างหลินเสวี่ยที่เดินข้างเจียงจิ่งซือ สีหน้าเคร่งขรึมไม่มีแววสดใสเลย
เจียงจิ่งซือมาถึงก่อนอยู่แล้ว พอเห็นหลินเจิ้งหรานกับเหอฉิงเดินเข้ามา เธอก็เดินเข้ามาหาทันที พร้อมพาหลินเสวี่ยที่ลงทุนปั้นด้วยเงินจำนวนมากมาทักทาย
“น้องหลิน วันนี้ก็วันชิงชนะเลิศแล้ว ยังมั่นใจเหมือนเมื่อวานอยู่ไหม?”
หลินเจิ้งหรานหันไปมองเหอฉิงที่กำลังไฟลุกพรึ่บ “แน่นอนอยู่แล้ว แล้วพี่เจียงล่ะ?”
พี่เจียงจ้องตาเขาแน่น “แน่นอนอยู่แล้ว” เธอหันไปสั่งหลินเสวี่ย “หลินเสวี่ย ไปทักน้องเหอฉิงหน่อย วันนี้พวกเธอสองคนน่าจะได้เจอกันในรอบสุดท้ายนะ”
เหอฉิงหันมาสบตากับหลินเจิ้งหรานก่อน จากนั้นจึงพยักหน้าให้อีกฝ่าย “สวัสดี”
หลินเสวี่ยไม่ตอบอะไร สีหน้าเคร่งเครียด มีแค่การพยักหน้าเบา ๆ แบบไม่ค่อยอยากตอบ
เหอฉิงรู้สึกว่า “พี่สาวคนนี้ดูน่ากลัวแฮะ…” แต่ก็ไม่เป็นไร! เธอก็เคยเรียนกับหลินเจิ้งหรานเรื่อง “วิธีทำตัวให้น่ากลัว” เหมือนกัน ยังไงก็ไม่ยอมแพ้แน่นอน!
ช่วงบ่าย การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น รอบแรกคือรอบสี่คนสุดท้าย
ฝ่ายชายไม่มีใครเก่งเด่นจนเป็นที่สนใจ อีกทั้งฝีมือยังห่างจากฝ่ายหญิงแบบชัดเจน คนดูเลยเทความสนใจทั้งหมดมาที่ฝั่งผู้หญิง
เหอฉิงกับหลินเสวี่ยก็ผ่านคู่แรกมาได้แบบไม่มีปัญหา ถึงรอบสองก็จะได้ตัดสินกันแล้ว
บนอัฒจันทร์ หลินเจิ้งหรานนั่งข้างเจียงจิ่งซืออีกครั้ง
แต่รอบนี้ไม่มีใครพูดเล่น ต่างก็มองสนามแข่งด้วยสีหน้าจริงจัง
เมื่อเสียงกรรมการประกาศ “การแข่งขันรอบสุดท้าย ผู้ชนะเลิศกับรองชนะเลิศ จะตัดสินกันระหว่างเหอฉิงกับหลินเสวี่ย! ขอเชิญทั้งสองขึ้นเวที!”
ในสนาม สองสาวในชุดขาวบริสุทธิ์ของเทควันโดโค้งให้กันอย่างมีมารยาท จากนั้นก็เข้าสู่ท่าเตรียมพร้อม
เหอฉิงมองอีกฝ่ายที่หน้าดุ ๆ แล้วก็หวนนึกถึงคำที่หลินเจิ้งหรานพูดตอนเช้า
“ผู้หญิงที่ชื่อหลินเสวี่ยคนนี้ ฉันสังเกตเมื่อวาน เธอเน้นพลังกับความแข็งแรงของร่างกาย ความเร็วน่ะธรรมดามาก ดังนั้นถ้าเธอสู้แล้วรู้สึกว่าแรงไม่พอ ก็ใช้ความเร็วเอาชนะแทน ถึงแรงเธอจะสู้ไม่ได้ แต่ถ้าเตะได้เร็วกว่าก็ชนะได้แน่นอน”
เหอฉิงจำขึ้นใจ แต่ไม่ทันไร อีกฝ่ายกลับเริ่มรุกหนักทันที!
ยังไม่ทันจะดูเชิง ก็โดนหลินเสวี่ยเตะมาแบบรัว ๆ ถี่ยิบ และยังแรงโคตร ๆ อีกด้วย!
เธอรีบตั้งการ์ดป้องกัน หัวใจก็คิดว่า “พี่สาวคนนี้ดุจริง…”
ดูแล้วเหมือนจะเตะได้แรงนะ แต่ก็แปลก… มันไม่เจ็บแฮะ?
บนอัฒจันทร์ หลินเจิ้งหรานก็จับสังเกตได้เหมือนกันว่า หลินเสวี่ยเหมือนจะโกรธอะไรอยู่ เจียงจิ่งซือก็หัวเราะ
“ดูออกไหม? หลินเสวี่ยอยากชนะมากเลยนะ ตั้งแต่ฉันรับเธอเข้ามา เธอก็ไม่เคยมองใครในสนามว่าเป็นคู่แข่งเลย พอฉันบอกเมื่อคืนว่าเธออาจจะแพ้ เธอก็โมโห บอกว่าฉันดูถูกเธอ จะพิสูจน์ให้ฉันเห็น”
หลินเจิ้งหรานหัวเราะ “พี่เจียงก็จงใจนี่… เพื่อกระตุ้นใจสู้ แต่เล่นทุ่มพลังแต่ต้นแบบนี้ สงสัยหมดแรงไวแน่ ๆ”
เจียงจิ่งซือมั่นใจ “ไม่เป็นไร เธอถนัดสายบู๊ระเบิดพลังอยู่แล้ว”
หลินเจิ้งหรานเงียบไป แต่จู่ ๆ ก็ยิ้มออกมาเบา ๆ เหมือนมองเกมออกแล้ว
รอยยิ้มนั้นทำให้เจียงจิ่งซือรู้สึกไม่ดี รีบหันกลับไปดูสนามอีกครั้ง
ในสนาม แม้เหอฉิงจะยังไม่บุก แต่เธอก็รับการโจมตีของหลินเสวี่ยได้หมด และในใจเธอก็สงสัย…
“นี่พี่สาวคนนี้ไม่ได้ออกแรงเต็มที่เหรอ? ทำไมรู้สึกไม่มีแรงเลย?”
งั้น…ลองดูหน่อยละกัน!
เธอรอโอกาส ตอนที่หลินเสวี่ยเตะขาสูงขึ้นมา เหอฉิงก็สวนกลับไปเต็มแรง!
หลินเสวี่ยรู้ว่าเธอจะสวนกลับ รีบเอาแขนตั้งการ์ดไว้ แต่ทันทีที่เท้าเหอฉิงกระแทกแขนเธอ…
“อึก!” เธอร้องด้วยความเจ็บ!
แรงเหมือนโดนเหล็กกระแทกเข้าเต็ม ๆ ถอยหลังไปสองก้าว แขนชาไปหมด
เธอมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ
เหอฉิงน้อยยิ้มหวาน ตาใสแป๋วเหมือนจะพูดว่า “พี่สาวใช้เต็มที่เลยก็ได้นะ วันนี้หนูฟอร์มดี!”
ความจริงคือ หลินเสวี่ย “ใช้เต็มที่แล้ว”
เพียงแต่เหอฉิงตอนนี้ สภาพร่างกายเธออยู่ในโหมดพีคสุด ๆ หลังจากนอนหลับฝันดีเมื่อคืน แล้วยังได้พิงไหล่หลินเจิ้งหรานตอนเช้าอีก อารมณ์ดีจนพลังพุ่งทะลุขีด
ตรงกันข้าม หลินเสวี่ยที่เหมือนจะใช้พลังได้เต็มที่จากความโกรธ แต่กลับกลายเป็นลดประสิทธิภาพในการควบคุมแรงไปแทน
“ไม่เตะต่อแล้วเหรอคะพี่สาว? งั้นหนูขอลุยบ้าง!”
เหอฉิงเดินไปข้างหน้า เตะใส่หลินเสวี่ยชุดใหญ่
หลินเสวี่ยไม่ตั้งรับแล้ว เตะสวนกลับเต็มที่!
สองคนปะทะกันอย่างรุนแรง เสียง “ปั้ก ปั้ก ปั้ก” ดังขึ้นไม่หยุด แรงปะทะแต่ละครั้งแรงมากจนคนดูแทบจะจินตนาการได้ถึงความเจ็บ
บนอัฒจันทร์ เจียงจิ่งซือเริ่มกำหมัดแน่น
“ไม่นะ…”
หลินเจิ้งหรานยิ้ม “ดูท่าแมตช์นี้ เหอฉิงจะชนะนะ พี่เจียง…หลินเสวี่ยของพี่หมดแรงไปเยอะแล้วล่ะ”
พี่เจียงขมวดคิ้วแน่น…เธอก็เห็นผลลัพธ์เหมือนกัน
ในใจเริ่มยอมรับอย่างไม่อยากจะเชื่อ…
“ทำไมถึงห่างกันขนาดนี้…”
(จบตอน)