ตอนที่ 120 หลินเจิ้งหรานผู้ซื่อตรง
บรรยากาศอันเงียบงันทำให้เสียงรถที่วิ่งผ่านด้านล่าง เสียงแม่ค้าโดนัททอดที่หน้าประตูหมู่บ้าน ตะโกนขายของด้วยลำโพงแบบมือถือ กลายเป็นสิ่งที่ดังผิดปกติขึ้นมาทันที
ในห้องนอน จางเสวี่ยลี่เบิกตากว้างเรื่อย ๆ วันนี้เธอเตรียมใจไว้แล้วกับทุกอย่างที่หลินเจิ้งหรานอาจจะพูดออกมา
แต่ประโยคที่เขาพูดออกมานั้น มันทะลุทะลวงทุกข้อจำกัดในสมองของเธอไปไกลโข
“หาอะไรเหรอ?” หลินเจิ้งหรานถามกลับ “มันก็เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?”
“ปะ...ปกติ?!” จางเสวี่ยลี่พูดตะกุกตะกัก “ไม่ใช่ว่าฉันฟังผิดใช่ไหม ไอ้บ้า! เมื่อกี้เธอพูดอะไรออกมาน่ะ? เธอพูดว่าเราสองคนเป็นของเธองั้นเหรอ!” น้ำตาเธอยังคลออยู่ แต่ก็ยกหมัดเล็ก ๆ ขึ้นมาหลับตาแล้วโวยวาย
“เธอไม่ได้ฟังผิด ฉันพูดแบบนั้นแหละ”
“ไม่จริง! ถ้าแน่จริงก็พูดอีกทีสิ! เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไร!”
“ฉันบอกว่าเธอสองคนเป็นของฉัน”
“แน่จริงพูดอีกที!”
“ฉันบอกว่า... เป็นของฉันทั้งคู่”
จางเสวี่ยลี่หน้าแดงมองเขาด้วยความตกใจอย่างสุดขีด ไม่อยากเชื่อว่าบนโลกนี้ยังจะมีคนหน้าด้านได้ขนาดนี้:
“เธอยังมีหน้าพูดซ้ำได้อีกตั้งหลายครั้ง! มันจะได้ไงล่ะ! ฉันกับเหอฉิง เธอต้องเลือกแค่คนเดียวสิ! มีที่ไหนเขาคบผู้หญิงสองคนพร้อมกัน! ฉันไม่เคยได้ยินเลยนะ!”
หลินเจิ้งหรานนั่งอยู่บนเตียง สีหน้าเต็มไปด้วยความจริงจัง: “ไม่ขนาดนั้นมั้ง แน่ใจนะว่าเธอไม่เคยได้ยิน? ในทีวีก็มีให้เห็นออกบ่อย ๆ”
จางเสวี่ยลี่นึกถึงฉากในละครก็อดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนประเด็น: “อาจจะเคยได้ยินก็เถอะ แต่แบบนี้มันไม่ไหวจริง ๆ เธอพูดเองว่าไม่ใช่คนโง่นี่นา พูดอะไรแบบนี้ออกมา ใครเขาไม่คิดว่าเธอโง่บ้างล่ะ! บื้อ! ไอ้หัวหมู!”
พูดจบเธอก็โมโหจนปวดท้องขึ้นมาอีก กุมท้องเอาไว้
หลินเจิ้งหรานทำหน้าเหนื่อยใจ แล้วยื่นแก้วให้เธอ
“จะตื่นเต้นอะไรนักหนา ปวดท้องอีกรอบเลย ดื่มอีกหน่อยเถอะ”
จางเสวี่ยลี่มองเขาอย่างไม่อยากเชื่อใจ เธอคิดไม่ออกเลยว่าทำไมเขาถึงได้ทั้งอ่อนโยนทั้งหน้าด้านขนาดนี้ จะพูดอะไรก็พูดไม่ออก
แต่พอเห็นว่าเขาเป็นคนต้มเครื่องดื่มน้ำตาลแดงให้กับมือ เธอก็ได้แต่ค่อย ๆ แนบริมฝีปากจิบลงไปเบา ๆ
แค่มันยังร้อนไปหน่อยเลยดื่มไม่มาก
หลินเจิ้งหรานเป่าบนผิวของเครื่องดื่มอีกหน่อย: “ลองอีกทีสิ”
จางเสวี่ยลี่จ้องมองริมฝีปากเขาอย่างเขิน ๆ แล้วก็จิบอีกคำ กลืนลงไป หวานจริง ๆ
หัวใจก็เริ่มเต้นแรงปั่นป่วนไปหมด
แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันแปลก ๆ เธอหลับตาลงอีกครั้ง กอดเข่าซุกหน้าลงไป:
“ถึงเธอจะทำดีกับฉันแบบนี้ ฉันก็ไม่มีทางยอม เรื่องนี้มันไม่ได้เด็ดขาด เรื่องอื่นฉันจะยอมหมดก็ได้ แต่เรื่องนี้ไม่ได้จริง ๆ เจิ้งหรานบื้อเอ๊ย! ทำไมถึงเจ้าชู้ขนาดนี้!”
เธอแอบมองดูปฏิกิริยาของหลินเจิ้งหราน แต่เขากลับยังคงดูสบาย ๆ ตามปกติ
เธอมึน: “ทำไมเธอถึงได้ใจเย็นขนาดนี้ล่ะ?! พูดอะไรอีกสิ”
“พูดอะไรล่ะ? ฉันพูดไปแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันบอกว่าเธอสองคนเป็นของฉัน” หลินเจิ้งหรานพูดอย่างมั่นคง
“หน้าตายพูดได้ไงเนี่ย! ฉันหมายถึงมันเรียบง่ายเกินไปต่างหาก! เรื่องเพี้ยนขนาดนี้ ถ้าเธอจะพูดออกมา ก็น่าจะมีข้ออ้างอะไรหน่อยสิ! แบบที่ทำให้ฉันปฏิเสธไม่ได้อะไรแบบนั้น”
หลินเจิ้งหรานวางแก้วลง ตอบอย่างจริงใจว่า:
“ไม่มีหรอก เพราะฉันเป็นคนที่ไม่ชอบบังคับหรือโกหกใคร โดยเฉพาะกับผู้หญิง เพราะความรู้สึกจริง ๆ มันบังคับกันไม่ได้ เหมือนตอนที่ฉันสอนเธอร้องเพลงนั่นแหละ
ตอนนั้นฉันก็บอกว่า... ถ้ามีใจจริง ๆ ที่อยากเรียนกับฉัน ฉันถึงจะสอนให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ฉันพูดแบบนี้ใช่ไหมล่ะ? ก็เหมือนกันเลย”
“ใช่...” จางเสวี่ยลี่นึกถึงตอนเด็กวันนั้น “เธอพูดแบบนั้น ฉันก็ตอบตกลงไปแบบนั้น แต่...” มือเธอกำแก้วแน่น รู้สึกถึงรสหวานของน้ำตาลแดงในปาก:
“แต่ว่าแฟนมันไม่เหมือนกันนี่นา ถึงเธอจะไม่โกหกฉัน ฉันก็ชอบจุดนี้จริง ๆ ก็เถอะ...”
เธอเบนหน้าหนี พึมพำเบา ๆ: “เว้นแต่ว่าเธอจะยืนยันเรื่องนี้จริง ๆ ไม่อย่างนั้นฉันไม่มีทางยอม แต่ถ้าเธอยืนยันจริง ๆ ฉันก็คงทำอะไรไม่ได้”
“ยอมง่ายดีนี่”
“หา?!” จางเสวี่ยลี่โวยวายใส่หัวตัวเองที่คิดช้าไป: “อ๊า! ทำไมฉันถึงตอบตกลงไปล่ะเนี่ย!”
พอพูดจบผ้าห่มก็หล่นอีกครั้ง จางเสวี่ยลี่รีบคว้าผ้าห่มกลับมา หน้าแดงพูดไม่อายว่า:
“ฉันจะทำยังไงได้ล่ะ! เธอก็รู้ว่าฉันชอบเธอ ชอบมาตั้งหลายปีแล้ว! รู้ทั้งรู้ว่าเธอมันเจ้าชู้ แต่ฉันก็ยังอยู่กับเธอทุกวัน! แต่ว่า...”
เธอกำหมัดขึ้นมาถามอย่างเอาเรื่อง: “ฉันถามเธอหน่อย! เธอมีความพร้อมในการดูแลผู้หญิงสองคนจริง ๆ เหรอ! มีแฟนสองคนมันยุ่งยากมากเลยนะ แค่ทะเลาะกัน หึงกัน เธอก็ต้องตามง้อ!”
หลินเจิ้งหราน: “รู้สิ ฉันรู้ตั้งแต่แรกแล้ว”
“เธอเนี่ยนะ!” จางเสวี่ยลี่ซุกหน้าลงบนเข่า ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ฉันไม่รู้จะพูดอะไรกับเธอแล้ว เจ้าบ้า จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ยังไงฉันก็บ้าพอที่มาหลงเธอขนาดนี้ ฉันต้องเป็นบ้าแน่ ๆ”
หลินเจิ้งหรานยื่นแก้วให้เธออีกครั้ง: “ดื่มอีกสองสามคำ แล้วค่อยนอนเถอะ ถึงตอนนี้จะไม่ปวดท้องแล้วก็จริง แต่ช่วงนี้มันยังลำบากอีกตั้งสองวัน”
จางเสวี่ยลี่มองเขาอีกครั้ง เม้มปากแน่น แล้วรับแก้วไปดื่มรวดเดียวจนหมด
จากนั้นก็จ้องเขาด้วยสายตาแปลก ๆ มีแววซุกซนอยู่ในดวงตา: “ว่าแต่... นี่เธอไม่ได้แอบมองใช่มั้ย? วันนี้ฉันทำผ้าห่มหล่นตั้งหลายครั้งแน่ะ”
หลินเจิ้งหรานนึกถึงภาพที่เธอทำผ้าห่มหล่นหลายครั้งในวันนี้ พูดออกมาตรง ๆ: “เปล่า ฉันไม่ได้เห็นอะไรเลย อย่างมากก็แค่หัวไหล่”
“ไม่มีทาง!” เธอนึกขึ้นได้ว่าหลินเจิ้งหรานไม่ใช่คนโกหก แต่ก็อดถามไม่ได้: “จริงเหรอ?!”
“จริง เพราะเธอตัวเล็กน่ะสิ”
“ตัวเล็ก?” จางเสวี่ยลี่เพิ่งรู้ตัว แล้วก็รีบยกมือขึ้นฟาดแขนเขา: “เธอกำลังจะบอกว่า... ของฉันเล็กใช่มั้ย! ถึงได้มองไม่เห็นตอนผ้าห่มหล่น!”
“ไม่เป็นไรหรอก เล็ก ๆ ก็ยังน่ารักดี”
“น่ารำคาญจริง ๆ เลย!”
เธอฮึดฮัดแล้วหันหลังให้เขา: “ถึงฉันจะไม่ได้บังคับให้เธออยู่ก็เถอะ แต่ไหน ๆ ก็เป็นแฟนกันแล้ว อยู่เป็นเพื่อนฉันหน่อยก็ไม่เป็นไรใช่ไหมล่ะ ฉันอยากนอนสักพัก... แล้วตื่นมาก็ยังเห็นเธออยู่ข้าง ๆ”
“อืม วันนี้ตั้งใจมาคุยเรื่องการแข่งขันกับเธออยู่แล้ว ฉันไม่ไปไหนหรอก”
จางเสวี่ยลี่แอบยิ้มมุมปากอย่างพอใจ: “ในห้องร้อนขนาดนี้ เธอก็ถอดเสื้อคลุมเถอะ เอามาคลุมให้ฉันก็ได้ ฉันจะได้นอนคลุมมันไว้”
เธอหลับตาลง พึมพำออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ราวกับเป็นความในใจที่เผลอหลุดออกมา: “แบบนี้... ฉันจะได้นอนหลับไปพร้อมกลิ่นของเธอ”
หลินเจิ้งหรานอดรู้สึกไม่ได้ว่า... ผู้หญิงคนนี้ก็มีรสนิยมแปลก ๆ อยู่ไม่น้อย
(จบตอน)