ตอนที่ 145 สองคนที่ได้อยู่ตามลำพัง

 ระหว่างทางแวะร้านขายยา ซื้อยารักษาอาการท้องเสียกับของกินสำหรับคืนนี้เล็กน้อย

  หลินเจิ้งหรานกับจิ้งจอกน้อยพากันกลับมายังห้องเช่าราคาถูก

  แม้จะถือของอยู่ในมือเป็นตุ๊กตาหมาน้อยหน้าคล้ายหลินเจิ้งหราน แต่สีหน้าของหานเวินเวินก็ยังดูไม่แจ่มใสเท่าไรนัก

  หลังวางของบนโต๊ะเรียบร้อย หลินเจิ้งหรานถอดรองเท้าแล้วตรงไปเข้าห้องน้ำ “ฉันไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ เธอเอาน้ำอุ่นมาชงยาแล้วกินก่อนเลย”

  “อืม”

  พอเห็นหลินเจิ้งหรานเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วจะปิดประตู หานเวินเวินก็พิงกำแพงมองด้วยแววตาชวนให้คิดไปไกล

  หลินเจิ้งหรานที่กำลังจะปิดประตูก็หันกลับมาเห็นสีหน้าแปลก ๆ ของเธอเข้า เลยไม่ได้ล็อกประตู แต่เดินย้อนกลับออกมาแทน

  จากนั้นก็ยกมือดีดหน้าผากหานเวินเวินเบา ๆ หนึ่งที

  จิ้งจอกน้อยที่ไม่รู้เรื่องอะไรโดนดีดเข้าก็ตกใจร้อง “อ๊า~ พี่เจิ้งหรานจะตีหนูทำไม หนูยังไม่ได้พูดอะไรสักคำเลยนะ!”

  จิ้งจอกน้อยผู้แสนน่าสงสาร

  “เมื่อกี้เธอมองฉันแล้วคิดจะพูดอะไร?”

  หานเวินเวินถูกจับไต๋เข้าให้ รีบเบือนหน้าหนีแล้วยู่ปาก “เปล่าซะหน่อย แค่จะบอกว่า...ผู้ชายเข้าห้องน้ำไม่เห็นต้องล็อกประตูเลยนี่นา ไม่มีใครแอบดูซะหน่อย”

  “เหรอ?” หลินเจิ้งหรานถามกลับด้วยท่าทีจริงจัง “แล้วจิ้งจอกจะแอบดูไหม?”

  หานเวินเวินเถียงเสียงแข็ง “จิ้งจอกไม่ใช่คนนะ แน่นอนว่าจะแอบดู!”

  แน่นอนว่าผลที่ได้คือ โดนดีดซ้ำอีกที หานเวินเวินร้องเจ็บแล้วบ่นว่าเขาขี้งกในใจ คิดว่าก็แฟนหนูเอง ดูนิดหน่อยจะเป็นไรไป...

  หลินเจิ้งหรานไม่สนใจ ล็อกประตูห้องน้ำแล้วพูดว่า

  “ฉันจะอาบน้ำด้วยนะ เธอก็จัดการตัวเองก่อนล่ะกัน”

  หานเวินเวินได้ยินคำว่าอาบน้ำก็รู้สึกว่าตัวเองเสียเปรียบสุด ๆ ห้องน้ำในห้องเช่าแบบนี้เป็นห้องเดี่ยวแท้ ๆ ทำไมต้องมีประตูที่ล็อกได้ด้วยนะ?

  แบบนี้มันไม่เกินความจำเป็นไปหน่อยเหรอ!?

  หานเวินเวินถอดรองเท้าแล้วงอขาไปข้างหลังใช้มือดึงถุงเท้าออก เผยให้เห็นเท้าเล็กขาวเนียน จากนั้นเดินไปนั่งบนพรมขนฟูข้างเตียง

  เธอไม่ค่อยชอบนอนบนเตียงนัก ชอบนอนบนพรมมากกว่า

  ปกติเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ทำที่นี่เป็นประจำ

  หานเวินเวินเปิดกล่องเก็บเสื้อผ้าข้างเตียง หยิบกางเกงยีนส์ขาสั้นจิ๋วกับเสื้อไหมพรมตัวใหญ่เปิดไหล่ออกมา แต่ตอนจะปิดกล่อง เธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

  เธอเอามือล้วงไปที่ก้นกล่อง แล้วก็เจอเข้ากับสิ่งที่หาอยู่

  “ก็ว่าจำได้ว่ามีนี่นา!”

  สิ่งที่เธอหยิบขึ้นมาคือถุงน่องที่ยังไม่ได้แกะซอง

  ตอนซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตเธอบังเอิญเห็นเข้า แล้วด้วยความที่ดูนิยายกับซีรีส์เยอะ เลยรู้ดีว่าผู้ชายดูเหมือนจะต้านทานความรู้สึกต่อถุงน่องไม่ได้สักเท่าไหร่

  ในนิยายกับซีรีส์มันโผล่ให้เห็นบ่อยซะขนาดนั้น แสดงว่ามันต้องมีพลังงานบางอย่างแฝงอยู่แน่นอน

  หานเวินเวินเลยซื้อเก็บไว้สองคู่ ตั้งใจหาโอกาสใส่โชว์หลินเจิ้งหรานสักครั้ง

  วันนี้แหละ ได้จังหวะเหมาะเลย

  เสียงน้ำไหลจากฝักบัวดังลอดออกมาจากห้องน้ำ หานเวินเวินหันไปมองก่อนยิ้มที่มุมปาก แล้วหยิบถุงน่องออกมาจากกล่อง

  เธอไม่เคยใส่ของแบบนี้มาก่อนเลยจริง ๆ

  จึงนั่งลงบนเตียงแล้วแกะถุง ใช้มือสัมผัสเนื้อผ้าของถุงน่องเบา ๆ

  “โอ๊ย เนื้อสัมผัสดีจัง~ จำได้ว่าตอนซื้อฉันเลือกแบบถุงน่องเต็มตัวใช่ไหมนะ?”

  เธอยกถุงน่องขึ้นมาตรวจสอบ แล้วก็ยืนยันว่าใช่จริง ๆ

  เธอหน้าแดงเล็กน้อย แล้วถอดกระโปรงออก

  จากนั้นค่อย ๆ สวมถุงน่องจากปลายเท้าทีละนิด แล้วรูดขึ้นช้า ๆ

  พอถุงน่องแนบสนิทกับผิวขา เธอก็ลุกขึ้นยืนแล้วก้มมองขาของตัวเอง

  อาจเพราะสีดำเลยทำให้ดูเซ็กซี่กว่าปกติมาก

  สัมผัสตอนลูบดูแล้วก็รู้สึกไม่เหมือนเดิมจริง ๆ

  แต่ก็แอบรู้สึกเขินแปลก ๆ

  แล้วทำไมรู้สึกว่ามันใส่ไม่ค่อยสบายแฮะ?

  หานเวินเวินคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นแบบนั้น ถุงน่องควรจะใส่สบายสิ

  เธอดึงบริเวณสะโพกของถุงน่อง แล้วพอถุงน่องถูกดึงขึ้นก็เด้งกลับไปอีก เธอก็รู้แล้วว่าปัญหาอยู่ตรงไหน

  เลยถอดออกแล้วใส่กางเกงในใหม่อีกตัวก่อน

  ครั้งนี้เปลี่ยนลำดับใหม่ ใส่ถุงน่องก่อนค่อยใส่กางเกงใน คราวนี้สบายสุด ๆ ไปเลย

  “แบบนี้แหละถึงจะถูก! สบายขึ้นเยอะเลย~”

  หานเวินเวินใส่กางเกงยีนส์ขาสั้นกับเสื้อไหมพรมตัวใหญ่เปิดไหล่อีกครั้ง แล้วลุกขึ้นมายืนดูตัวเอง

  เพราะเสื้อไหมพรมมันเป็นไซส์ใหญ่มาก แถมเป็นชุดอยู่บ้าน เลยยาวคลุมลงมาถึงก้นพอดี

  พอใส่คู่กับกางเกงยีนส์ขาสั้นจิ๋ว

  ตอนยืนมองในกระจกก็เลยดูเหมือนว่าเธอใส่แค่เสื้อไหมพรมกับถุงน่องเท่านั้นเอง

  ทำให้เกิดภาพลวงตาว่าเหมือนไม่ได้ใส่อะไรอย่างอื่นเลย

  เธอจินตนาการถึงตอนที่หลินเจิ้งหรานเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วจะมีปฏิกิริยายังไง ใบหน้าก็แดงจัดขึ้นมาทันที

  ถึงพี่เจิ้งหรานจะดูจริงจัง แต่ก็เหมือนที่เคยพูดไว้ตอนอยู่มอต้น เขาก็ยังเป็นผู้ชายอยู่ดีนั่นแหละ

  ต่อให้แสดงตัวว่าเงียบขรึมแค่ไหน ก็ไม่น่าจะไม่มีปฏิกิริยาทางร่างกายหรือในใจเลยใช่ไหมล่ะ?

  หานเวินเวินนั่งเอนตัวลงบนพรม มือสองข้างกำตุ๊กตาหมาน้อยที่หน้าคล้ายหลินเจิ้งหราน

  เธอเล่นกับมันอยู่พักหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงหลินเจิ้งหรานดังออกมาจากห้องน้ำว่า “กินยายัง?”

  หานเวินเวินถึงได้สติ รีบตอบกลับไป “กินเดี๋ยวกินเดี๋ยวนี้เลย!”

  เกือบลืมซะแล้ว เธอลุกขึ้นไปต้มน้ำร้อน รอจนเดือดแล้วแกะซองยามากิน

  แถมยังชงน้ำอุ่นอีกแก้วเตรียมไว้ให้หลินเจิ้งหรานด้วย เสร็จแล้วถึงได้กลับมานั่งบนพรมตามเดิม เอนตัวลง มือสองข้างยกเจ้าหมาน้อยขึ้นสูง

  “เจ้าหมาน้อย~ คิดว่าคืนนี้จะเกิดอะไรขึ้นไหมนะ” ใจลอยไปไกล

  เจ้าหมาที่พูดไม่ได้เหมือนจะตอบว่า “เจ้าจิ้งจอกขี้มโน คิดไปเองทั้งนั้นแหละ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก”

  หานเวินเวินเบะปากไม่พอใจ “พูดอะไรของนาย! ใครว่าไม่มีอะไรจะเกิดขึ้นล่ะ?”

  เธอนึกถึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้นตอนนั้น วันที่ขอพรวันเกิดอายุสิบแปดต่อหน้าหลินเจิ้งหราน

  ตอนนี้รู้สึกตัวว่าตัวเองพูดมากไป พอพูดล่วงหน้าแบบนั้นก็ไม่มีความลึกลับน่าตื่นเต้นแล้วสิ

  เสียงจากในห้องน้ำดังขึ้นอีก “ว่าไงนะ? เธอพูดอะไร?”

  จิ้งจอกน้อยรีบตอบกลับทันควัน “เปล๊า~ ไม่มีอะไร! พี่เจิ้งหรานอาบน้ำต่อเถอะ ฉันพูดกับตัวเองเฉย ๆ”

  เธอหัวเราะแห้ง ๆ พลางใช้เท้าฟาดเจ้าหมาน้อยเบา ๆ แล้วเอากำปั้นทุบปากมันเบา ๆ อย่างหมั่นไส้

  จากนั้นก็วางตุ๊กตาลง หันหลังนั่งเหม่อ

  นิ้วเรียวยาวสีขาวนวลลากไปบนพรมอย่างไร้จุดหมาย จากนั้นก็เริ่มหมุนวนไปมา

  ในหัวเริ่มจินตนาการเรื่องโน้นเรื่องนี้ แล้วหลินเจิ้งหรานก็เปิดประตูห้องน้ำเดินออกมาพอดี

  หานเวินเวินหันไปมองอย่างตกใจ “อาบเสร็จแล้วเหรอ? ไวจัง! นี่เพิ่งไม่กี่นาทีเองนะ?”

  หลินเจิ้งหรานใช้ผ้าเช็ดผม “แล้วปกติจะอาบน้ำนานแค่ไหนกันล่ะ?”

  หานเวินเวินมองหลินเจิ้งหรานที่เพิ่งออกจากห้องน้ำ เขาใส่กางเกงกลับเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้ใส่เสื้อ เหลือเพียงท่อนบนที่เปลือยเปล่าให้เห็นกล้ามเนื้อชัดเจน

  ก่อนหน้านี้เธอเคยจับผ่านเสื้อผ้า ก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาแข็งแรง

  แต่ไม่เคยเห็นชัดขนาดนี้มาก่อนเลย

  กล้ามเนื้อของหลินเจิ้งหรานไม่ได้ใหญ่โตเวอร์วัง แต่สัดส่วนพอดี แถมยังมีกล้ามเนื้อชัดเจนอย่างเป็นธรรมชาติ ดูแล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน

  หานเวินเวินกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว เสียงก็แปรเปลี่ยนไปทันที “ฉันน่ะ ถ้าไม่ครึ่งชั่วโมงก็อาบไม่เสร็จหรอก พี่เจิ้งหรานอาบแค่สิบกว่านาทีเองใช่ไหม?”

  “ผู้ชายก็อาบน้ำแค่นี้แหละ เธอกินยาท้องเสียแล้วใช่ไหม?”

  “อื้ม~”

  หลินเจิ้งหรานเช็ดผมต่อพลางหันไปเห็นบางอย่างผิดปกติ

  เขาเห็นว่าหานเวินเวินเปลี่ยนชุดแล้ว และขาอ่อนขาวเนียนของเธอก็หุ้มด้วยถุงน่องสีดำ

  “เธอไปเอาถุงน่องมาจากไหน?” เขาถามด้วยความงุนงง

  หานเวินเวินตอนแรกก็แค่ตั้งใจจะใส่ถุงน่องยั่วเล่น ๆ หวังแหย่หลินเจิ้งหรานซะหน่อย

  แต่พอเห็นเขาเปลือยท่อนบน กล้ามเนื้อชัดเปียกน้ำแบบนั้น แถมยังดูหล่อกว่าปกติอีก

  เธอกลับเขินจนไม่กล้าแหย่อะไรอีก

  เลยเอาตุ๊กตามาวางบังขาตัวเอง พูดหน้าแดงว่า “ก็ซื้อไว้นานแล้ว~ พี่เจิ้งหรานว่าไม่สวยเหรอ?”

  หลินเจิ้งหรานไม่อยากบ่นอะไรนัก รู้สึกว่าหมาจิ้งจอกตัวนี้ยังเร็วไปหน่อย

  ยังไงก็ยังอยู่มัธยมปลายกันอยู่เลย นี่ไม่ใช่สิ่งที่ฮิตในหมู่นักเรียนหรอกนะ

  แต่เพราะอยู่ในบ้านแค่สองคน ก็เลยไม่คิดมาก

  แถมหานเวินเวินดูเป็นผู้หญิงที่ดูโตเกินวัยอยู่แล้ว แม้อายุเท่ากับเหอฉิงหรือเจียงเสวี่ยลี่ แต่พอเธอใส่ของพวกนี้กลับดูไม่ขัดตา

  แต่ถ้าเป็นเหอฉิงหรือเจียงเสวี่ยลี่ แม้จะใส่ถุงน่องสีขาวก็คงดูแปลก ๆ

  “ก็ดูดีแหละ แต่อย่าใส่ออกไปข้างนอกก็แล้วกัน ถ้าอยากใส่ก็ใส่อยู่บ้านพอ ยังดีต่อสุขภาพด้วย ป้องกันเส้นเลือดขอดได้”

  พูดจบก็เดินกลับเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเป่าผมต่อ

  หานเวินเวินชะงัก “ป้องกันเส้นเลือดขอด? พี่เจิ้งหรานรู้เรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?”

  เธอใช้มือยันพรมแล้วลุกขึ้นนั่งอย่างน่ารัก หน้าแดงแล้วพูดเบา ๆ “อีกอย่าง...ก็ไม่ได้กะจะใส่ออกไปอยู่แล้ว~ หนูใส่ให้พี่เจิ้งหรานดูคนเดียวต่างหาก หนูเป็นของพี่เจิ้งหรานคนเดียว ใครจะมีสิทธิ์ดูอีกล่ะ?”

  เธอลุกขึ้นเดินไปที่ห้องน้ำ ค่อย ๆ เดินเข้าไปข้างในแล้วมายืนข้าง ๆ หลินเจิ้งหราน ขณะที่เสียงเครื่องเป่าผมยังดังอยู่

  เธอกระซิบถามด้วยน้ำเสียงแสนหวาน “ว่าแต่~ ให้เวินเวินช่วยเป่าผมให้ไหม?”

  หลินเจิ้งหรานหันไปมองจิ้งจอกน้อยที่ดูเขินอายอย่างแรง

  “กลืนน้ำลายทำไม?”

  “ห้ะ? ไม่มี๊~” เธอกลืนน้ำลายอีกคำแล้วหัวเราะแห้ง ๆ “หนูอาจจะหิวก็ได้ มื้อเย็นยังไม่ได้กินเลย…กินอะไรทีหลังก็ได้”

  เธอส่ายหัว “ไม่สำคัญหรอก~” พลางเอามือแตะที่แขนหลินเจิ้งหราน แล้วถามแบบออดอ้อนอีกครั้ง “ให้เวินเวินเป่าผมให้หน่อยน้า~ พี่เจิ้งหรานจะทำทุกอย่างเองก็ไม่ได้หรอก จะให้เวินเวินอยู่เฉย ๆ เหรอ?”

  หลินเจิ้งหรานเห็นว่าเธออยากช่วยจริง ๆ เลยยื่นไดร์เป่าผมให้

  “งั้นก็เอาสิ”

  “จริงนะ~ เย่!”



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 145 สองคนที่ได้อยู่ตามลำพัง

ตอนถัดไป