ตอนที่ 150 — ขี้เซา
ถึงจะมีผ้าห่มกั้นอยู่ระหว่างกลาง แต่หานเวินเวินก็ยังพยายามเบียดเข้าไปใกล้
ใบหน้าเธอแนบเข้ามาใกล้ พร้อมกับสายตาที่เหมือนกำลังบ่นว่า “ผ้าห่มสองผืนนี้น่ารำคาญจริง ๆ เลย”
“พี่เจิ้งหรานว่าไงล่ะ~ ก็เพราะเจ้าผ้าห่มพวกนี้แหละที่คั่นเราสองคนไว้”
หลินเจิ้งหรานก็ทำอะไรกับจิ้งจอกตัวนี้ไม่ค่อยได้อยู่แล้ว
สุดท้ายก็ต้องยอมเปิดผ้าห่มออกชั่วคราว “มาก็ได้ แต่ห้ามซนนะ”
“อื้ม~!”
แววตาเว้าวอนของเจ้าจิ้งจอกกลายเป็นประกายดีใจ เธอพุ่งเข้ามาในผ้าห่มของหลินเจิ้งหรานด้วยความเร็วแสง
ถึงแม้จะยังใส่เสื้อไหมพรมกับถุงน่องอยู่ แต่แค่ได้ถูกกอดไว้ในอ้อมแขนของหลินเจิ้งหรานแบบนี้ เจ้าจิ้งจอกก็นับว่าพอใจสุด ๆ แล้ว
เธอซุกหน้าลงบนอกของเขา มือก็กอดแน่นอยู่ที่แผ่นหลัง
ขาเล็ก ๆ ยังแอบหนีบขาของหลินเจิ้งหรานเอาไว้แน่น
หลินเจิ้งหรานลูบเส้นผมยาวของเธอ พลางรู้สึกได้ว่าเจ้าจิ้งจอกพยายามซุกเข้ามาในอ้อมแขนของเขาให้แนบแน่นยิ่งขึ้น
แต่วันนี้หานเวินเวินกลับนิ่งผิดคาด เธอไม่ได้ทำอะไรเกินเลย แถมยังดูเขิน ๆ ด้วย
จนผ่านไปพักใหญ่ถึงเอ่ยเสียงเบาอย่างหน้าแดงว่า “คืนนี้หนูขออยู่ในผ้าห่มนี้ตลอดคืนได้ไหม? หนูไม่อยากกลับไปแล้วอะ ผ้าห่มของหนูมันหนาว”
หลินเจิ้งหรานชะลอมือที่ลูบหัวเธอ แล้วว่า “ยังไม่เข้าหน้าหนาวเลยนะ เธอจะหนาวอะไร?”
“ก็หนาวจริง ๆ นี่นา ผู้หญิงอย่างหนูตัวเย็นอยู่แล้ว ขอเถอะน้า~ ท่านเจ้าบ้าน~”
หลินเจิ้งหรานถอนหายใจมองแสงที่ลอดเข้ามาตรงผ้าม่าน “ถ้าเธอไม่ซนจริง ๆ ก็อยู่ได้”
หานเวินเวินยิ้มแล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา
หลินเจิ้งหรานเห็นสายตานั้นก็โน้มหน้าลงมาเล็กน้อย “มีอะไรจะพูดอีกหรือเปล่า?”
หานเวินเวินส่ายหน้าเบา ๆ “เปล่าค่ะ แค่อยากฟังคำพูดนั้นจากปากพี่เจิ้งหรานอีกครั้ง...เมื่อกี้หนูไม่ได้มองตาพี่ตรง ๆ เลยอยากได้ยินอีกที”
หลินเจิ้งหรานเลยมองตาเธอแล้วพูดซ้ำ “จริงจังนะ...ในใจฉัน เวินเวินคือคนพิเศษที่ไม่มีใครมาแทนได้”
คิ้วตาหานเวินเวินแทบจะยิ้มแย้มเบิกบานออกมาอย่างเต็มที่ เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะพูดซ้ำให้อีก
ทั้งที่เมื่อกี้เธอก็เห็นชัดแล้ว แต่ก็ยังแกล้งถามซ้ำเพราะอยากฟังอีกสักรอบ
“ชาติหน้า พี่เจิ้งหรานต้องรีบมาหาหนูก่อนเลยนะ หนูจะได้ตามไปกับพี่ อยู่ด้วยกันตลอดไปเลย~”
พูดจบ เธอก็หอมแก้มเขาเบา ๆ แล้วซบหน้าลงกับอกเขาอีกครั้ง “แบบนี้ไม่นับว่าไม่ซนนะ! หนูจะไม่พูดแล้ว หนูอยากนอนหลับสบาย ๆ ในอ้อมอกพี่เจิ้งหราน...ราตรีสวัสดิ์~”
“อืม ราตรีสวัสดิ์” หลินเจิ้งหรานก็หยุดมือลูบผมของเธอ
ต้องยอมรับเลยว่า เจ้าจิ้งจอกตัวนี้ตัวหอมชะมัด
พอเธอเข้ามาแบบนี้ กลิ่นของเธอก็อบอวลอยู่เต็มไปหมด
คืนนั้นสงบกว่าที่คาดไว้
หลังจากที่หานเวินเวินหลับ เธอก็ฝัน...
ฝันว่าในวัยเด็ก หลินเจิ้งหรานได้เจอเธอตั้งแต่เนิ่น ๆ
ตอนยังอยู่อนุบาล เขาก็จูงมือพาเธอไปเรียน ไปเล่น ไปเติบโตด้วยกัน
หลังจากที่แม่เธอจากไป เขาก็เป็นคนคอยปลอบใจไม่ให้เธอเสียใจ
อยู่เป็นเพื่อนแบบนี้มาตลอดจนโตเป็นสาว
...
เช้าวันอาทิตย์ เมื่อหานเวินเวินกับหลินเจิ้งหรานตื่นมา
ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะไปเดินเที่ยวต่อจากเมื่อวานที่ยังไม่ครบ
เพราะยังเหลือที่เที่ยวอีกตั้งเกือบร้อยแห่ง
แต่หานเวินเวินกลับยืนยันจะนอนกอดหลินเจิ้งหรานต่อไม่ยอมลุก
เขาจะขยับออกก็ไม่ให้ ซบแล้วซบอีก อ้อนแล้วอ้อนอีก ไม่ยอมให้ลุกเลย
เพราะเธอรู้ว่า...ถ้าเขาลุกขึ้นมาเมื่อไหร่ เธอก็คงหมดสิทธิ์จะได้กอดแบบนี้แล้ว
หลินเจิ้งหรานถามขึ้น “ไม่หิวเหรอ?”
“ไม่หิวไม่หิว ยังไงก็ห้ามลุก! วันหยุดก็ต้องนอนขี้เซาอยู่แบบนี้แหละ! ถ้าพี่หิว หนูจะไปหยิบของกินมาให้เอง พี่ห้ามลุกจากเตียงเด็ดขาด เข้าใจไหม!”
ทั้งสองคนนอนคุยกันไปเรื่อย ๆ ไม่มีสาระอะไรเป็นพิเศษ
คุยเลอะเทอะไร้จุดหมาย นอนขี้เซากันอยู่ในผ้าห่มนั่นแหละ
จนเวลาล่วงเลยไปถึงบ่ายสองกว่า ๆ
สุดท้ายก็ต้องยอมลุก หานเวินเวินถึงค่อย ๆ ถอนตัวออกจากผ้าห่มอย่างอาลัยอาวรณ์
พอลุกแล้วก็จัดข้าวกลางวันง่าย ๆ ก่อนไปขึ้นรถกลับโรงเรียนด้วยกัน
...
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
การจัดอันดับ “ดาวรุ่งดวงใหม่” ก็ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ
เจียงเสวี่ยลี่ได้อันดับหนึ่งแบบไม่มีข้อกังขา
แถมยังทิ้งห่างอันดับสองแบบขาดลอย
เจียงจิ้งซือจึงวางแผนจะใช้กระแสของเจียงเสวี่ยลี่ตอนนี้ให้เป็นประโยชน์ ด้วยการสร้างทีมงานส่วนตัวให้เธอโดยเฉพาะ
ตั้งใจจะถ่ายมิวสิกวิดีโอเพลงหลายชุด ปล่อยเพลงใหม่อีกหลายเพลง
เพื่อโปรโมตเธออย่างเต็มที่