ตอนที่ 165 – วุ่นรักในห้องน้ำ
หลินเจิ้งหรานเห็นเจ้าหมาจิ้งจอกตัวนี้ทำหน้ามุ่ยพึมพำอะไรอยู่คนเดียว ก็ยื่นมือออกไปหา
แต่หานเวินเวินกลับไม่ยื่นมือมาจับ ตรงกันข้าม เธอลุกขึ้นครึ่งตัวแล้วโถมเข้ามากอดคอหลินเจิ้งหรานเอาไว้ทันที
สองคนแนบชิดกันสนิทสนม
เสียงเธอแผ่วเบาและเย้ายวนกระซิบข้างหูเขาว่า “ยังพอมีจิตสำนึกอยู่นี่นา พอจะรู้จักง้อฉันหน่อย แต่เมื่อคืนพวกพี่สองคนไปทำอะไรกันมา?!”
ประโยคท้ายของเธอแฝงด้วยน้ำเสียงเค้นถาม กลิ่นหอมจากลมหายใจพ่นลงบนติ่งหูเขา “แล้วไปโผล่ที่โรงแรมได้ไงฮะ?”
หลินเจิ้งหรานกอดเจ้าหมาจิ้งจอกไว้ แต่ยังไม่ตอบในทันที
เขาเอามือลูบหัวเธอแทน
หานเวินเวินมองเขาตาเขม็ง แล้วค่อย ๆ ฟุบหน้าลงซบไหล่เขา หลับตาเบา ๆ
โดนเขาลูบหัวอยู่นานจนหมดแรงจะโวยวาย “มีอะไรผิดพลาดรึเปล่า?”
หลินเจิ้งหรานถึงได้เริ่มอธิบาย “ไม่มีอะไรผิดพลาดหรอก แค่เมื่อคืนฉันพาเธอไปตัดผมแล้วก็ซื้อชุดชั้นใน พอกลับถึงหอพักประตูก็ปิดแล้ว เลยต้องออกมาหาที่พักนอนกันเฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไรพิเศษเลย”
ข้อมูลประโยคเดียว แต่สำหรับจิ้งจอกน้อยแล้วถือว่าเยอะมาก
เธอลืมตาขึ้น อ้าปากค้าง ผละตัวออกเล็กน้อยแล้วมองเขาพร้อมขมวดคิ้ว “ตัดผมพอเข้าใจนะ แล้วเรื่องซื้อชุดชั้นในหมายความว่าไง?!”
“เรื่องมันก็แปลกดี เมื่อคืนตอนอยู่ในร้านตัดผม มันก็แบบนั้นแบบนี้ แล้วชุดชั้นในเธอก็เลยกลายเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ สุดท้ายฉันก็เลยเป็นคนไปซื้อให้เธอเอง”
หลินเจิ้งหรานเล่าเรื่องเมื่อคืนอย่างเรียบ ๆ แล้วก็จับตามองแววตาหึงหวงของหานเวินเวินที่จ้องเขาอย่างไม่มีอารมณ์อื่นปะปนเลย
หานเวินเวินสูดลมหายใจแรงสองครั้ง ก่อนจะพูดต่อว่า
“ไปซื้อชุดชั้นในให้ลี่ลี่โดยเฉพาะ?! รู้ไหมว่ามันมีความหมายแค่ไหนสำหรับผู้หญิง?! พี่ยังไม่เคยซื้อให้ฉันเลยนะ ผ้าอนามัยก็ยังไม่เคยซื้อให้ด้วยซ้ำ!”
หลินเจิ้งหรานตอบกลับไป “นี่มันก็กรณีพิเศษไง แล้วตอนที่ฉันอยู่กับเธอ เธอก็ไม่เคยขาดผ้าอนามัยไม่ใช่รึไง?”
“มันไม่เหมือนกัน! เรื่องพวกนี้สำหรับผู้หญิงมันส่วนตัวมากนะ แล้วการที่ผู้ชายยอมไปซื้อของพวกนี้ให้น่ะ มันเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมากเลยนะ!”
หลินเจิ้งหรานส่งเสียง “ชู่” ให้เธอเบาเสียงลง
หานเวินเวินยิ่งฟังยิ่งหึงจนขนจิ้งจอกแทบชี้ตั้ง โมโหจนเอาหัวดันหน้าหลินเจิ้งหราน แต่ในสายตาคนอื่นดูเหมือนจิ้งจอกน้อยกำลังกอดหน้าเจ้าของ
แค่แรงจะเยอะไปนิด
หลินเจิ้งหรานหัวเราะออกมา “เธอทำอะไรเนี่ย?”
“กระแทกพี่ไงล่ะ! ไม่อยากข่วนแล้วนี่ กระแทกหน่อยก็ไม่ได้เหรอ?!”
เธอซุกหน้าลงกับไหล่เขา เสียงเบาแทบไม่ได้ยิน “ไม่สนแล้ว พี่ต้องซื้อให้ฉันบ้างนะ ก็พูดแล้วว่าจะตามใจฉันที่สุด ห้ามคืนคำนะ”
“ตอนนี้เลย?”
“แน่นอนว่าไม่ใช่ตอนนี้”
พอได้ยินว่าหลินเจิ้งหรานไปทำดีให้ผู้หญิงคนอื่น หานเวินเวินก็รู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างในใจโดนแหว่งไป
เหมือนจะมีใครมาแย่งสมบัติล้ำค่าของตัวเองไป
เธอกอดเขาแน่นขึ้น แล้วพูดต่อ
“จะให้เธอไปซื้อให้ตอนนี้ก็คงงี่เง่าไปหน่อย ถึงแม้ฉันจะหึง แต่ฉันก็ไม่ใช่คนสร้างปัญหาให้เจ้าของตัวเอง จิ้งจอกน้อยไม่มีวันทำให้เจ้าของลำบากหรอก ไว้รอบหน้าก็แล้วกัน
คราวหน้าเวลาเราไปเที่ยวกันสองคน แล้วเดินผ่านร้านชุดชั้นใน ฉันจะรออยู่ข้างนอก แล้วพี่ก็เข้าไปซื้อชุดชั้นในกับผ้าอนามัยให้ฉันเลย ฉันจ่ายเงินเอง”
เธอเอานิ้วจิ้มแก้มเขาเบา ๆ แล้วทำเสียงอ้อน “แล้วตอบแทนพิเศษ ฉันก็จะซื้อกางเกงใน มีดโกน แล้วก็ของใช้ส่วนตัวให้บ้าง ดีไหม~ ตอบตกลงสิ~ เร็วสิ~”
หลินเจิ้งหรานได้แต่ส่ายหน้าเงียบ ๆ บอกเลยว่าเรื่องอ้อนเนี่ย หานเวินเวินเก่งเป็นอันดับหนึ่ง
ค่อย ๆ พยักหน้า “โอเค ครั้งหน้าเดินผ่านร้านชั้นในจะซื้อให้”
มุมปากของหานเวินเวินโค้งขึ้น เธอค่อย ๆ ขบปากตัวเอง ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
เธอดึงนิ้วกลับไป แล้วถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่หึงน้อยลง “เพราะเมื่อคืนพวกพี่ลับหอหญิงไม่ทันเลยต้องมานอนที่นี่ใช่ไหม?”
“อืม”
หานเวินเวินกระพริบตา มองอย่างจับผิด “งั้นทำไมถึงจองห้องเตียงใหญ่ล่ะ? ทำไมห้องเตียงคู่ไม่ได้? เตียงแยกก็ยังนอนได้ไม่ใช่เหรอ?”
“อ่า จริงด้วย ลืมไปเลยแฮะ”
หานเวินเวินแลบลิ้นใส่ “ตอบให้มันจริงจังหน่อยสิ! ไม่เชื่อหรอกว่าพี่ลืมได้ มีแต่เสี่ยวฉิงฉิงกับลี่ลี่เท่านั้นแหละที่คิดว่าพี่ซื่อบื้อกับเรื่องแบบนี้ แต่ฉันรู้ดีเลยว่านายหัวสมองเต็มไปด้วยอะไรบ้าง”
“เธอไปรู้มาจากไหนอีกล่ะ?”
หานเวินเวินเอียงหัว ยิ้มมั่นใจ
“รู้สิ ตอนครั้งก่อนที่อยู่ในห้องเช่า พี่อดเอวฉันอยู่ ฉันก็รู้แล้ว ฉันมองจากสายตาแล้วเข้าใจได้เลยนะว่าพี่คิดอะไรอยู่ ถึงจะอ่านใจพี่ได้ไม่หมดก็เถอะ แต่ก็พอจะจับไต๋ได้บ้าง”
เธอเอานิ้วแตะริมฝีปากของเขา
“ฉันรู้ว่าพี่ไม่รีบเพราะกลัวพวกเราจะเสียใจ แต่ไม่ได้แปลว่าพี่ไม่รู้อะไรเลยหรอก พี่ก็แค่เลี้ยงลูกแกะให้อ้วน แล้วค่อยจับกินทีเดียว ใช่ไหมล่ะ ฉันรู้ว่ายังไงสุดท้ายพี่ก็จะจับพวกเราสามคนกินเรียบ ไม่มีเหลือแน่ ๆ”
หลินเจิ้งหรานทำหน้าเหนื่อยใจ “พูดแบบนี้ฟังดูเหมือนฉันเป็นพวกคนเลวเลยนะ? แต่เรื่องห้องเตียงเดี่ยวนั่น ฉันพูดไปงั้นเอง ไม่ได้คิดอะไรจริงจัง”
หานเวินเวินแสร้งตกใจ “หรือพี่เป็นคนเลวโดยกำเนิด?!”
หลินเจิ้งหรานแกล้งถาม “ว่าไงนะ?”
หานเวินเวินหันหน้าหนีแล้วฮึดฮัดไม่พูดต่อ “ฉันบอกว่าพี่เป็นคนอบอุ่นโดยกำเนิดต่างหาก อบอุ่นเกินไปแล้ว!”
หลินเจิ้งหรานหัวเราะ แล้วยื่นมือออกไป “งั้นตอนนี้ให้เสื้อลี่ลี่ฉันได้หรือยังล่ะ? คุยวกไปวนมาอยู่นั่นแหละ”
หานเวินเวินมองเสื้อในมือ แล้วยื่นให้เขา
“เอาไปเลย แต่ทำไมพี่ไม่ใส่เสื้อเองล่ะ?”
หลินเจิ้งหรานกระพริบตา “ก็เมื่อคืนเสื้อเธอเปียกไง ฉันเลยให้เธอใส่ของฉัน เธอไม่เห็นเหรอ?”
“พี่ว่าอะไรนะ?!”
“เจิ้งหราน?” อยู่ดี ๆ เจียงเสวี่ยลี่บนเตียงก็สะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เธอเห็นว่าเขาไม่อยู่ก็รู้สึกตกใจ เพราะไม่ใช่ที่คุ้นเคย
“เจิ้งหราน? นายอยู่ไหน?! เจิ้งหราน?!” เธอลุกขึ้นนั่ง
หลินเจิ้งหรานที่อยู่ในห้องน้ำรีบเอามือปิดปากหานเวินเวินไว้
แล้วตะโกนออกไป “ลี่ลี่ตื่นแล้วเหรอ? ฉันอยู่ในห้องน้ำ!”
เจียงเสวี่ยลี่บนเตียงได้ยินเสียงก็โล่งใจ “อ้อ กี่โมงแล้วเนี่ย?”
“เจ็ดโมง ยังเช้าอยู่ นอนต่อก็ได้นะ”
เจียงเสวี่ยลี่ยังง่วงอยู่ เมื่อคืนก็นอนดึก “ถ้างั้นขอนอนต่อหน่อย แต่...นายจะอยู่นานไหม? ฉันก็อยากเข้าห้องน้ำเหมือนกัน”
หานเวินเวินในห้องน้ำเบิกตากว้าง
เหมือนจะถามว่า เอาไงดี?
หลินเจิ้งหรานใช้สายตาตอบไปว่า “เอาไงเหรอ?” เห็นไหม บอกแล้วว่าให้เบาเสียงหน่อย
หานเวินเวินขมวดคิ้วเบา ๆ รู้ตัวว่าเสียงเมื่อกี้เป็นแบบไม่ตั้งใจจริง ๆ แถมเสื้อของหลินเจิ้งหรานยังอยู่กับลี่ลี่อีก นี่มันมากกว่าแค่ “สนิท” แล้วไหม?
หลินเจิ้งหรานเห็นจิ้งจอกน้อยเริ่มตื่นตระหนก ก็แกล้งตะโกนเสียงดังว่า “อืม ฉันใกล้เสร็จแล้ว ลี่ลี่มาทางนี้เลยก็ได้!”
หานเวินเวินตกใจสุดขีด คิดในใจว่า “แล้วฉันล่ะ? จะทำไงดี?!”