บทที่ 195 แผนหลังจากเข้ามหาลัย
หน้าประตูห้องฝึกซ้อม หลินเจิ้งหรานเดินนำอยู่ด้านหน้า ตามมาด้วยหานเวินเวิน
เมื่อครู่ตอนอยู่ในห้องเก็บของ หานเวินเวินไม่คิดเลยว่าห้านาทีจะสั้นขนาดนี้ เดิมทีตั้งใจแค่สามนาที หลินเจิ้งหรานเลยขอเพิ่มอีกสองนาที แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังรู้สึกไม่สะใจพอ
สัมผัสที่ริมฝีปากมันชวนให้หลงใหลจริง ๆ ไม่น่าเชื่อว่าการจูบจะเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์และชวนเคลิบเคลิ้มได้ขนาดนี้
ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากสัมผัสกัน เหมือนเส้นประสาททั้งร่างจะละลายตามไปด้วย
รู้งี้น่าจะอ่อยพี่เจิ้งหรานให้เร็วกว่านี้ตั้งนานแล้ว
แต่เพราะคิดแบบนี้เข้าให้ หานเวินเวินจึงพยายามแสดงตัวให้เหมือนปกติ แต่ใบหน้ากลับยังแดงเรื่ออยู่ดี
ขาเองก็รู้สึกอ่อนแรงอยู่หน่อย ๆ
ส่วนหลินเจิ้งหรานเมื่อเข้าห้องฝึกซ้อมก็วางตัวได้ธรรมชาติหน่อย แต่รสหวาน ๆ จากปากหานเวินเวินก็ยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้น
จิ้งจอกตัวนี้...รสชาติดีจริง ๆ
“ลี่ลี่ เหอฉิง พวกเธอก็มาด้วยเหรอ?”
เจียงเสวี่ยลี่เดินเข้ามาก่อน น้ำเสียงยังคงสดใสเจืออาการแอบหยิ่งเล็กน้อยว่า
“ในห้องเรียนมันน่าเบื่อเกิน เลยแค่มาดูเฉย ๆ ว่าพวกเธอซ้อมการแสดงกันยังไง” แปลได้ว่าฉันไม่ได้มาหานายนะ เข้าใจไว้ด้วย
หลินเจิ้งหรานยื่นมือไปลูบหัวเธอเบา ๆ
หน้าเจียงเสวี่ยลี่แดงขึ้นทันที เธอหันมองรอบตัว ก็พบว่ามีสาว ๆ หลายคนกำลังจ้องมาทางนี้ ทั้งอิจฉา ทั้งริษยา
เจียงเสวี่ยลี่ทั้งได้ใจทั้งเขินจัด พูดตะกุกตะกัก มือไพล่หลัง
“คะคะคะคนเยอะขนาดนี้เลยนะ พี่เจิ้งหรานลูบหัวฉันทำไม ฉันไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ”
หานเวินเวินที่ยืนข้าง ๆ มีอาการหึงนิดหน่อย แต่ก็พูดอะไรไม่ได้
เหอฉิงค่อย ๆ เดินเข้ามา เธอเห็นท่าทางหลินเจิ้งหรานลูบหัวเจียงเสวี่ยลี่ แม้จะรู้สึกแอบหึงเล็ก ๆ เหมือนกัน แต่กลับไปสนใจคำพูดของเจียงเสวี่ยลี่เมื่อครู่มากกว่า
เวินเวินแอบชอบหลินเจิ้งหรานเหรอ?
ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ เพราะอยู่ด้วยกันมานาน ถ้าเวินเวินคิดอะไรแบบนั้นน่าจะเผยออกมานานแล้ว
แต่พอลองนึกย้อนไป เวินเวินก็มีหลายครั้งที่ดูเหมือนจะใส่ใจหลินเจิ้งหรานเป็นพิเศษจริง ๆ แถมตอนที่หลินเจิ้งหรานทำตัวเจ้าชู้ เธอก็หึงออกหน้าออกตา ถึงจะบอกว่าแค่เล่นตามบทก็เถอะ
แต่ถ้านั่นเป็นคำโกหกล่ะ?
หรือว่าเวินเวิน...แอบชอบหลินเจิ้งหรานมาตลอดจริง ๆ?
เหอฉิงหันไปมองหานเวินเวินที่ยืนนิ่งเงียบแต่ไม่ละสายตาจากหลินเจิ้งหรานกับเจียงเสวี่ยลี่
“เวินเวิน? พี่เจิ้งหราน พวกเธอไปไหนกันมาน่ะ?”
หลินเจิ้งหรานตอบเรียบ ๆ
“ไปเอาของให้ครูมาน่ะ หนักไปหน่อย เลยให้เวินเวินช่วยถือ”
ตอนนี้จิ้งจอกน้อยพูดอะไรไม่ออกเลย
ยังคงเคลิบเคลิ้มกับสัมผัสเมื่อครู่ ปากก็เม้มเบา ๆ อย่างควบคุมไม่ได้ รู้ตัวดีว่าพูดมากเดี๋ยวหลุด
เหอฉิงเลยเรียกอีกรอบ
“เวินเวิน?”
หานเวินเวินที่เหม่ออยู่สะดุ้ง “หือ? อะไรเหรอ?” เธอหันมาตอบเหอฉิง พร้อมรอยยิ้มแหย ๆ “มีอะไรเหรอจ๊ะ ฉิงฉิง~”
หานเวินเวินเดินไปคล้องแขนเหอฉิง
เหอฉิงยิ้มบาง “เปล่า แค่เห็นเธอเหม่อ ๆ น่ะ”
หานเวินเวินกระซิบที่ข้างหู “ฉันใกล้จะมีรอบเดือนแล้ว รออยู่น่ะ”
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ใกล้ถึงรอบของเวินเวินแล้วสินะ~”
หานเวินเวินยิ้มหวาน แต่สายตาก็ยังไม่วายมองไปทางหลินเจิ้งหรานที่ยังลูบหัวเจียงเสวี่ยลี่อยู่ สีหน้าเต็มไปด้วยความหึง
คิดในใจว่า…ลูบอะไรนักหนา ยังไม่พออีกเหรอ?
ฝั่งเหอฉิงก็คอยสังเกตสีหน้าหานเวินเวิน มองเธอสลับกับหลินเจิ้งหรานอยู่เงียบ ๆ
หลังจากกลุ่มสี่คนคุยกันพอหอมปากหอมคอแล้ว หลินเจิ้งหรานก็พาสามสาวไปนั่งที่โต๊ะกรรมการด้านหน้า
“พวกเธอนั่งตรงนี้แหละ มุมมองดีด้วย แถมยังได้เห็นเบื้องหลังการแสดงของหลายคนอีกต่างหาก”
เจียงเสวี่ยลี่นั่งด้านขวาของหลินเจิ้งหราน ส่วนเหอฉิงกับหานเวินเวินนั่งฝั่งซ้าย
เสวี่ยลี่ที่มัดผมหางม้าสองข้างพูดขึ้น
“ว่าแต่ พี่เจิ้งหราน ฉันคิดอยู่สองสามวันละนะ ตอนม.ปลายพี่ก็เป็นตัวแทนนักเรียน งั้นถ้าเข้ามหาลัยไป พี่จะเป็นประธานนักศึกษาหรือเปล่า? เพราะถึงเข้ามหาลัยแล้ว ฉันก็ยังไม่คิดว่าจะมีใครเก่งเกินพี่เลย ประธานนักศึกษาน่าจะต้องเป็นพี่แน่ ๆ ใช่ไหม?”
หลินเจิ้งหรานพอฟังเท่านั้นก็รู้เลยว่าเธอคิดอะไร
“นี่เธออยากทำอะไร? พอไม่ได้เป็นหัวหน้าห้องช่วงม.ปลายแล้วมันลงแดงหรือไง?”
เจียงเสวี่ยลี่เกาหัวหน้าแดง มองไปทางอื่น
“อะไรคือลงแดงล่ะ ฉันแค่รู้สึกว่าหน้าที่หัวหน้าห้องเป็นงานที่ฝึกคนได้ดี แล้วก็ได้ข่าวว่ามหาลัยยังมีเรื่องหน่วยกิจกรรมอีก ช่วยรักษาบรรยากาศในมหาลัยได้นี่นา ฉันคิดดูแล้ว ถ้าพี่ได้เป็นประธาน ฉันก็อยากเป็นหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบวินัย”
เหอฉิงถามอย่างสงสัย “ลี่ลี่อยากเข้าชมรมด้วยเหรอ? แต่งานเยอะแบบนั้นไม่เหนื่อยแย่เหรอ?”
เจียงเสวี่ยลี่ดูจะรู้อะไรไม่น้อย
“ปกติก็ต้องมีกิจกรรมเยอะอยู่แล้วแหละ แต่ถ้าพี่เจิ้งหรานเป็นประธาน ฉันก็จะยุ่งไปพร้อมกับเขานั่นแหละ แล้วถ้าเขาได้เป็นจริง ๆ ก็จะมีห้องทำงานใหญ่อีกด้วยนะ~” พูดพลางกางแขนทำท่าจินตนาการ
“ถ้าไม่มีอะไรทำ เราก็จะได้อยู่ในนั้นกับพี่เจิ้งหรานทุกวันเลย~ มีงานก็ไปกับเขา โอ๊ยย ชีวิตดี๊ดี~”
เหอฉิงพยักหน้าเข้าใจ “อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ฉันเคยดูอนิเมะเรื่องหนึ่งก็บรรยากาศแบบนี้เลย ถ้างั้นฉันก็อยากเข้าด้วย!” ยกมือขึ้นทันที
หานเวินเวินหรี่ตาพูดด้วยเสียงนุ่มนวล “งั้นฉันก็เข้าด้วย ฉันจะเป็นเลขานุการให้หลินเจิ้งหรานก็แล้วกัน ฉันจำได้ว่าชมรมในมหาลัยมีแผนกเลขานุการด้วย ไว้คอยจัดการเอกสารให้ประธานอะไรประมาณนั้นแหละ”
เจียงเสวี่ยลี่ตื่นเต้นสุด ๆ พยักหน้ารัว
“เอาเลย! ตกลงตามนี้เลย! ถ้าพี่เจิ้งหรานได้เป็นประธาน พวกเราก็จะเข้าด้วยกันหมด ถ้าไม่ได้ก็ไม่เข้า ใครอยู่กับใครก็อยู่เหมือนเดิม!”
เหอฉิงตอบรับอย่างร่าเริง แต่ก็เหลือบมองหานเวินเวินด้วยสายตาลึกซึ้ง...
อีกด้านหนึ่ง ฝั่งทีมอุปกรณ์ ฟางเมิ่งยังคงยุ่งอยู่กับการตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในการแสดงวันพรุ่งนี้ ระหว่างที่เธอหันไปมองบังเอิญพอดี ก็เห็นสามสาวกำลังนั่งหัวเราะคุยกับหลินเจิ้งหรานอยู่ที่โต๊ะกรรมการ
ในแววตานั้นแอบแฝงไปด้วยความรู้สึกหดหู่บางอย่างที่บอกไม่ถูก
มือถือก็ดังขึ้นอีกแล้ว
เป็นข้อความจากเจียงเชี่ยนอีกเช่นเคย
เจียงเชี่ยน: “หลินเจิ้งหรานถามไหมว่าทำไมฉันไม่ไป? ถ้าเขาไม่ได้ถามก็ช่างเถอะ”
ฟางเมิ่งคิดในใจ — นี่ก็ครั้งที่สามแล้วที่เชี่ยนเชี่ยนถามเรื่องนี้?
เธอตอบกลับไป: “เขายังไม่ได้ถามเลย ตอนนี้เขายังยุ่งอยู่ ถ้าเขาถามเมื่อไหร่ ฉันจะรีบบอกให้เลย”
เจียงเชี่ยน: “รับทราบล่ะ ไม่ถามก็คงไม่แปลกหรอก”
แต่แม้จะพูดว่า “ไม่แปลก” ก็เถอะ... ทว่าในวิลล่า ตอนที่เจียงเชี่ยนอ่านข้อความนั้น หญิงสาวกลับซุกหน้าครึ่งหนึ่งลงในหมอน รู้สึกสับสนไปหมด
“ทำไมเขาไม่ถามนะ... ทำไมถึงไม่ถามล่ะ...”
โชคยังดีที่นี่เป็นช่วงก่อนมื้อเที่ยง
ทางฝั่งห้องซ้อม ทุกคนก็ซ้อมเสร็จกันเรียบร้อยแล้ว หลินเจิ้งหรานเลยกะว่าจะพาสามสาวน้อยออกไปกินข้าวนอกโรงเรียน
แต่ตอนกำลังจะไป เขาก็เห็นว่าฟางเมิ่งยังคงยุ่งอยู่กับการเช็กอุปกรณ์ จึงเอ่ยถามขึ้นมาลอย ๆ
“ว่าแต่ ฟางเมิ่ง เจียงเชี่ยนวันนี้ไม่มาเหรอ?”
ฟางเมิ่งกระพริบตา “วันนี้เชี่ยนเชี่ยนติดธุระเลยไม่ได้มาที่โรงเรียน แต่เธอบอกว่าเย็นนี้จะมาตรงเวลา เพื่อซ้อมเปียโนกับเธอ”
หลินเจิ้งหรานยิ้มบาง “รับทราบ งั้นเธอก็ไปกินข้าวได้แล้วล่ะ ช่วงบ่ายค่อยว่ากัน งานสถิติเครื่องมือยังไงก็ไม่เร่ง”
“ได้ค่ะ” ฟางเมิ่งหน้าแดงนิดหน่อย
หลังจากที่หลินเจิ้งหรานเดินจากไป ฟางเมิ่งก็หยิบมือถือขึ้นมา แล้วพิมพ์ข้อความหาเจียงเชี่ยน
“เชี่ยนเชี่ยน เขาถามแล้วนะ ว่าวันนี้เธอไม่มาเหรอ”
ที่วิลล่า เจียงเชี่ยนตาโตทันทีหลังเห็นข้อความ หัวใจกระหน่ำรัวแทบทะลุออกจากอก
“จริงเหรอ? เขาถามว่าไงบ้าง? เธอตอบว่าไง? ห้ามตัดแม้แต่คำเดียว เล่าให้ฉันฟังทุกประโยคเลย! ฉันก็รู้อยู่แล้วว่าเขาต้องถามแน่ ๆ!”