ตอนที่ 210 ลี่ลี่แสนน่ารัก
ในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของหลินเจิ้งหรานก็ดังขึ้น
เป็นเจียงเสวี่ยลี่ที่โทรมา หลังจากเธอหลับไปในห้องพักโรงแรมได้กว่าชั่วโมง พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าหลินเจิ้งหรานหายตัวไป
สภาพแวดล้อมก็ไม่คุ้นเคยอยู่แล้ว ตื่นมาพบว่าบนเตียงเหลือแค่ตัวเอง ทำให้เธอรู้สึกตกใจ จึงรีบโทรหาเขาทันที
หลินเจิ้งหรานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่าเป็นใครแล้วจึงกดรับ
เจียงเสวี่ยลี่ถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนในสายว่า
“ฮัลโหล เจิ้งหราน นายไปไหนมา ทำไมไม่อยู่ในห้อง?”
มือของหลินเจิ้งหรานยังคงลูบหัวหานเวินเวินอยู่ แม้เจ้าจิ้งจอกน้อยจะหึงอยู่บ้าง แต่เพราะเพิ่งทำเรื่องอย่างว่าไปไม่นาน
ในใจเธอก็ยังมีความพอใจอยู่ไม่น้อย
เธออาศัยจังหวะที่หลินเจิ้งหรานคุยโทรศัพท์ ค่อย ๆ นั่งขึ้นแล้วเอนตัวเข้าไปใกล้เขา
หลินเจิ้งหรานตอบว่า “ลี่ลี่ ตื่นแล้วเหรอ น้ำในห้องหมดแล้ว ฉันเลยออกไปซื้อน้ำ เดี๋ยวก็กลับ”
“ซื้อน้ำเหรอ? อ๋อ งั้นรีบกลับมานะ”
“อืม แค่สามนาที” หลินเจิ้งหรานเห็นหานเวินเวินจ้องมองตนอยู่ ก็อ้าปากงับเบา ๆ ที่ใบหูของเขา
หลินเจิ้งหรานโอบเอวเจ้าจิ้งจอกแล้วบอกลี่ลี่ว่า “งั้นฉันวางสายก่อนนะ”
พอวางสาย เขาก็มองเธอด้วยความสงสัย “เธอจะทำอะไรอีกล่ะ?”
หานเวินเวินตอบอย่างมีนัยว่า “ไม่ทำอะไรหรอก แค่อยากลองดูว่านายยังมีแรงอยู่หรือเปล่า”
“เธอนี่นะ หาเรื่องจริง ๆ”
หลินเจิ้งหรานโอบเธอแล้วจูบกันอีกครั้ง
พอผละออกมาได้สักพัก
หานเวินเวินก็หน้าแดง ถามว่า “เมื่อกี้… สบายดีไหม?”
หลินเจิ้งหรานย้อนถาม “เธอว่าไงล่ะ? ก็เวินเวินของฉันเก่งขนาดนี้นี่นา”
คำชมเพียงเล็กน้อยนี้กลับทำให้เธอรู้สึกภูมิใจอย่างมาก คิดว่าวันนี้เปิดฉากแบบนี้แล้ว เจิ้งหรานก็ดูจะกลายเป็นสัตว์กินเนื้อไปแล้ว
เมื่อก่อนกอดกันก็ไม่เคยกอดไว้นาน แต่ตอนนี้กลับโอบเอวเธอไม่ปล่อย ถึงจะดูเหมือนไม่ต่างกันมาก แต่ความรู้สึกต่างกันลิบลับ
หลินเจิ้งหรานพูดว่า “ฉันไปหาลี่ลี่แล้วนะ เธอกลับบ้านก็ระวังหน่อย”
เจ้าจิ้งจอกพยักหน้าอย่างว่าง่าย
เธอส่งเขาถึงหน้าประตู แล้วโบกมือให้ พลางมองเขาเดินขึ้นไปชั้นสองต่อ
ในใจเธอก็อดรู้สึกหึงขึ้นมาอีกหน่อยไม่ได้
กลับเข้ามาในห้อง เธอนั่งลงตรงที่เขานอน
เอนตัวพิงหัวเตียง ปล่อยผมยาวสยาย
ร่างกายของเจ้าจิ้งจอกแทบไม่มีแรงเหลือ
เธอยกนิ้วเรียวแตะริมฝีปากตัวเอง ตอนนี้มันให้ความรู้สึกเหมือนเคี้ยวหมากฝรั่งนาน ๆ
เป็นความเหนื่อยเล็กน้อย
แต่พร้อมกันนั้นก็เหมือนเพิ่งได้ลิ้มรสอาหารรสเลิศที่ทำให้ใจรู้สึกพอใจอย่างบอกไม่ถูก
รสชาติที่ทำให้ติดใจไม่รู้ลืม
“สีหน้าของเจิ้งหรานเมื่อกี้ ฉันเพิ่งเคยเห็นครั้งแรก”
เธอนึกถึงภาพที่เขาขมวดคิ้วคลายออก หัวใจก็เต้นแรงขึ้น “ท่าทางน่ารักชะมัด… ฉันทำอะไรนิดหน่อย สีหน้าเขาก็เปลี่ยนตาม แถมในตายังมีแต่ฉัน”
หานเวินเวินวางมือลงบนตักตัวเอง ค่อย ๆ หลับตา
“เสียดายจัง ถ้ามีเวลาอีกหน่อย วันนี้ฉันคงได้กินเจิ้งหรานเข้าไปทั้งตัวแล้ว”
เธอส่งเสียงครางเบา ๆ ในลำคอ
จินตนาการบางอย่าง… “เจิ้งหราน… เวินเวินอยากได้นาย… นายให้เวินเวินทำอะไรก็ได้…”
หลินเจิ้งหรานออกจากห้องชั้นหนึ่ง รู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก เวลาหนึ่งชั่วโมงกว่าเมื่อครู่
ก็เหมือนช่วยปัดเป่าความกดดันที่สะสมมานานนับสิบปีออกไปได้บ้าง
เขาไปซื้อขวดน้ำสองขวดจากเคาน์เตอร์
พอกลับเข้าห้องชั้นสอง เจียงเสวี่ยลี่ก็ยังนั่งอยู่บนเตียง ห่มผ้า กำลังนึกถึงความฝันเมื่อครู่
งีบตอนบ่ายแค่ชั่วโมงกว่า เธอกลับฝันเปียก เป็นฝันว่าตัวเองกับเจิ้งหรานไป… กันในป่าเล็ก ๆ
เสียงเปิดประตูดังขึ้น ทำให้เธอสะดุ้ง “เจิ้งหราน? นายเหรอ?”
หลินเจิ้งหรานเดินไปวางน้ำบนโต๊ะหัวเตียง “อืม ตื่นแล้ว?”
เจียงเสวี่ยลี่ที่มัดผมทรงหางม้าสองข้างเห็นว่าเป็นเขาก็โล่งใจ แต่พอนึกถึงความฝันกับสิ่งที่เกิดก่อนนอน ฝ่ามือเธอก็ยังรู้สึกถึงไออุ่นเมื่อครู่
“อืม ตื่นแล้ว นายจะไปรับเหอฉิงกี่โมง?”
หลินเจิ้งหรานยกผ้าห่มขึ้นนั่งลงบนเตียง
หยิบโทรศัพท์มาดูนาฬิกา “ตอนนี้บ่ายสามยี่สิบ ก็คงก่อนสี่โมง พักอีกสักยี่สิบนาทีแล้วค่อยนั่งรถไป”
เขาอธิบายต่อ “ถึงเหอฉิงจะมาถึงเกือบหกโมง แต่เพราะสถานีรถไฟความเร็วสูงอยู่ในตัวเมือง ฉันต้องนั่งรถไปอีกชั่วโมง”
เจียงเสวี่ยลี่พยักหน้าเงียบ ๆ
คิดในใจว่า เหลือแค่ยี่สิบนาทีเอง…
หลินเจิ้งหรานเห็นเธอมองตนไม่เลิกก็ถามอย่างสงสัย “ทำไม มองฉันแบบนั้นทำไม?”
เธอส่ายหน้าปฏิเสธ “เปล่านี่ ไม่มีมองซักหน่อย”
เขานึกถึงตอนดูหนังด้วยกันแล้วสงสัย “ว่าแต่ลี่ลี่นี่ก็แปลกดีนะ ทุกครั้งดูหนังกับฉันทีไร หลับทุกที ตอนอยู่บ้านก็เป็นแบบนี้เหรอ?”
เจียงเสวี่ยลี่ตอบอย่างเขิน ๆ “ไม่เคย! อยู่บ้านฉันก็ดูหนังกับพ่อแม่ได้ปกติ! หรือสมัยเรียน ครูก็เปิดหนังดูในห้อง ฉันก็ดูได้ปกติ!”
“งั้นยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่”
เธอทำหน้าเหมือนโกรธตัวเอง “ใครจะไปรู้ล่ะ อาจเพราะอยู่กับนายแล้วตื่นเต้นเกินไป แต่พอหนังเริ่มก็ดันผ่อนคลายเกิน เลยหลับไป”
“แต่แค่นั้นแหละ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
แม้คราวนี้จะไม่ได้ดูหนัง แต่ที่เขาพาเธอมาที่นี่ก็ทำให้เธอรู้สึกซึ้งใจ
และรสจูบของเขาก็ยังจำได้ชัด
มือเธอกำแน่นขึ้น
จู่ ๆ เธอก็รู้สึกถึงมือของเขาลูบผมหางม้าสองข้างของเธอ
เจียงเสวี่ยลี่สะดุ้ง “เจิ้งหราน นายทำอะไร?”
“ก็เปล่า แค่อยากลูบผมเธอหน่อย ผมสีทองนี่สวยจริง ๆ นะ ฉันเคยจินตนาการไว้ แต่พอเห็นของจริง ดีกว่าที่คิดอีก น่ารักมาก”
เธอหน้าแดง “สวยขนาดนั้นเลยเหรอ? พูดซะเว่อร์”
เขาไม่ตอบตรง ๆ
แค่พูดว่า “ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม ว่าในสายตาฉัน เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักที่สุด ถึงจะเสียงดังหน่อย แต่เวลาที่เธอเดินหรือสะบัดหัว หางม้าสองข้างก็จะกระเด้งไปมา น่ามองดี”
เธอเม้มปาก หันหน้าหนี “เชอะ! ทำเหมือนฉันซนมากงั้นแหละ”
แล้วก็พูดเบา ๆ “แต่ถ้านายชอบก็โอเค”
“หืม?”
เธอหลับตาแล้วพูดเสียงดังด้วยความอาย “ฉันบอกว่าขอแค่นายชอบก็พอ! ฉันแต่งตัวให้สวยก็เพื่อให้นายดูนั่นแหละ นายว่ามันน่ารัก ฉันก็จะทำต่อ นายไม่ชอบก็เปลี่ยนได้ ยังไงฉันก็เป็นแฟนนาย อยู่ที่นายนั่นแหละ”
หลินเจิ้งหรานหัวเราะเบา ๆ แล้วลูบหัวเธออย่างเอ็นดู
“ขนาดนั้นเลย?”
เธอก้มหน้าตอบ “ฉันเคยทำไม่ดีกับนายเหรอ ไอ้บ้า”
เธอคิดว่าการให้เขาลูบหัวแบบนี้มันสบายจริง ๆ แต่ก็อยากจะจูบอีกสักหน่อย เหมือนตอนก่อนนอน เพราะเดี๋ยวเขาก็ต้องไปรับเหอฉิงแล้ว
ถ้าตอนนี้ไม่จูบ พอเหอฉิงมาถึงก็คงไปอยู่บ้านเขาอีก กว่าจะได้จูบกันอีกก็ไม่รู้เมื่อไหร่…
แต่จะให้พูดตรง ๆ ขอเขาจูบก็ประหลาดไปหน่อย…
สายตาเธอเหลือบไปเห็นน้ำขวดบนโต๊ะ แล้วเกิดไอเดียขึ้นมา
“เจิ้งหราน นายหิวน้ำไหม?”
เขาลูบหางม้าของเธอเพลิน “ก็โอเค”
“โอเคอะไร นายก็ไปซื้อน้ำเพราะหิวน้ำไม่ใช่เหรอ งั้นต้องหิวน้ำแน่ ฉันเปิดให้นายเอง”
เธอเอื้อมไปหยิบน้ำ แต่เขายังไม่ปล่อยผม ทำให้ต้องก้ม ๆ เงย ๆ ให้เขาลูบต่อไป
หยิบมาได้ก็พยายามเปิด แต่เปิดไม่ออก
“เดี๋ยว ฉันเปิดให้”
เขาบิดฝาออก แต่ก่อนจะได้ดื่ม เธอก็แย่งไป “อย่าเพิ่งดื่ม ฉันขอดื่มก่อน!”
เธอยกขวดขึ้นดื่มอึกใหญ่
เขามองอย่างงง ๆ ว่าเธอคิดอะไรอยู่
เธอหน้าแดง “รู้ไหม น้ำเปล่ามันไม่มีรสชาติเลย ไม่น่าอร่อย… งั้นนายลองชิมผ่านการจูบ…”
ไม่ทันให้พูดจบ เขาก็ดึงเธอเข้ามากอด “ไม่รู้เธอจะพูดอะไร แต่หน้าแดงขนาดนี้ ฉันเดาได้เอง มาจูบเองเลย”
เธอจ้องเขาอย่างงุนงง คิดว่าเขานี่ทำไมเหมือนยังไม่จบจากจูบก่อนหน้า
หรือว่าเขาก็คิดถึงจูบเมื่อกี้เหมือนกัน…
เธอค่อย ๆ แตะริมฝีปากลงบนของเขา แล้วโอบคอเขาไว้ พร้อมเปิดปากรับรสจูบอย่างเต็มที่
แต่ในจังหวะที่เธอจะเอามืออีกข้างไปโอบเขา
กลับเผลอไปแตะตรงที่ตัวเองนอนเมื่อกี้ แล้วรู้สึกว่าผ้าปูเตียงมันชื้น ๆ… (จบตอน)