ตอนที่ 235 ปาฏิหาริย์ทางการแพทย์
สายเกือบสิบโมงเช้า เจียงจิ่งสือกำลังหลับสบายอยู่ในห้องพักฟื้น เพื่อชดเชยการอดนอนเมื่อคืน
ขณะเดียวกัน ในลานจอดรถของโรงพยาบาล โรลส์รอยซ์คันหนึ่งก็จอดอยู่ได้สักพักแล้ว ฟางเมิ่งกับเจียงเชี่ยนกำลังนั่งอยู่เบาะหลัง
ทั้งสองมองไปทางห้องพักฟื้นห้องหนึ่งเป็นระยะ ๆ
เพราะเมื่อคืนหลินเจิ้งหรานบอกไว้ว่า ต้องหลังเที่ยงตรงวันนี้พวกเธอถึงจะเข้าไปได้ ทั้งคู่จึงไม่กล้าเข้าไปก่อนแม้แต่นาทีเดียว
แต่อยู่บ้านก็ใจคอไม่สงบ สุดท้ายเลยรีบมาก่อนเวลาเพื่อรออยู่ที่นี่
สายตาเย็นชาของเจียงเชี่ยนมองห้องพักฟื้นที่ไม่ต่างจากเมื่อวานเลย แต่ภายในใจกลับตึงเครียดอย่างมาก
สองมือเธอกำแน่น
เธอกลัวว่าหลินเจิ้งหรานเองก็จะหมดหนทางเหมือนกัน เพราะคุณหมอบอกแล้วว่ามันคือโรคร้ายรักษาไม่ได้
“เสี่ยวเมิ่ง โรคนี้เธอว่ารักษาได้ไหม?”
ฟางเมิ่งมองเห็นความกังวลนั้น แต่ยังจำได้ชัดว่า วันที่พาหลินเจิ้งหรานไปหอสมุด เขาเคยพูดเองว่า “ฉันคิดวิธีได้แล้ว”
ประโยคนั้นเธอจำไม่ผิดแน่
“ต่อให้เป็นโรคร้าย แต่โลกนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่า ตัวอย่างแรก อยู่ หลินเจิ้งหรานคืออัจฉริยะที่อายุน้อยที่สุดและเหนือความคาดหมายที่สุดที่ฉันเคยเจอมา มีเขาอยู่ ฉันเชื่อว่าต้องรักษาได้แน่”
เจียงเชี่ยนเหลือบมองฟางเมิ่ง แล้วทั้งสองสบตากัน ก่อนจะหันกลับไปจ้องหน้าต่างห้องพักฟื้นนั้น ดวงตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“ฉันก็คิดเหมือนกัน คนอื่นอาจทำไม่ได้ แต่เขาต้องทำได้แน่”
เธอเว้นไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “แค่ฉันยังไม่อยากเชื่อเลยว่า เขายังมีความสามารถด้านการแพทย์อีกด้วย”
สองเพื่อนสนิทรอกระทั่งเที่ยงตรง พอเข็มนาฬิกาตรงเป๊ะสิบสองนาฬิกาสิบห้านาที ทั้งคู่ก็เดินไปถึงหน้าห้องพักฟื้น
ทั้งสองจ้องไปที่ห้องอันเงียบสงบ ทุกอย่างเหมือนเมื่อวานไม่มีผิด
ราวกับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ในใจพวกเธอกลับหวังว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไปแล้ว
เจียงเชี่ยนสูดลมหายใจลึก เคาะประตูเบา ๆ
เสียงของหลินเจิ้งหรานดังขึ้นจากด้านใน “เชิญเข้ามา”
ทั้งคู่เปิดประตูเข้าไป
หลินเจิ้งหรานเห็นสองสาว กวาดตามองเวลาแล้วยิ้ม “พวกเธอมาพอดีเลย ตรงเวลาเป๊ะ เที่ยงตรงเป๊ะ ๆ”
สายตาของสองสาวจับจ้องไปที่เจียงจิ่งสือบนเตียงที่กำลังหลับสนิท
โดยเฉพาะเจียงเชี่ยน มองพี่สาวที่เหมือนจะยังอยู่ในอาการโคม่า ข้างเตียงไม่มีเครื่องมืออะไรพิเศษ ไม่มีอุปกรณ์ล้ำสมัยใด ๆ
ชั่วขณะนั้น เธออดคิดไม่ได้ว่าหลินเจิ้งหรานอาจจะล้มเหลวไปแล้ว เพราะถ้าอาการดีขึ้นจริง ทำไมทุกอย่างในห้องยังเหมือนเมื่อวานเป๊ะ
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังกัดฟันถามออกไปด้วยความหวัง “เป็นยังไงบ้าง?”
รอคอยคำตอบอย่างกระวนกระวาย
จนกระทั่งเห็นหลินเจิ้งหรานยิ้มแล้วพูด “สำเร็จมาก เมื่อคืนเธอแทบไม่ได้นอน ตอนนี้เลยกำลังพักอยู่ พอตื่นบ่ายนี้ ค่อยให้โรงพยาบาลตรวจใหม่อีกครั้งก็รู้ผลแล้ว”
เจียงเชี่ยนชะงักไป ก่อนค่อย ๆ ได้สติกลับมา มองเขาเพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิด ส่วนฟางเมิ่งก็ยิ้มกว้างออกมา
เจียงเชี่ยนถามต่อ “สำเร็จ? หมายความว่ามีอาการดีขึ้นแล้ว?”
ฟางเมิ่งพูดทันที “รักษาได้จริง ๆ เหรอ?”
หลินเจิ้งหรานเห็นทั้งคู่ดีใจ จึงพูดอย่างสบาย ๆ “ฉันไม่บอกไปแล้วเหรอ ว่าวันนี้พวกเธอมาจะเห็นว่าเธอดีขึ้น?
ฟางเมิ่งเพิ่งจะพูดว่า “สุดยอดเลย!”
เจียงเชี่ยนกลับโผเข้ากอดหลินเจิ้งหรานแน่น
ภาพนั้นทำเอาหลินเจิ้งหรานอึ้งไป เช่นเดียวกับฟางเมิ่ง
เจียงเชี่ยนกอดเขาแน่น น้ำตาไหลไม่หยุด “ขอบคุณนะหลินเจิ้งหราน ขอบคุณจริง ๆ ฉันรู้อยู่แล้วว่าต้องทำได้ ต่อให้หมอบอกว่ารักษาไม่ได้ แต่เธอต้องทำได้แน่ ๆ!”
หลินเจิ้งหรานเข้าใจดีว่า ในฐานะน้องสาวแท้ ๆ เธอเครียดแค่ไหน จึงหันไปสบตากับฟางเมิ่งพร้อมรอยยิ้ม
แต่บนเตียงที่เจียงจิ่งสือกำลังหลับ ก็พลันถูกเสียงรบกวนปลุกขึ้นมา หรือจะบอกว่าถูก “แย่งผู้ชาย” ปลุกก็ได้
เพราะในความฝัน เธอได้ยินเสียงของหลินเจิ้งหรานกับเสียงของน้องสาว คล้ายกับว่ากำลังแย่งเขากันเหมือนเคย
พอลืมตาขึ้นมา ก็เห็นภาพน้องสาวกำลังกอดหลินเจิ้งหราน
เธอตกใจจนรีบลุกพรวดขึ้นนั่งทันที
การลุกขึ้นของเธอทำเอาฟางเมิ่งกับเจียงเชี่ยนสะดุ้งโหยง
เจียงเชี่ยนรีบเช็ดน้ำตา วิ่งมาหา “พี่! พี่ตื่นแล้ว? รู้สึกว่าดีขึ้นกว่าคืนก่อนใช่ไหม?”
ฟางเมิ่งก็รีบตามมา “คุณหนู รู้สึกยังไงบ้างคะ?”
เจียงจิ่งสือที่ยังครึ่งหลับครึ่งตื่น เงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าแฝงความหึงหวง แต่ก็ยังเป็นห่วงน้องสาวที่กำลังร้องไห้ “ดีขึ้นก็จริง แต่...” เธอเหลือบมองหลินเจิ้งหรานแล้วมองน้องสาว “เมื่อกี้พวกเธอกำลังทำอะไรกัน?”
เจียงเชี่ยนงง “ทำอะไร?”
ฟางเมิ่งกลับเข้าใจทันทีแล้วหัวเราะออกมา
เห็นได้ชัดว่าคุณหนูหายดีขึ้นแล้ว ไม่งั้นคงไม่เหลือแรงมาหึงหวงหรอก
เสียงหัวเราะของฟางเมิ่งยิ่งทำให้เจียงเชี่ยนงงเข้าไปใหญ่ หลินเจิ้งหรานก็ได้แต่ถอนหายใจยาว
หลังจากนั้นไม่นาน หลินเจิ้งหรานกับฟางเมิ่งนั่งอีกมุม ส่วนเจียงเชี่ยนนั่งข้างเตียงถามพี่สาว “พี่รู้สึกดีขึ้นจริง ๆ เหรอ? ดีขึ้นยังไง? ผ่าตัดเหรอ?”
เจียงจิ่งสือส่ายหัว “เมื่อคืนกินยาที่เขาให้ ก็รู้สึกดีขึ้นเลย”
“ยา?”
หลินเจิ้งหรานกำลังเล่นโทรศัพท์ ตอบข้อความพวกเด็ก ๆ ที่หลายวันไม่ได้เจอ เสร็จแล้วจึงตอบ “เป็นยาพิเศษที่ฉันคิดค้นเอง ไม่ต้องผ่าตัดก็รักษาหายได้ แถมโรคของพี่เจียง ต่อให้ผ่าตัดก็ไม่ช่วยอะไร”
เจียงเชี่ยนได้ยินยิ่งตกใจ...
คิดค้นยาพิเศษด้วยตัวเอง ฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่พอเป็นหลินเจิ้งหราน เรื่องไม่น่าเชื่อก็มักกลายเป็นจริงได้เสมอ
เธอมองเขาด้วยสายตาเลื่อมใส แล้วหันไปบอกพี่สาว “หายได้ก็ดีแล้ว!”
เจียงจิ่งสือพยักหน้า
หลินเจิ้งหรานหยิบขวดน้ำแร่ที่เพิ่งดื่มหมดขึ้นมา ฟางเมิ่งถามทันที “น้ำหมดแล้วเหรอ?”
เจียงเชี่ยนกับเจียงจิ่งสือก็หันมามอง เพราะข้างเตียงยังมีน้ำแร่เกรดดีวางไว้หลายขวด
ทั้งสองเลยเอื้อมไปหยิบพร้อมกัน
ผลคือหยิบขวดเดียวกันพอดี
พี่น้องสองสาวมองหน้ากันงง ๆ
เจียงจิ่งสือ “เชี่ยนเชี่ยน เธอทำอะไร?”
เจียงเชี่ยนถึงอารมณ์ดี แต่เสียงก็ยังแฝงความเย็นชา “จะหยิบน้ำให้เขาไง แล้วพี่ล่ะ พี่เป็นคนป่วยนั่งดี ๆ เถอะ”
เจียงจิ่งสือนึกถึงภาพเมื่อครู่ ถึงไม่ได้พูดออกมา แต่ในใจกลับหึง “ฉันดีขึ้นมากแล้ว เดี๋ยวฉันหยิบให้เอง เธอนั่งไปเถอะ”
ระหว่างที่สองพี่น้องแย่งกัน ฟางเมิ่งก็ลุกไปหยิบขวดใหม่มายื่นให้หลินเจิ้งหราน
เขารับไปพร้อมเอ่ยขอบคุณ
สองพี่น้องเห็นเขาเริ่มดื่มแล้ว ถึงยอมปล่อยขวดน้ำที่แย่งกันอยู่นั้น
แต่พอปล่อย ต่างฝ่ายก็มองหน้ากันอีกครั้งด้วยสายตาที่สื่อความหมายไม่ธรรมดา
บ่ายโมงกว่า หลินเจิ้งหรานพาเจียงจิ่งสือไปตรวจร่างกาย
เหล่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่างเครียดจัด แต่เจียงจิ่งสือรู้สึกดีกับสภาพร่างกายตัวเอง ยิ่งมีหลินเจิ้งหรานอยู่ด้วย ใจเลยสบายมาก
พอถูกเข็นเข้าห้องตรวจ
หลินเจิ้งหราน เจียงเชี่ยน และฟางเมิ่ง รออยู่ด้านนอก
หลังตรวจละเอียดเสร็จ จู่ ๆ ก็มีเสียงคุณหมอร้องขึ้น “อ้าว? เครื่องเสียหรือเปล่า?”
แพทย์ข้าง ๆ ถาม “เกิดอะไรขึ้น?”
“อาจเป็นความผิดพลาดในการตั้งค่า เดี๋ยวลองปรับใหม่”
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำหน้าขรึม เพราะช่วงนี้ยังจะผิดพลาดอีกหรือ?
แต่พอคุณหมอที่เช็กเครื่องละเอียดแล้วกลับอุทาน “เครื่องไม่มีปัญหา! พวกคุณดูสิ บริเวณที่เป็นโรค ตอนก่อนหน้านี้ยังเลวร้ายลงเรื่อย ๆ แต่วันนี้กลับหายเป็นปกติแล้ว! ไม่มีร่องรอยโรคเลย!”
เหล่าแพทย์รุ่นใหญ่พากันขมวดคิ้ว มองภาพบนจอมอนิเตอร์อย่างละเอียด
เสียงอุทานไม่เชื่อหูดังขึ้นต่อเนื่อง
“เหมือนจะจริงด้วย! มันเกิดขึ้นได้ยังไงเนี่ย?!”
“เหลือเชื่อสุด ๆ แบบนี้ไม่สมเหตุสมผล ตรวจข้อมูลเครื่องอีกครั้งสิ!”
คุณหมอที่ตรวจเครื่องยืนยันอีกครั้ง “ไม่มีปัญหาใด ๆ เครื่องแสดงชัดเจนแล้วว่า โรคหายไปหมด! ไม่ใช่แค่ดีขึ้นนะ แต่หายไปเลย!”
ด้านนอก เจียงเชี่ยนกับฟางเมิ่งได้ยินเข้าก็ยิ้มกว้าง หันมามองหลินเจิ้งหราน
เขาก็ยิ้มตอบ
ในใจคิดว่า ประวัติศาสตร์ทางการแพทย์ที่อธิบายไม่ได้ก็มีไม่น้อย และนี่ก็เป็นหนึ่งในนั้น