ตอนที่ 240 สะใภ้ตระกูลหลิน

หลินอิงจวิ้นจ้องขวด เหมาไถ ในมือภรรยาแล้วเอ่ยขึ้นว่า
  “ดูแล้วไม่น่าจะเป็นของปลอม…ว่าแต่เมื่อกี้ที่เธอสังเกตไหม? มีผู้หญิงมาส่งของ ใช่คนเดียวกับที่คราวก่อนมาส่งหนังสือให้หรานหรานรึเปล่า? ใส่สูทดูดีทีเดียว ฉันว่าน่าจะเหมือน…”

  หลินเสี่ยวลี่เบิกตากว้าง “เซลส์เหรอ?!”

  หลินอิงจวิ้นรีบแก้ “อะไรของเธอ เซลส์ที่ไหนล่ะ เลขาสิ!”

  “ก็ฉันพูดว่าเลขานั่นแหละ ใครพูดว่าเซลส์กัน? คุณหูฝาดแล้วต่างหาก”

  หลินอิงจวิ้น: “…”

  หลินเสี่ยวลี่ครุ่นคิด “ถ้างั้น…เด็กผู้หญิงสวย ๆ ที่เข้าไปในห้องหรานหรานเมื่อกี้ บ้านเขาน่าจะทำธุรกิจสินะ?”

  ในห้องนอนของหลินเจิ้งหราน เพราะเพิ่งกลับบ้านมาได้สองวัน ยังไม่ได้เริ่มเก็บกวาดอะไร พ่อแม่ก็ไม่กล้าแตะต้องของของลูกชาย ดังนั้นห้องถึงเต็มไปด้วยตำราแพทย์เกี่ยวกับโรคหัวใจและสมอง

  เมื่อเจียงจิ้งซือก้าวเข้ามาเห็นบรรยากาศคุ้นตา ก็พลันนึกถึงห้องนอนของน้องสาวตัวเอง—ห้องของเฉียนเฉียนก็เต็มไปด้วยหนังสือเช่นกัน

  แต่เมื่อเธอมองปกหนังสือเหล่านั้น กลับพบว่าล้วนแล้วแต่เป็นตำราแพทย์ แตกต่างจากของน้องสาวที่มีตำรารวมสารพัดแนว
  “การที่ฉันมาที่นี่…ดูจะกะทันหันไปหน่อย ไม่รบกวนนายใช่ไหม?”

  หลินเจิ้งหรานยิ้มพลางปิดประตู “แน่นอนว่าไม่รบกวนหรอก ว่าแต่เธอมาที่นี่มีเรื่องอะไร? ร่างกายไม่สบายตรงไหนรึเปล่า?”

  เจียงจิ้งซือส่ายหน้า
  “ไม่มี ตั้งแต่กลับจากโรงพยาบาลสองวันนี้ก็ไม่เคยมีอาการเวียนหัวหรือเหม่อลอยอีกเลย แถมยังมีคุณหมอประจำบ้านมาตรวจเช็กทุกวัน สุขภาพดีมาก”

  หลินเจิ้งหรานพยักหน้า “งั้นก็ดีแล้ว”

  เขามองห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือแล้วบอก “เธอนั่งบนเตียงเถอะ หนังสือพวกนี้ยังไม่ได้เก็บ เก้าอี้เลยวางไม่ลง อีกสองวันฉันจะเอาไปเก็บในโกดัง”

  เจียงจิ้งซือหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมา “หนังสือพวกนี้เป็นตำราแพทย์ทั้งหมดเลย? นายอ่านเพื่อหาทางรักษาโรคของฉันใช่ไหม?”

  หลินเจิ้งหรานไม่ได้ปฏิเสธ เพราะหลักฐานก็อยู่ตรงหน้า
  “โรคของเธอมันแปลก เวลาก็จำกัด เลยต้องหาทางให้เร็วที่สุด จำเป็นต้องอ่านเคสเก่า ๆ กับงานวิจัยต่าง ๆ โชคดีที่ความพยายามไม่เสียเปล่า”

  เจียงจิ้งซือมองไปรอบห้อง เห็นหนังสือกองเต็มไปหมด ความรู้สึกสะท้อนใจถาโถมเข้ามา

  นี่คือห้องนอนของเขา…ที่เต็มไปด้วยตำราเพราะโรคของเธอ คงใช้เวลาอ่านไปนานแค่ไหนกัน…
  แม้ก่อนหน้านี้ที่โรงพยาบาลเธอจะคาดเดาได้ว่าเขาคงพักผ่อนน้อย แต่พอเห็นกับตา ความรู้สึกผิดก็ท่วมท้นยิ่งกว่าเดิม

  บุญคุณนี้ เกรงว่าทั้งชีวิตก็คงตอบแทนไม่หมด…

  หลินเจิ้งหรานเดินมาที่เตียง เห็นเธอยืนนิ่ง “นั่งสิ”

  เจียงจิ้งซือตอบรับวางหนังสือลง แล้วจ้องเขาอย่างแผ่วเบาแฝงความลึกซึ้ง

  หลินเจิ้งหรานก็จ้องเธอเช่นกัน

  ทั้งสองสบตากันอยู่นาน สุดท้ายก็เป็นเขาที่เผยรอยยิ้ม

  เจียงจิ้งซือถึงดึงตัวเองกลับมา แก้มแดงระเรื่อ
  “ที่จริงฉันมาวันนี้ อยากบอกเรื่องหนึ่ง ฉันเล่าเรื่องที่นายรักษาฉันหายให้พ่อแม่ฟังแล้ว เพราะปิดยังไงก็ปิดไม่มิด พวกท่านรู้จักฉันดีเกินไป อีกอย่างเวลาคุยถึงนาย ฉันก็มักจะเหม่อ…”

  หลินเจิ้งหรานพยักหน้ารับเหมือนรู้อยู่แล้ว “ไม่เป็นไร ตอนออกจากโรงพยาบาล ฉันก็บอกเธอแล้วว่าถ้าคุณลุงคุณป้าถามก็บอกไปได้”

  เจียงจิ้งซือจำได้ขึ้นมา
  วันนั้นที่โรงพยาบาล ก่อนจากกัน เขายังกำชับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ กับเธอ

  เธอจึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ไม่ต้องห่วงนะ พ่อแม่ฉันไม่ปากโป้งหรอก พวกท่านรู้ดีว่ามันมีผลกระทบมากแค่ไหน แค่พอรู้ว่านายช่วยฉันไว้ ท่านกับคุณปู่ก็อยากเชิญนายไปบ้านเราสักครั้ง”

  เธอยังเล่าด้วยว่าตอนแรกพ่อแม่ตั้งใจจะมาหาเขาเอง แต่เธอไม่ยอมให้มา

  เรื่องราวทั้งหมด เจียงจิ้งซือเล่าโดยไม่ปิดบังแม้แต่น้อย

  หลินเจิ้งหรานฟังแล้วก็นึกถึงเรื่องทริปท่องเที่ยว
  “ช่วงนี้ฉันอาจต้องไปต่างจังหวัดสักหน่อย ไว้กลับมาแล้วค่อยไปเยี่ยมลุงป้ากับคุณปู่ ประมาณสิบวัน หลังกลับมาจะติดต่อเธออีกที”

  เจียงจิ้งซือยิ้มพยักหน้า “ได้เลย! ตามเวลานายเถอะ ไม่จำเป็นต้องฝืนกำหนดเพื่อเจอพ่อแม่ฉันหรอก ว่าแต่ว่าจะไปต่างจังหวัดนี่…”

  “อืม เคยรับปากไว้แล้วว่าจะไปกับเหอฉิงกับลี่ลี่”

  หลินเจิ้งหรานในเรื่องความสัมพันธ์ชายหญิงถือว่าซื่อสัตย์ จะมีก็เพียงเรื่อง “จิ้งจอกตัวนั้น” ที่ปิดบังไว้ เพราะอีกฝ่ายกำชับห้ามบอกใคร

  นอกนั้นเขาไม่เคยคิดจะปิดบัง เพราะยังไงความจริงก็มักถูกเปิดเผยในสักวัน

  การเป็นหนุ่มเจ้าชู้แบบเปิดเผย ยังดีกว่าโกหกปิดบังเสียอีก

  แต่พอเจียงจิ้งซือได้ยิน ก็แอบสะดุ้งเล็กน้อย แม้จะหึงหวง แต่ก็เพราะความตรงไปตรงมาของเขา ทำให้ไม่รู้สึกเหมือนถูกหลอก

  “อืม…เข้าใจแล้ว”

  เจียงจิ้งซือก็พอเดาได้อยู่บ้าง เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างหลินเจิ้งหรานกับเหอฉิงและเจียงเสวี่ยลี่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอเห็นทั้งสามใกล้ชิดเกินกว่าจะเป็นเพื่อนธรรมดา เพียงแต่เธอไม่เคยคิดจะให้คนไปสืบ

  ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้น เสียงหลินเสี่ยวลี่หัวเราะสดใสดังเข้ามา “หรานหรานจ๊ะ? แม่หั่นผลไม้ไว้ จะเอาเข้าไปให้ได้ไหม?”

  หลินเจิ้งหรานตอบทันที “เข้ามาได้เลยแม่”

  ประตูเปิดออก หลินเสี่ยวลี่เห็นทั้งสองในห้อง เจียงจิ้งซือรีบลุกขึ้นทักทาย
  “สวัสดีค่ะคุณป้า ลำบากแล้ว ฉันช่วยถือเองดีกว่าค่ะ”

  เธอยื่นมือจะไปรับถาดผลไม้

  แต่หลินเสี่ยวลี่หัวเราะ “ไม่เป็นไร ๆ เอ่อ…เจียง…เอิ่มมม”

  หลินเจิ้งหรานรีบบอก “จิ้งซือ เจียงจิ้งซือครับ”

  พอได้ยินชื่อนั้น เจียงจิ้งซือก็หันมามองเขา ใบหน้าขึ้นสีแดงจัด

  ในฐานะแม่ หลินเสี่ยวลี่ผ่านโลกมามาก แถมบ้านนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีสาวสวยมาเยี่ยม เพียงเห็นท่าทางก็รู้แล้วว่าฝ่ายหญิงชอบลูกชายตน

  เห็นแก้มแดงของจิ้งซือ เธอก็ได้แต่ถอนหายใจในใจ

  ไม่ใช่เพื่อนธรรมดาจริง ๆ …

  หลินเสี่ยวลี่วางถาดลงบนโต๊ะ
  “จิ้งซือจ๊ะ ป้ากับลุงต้องออกไปข้างนอก ช่วงเที่ยงคงไม่กลับ เธออยู่คุยเล่นกับหรานหรานที่บ้านได้เลย ส่วนของฝากที่เอามาหน้าประตู…มันเยอะไปหน่อย แถมบางชิ้นก็ดูแพงมาก”

  เจียงจิ้งซือฟังอย่างตั้งใจ

  หลินเสี่ยวลี่รีบย้ำด้วยรอยยิ้ม
  “ป้าไม่ได้มีเจตนาอื่นนะ ป้ากับลุงยินดีต้อนรับเธอ แต่ของมันเยอะจริง ๆ แล้วก็ดูแพง ป้ากับลุงคงรับไว้ไม่ได้ทั้งหมด เอาไว้นิดหน่อยก็พอ ที่เหลือเธอช่วยเอากลับไปเถอะ”

  เจียงจิ้งซือรีบอธิบาย “ไม่แพงหรอกค่ะคุณป้า นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาบ้าน เลยอยากมอบเป็นของกำนัลให้คุณลุงคุณป้าเอง ไม่ได้มีมูลค่ามากมายอะไรหรอกค่ะ รับไว้เถอะค่ะ”

  “แต่…”

  หลินเจิ้งหรานเองก็รู้ดีว่ามันมากเกินไป พ่อแม่เขาไม่เคยรับของเยอะแบบนี้ แต่หากให้เธอขนกลับไป เกรงว่าอีกฝ่ายจะน้อยใจ อีกอย่างสำหรับเจียงจิ้งซือ มูลค่าเหล่านี้คงไม่ได้ถือว่าสูง

  เขาจึงพูดแทรกขึ้น “แม่ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ แม่กับพ่อไปเดินเล่นเถอะ เดี๋ยวผมจัดการเอง”

  คำพูดนี้ช่วยตัดความเกรงใจไปได้มาก หลินเสี่ยวลี่เลยได้แต่ตอบ “ก็ได้ หรานหรานจัดการเองเถอะ งั้นแม่กับพ่อไปเดินเล่นก่อนนะ จะให้ซื้ออะไรติดมือมาบ้างไหม?”

  เจียงจิ้งซือโบกมือ “ไม่ต้องหรอกค่ะคุณป้า จะให้คุณซื้อของให้อีกได้ยังไง”

  หลินเจิ้งหรานก็ว่า “ไม่ต้องหรอกแม่”

  “งั้นพวกป้าไม่กวนแล้วนะ” หลินเสี่ยวลี่ยิ้มพลางปิดประตูออกไป

  ---

  ในห้องนั่งเล่น หลินอิงจวิ้นกำลังเก็บของเตรียมออกไปกับภรรยา เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศหลังตกงาน

  หลินเสี่ยวลี่เดินมาหาสามี มองเขาแวบหนึ่งแล้วถอนหายใจ จากนั้นพูดเสียงเบา “ดูท่าแล้วก็อีกคนแล้วล่ะ ชัดเลยว่าใจจดจ่ออยู่ที่หรานหราน”

  หลินอิงจวิ้นเห็นตั้งแต่แรกแล้ว ไม่งั้นจะหอบของกำนัลมากมายมาด้วยทำไม เหมือนกับหลายคนก่อนหน้า ล้วนอยากมาเป็นสะใภ้บ้านหลินกันทั้งนั้น

  “เรื่องนี้ไว้ค่อยคุยกับหรานหรานทีหลังเถอะ วันนี้ก็ให้เป็นไปตามนี้ก่อน ไปเถอะ ออกไปเดินเล่นหน่อย อีกไม่กี่วันเธอต้องไปสัมภาษณ์ใช่ไหม ต้องเตรียมอะไรบ้างหรือเปล่า?”

  “อืม มีหนังสือที่ต้องซื้ออีกหน่อย เพราะเงื่อนไขสัมภาษณ์เข้มมาก ฉันต้องตั้งใจอ่านให้ดี”



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 240 สะใภ้ตระกูลหลิน

ตอนถัดไป