ตอนที่ 23 หลี่คังกระโดดตึก
รอบข้างพลันเงียบลง
เงียบสนิท
เงียบจนเจียงเหยียนรู้สึกราวกับว่าทั้งโลกนี้มีแค่เธอกับเซียวหยางสองคนเท่านั้น
เสียงหายใจสม่ำเสมอของเซียวหยางดังแผ่วเบามาจากเตียงล่าง
เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่กลับฟังชัดเจนเหลือเกิน
นอกจากเสียงนี้แล้ว ก็มีเพียงเสียงหัวใจของตัวเอง
ตึกตัก…
ตึกตัก…
เจียงเหยียนยื่นหน้าออกจากเตียง มองลงไปข้างล่าง
แสงจันทร์สลัวสาดลอดหน้าต่างลงมาทาบบนใบหน้าของเซียวหยาง
ชั่วขณะนั้น เธอรู้สึกว่าทุกมุมในสมองล้วนเต็มไปด้วยภาพของเซียวหยาง
เธอเอื้อมมือออกไป
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะไต่ลงจากเตียง แล้วนั่งเท้าคางจ้องมองเซียวหยางอยู่ข้าง ๆ
“เซียวหยาง ทำไมเธอหล่อขนาดนี้เนี่ย…” อดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเองออกมา
ไม่รู้ทำไม ตอนนี้เธอรู้สึกว่า มองเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอใจ
อาจเพราะเริ่มง่วงแล้ว เจียงเหยียนขยับหัวไปพิงตัวเซียวหยางเบา ๆ
…
…
เช้าวันต่อมา
เซียวหยางขยี้ตา แสงแดดแยงตาจนลืมตาแทบไม่ขึ้น แอลกอฮอล์เมื่อคืนยังทำให้สมองเขามึนงงอยู่บ้าง
พอปัดมือออกเบา ๆ เขาก็ชะงักไปในทันที
เมื่อคืนเขาถึงกับฝันว่าตัวเองถูกปลาหมึกยักษ์เกาะรัดแน่นไม่ปล่อย
แต่พอลืมตาขึ้นมา นี่มันชัด ๆ เลย!
เด็กสาวคนหนึ่งกำลังนอนฟุบอยู่บนตัวเขา
ใบหน้าสะอาดสดใสภายใต้แสงแดดยามเช้า แดงระเรื่อดูมีชีวิตชีวา
หัวใจของเซียวหยางเต้นระรัว ใบหน้าก็เริ่มร้อนผ่าว เขาถึงกับไปไม่เป็น
ถาม:
ตื่นมาเจอสาวน่ารักคนหนึ่งนอนฟุบอยู่บนตัว ทำไงดีครับ
รอตอบออนไลน์นะครับ ด่วนมาก!
เซียวหยางกลืนน้ำลาย แต่ทันใดนั้นเอง…
ตามธรรมเนียมทั่วไปของผู้ชายตอนเช้า มันก็ควรจะ…
แต่…ในสถานการณ์แบบนี้…
ใช่เหรอ…
เซียวหยางถึงกับช็อก
ขืนขยับขึ้นมา มีหวังอีกฝ่ายตื่นแน่
แล้วแบบนั้นจะทำยังไง โคตรจะขายหน้าตายแน่ ๆ!
แถมถ้าเธอหันมาเห็นอีก…
ก็ไม่ต่างอะไรกับศพซ้ำศพเลยมั้ย!?
งั้น…นอนต่อแล้วกัน…
เซียวหยางค่อย ๆ ดึงผ้าห่มมาห่มอีกครั้ง
แต่ตอนนั้นเอง เจียงตัวแสบก็กระดุกกระดิกนิดหน่อย
เซียวหยางถึงกับกลั้นหายใจ ไม่กล้าขยับแม้แต่นิดเดียว
ทันใดนั้น ประตูก็เปิดออก
“เสี่ยวหยาง เสี่ยวเหยียน ตื่นได้แล้ว กิน—”
สายตาสบกันพอดี เซียวหยางกับแม่ของเขาจ้องหน้ากันนิ่ง
ขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเบา ๆ
“เซียวหยาง อย่าขยับนะ…” เป็นเสียงของเจียงเหยียน…
นัยน์ตาของแม่เซียวเบิกกว้าง ก่อนจะยกนิ้วโป้งให้แล้วค่อย ๆ ถอยหลังออกจากห้อง ปิดประตูลงเบา ๆ
มุมปากของเซียวหยางกระตุกน้อย ๆ…
นี่มัน…
ใครก็ได้ช่วยบอกที เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย!?
เซียวหยางสูดลมหายใจลึก ๆ สาบานกับตัวเองในใจว่า “ชีวิตนี้จะไม่แตะเหล้าอีกเด็ดขาด…”
ภาพความทรงจำเมื่อคืนหายเกลี้ยง ความจำยังค้างอยู่ตอนงานเลี้ยงที่โรงแรมจบลง
จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลย
เซียวหยางก้มหน้าลงเล็กน้อย กลิ่นหอมสดชื่นจากตัวเจียงเหยียนลอยมาแตะจมูกเขา เป็นกลิ่นที่หอมมากจริง ๆ
…
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นจากในกระเป๋ากางเกง
ทันใดนั้น สายตาทั้งคู่ก็ประสานกันอีกครั้ง
แม้เสียงโทรศัพท์จะยังดังอยู่ แต่สมองของทั้งคู่ก็ขาวโพลนไปหมดแล้ว
เซียวหยางกลอกตาไปมา ก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า “เอ่อ…เธอนอนทับมือฉันอยู่น่ะ”
“อ๋อๆ…” เจียงเหยียนตอบเสียงแข็ง รีบขยับตัวไปเล็กน้อยให้เขาดึงมือออกได้
เซียวหยางไม่รู้จะพูดอะไรดี หรือควรทำอะไรดี
จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูรับสายตามสัญชาตญาณ
“ฮัลโหล!”
“ไอ้เซียว!”
“อ้าว ลู่ซิงเหรอ?” เซียวหยางตอบเสียงเบา เหมือนไม่ได้ใส่ใจกับสายโทรศัพท์นัก
“ใช่ ไอ้เซียว เกิดเรื่องแล้ว!”
“หลี่คังกระโดดตึก!”
“อะไรนะ!” เซียวหยางผงะลุกพรวดขึ้นจากเตียงทันที
แต่ด้วยความรีบเกินไป ทำให้หัวไปชนกับเจียงเหยียนที่ยังนั่งเหม่ออยู่
“แค่กๆ…” เซียวหยางได้สติแล้ว เจียงเหยียนก็รีบขยับตัวออกจากเขา ไม่เกาะเขาแน่นเหมือนหมึกยักษ์อีกต่อไป
“เกิดอะไรขึ้น?” เซียวหยางขมวดคิ้วถาม
“คือเมื่อวานหลี่คังมันไปสารภาพรักกับฉินซวียนถงแล้วโดนปฏิเสธใช่ไหมล่ะ
ที่จริงหลี่คังมันบ้านก็ไม่ได้รวยอะไร งานเลี้ยงที่จัดเมื่อคืนก็กู้เงินพวกเงินกู้ในมหาลัยพวกนั้นแหละ”
“เช้านี้ไม่มีเงินจ่ายคืน คิดสั้นขึ้นมา เลยกระโดดตึก!”
“แล้วเขาเป็นยังไงบ้าง?” เซียวหยางถามเสียงเครียด
“ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล โชคยังดีที่แค่ชั่ววูบ แล้วก็เลือกตึกไม่สูงมาก…”
“เฮ้อ…งั้นก็ดีแล้ว!” เซียวหยางถอนหายใจยาว
ยังไงก็เป็นชีวิตคน แถมก็เรียนด้วยกันมาตั้งสามปี
“แต่ตอนนี้ลำบากฉินซวียนถงเลย พ่อแม่ของหลี่คังไปด่ากราดอยู่ที่ร้านอาหาร แถมพวกญาติอีกฝ่ายก็ไปโวยที่โรงแรมด้วย!”
“ไปโวยที่โรงแรมทำไม?” เซียวหยางถามอย่างสงสัย
“บอกว่าโรงแรมคิดราคาแพงเกิน ถ้าไม่ใช่เพราะแบบนั้นหลี่คังจะไปกู้เงินมาสารภาพรักเหรอ…”
“เหตุผลพิลึกเกินไปละ…” เซียวหยางส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
“งั้นนายมาจัดการฝั่งฉินซวียนถงหน่อยเถอะ ฉันอยู่ฝั่งโรงแรม อยู่ไม่ได้แล้ว พวกเขาเสียงดังมาก!”
ฝั่งโน้นเสียงโกลาหลตลอดเวลา
เจียงเหยียนก็อยู่ใกล้พอจะได้ยินคร่าว ๆ
พอรู้ว่าเกือบมีคนตาย ก็ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไปหมด
รีบลุกจากตัวเซียวหยางทันที
เซียวหยางเองก็ไม่รอช้า รีบลุกจากเตียงแล้วเดินออกจากห้อง
“เสี่ยวหยาง เสี่ยวเหยียน ตื่นกันแล้วเหรอ!”
แม่ของเซียวหยางพูดพร้อมรอยยิ้มแบบป้า ๆ
“หิวไหม มากินข้าวก่อนนะ!”
เซียวหยางส่ายหน้า พูดแค่ว่า
“แม่ ผมมีธุระด่วน ต้องออกไปก่อน ไม่กินที่บ้านละ”
“ธุระเหรอ งั้นไปเถอะ รีบ ๆ ไป!”
เซียวหยางสลัดหัวนิด ๆ รีบเข้าห้องน้ำล้างหน้าแบบลวก ๆ ไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยซ้ำ ก่อนจะรีบออกจากบ้าน
“เสี่ยวเหยียน!”
“ป้า!”
“ดูแลเสี่ยวหยางด้วยนะ!”
“หนูรู้แล้วค่ะ” เจียงเหยียนยิ้มเขิน ก่อนจะรีบตามออกไป
“ตามมาทำไม?” เซียวหยางหันมาถามสั้น ๆ
เจียงเหยียนไม่ตอบ เขาเลยไม่ถามต่อ ขับรถมุ่งหน้าไปทางร้านอาหารทันที
ภายในรถ ทั้งสองคนไม่พูดอะไร ไม่มีใครพูดถึงเรื่องเมื่อคืนอีกเลย แต่ชุดที่สวมก็ยังเรียบร้อยดีอยู่ ต่างคนต่างก็รู้ว่าไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นแน่ ๆ
ยี่สิบนาทีต่อมา
ที่ร้านอาหาร
ที่นี่คือร้านของครอบครัวฉินซวียนถง เป็นบ้านของเธอด้วย ทั้งครอบครัวอาศัยอยู่ชั้นสองของร้าน
ป้ายผ้าสีแดงถูกแขวนไว้หน้าร้าน
แม่ของหลี่คังถือเครื่องขยายเสียงในมือ ตะโกนด่าอย่างเกรี้ยวกราดสุดชีวิต
“ฉินซวียนถง! คืนลูกชายฉันมา!”
“ก็เพราะเธอนั่นแหละ เขาถึงได้คิดสั้นกระโดดตึก ลูกชายฉันตามจีบเธอมาตั้งนาน เธอดูถูกเขาอะไรนักหนา!”
“ออกมาเดี๋ยวนี้! มาชี้แจงให้ชัดเจน!”
ฝูงชนเริ่มทยอยมุงดูมากขึ้นเรื่อย ๆ
พ่อของฉินซวียนถงยืนหน้าร้าน หน้าแดงก่ำ โดนญาติฝ่ายหลี่คังล้อมเป็นวงกลมอยู่ตรงกลาง
“ลูกสาวแกอยู่ไหน! ให้ออกมา!
ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายฉัน พวกแกไม่มีใครรอดแน่!” แม่หลี่ตะโกนด้วยความโกรธสุดขีด
พ่อของฉินซวียนถงเป็นแค่เจ้าของร้านเล็ก ๆ จนปัญญาจะแก้สถานการณ์ สีหน้าแดงเถือกจนพูดไม่ออก
ประตูร้านปิดล็อกไว้แน่น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฉินซวียนถงยังอยู่ข้างใน
พ่อของเธอไม่ยอมให้ลูกสาวออกมา เพราะไม่อยากให้ลูกต้องเข้าไปยุ่งกับเรื่องแบบนี้
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
“ก็ลูกสาวบ้านลุงฉินนั่นแหละ
ปฏิเสธความรักจนคนเขากระโดดตึกไป ญาติเขาเลยบุกมาด่าถึงหน้าบ้านแบบนี้!”
“ตายแล้ว! หน้าตาก็สวยเชียว ปากจะร้ายไปถึงขนาดทำคนอยากตายเลยเหรอ?”
“ฉันว่าแล้ว หน้าตาสวยอย่างเดียว นิสัยคงไม่ดีหรอก สุดท้ายก็มาสร้างเรื่องจนได้!”
“ถ้าไม่ได้พูดอะไรแรง ๆ ขนาดนั้น คนจะคิดสั้นเหรอ?”
“เรื่องมันใหญ่โตขึ้นแบบนี้ สุดท้ายมันก็เป็นเรื่องของชีวิตคนเลยนะ!”
เสียงซุบซิบรอบข้างเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ
นักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อคืนหลายคนก็อยู่แถวนั้นด้วย
แต่ด้วยความที่ยังเป็นนักเรียนกันอยู่ ไม่มีใครกล้าทำอะไรได้ นอกจากยืนตาค้างอยู่เฉย ๆ
ทันใดนั้น รถคันหนึ่งก็แล่นมาจอดหน้าโรงอาหาร
“หัวหน้าห้อง!”
“หัวหน้าห้องมาแล้ว!”
“เพื่อนเซียวมาแล้ว!”
ทันทีที่เซียวหยางกับเจียงเหยียนก้าวลงจากรถ ทุกคนก็หลีกทางให้เป็นแนว
(จบตอน)