ตอนที่ 74 พิธีแต่งงานของตระกูลฟางกับตระกูลเจียง
ณ ขณะนี้ ภายในห้องทำงานห้องหนึ่งของสถานีตำรวจ
เพล้ง!
ถ้วยชาถูกเขวี้ยงจนแตกกระจายเต็มพื้น น้ำชากระเซ็นใส่ร่างกายของหัวหน้าหลี่จนเปียกโชก
“ฉันว่าแกก็เป็นตำรวจมานานขนาดนี้แล้ว ทำไมไม่รู้จักดมกลิ่นสถานการณ์บ้างวะ!”
“ผะ...ผม...แต่ตอนนั้นคนของตระกูลฟาง…”
“แกเข้าใจอะไรบ้าง!” หัวหน้าจางตะโกนตัดบททันที
“รู้ไหมว่านี่มันเรื่องของตระกูลฟาง! กล้าลงมือซัดฟางจิ้งหยวนต่อหน้าคนมากมายแบบนั้น แกคิดบ้างไหมว่ากำลังแส่เรื่องที่ใหญ่เกินตัว!”
“จับคนมาก็แล้วไปเถอะ แต่นี่ถึงขั้นคิดจะสอบสวนด้วยความรุนแรงเนี่ยนะ!”
“แกเข้าใจไหมว่าเรื่องนี้มันลึกแค่ไหน แค่ปลาตัวหนึ่งในน้ำขุ่นนี่ก็กัดแกตายได้แล้ว ไม่เข้าใจเลยว่าแกเป็นหัวหน้าชุดได้ยังไง!”
หัวหน้าจางพูดพลางมีสีหน้าเสียดายสุดใจ
“ฉันอ่านแฟ้มคดีแล้ว มีปัญหาเยอะมาก รถหรูรุ่นสูงราคาสองล้านกว่าถูกทุบ แถมยังมีร้านค้าที่เสียหายอีก ทั้งหมดนี้เป็นเงินหลายล้าน”
“นักเรียนที่กล้าเล่นใหญ่ขนาดนี้ แถมยังกล้าท้าชนกับตระกูลฟาง แกคิดว่าเขามีภูมิหลังธรรมดาเหรอ?”
หัวหน้าจางเคาะโต๊ะเสียงดัง แล้วจ้องลึกเข้าไปในตาของหัวหน้าหลี่
“ผะ...ผม…”
หัวหน้าหลี่ถึงกับเหงื่อไหลเต็มใบหน้า
ก่อนหน้านี้หัวหน้าจางไม่พูด เขายังคิดว่าอาจมีทางแก้ไข แต่ตอนนี้ พอรู้ว่าคดีนี้มีน้ำหนักมากแค่ไหน เขาก็เริ่มสติแตก พูดแทบไม่ออก
ตระกูลฟาง เป็นใครกันล่ะ? คนทั้งเจียงตูไม่มีใครไม่รู้จัก
ใครกล้าไปวุ่นวายกับคนที่ไม่ควรยุ่ง ก็มีแต่จะหายนะทั้งนั้น
หัวหน้าหลี่เย็นวาบไปถึงกระดูก แต่ก็ยังไม่สิ้นหวัง พึมพำว่า “แต่ว่า...มันเป็นฟางจิ้งหยางที่โทรมาขอให้ผมสั่งสอนเขาเองนะ ผมก็ไม่รู้…”
“เฮ้อ!”
หัวหน้าจางถอนหายใจยาว พลางส่ายหน้า “แกคิดว่าเรื่องนี้ยังเหมือนเมื่อก่อนงั้นเหรอ!”
“รู้ไหมว่าทนายที่เพิ่งมาคือใคร?”
หัวหน้าหลี่ส่ายหน้า
“เจียงอี้เฉิน เป็นลูกชายคนที่สี่ของตระกูลเจียง ถือว่าเป็นผู้ใหญ่ของฟางจิ้งหยางด้วยซ้ำ และยังเป็นทนายที่มีชื่อเสียงที่สุดของเจียงตูอีกด้วย เขาลงสนามด้วยตัวเองแบบนี้ แสดงว่าตระกูลเจียงก็เข้ามาเอี่ยวแล้ว แล้วแกมีชีวิตอีกกี่ชีวิตถึงคิดจะไปเล่นเกมกลางพายุแบบนี้?”
คำพูดสิ้นสุดลง ใบหน้าของหัวหน้าหลี่ซีดเผือดทันที
ตระกูลเจียง...
ก็เป็นอีกตระกูลที่ยุ่งไม่ได้เหมือนกัน...
“แต่ว่าเรื่องนี้ เขาจะมารังแกคนตัวเล็กอย่างผมหรือเปล่า…”
หัวหน้าหลี่สูดหายใจลึก ตัวแทบชาไปหมดแล้ว
“ตอนนี้เรื่องมันเลยเถิดขนาดนี้ เราก็ต้องยอมรับชะตาแล้วล่ะ”
“ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป นายพักงานไว้ก่อน แล้วเขียนรายงานพิจารณาตัวเองซะ”
หัวหน้าจางโบกมือไล่
หัวหน้าหลี่ถอยหลังหลายก้าว ท่าทางเหมือนลูกเจี๊ยบเปียกฝน
พักงานพร้อมตรวจสอบตัวเอง ไม่ใช่แค่เขียนรายงานเล่น ๆ
ถ้าโชคดีอาจจะได้กลับมาทำงานใหม่ก็ยังถือว่าไม่เลว แต่โอกาสเลื่อนขั้นต่อจากนี้ ก็แทบจะหมดหวังแล้ว เส้นทางอาชีพนี้จบสิ้นตรงนี้เลยก็ว่าได้
…
“อะไรนะ? เจียงอี้เฉินเป็นคนช่วยเขาออกมา?”
ฟางจิ้งหยางเบิกตากว้างเต็มไปด้วยความตกใจ
เดิมทีเขาคิดว่ามีแค่คนบ้า ๆ ที่กล้าตบหน้าน้องชายของเขา และกล้าสาดน้ำใส่หน้าตระกูลฟาง
แต่พอได้ยินว่าเจียงอี้เฉินปรากฏตัว เขาก็เริ่มรู้ว่างานเข้าแล้ว
ตระกูลเจียงกับตระกูลฟาง เป็นตระกูลธุรกิจระดับท็อปของเจียงตูทั้งคู่
แค่ตระกูลเจียงเพิ่งเริ่มพุ่งแรงไม่กี่สิบปีมานี้ ส่วนเรื่องรากเหง้า ตระกูลฟางยังถือว่าลึกกว่ามาก
แต่ถึงกระนั้น ตระกูลฟางก็ไม่กล้าละเมิดตระกูลเจียงง่าย ๆ
ช่วงหลังมานี้ ตระกูลเจียงเหมือนจะมีปัญหาเรื่องการเงิน ปล่อยหุ้นออกมาหลายรอบ จนตระกูลฟางเริ่มรู้สึกถึงโอกาส
จากนั้นทั้งสองตระกูลก็เปิดศึกกันในตลาดหุ้น เล่นกันดุเดือดทีเดียว
แต่ไม่นานนัก ปัญหาก็ได้รับการแก้ไข
ด้วยการแต่งงานของสองตระกูล
ตระกูลเจียงยื่นมือมาแสดงความเป็นมิตร ตระกูลฟางก็รับไว้ทันที
ที่สำคัญคือ ฟางจิ้งหยางก็พอใจกับเรื่องนี้มาก เพราะคนที่เขากำลังจะแต่งงานด้วยก็คือคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเจียง—เจียงเหยียน
เจียงเหยียนเป็นผู้หญิงที่เขาตามจีบมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นช่วงนี้ทั้งสองตระกูลเลยเหมือนอยู่ในช่วงฮันนีมูน มีแต่ไมตรีจิต
แต่ว่า!
ไอ้เซียวหยางที่กล้าตบหน้าน้องชายเขา ทำไมถึงมีเอี่ยวกับตระกูลเจียงได้ล่ะ?
ฟางจิ้งหยางคิดเท่าไรก็คิดไม่ออก
หลังจากไตร่ตรองอยู่พักหนึ่ง เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหา
ปลายสายคือพ่อของเจียงเหยียน หัวหน้าตระกูลเจียง—เจียงอี้หมิง
“จิ้งหยางเองเหรอ มีอะไรดี ๆ ถึงได้โทรหาฉันวันนี้?”
เสียงหัวเราะของเจียงอี้หมิงดังขึ้น ฟังดูไม่มีท่าทีระแวงอะไรเลย
“คุณลุงเจียง ผมแค่อยากสอบถามเรื่องนิดหน่อยครับ คุณรู้จักคนชื่อเซียวหยางไหม?”
คำถามจบลง เจียงอี้หมิงถึงกับชะงัก
รู้สิ รู้จักดีเกินไปเลย!
ก็ไอ้นี่แหละที่ลักพาตัวลูกสาวฉันไปหลายวัน แถมยังพากลับมาบ้านอีกด้วย!
หลังจากที่เจียงเหยียนกลับมา เขาก็สั่งกักบริเวณทันที ไม่ให้ติดต่อกับคนข้างนอกอีก พร้อมกับสั่งให้ลบประวัติการเคลื่อนไหวช่วงนั้นให้หมด
เพราะการแต่งงานของสองตระกูลใกล้เข้ามา เรื่องพรรค์นี้ต้องไม่ให้ตระกูลฟางรู้เด็ดขาด
แล้วอยู่ ๆ ฟางจิ้งหยางโทรมาถามแบบนี้
หมายความว่าเขารู้เข้าแล้วเหรอ?
คิ้วของเจียงอี้หมิงขมวดแน่น ไม่รู้ว่าเจียงเหยียนกับเซียวหยางทำอะไรกันไปบ้างในช่วงนั้น ถ้าฟางจิ้งหยางรู้เข้าจะว่ายังไง?
ก่อนแต่งงานก็โดนแย่งแบบนี้?
เจียงอี้หมิงถอนหายใจยาว “เคยได้ยินชื่อนะ มีอะไรเหรอ?”
ฟางจิ้งหยางเองก็ขมวดคิ้ว
แค่เคยได้ยิน?
หมายความว่า ตระกูลเจียงไม่น่าจะเกี่ยวข้องมาก อย่างน้อยเจียงอี้หมิงก็ดูเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร
เขาครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาช้า ๆ “คนคนนี้...เป็นคนที่ลงมือทำร้ายน้องชายผมครับ”
เจียงอี้หมิงถึงกับถอนหายใจยาวโล่งอกในทันที ที่แท้ไม่ใช่เรื่องของเจียงเหยียน...
เขากลัวที่สุดก็คือเรื่องของเจียงเหยียนจะหลุดไปถึงตระกูลฟาง นั่นมันแทบจะเป็นการ สวมหมวกเขียว ให้ฝ่ายตรงข้ามแล้ว
แต่ถ้าแค่เรื่องที่เซียวหยางไปตบใครเข้า...ก็เรื่องของเขาเถอะ ไม่เกี่ยวกับตระกูลเจียงแม้แต่นิด
“อันนี้ฉันไม่ค่อยรู้เท่าไหร่แฮะ เซียวหยางเหรอ ฉันไม่ค่อยมีความประทับใจดี ๆ กับคนนี้เลยด้วยซ้ำ ไม่เคยเจอตัวจริงนะ แค่เคยได้ยินชื่อแวบ ๆ เท่านั้นเอง”
เจียงอี้หมิงตัดบททันที
ก็แค่เคยได้ยินชื่อ… นอกนั้นไม่รู้จัก ไม่ยุ่ง ไม่เกี่ยว!
ฟางจิ้งหยางฟังแล้วก็โล่งใจเหมือนกัน แต่ก็ยังขมวดคิ้ว
“หลังจากที่จิ้งหยวนถูกซ้อมไป เซียวหยางก็ถูกตำรวจควบคุมตัวไปแล้วครับ”
“อ้อ ดีเลย จับตัวไว้ได้ก็ดีแล้ว!” เจียงอี้หมิงพยักหน้ารัว ๆ
แต่ประโยคถัดมาของฟางจิ้งหยาง กลับทำให้เจียงอี้หมิงช็อกจนแทบชาไปทั้งตัว...
“แต่ว่า...เจียงอี้เฉินเป็นคนที่ช่วยเขาออกมาครับ...”
...
หา???
เจียงอี้หมิงถึงกับตัวแข็งไปทั้งร่าง นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันอีกเนี่ย!?
เจ้าอี้เฉิน แกไปทำอะไรของแกอีกวะ!?
“เรื่องนี้ฉันไม่รู้จริง ๆ นะ ต้องถามเจ้าอี้เฉินดูอีกที” เจียงอี้หมิงรีบถอนหายใจแล้วถอยออกจากเรื่องทันที
“พูดตามตรงนะ ฉันเองก็ไม่ชอบเซียวหยางเลย ไม่รู้ว่ามันไปรู้จักกับเจ้าอี้เฉินได้ยังไง น่าจะเป็นเพราะโดนมันหลอกมากกว่านะ”
ฟางจิ้งหยางพยักหน้ารับ
ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับตระกูลเจียง แค่การกระทำส่วนตัวของเจียงอี้เฉินเท่านั้น…
แต่ทันใดนั้นเอง เสียงของเจียงอี้หมิงก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“ว่าแต่จิ้งหยาง เรื่องของนายกับเหยียนเหยียน เราควรจะหาเวลาไปตกลงเรื่องพิธีกันให้เร็วที่สุดนะ!”
สีหน้าของฟางจิ้งหยางสดใสขึ้นทันที เขายิ้มอย่างปลาบปลื้ม
…
(จบตอน)