ตอนที่ 90 หลินฉีเยว่คิดอยากมีลูกแล้ว!!!

  หลังจากเซียวหยางส่งเจียงซ่างเสวี่ยกลับไปที่มหาลัยแล้ว เขาก็โบกแท็กซี่กลับบ้านเอง

  ตัวบ้านถูกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว แม้ก่อนหน้านี้จะมีคนเข้าออกกันเยอะ แต่ตอนนี้กลับเงียบสงัด

  เซียวหยางนอนเอนกายอยู่บนเตียง แต่ยังไม่หลับ เขากำลังคิดถึงสิ่งที่ต้องทำต่อไปอย่างละเอียด

  อย่างแรกก็คือ แผนสร้างแบรนด์และขยายแฟรนไชส์ของเจียงซ่างเสวี่ย ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ช่วงแรกก็เป็นเงินจริง ๆ ที่สามารถเอามาคิดรวมในกำไรเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จได้

  ต่อมาก็คือ เงินในมือ

  สิบสี่ล้านหยวน กับอีกหนึ่งคำสารภาพรักที่รอคอย

  อย่ามองว่าเงินเยอะ แต่เซียวหยางรู้ดีว่า สำหรับตระกูลฟางแล้ว เงินเท่านี้ไม่ใช่เงินเลย

  ค่าชดเชยเป็นร้อยล้าน สำหรับฟางจิ้งหยางยังเฉย ๆ เหมือนไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ แค่นี้ก็พอเดาได้แล้วว่าตระกูลฟางรวยขนาดไหน

  บัตรคืนเงินสิบเท่า

  ถ้าใช้เงินสิบสี่ล้านหยวนนี้หมด ก็จะได้คืนเป็นร้อยสี่สิบล้านหยวน

  เซียวหยางถอนหายใจยาว

  ร้อยสี่สิบล้าน เป็นจำนวนเงินที่มหาศาล แต่เอามาคิดดูแล้ว…ก็ยังไม่พออยู่ดี

  ช่างเถอะ ยังมีเวลา ค่อย ๆ เดินไปทีละก้าวก็แล้วกัน

  ตอนนี้เซียวหยางกลับรู้สึกตื่นเต้นรอการสารภาพรักจากหลินฉีเยว่

  ไม่รู้ว่าคราวนี้ เธอจะให้ของขวัญอะไรมา ถึงจะเป็นแค่ห้าล้านหยวน แต่ถ้าใช้บัตรคืนเงินสิบเท่า ก็จะกลายเป็นห้าสิบล้าน ซึ่งถือว่าไม่น้อยเลย

  ถ้าได้ให้ฉิงเซวียนถงมาสารภาพรักอีกก็คงจะดีที่สุด

  เขาคิดในใจ

  แล้วก็ด่าตัวเองเบา ๆ ว่าไอ้ผู้ชายใจพัง ก่อนจะสลัดความคิดนั้นทิ้งไป

  มีหลินฉีเยว่คนเดียวก็ทำให้เขารู้สึกผิดพอแล้ว ถ้ายังจะเอาฉิงเซวียนถงเข้ามาอีก…

  เลิกคิดเถอะ

  …

  เช้าวันถัดมา

  เซียวหยางตื่นขึ้นมา ก็เจอข้อความจากเจียงซ่างเสวี่ยก่อนเลย

  เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าเธอกลับไปแล้วจะไม่พัก แต่กลับส่งแผนงานที่ทำเสร็จแล้วมาให้เขาดูทันที

  เซียวหยางดูแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เข้าใจ แต่เขารู้สึกว่า…

  อืม สิ่งที่เจียงซ่างเสวี่ยพูดมีเหตุผลทั้งหมด เธอพูดถูกทุกอย่าง! สุดท้ายก็ปล่อยให้เธอดูแลทั้งหมด

  ส่วนเรื่องเงินเดือน เขาลืมไปสนิท เจียงซ่างเสวี่ยเองก็ไม่ได้พูดถึงเลย

  จากนั้นก็เป็นข้อความจากเจียงอี้เฉิน

  ด้วยฤทธิ์ของเหล้าสองขวด เจียงอี้เฉินก็เริ่มลงมือแล้ว

  นอกจากความสามารถเฉพาะด้านที่เก่ง เขายังมีทีมทนายความฝีมือดี ตอนนี้ได้ร่างคำฟ้องและส่งขึ้นศาลเรียบร้อย คาดว่าอีกไม่กี่วัน กลุ่มบริษัทฟางก็จะได้รับหมายศาลแล้ว

  ไม่เพียงเท่านั้น ยังรวมไปถึงโครงการหมู่บ้านซิ่งฝู กองถ่ายละคร และอื่น ๆ อีก

  ไม่มีพลาดสักที่เดียว

  “ถ้าค่าชดเชยได้ตอนนี้ก็คงจะดี!” เซียวหยางถอนหายใจ

  แต่มันคงไม่ได้หรอก

  ส่วนหลินฉีเยว่ก็บอกให้เขารออยู่บ้าน เพราะมีเซอร์ไพรส์

  เขาไม่แน่ใจว่าเซอร์ไพรส์คืออะไร แต่ก็รู้ว่าการสารภาพรักครั้งที่หกของเธอน่าจะใกล้เข้ามาแล้ว

  หลังจัดการทุกอย่างเสร็จ เขาก็นั่งรอหลินฉีเย่อยู่ที่บ้าน

  ระหว่างรอก็เปิดคลิปสั้น ๆ ดูไปเรื่อย…

  …

  ในขณะเดียวกัน หลินฉีเยว่ก็ห่อหุ้มตัวเองเหมือนเจ้าม้วนบ๊ะจ่าง แถมยังใส่หน้ากากอีก ต่อให้เซียวหยางมาอยู่ตรงนี้ก็คงจำเธอไม่ได้

  ผู้หญิงทุกคนย่อมรักสวยรักงาม

  ถึงแม้จะเข้าหน้าหนาว อากาศเย็นลง แต่ก็ยังมีสาว ๆ หลายคนโชว์เรียวขาขาวสะดุดตา เรียกสายตาหนุ่ม ๆ ได้ไม่น้อย

  แต่หลินฉีเยว่กลับใส่เสื้อกันหนาวสีน้ำเงินทั้งตัว เดินหดคอเหมือนกลัวใครจำได้

  เธอมองซ้ายมองขวา แล้วค่อย ๆ เดินย่องเข้าไปในร้านขายยาแห่งหนึ่ง

  “สวัสดีค่ะ คุณลูกค้าต้องการซื้อยาอะไรคะ?”

  “อะ…”

  หลินฉีเยว่ชะงัก เกาศีรษะเล็กน้อยอย่างไม่รู้จะเริ่มยังไง

  เธอกวาดตามองรอบ ๆ แล้วพูดเสียงเบา “คือ…อันนั้น…ที่ปกติวางไว้ตรงเคาน์เตอร์คิดเงินน่ะ…”

  พูดไม่ทันขาดคำ ใบหน้าของเธอก็แดงจัด

  “คุณหมายถึงน้ำมันหม่องเหรอคะ?”

  พนักงานสาวงงไปครู่หนึ่ง ยังไม่เข้าใจ

  หลินฉีเยว่รีบโบกมือ “ไม่ไม่…คือ…ในซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านสะดวกซื้อก็มี วางไว้ตรงแคชเชียร์น่ะ…”

  ตอนนี้ใบหูของเธอก็แดงเถือกแล้ว

  พนักงานสาวถึงได้เข้าใจ

  พอเข้าใจปุ๊บ หลินฉีเยว่ก็พยักหน้าหงึก ๆ รัวเหมือนลูกไก่จิกข้าว

  “ใช่…”

  “อ๋อ เรื่องแค่นี้ไม่ต้องเขินก็ได้ค่ะ บอกตรง ๆ เลย” พนักงานยิ้มอ่อนโยน ไม่ได้คิดอะไร

  “…” หลินฉีเยว่อายเกินกว่าจะพูดอะไร จึงเดินตามไปยังมุมสินค้าที่ว่า

  พอเห็นเข้ากับตา เธอก็หน้าแดงจัด คว้าหยิบแบบสุ่มหนึ่งกล่อง แล้ววางแบงค์ร้อยไว้บนเคาน์เตอร์ทันที

  กว่าพนักงานจะหันมาอีกที เธอก็วิ่งออกจากร้านไปแล้วเหมือนกระต่ายตกใจ

  พอพ้นร้าน เธอก็หอบหายใจแรง

  “ช่างมัน ถ้าไม่เหมาะก็ไม่ใช้ก็ได้ อย่างมากก็มีลูกเลย…” เธอพึมพำหน้าแดงจัด

  “อืม ยังไงฉันก็เลี้ยงไหวอยู่แล้ว!”

  เธอมั่นใจในฐานะทางการเงินของตัวเองมาก

  เมื่อคืนเธอคิดอยู่นานถึงคำพูดของเพื่อน ๆ และพ่อ

  ถ้าเซียวหยางขอขึ้นมา จะทำยังไง?
  ปฏิเสธเหรอ…

  คิดแล้วก็กลัวว่า ถ้าปฏิเสธ เขาจะไปหาฉิงเซวียนถง หรือไปหาคนอื่น…

  งั้นไม่ปฏิเสธแล้วกัน ยังไงซะมันก็ต้องมีวันนี้อยู่ดี!

  คิดพลางก็เอามือปิดหน้าที่ร้อนผ่าว

  “หลินฉีเยว่เอ๊ย ตั้งแต่เมื่อไหร่ถึงได้ไม่อายแบบนี้…”

  “ไม่สิ ความสงวนตัวก็เป็นบันไดสู่การสืบพันธุ์นะ!” เธอกัดริมฝีปากเบา ๆ

  คิดดูแล้ว ถ้าไม่ปฏิเสธเซียวหยางมาตั้งแต่แรก ป่านนี้ก็น่าจะได้อยู่ด้วยกันแล้ว

  “งั้นถ้าเขาขอ…ฉันก็ไม่ปฏิเสธ” เธอพึมพำ

  ถ้าเซียวหยางรู้สิ่งที่เธอคิดอยู่ตอนนี้ คงอึ้งไปเลย

  จะอึ้งเพราะขำหรือเพราะช็อกก็ไม่รู้

  นี่แหละเหตุผลที่เช้านี้เธอถึงได้มาร้านขายยา เตรียมของไว้ก่อน เผื่อได้ใช้!

  จากนั้นเธอก็แวะตลาดสด

  คราวก่อนที่ไปบ้านเซียวหยาง เธอไม่ได้เอาอะไรติดมือไป ทำให้เสียหน้าเมื่อเทียบกับฉิงเซวียนถง

  ครั้งนี้เธอตั้งใจจะซื้อของไปทำอาหารให้เขาเต็มที่!

  หลินฉีเยว่ไม่รู้ราคาของตลาดเท่าไหร่ ใครว่าราคาไหนก็จ่ายตามนั้น ซื้อทั้งเนื้อ ผัก และอาหารทะเล แล้วเรียกแท็กซี่ไปยังหมู่บ้านซิ่งฝู

  ถามทางจนเจอบ้านเบอร์ B-23

  “ที่แท้เซียวหยางก็อยู่ที่นี่เอง!”

  “บ้านนี้ดูแล้วขนาดพอ ๆ กับบ้านฉันเลยนะ คิดไม่ถึงว่าเขาจะรวยขนาดนี้ ดันไปคิดว่าเขาไปกู้หนี้นอกระบบมาทำธุรกิจซะอีก!” เธอด่าตัวเองว่าโง่

  แต่ในใจก็ยิ้มอย่างโล่งอก

  พ่อของเธอไม่ว่าอะไร เพราะตอนอยู่ในโรงแรมก็โดนจับได้แล้ว

  แต่แม่ของเธอสอนมาตลอดว่าต้องแต่งงานแบบเหมาะสมกัน

  แต่ก่อนเธอยังคิดว่าถ้าคบกับเซียวหยาง แม่จะว่าอะไรไหม แต่ตอนนี้…เขานี่แหละเหมาะสุด ๆ

  รักกัน แถมฐานะพอ ๆ กัน แม่จะว่าอะไรได้อีก!

  หลินฉีเยว่กดกริ่ง

  ไม่กี่อึดใจ ก็ได้ยินเสียงเซียวหยาง “มาแล้ว!”

  เขาเปิดประตูออกมา…กลับจำเธอไม่ได้

  ในมือมีถุงผักเนื้อ พอไม่ดูการแต่งตัว ก็เหมือนป้าซื้อกับข้าวจากตลาดกลับบ้านเลย

ตอนที่ 90.2

  “เธอ…มาผิดทางรึเปล่า?” เซียวหยางงงเล็กน้อย

  “เป็นฉันเอง!” หลินฉีเย่ว์พูดอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

  “เสี่ยวเย่ว์ของพวกเรา…” เซียวหยางยิ้มอย่างจนปัญญา ไม่คิดเลยว่าหลินฉีเย่ว์จะแต่งตัวแบบนี้มา

  “ทำไมเธอซื้อมาของมาตั้งเยอะเนี่ย!” เซียวหยางถอดหมวกคลุมจากหัวหลินฉีเย่ว์ออก แล้วลูบลงบนศีรษะเล็ก ๆ ของเธอเบา ๆ

  อืม…ต้องยอมรับเลยว่า

  นี่คือจุดที่เซียวหยางพอใจที่สุดในตัวหลินฉีเย่ว์

  การได้ลูบหัวแบบนี้…สัมผัสในมือช่างดีเยี่ยม แถมยังมีความรู้สึกเหมือนได้พิชิตเธออย่างบอกไม่ถูก

  “ไหน ๆ วันนี้ก็มาบ้านนายแล้ว งั้นเราทำกับข้าวกินด้วยกันเถอะ!” หลินฉีเย่ว์ยิ้มกว้าง

  เซียวหยางรับของจากมือเธอมาก่อน แล้วบอกให้รีบเข้าบ้าน

  พอเข้ามาข้างใน หลินฉีเย่ว์ก็ถอนหายใจยาว ถอดเสื้อกันหนาวออก ดึงหน้ากากออก เหลือเพียงเสื้อยาวสีขาวตัวเดียว ลมหายใจพ่นเป็นไอ ความหนาวทำให้แก้มแดงระเรื่อ

  “ข้างนอกมันหนาวขนาดนั้นเลยเหรอ?” เซียวหยางหัวเราะพลางเก็บของและแขวนเสื้อให้

  “ก็ไม่หรอก แค่ใส่เผื่อไว้ กลัวจะเป็นหวัด” หลินฉีเย่ว์หัวเราะแหะ ๆ

  พอเห็นเซียวหยางจะช่วยเก็บของ เธอก็รีบวิ่งไปหา

  “เซียวหยาง เดี๋ยวฉันทำเอง ฉันก็มาทำอาหารให้นายนี่แหละ!” หลินฉีเย่ว์พูดด้วยความมั่นใจ พลางพับแขนเสื้อขึ้น

  “โอ้โห ยังมีฝีมือนี้ด้วย?”

  “ไม่คิดใช่ไหมล่ะ!” หลินฉีเย่ว์เชิดหน้า แต่ในใจกลับแอบกลัวเล็กน้อย

  ความจริงแล้ว เธอก็แค่เก๊กไว้เท่านั้น

  ก่อนมา เธอนึกภาพตัวเองใส่ชุดทำอาหารสวย ๆ เซียวหยางยืนช่วยอยู่ข้าง ๆ แล้วบรรยากาศในครัวก็หวานชื่น ความสัมพันธ์ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น

  อีกอย่าง แม่เคยบอกว่า การจะพิชิตผู้ชาย ต้องเริ่มจากกระเพาะของเขา!
  แม่ก็ทำกับข้าวให้พ่อเลี้ยงกินบ่อย ๆ!

  นี่คือภาพฝันในหัวก่อนเธอมาที่นี่

  แต่พอถือของเข้าครัวแล้ว กลับยืนมึน…

  เครื่องใช้พวกนี้…ใช้ยังไงกันล่ะเนี่ย!

  โชคดีที่พวกนี้เป็นของใหม่ทั้งหมด แถมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบอัจฉริยะ มีคู่มือ ใช้งานไม่ยากนัก
  หลินฉีเย่ว์กวาดตาดูอยู่ จู่ ๆ เสียงเซียวหยางก็ดังมาจากด้านหลัง

  “นางฟ้าหลิน กำลังหาอันนี้อยู่รึเปล่า?”

  เซียวหยางถือผ้ากันเปื้อนอยู่ในมือ

  ไม่รู้ว่าเป็นเพราะระบบตั้งใจหรือเป็นของที่กองถ่ายเหลือไว้ เขากลับหาเจอผ้ากันเปื้อนสีชมพูที่ดูเหมาะกับหลินฉีเย่ว์สุด ๆ

  หลินฉีเย่ว์หันกลับมา

  ก็เห็นว่าเซียวหยางสวมผ้ากันเปื้อนให้เธอ

  “อย่าเพิ่งขยับ”

  รู้ดีว่าหัวเล็ก ๆ ของหลินฉีเย่ว์ชอบทำอะไรเหม่อ ๆ กลัวเธอจะผูกปมตาย เลยช่วยผูกให้เอง

  คนถูกผูกก็ทำตัวเชื่องเหมือนลูกแมว หันมายิ้มหวานให้อย่างไม่ขยับตัว

  “เสร็จแล้ว!”

  “เซียวหยาง นายใจดีที่สุดเลย!”

  เซียวหยางชะงัก นี่แค่แบบนี้ก็ถือว่าดีแล้วเหรอ?
  พูดจบ หลินฉีเย่ว์ก็รีบผลักเขาออกไปจากครัว

  “นายแค่รอกินก็พอแล้ว!”

  “โอเค” เซียวหยางหัวเราะ

  พอเขาออกไป หลินฉีเย่ว์ก็ถอนหายใจเฮือก

  “เริ่มจากนี่ก่อนก็แล้วกัน!” หลินฉีเย่ว์มองไปที่มะเขือเทศกับไข่ไก่ที่วางอยู่

  อืม…

  ทำเมนูมะเขือเทศผัดไข่ ใส่หมูสับหน่อยก็ดี! เห็นภาพในอินเทอร์เน็ตแล้วน้ำลายแทบไหล

  แค่นึกภาพตอนยกไปให้เซียวหยางชิม ใจเธอก็ฮึกเหิมขึ้นมา

  สู้ ๆ หลินฉีเย่ว์ เธอต้องทำได้!
  เซียวหยางเองก็วางใจ ปล่อยให้เธอลองทำตามใจ

  เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหาข้อมูลร้านค้าแถว ๆ นี้

  คิดอยู่พักใหญ่ ในใจก็เริ่มมีแผนว่าจะเอาเงินไปใช้ยังไงให้ไวที่สุด

  วิธีที่ง่ายที่สุด…

  คือเช่าร้าน

  หาเจ้าของร้านใหญ่ ๆ เช่าพื้นที่ไว้ก่อน

  ทีนี้พอร้านปิ้งย่างเปิดสาขา หรือแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จัก มีนักลงทุนมาร่วม เขาก็เอาร้านพวกนี้ปล่อยเช่าให้เลย จะลดราคาหน่อยก็ยังได้ เพื่อดึงดูดนักลงทุนให้มาร่วมด้วย!

  เพราะงั้น บ่ายนี้เขาก็มีแผนเรียบร้อยแล้ว

  ในขณะเดียวกัน ในครัว…

  “หา? ไม่ใช่นะ ก็ทำตามในเน็ตเป๊ะแล้ว ทำไมถึงติดกระทะล่ะ…”

  “โธ่ เหมือนจะไหม้แล้ว…”

  หลินฉีเย่ว์ทำหน้าจะร้องไห้

  ไม่คิดเลยว่า แค่จะทำเมนูมะเขือเทศผัดไข่ง่าย ๆ ไข่ยังไหม้ได้…

  กลิ่นไหม้ลอยออกมาจากครัวทันที

  เซียวหยางได้กลิ่น รีบเดินเข้าไป เห็นเธอทำหน้าลนลานก็อดยิ้มปนปวดหัวไม่ได้

  “เซียวหยาง…” หลินฉีเย่ว์เม้มปาก

  “เอาล่ะ ๆ เดี๋ยวฉันทำเอง” เซียวหยางหัวเราะ

  ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียง “แป๊ะ!”

  เสียงน้ำมันกระเด็น

  หลินฉีเย่ว์ร้อง “อ๊ะ!” ลั่น แล้วรีบเป่ามือ ดูท่าโดนน้ำมันลวกเข้าให้

  เซียวหยางรีบปิดเตา

  พาเธอไปล้างแผลในห้องน้ำ บีบยาสีฟันมาทาบนแผล

  “ไม่เป็นไรใช่ไหม” เซียวหยางถามด้วยความเป็นห่วง

  “ไม่เป็นไร…” หลินฉีเย่ว์เม้มปาก ตาเริ่มชื้น ๆ มองเขาแล้วพูดว่า “ฉันนี่โง่จริง ๆ เลยใช่ไหม~”

  เซียวหยางมองแล้วลุกขึ้น บีบแก้มเธอเบา ๆ

  “ใช่ โง่สุด ๆ”

  “แต่ก็น่ารักมากนะ!” เขาลูบหัวเธอ แล้วเดินกลับเข้าครัว

  “เธอนี่นะ…”

  “อย่างน้อยก็เปิดเครื่องดูดควันหน่อยสิ” เซียวหยางส่ายหน้าอย่างจนปัญญา

  หลินฉีเย่ว์แลบลิ้นเล่น ความหม่นเมื่อกี้หายเป็นปลิดทิ้ง

  เขายังชมว่าตัวเองน่ารักอีกด้วย!
  “ไปพักเถอะ” เซียวหยางมองเธอที่ยืนเหม่ามองเขา

  หลินฉีเย่ว์ส่ายหัว “ฉันอยากดูนายทำ”

  “ได้สิ” เซียวหยางหัวเราะ ก่อนจะเก็บกวาดครัวที่เธอทิ้งไว้

  “ถ้าจะผัดไข่ไม่ให้ติดกระทะ ต้องทำแบบนี้…”

  “ก่อนอื่นทำให้กระทะแห้ง ไม่มีหยดน้ำ”

  “แล้วหรี่ไฟลง ใส่น้ำมัน”

  “พอน้ำมันร้อน ก็เอียงกระทะให้น้ำมันเคลือบทั่ว แล้วใส่น้ำมันถั่วลิสงเย็นเพิ่มหน่อย”

  “จากนั้นใส่ไข่…”

  “แค่นี้ก็ไม่ติดกระทะแล้ว~”

  เซียวหยางช่วยแม่ทำอาหารมาตั้งแต่เด็ก เรื่องนี้สำหรับเขาง่ายนิดเดียว

  แต่เขาไม่รู้เลยว่า ตอนนี้หลินฉีเย่ว์รู้สึกเต็มตื้นมาก

  ทั้งหล่อ…

  ทั้งจริงใจ ทั้งชอบตัวเอง

  ยังสร้างเนื้อสร้างตัวเอง ทำธุรกิจได้ เก่งเรื่องต่อสู้ รู้จักเอาใจอีก

  แถมยังทำอาหารเป็น!

  ทั้งออกงานได้ เข้าครัวได้ คงหมายถึงเซียวหยางนี่แหละ!
  หลินฉีเย่ว์ตาวาวเป็นประกาย

  เซียวหยาง…ตอบโจทย์ผู้ชายในฝันของเธอครบทุกข้อเลย…

จบตอน



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 90 หลินฉีเยว่คิดอยากมีลูกแล้ว!!!

ตอนถัดไป