ตอนที่ 140 อนาคตที่สดใส
หลินฮั่นเหวินได้แต่หัวเราะทั้งน้ำตา
เขาเคยเห็นเหล้าที่บ้านของเซียวหยางมาแล้ว แค่พวกเหล้านั่นก็เพียงพอที่จะบอกได้แล้วว่าเซียวหยางมีเงินหรือไม่
บ้านไหนกันจะมีตู้เหล้าที่วางเต็มไปด้วยเหล้าราคาแพงขนาดนั้น ไม่มีเงิน แล้วจะได้เสพสุขแบบนี้เหรอ?
ดังนั้นเขาจึงยังคงเชื่อว่าเซียวหยางมีศักยภาพทางการเงินจริง
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็เหมือนกับทุกคน
สามพันล้านเพื่อซื้อที่ดินแปลงเดียว นี่มันบ้าชัด ๆ
“ซื้อของประมูล ต้องจ่ายเงินสดตรงนั้นเลยเหรอ?” เซียวหยางเอ่ยอย่างขำ ๆ
เขาไม่เคยได้ยินว่ามีแบบนั้นมาก่อน
“นั่นไม่จำเป็นหรอก” บนเวที สวีจี้อวิ๋นเอ่ยขึ้น
“แต่กฎของงานเลี้ยงเราคือ หลังงานเลี้ยงจบไปแล้วหนึ่งชั่วโมง ต้องชำระเงินให้เรียบร้อย”
ตรงนี้ ฟางจิ้งหยางหันไปยิ้มมองเซียวหยาง
สามพันล้าน! นี่ไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เลย
จะใครกันที่เอาเงินก้อนมหาศาลแบบนี้ออกมาได้ แล้วจะยังเป็นแค่คนธรรมดาโนเนมอีกหรือ?
ประวัติของเซียวหยางนั้นช่างดูธรรมดาเกินไป ถ้าไม่ใช่ว่ามีความลับระดับสั่นสะเทือนโลก ก็ต้องเป็นแค่การเสแสร้งอวดเก่ง แล้วเล่นพลาดเท่านั้น!
ต่อไป ฟางจิ้งหยางยังต้องทำหน้าที่ดำเนินการประมูล เขาไม่อยากเสียเวลากับเซียวหยางต่อแล้ว
อย่างเช่น ที่ดิน E608
แขกส่วนใหญ่ที่มาคืนนี้ แท้จริงแล้วก็หมายตาที่ดินผืนนี้เป็นหลัก
ถ้าเป็นการประมูลตามปกติ ฟางจิ้งหยางมั่นใจว่าจะเอามาได้แน่นอน
แต่ถ้าให้เซียวหยางมาป่วน ดันราคาขึ้น แบบนั้นก็เสียเปรียบฝั่งฟางแน่
เขาไม่อยากให้มีตัวแปรไม่แน่นอนพวกนี้มาโผล่
ถ้าเซียวหยางเอาเงินก้อนนั้นออกมาไม่ได้
เรื่องมันก็ง่ายแล้ว
ไม่เพียงแต่ทำให้ชื่อเสียงพังยับ ยังสามารถขับไล่เซียวหยางออกจากงานเลี้ยง
ถือเป็นการกู้หน้าให้ตัวเองอีกด้วย
ฟางจิ้งหยางมองเซียวหยางราวกับตัวตลก
ไม่นานเขาก็ยิ้มบาง ๆ เอ่ยว่า “จริง ๆ จะรอจ่ายหลังงานเลี้ยงก็ยังทัน”
“เพียงแต่……”
เขากวาดสายตารอบ ๆ อย่างช้า ๆ แล้วพูดต่อว่า “แขกที่นี่ทุกคน ต่างก็ผ่านการตรวจสอบมาแล้ว เบื้องหลังก็ไม่ธรรมดา”
“แต่เธอนี่สิ ที่มาร่วมงานครั้งแรก อย่าว่าแต่ฉันเลย แม้แต่ทุกคนที่นั่งอยู่นี่ ก็ไม่รู้หรอกว่าเธอมีคุณสมบัติมาโผล่ในงานนี้หรือเปล่า”
พูดจบ ฟางจิ้งหยางก็ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ มุมปากยกยิ้ม
“ถ้ามีปัญญาจริง งั้นก็จบการซื้อขายต่อหน้าทุกคนเลยสิ”
เซียวหยางขมวดคิ้วมองฟางจิ้งหยาง
ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงของฟางจิ้งหยางก็ดังขึ้นอีก “ทำไมล่ะ ไม่มีเงินงั้นสิ?”
คราวนี้เซียวหยางถึงกับหัวเราะออกมา
แต่เขาก็ไม่ได้รีบร้อน แค่เอ่ยช้า ๆ ว่า “เงินฉันก็จ่ายแน่”
“แต่เมื่อกี้เราพูดกันแล้วนะ ใครกลัว ใครเป็นลูกหมา!”
“งั้นเอาแบบนี้ นายลองเห่าให้ฉันฟังสองทีสิ ฉันก็จะจ่ายตรงนี้ให้เลย เป็นไง?”
พูดจบ เซียวหยางก็ยักคิ้ว
“เมื่อกี้ฉันไม่ได้พูดเรื่องใครเป็นลูกหมาเลย นั่นมันปากนายพูดเอง ฉันไม่ได้ตกลงด้วยซะหน่อย” ฟางจิ้งหยางสีหน้าเข้มขึ้น
ไม่คิดเลยว่าในสถานการณ์นี้ เซียวหยางยังจะไม่ลืมเย้ยเขาอีก
คนอื่น ๆ ต่างก็หันมามองทั้งคู่
พูดตามตรง เรื่องนี้มันเด็ด!
ตระกูลฟางเป็นตระกูลใหญ่ ใคร ๆ ก็เกรงใจ แต่บางคนก็แอบเกลียดชัง พอเห็นเซียวหยางแซะฟางจิ้งหยาง หลายคนในใจก็สะใจสุด ๆ
เจียงอี้เฉินก็เช่นกัน
แม้เมื่อกี้เขาต่อยเซียวหยางไปหนึ่งหมัด เพราะคิดว่าเซียวหยางหลอกน้องสาวตัวเองจริง ๆ
แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสุขที่ได้เห็นฟางจิ้งหยางขายหน้ายิ่งน้อยลงไปเลย
“งั้นจะอ้าปากพูดทำไมวะ ขี้ขลาด!” เซียวหยางฮึดฮัดใส่คำ
“แก……”
ดีที่ฟางจิ้งหยางไม่ใช่ฟางจิ้งหยวน ไม่ได้ใจร้อนหัวร้อนขนาดนั้น
เขากลับกลั้นอารมณ์ไว้ได้
แล้วหันไปมองสวีจี้อวิ๋นบนเวที
“คุณสวี เชิญดำเนินการต่อเถอะ!”
“ได้ค่ะ!”
การบังคับให้ลูกค้าจ่ายเงินตรงนั้นเลย มันไม่ใช่กฎของงานเลี้ยงจริง ๆ
ยังไงซะ ถ้าเขาไม่มีเงินจ่ายจริง ๆ ทางตระกูลสวีย่อมไม่ปล่อยให้ออกไปง่าย ๆ อยู่แล้ว
สวีจี้อวิ๋นก็ไม่กังวลเรื่องนี้เลย
แถมยังต้องบอกว่า การมีเซียวหยางอยู่ที่นี่ มันมีแต่ประโยชน์กับตระกูลสวีทั้งนั้น อย่างน้อยที่สุดก็เห็นได้ชัดว่า ราคาของของประมูลแต่ละชิ้นสูงกว่าที่คาดไว้ไปเกือบสิบกว่าหมื่นล้านแล้ว!
ทั้งหมดยังต้องขอบคุณที่เซียวหยางกับฟางจิ้งหยางดันกันไปดันกันมาอีกด้วย!
เธอยิ้มบาง ยกมือขึ้นประกาศ
“ต่อไปคือที่ดิน E608 ตั้งอยู่ในเขต กวงหมิง เมืองเจียงตู……”
“E608 งั้นเหรอ!” ฝั่งหลินฮั่นเหวินถึงกับลุกขึ้นมามีชีวิตชีวา
“ที่ดิน E608 มีอะไรเหรอ?” เซียวหยางเลิกคิ้วงง
“ที่นี่อยู่ใกล้ฝั่งตะวันออกของเขตตะวันตก ถูกกำหนดเป็นศูนย์กลางพัฒนาโดยทางการ”
“ใกล้แม่น้ำหวยเจียงตู ฝั่งตะวันตกคือศูนย์บริหารเมืองเจียงตู อีกฝั่งติดสวนสาธารณะประชาชน”
“แถวนี้กำลังจะสร้างทั้งที่พักอาศัย พลาซ่า ห้างสรรพสินค้า ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์นี่ดีเลิศมาก”
หลินฮั่นเหวินนึกย้อนก่อนจะพูดเสียงต่ำ “ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ที่นี่จะกลายเป็นเขตที่คึกคักที่สุดนอกจากเขตตะวันตก”
“โดยเฉพาะแถวแม่น้ำหวย จะมีการสร้างบ้านพักจำนวนมากขึ้น เมื่อถึงเวลานั้น ประชากรจะค่อย ๆ เคลื่อนมาที่นี่ และด้วยความที่ใกล้กับเขตตะวันตก ก็จะถูกดันขึ้นมาเป็นเหมือนศูนย์กลางเมืองอีกแห่ง”
“ศูนย์กลางเมืองเทียม?” เซียวหยางงง
“ใช่ เขตตะวันตกจะกลายเป็นศูนย์กลางการค้า และตราบใดที่มันยังรุ่งเรืองอยู่ ที่นี่ก็จะได้อาศัยเขตตะวันตก ดันตัวเองขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้าเทียม”
“ถ้าเกิดเขตตะวันตกมีปัญหาเมื่อไร ศูนย์กลางเศรษฐกิจก็จะย้ายมาเขตกวงหมิง แล้วที่นี่ก็จะกลายเป็นศูนย์กลางการค้าใหม่ของเมืองเจียงตู”
เซียวหยางพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
ตามที่หลินฮั่นเหวินบอก ถ้าเขตตะวันตกเกิดปัญหาจริง ๆ เขตกวงหมิงก็จะขึ้นแทนที่กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจใหม่
แต่เดี๋ยวก่อน…
ทำไมในแผนผังเมืองในหัวเขา พื้นที่ใหม่กลับไปโผล่ที่เขตเก่า?
เขตกวงหมิงเกิดปัญหาขึ้นงั้นเหรอ?
เขารีบเปิดแผนผังเมืองในหัวขึ้นมาดูอย่างละเอียด
แล้วในวินาทีถัดไป เขาก็เบิกตากว้าง
เวรละ!
“เขตภัยพิบัติหนัก!”
เขตกวงหมิงกลายเป็นเขตภัยพิบัติ! นี่มันหมายความว่ายังไง?
สีแดงก่ำปกคลุมเกือบหนึ่งในสามของเขตกวงหมิง
ที่นี่ไม่ได้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าเทียมอย่างที่หลินฮั่นเหวินเห็นหรอก แต่จะกลายเป็นเขตภัยพิบัติแทน!
และไอ้ที่ดิน E608 ที่กำลังร้อนแรงอยู่นี่แหละ
มันอยู่กลางใจเขตภัยพิบัติเต็ม ๆ!
เซียวหยางสูดหายใจเฮือกใหญ่
นี่มันไม่ได้ดีกว่าที่ดินแถวเขตตะวันตกที่หลินฮั่นเหวินซื้อไว้ก่อนหน้านี้เลยสักนิด!
ใครซื้อ ใครซวย!
คิดได้แบบนั้น เขาก็มองไปที่ฟางจิ้งหยางที่กำลังมั่นใจเต็มเปี่ยม
ต้องบอกว่า เซียวหยางยังแอบสงสารมันอยู่หน่อย ๆ
ที่ดินของหลินฮั่นเหวินก็รับช่วงมาแล้ว ตอนนี้ก็ดูจะสนใจที่ดิน E608 อีก
สองแปลงนี้เสร็จเมื่อไร
ต่อให้ตระกูลฟางใหญ่แค่ไหน ก็คงเจอปัญหาแน่นอน!
ในระหว่างที่เซียวหยางกำลังคิด สวีจี้อวิ๋นก็เปิดปากขึ้นแล้ว
“ราคาเริ่มต้น ห้าพันล้าน!”
“เพิ่มราคาครั้งละไม่ต่ำกว่าสิบล้าน!”
นี่แหละราคาที่ดินในเขตกวงหมิง
ต่างจากเขตเก่าแบบฟ้ากับเหว
เขตเก่าราคาเริ่มต้นสิบห้าหมื่นล้าน ที่ดินยังใหญ่กว่านี้ถึงสองเท่า
แต่ตอนนี้ ไม่มีใครรู้หรอกว่า ที่ดินผืนนี้จะมีปัญหา
ทุกคนต่างก็เชื่อมั่นว่า ที่ดินผืนนี้ เหมือนกับชื่อของมัน จะนำพามาซึ่ง “อนาคตที่สดใส”!
(จบตอน)