ตอนที่ 185 เราควรนับกันว่าเป็นว่าที่ญาติ หรือคู่แข่งความรักกันแน่
ทางด้านเซียวหยาง ตอนนี้ถูกส่งตัวไปยังห้องผู้ป่วยหนักแล้ว
ส่วนเจียงเยียน ก็ไปพักที่โรงแรมใกล้ ๆ สักแห่ง ส่วนเจียงอี้เฉินไม่รู้ว่ากำลังยุ่งกับอะไรอยู่
ในเวลาเดียวกัน ห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวของโรงแรมแห่งหนึ่ง
“คุณเจียงพูดถูกต้องจริง ๆ …”
บนใบหน้าหลินฮั่นเหวินมีรอยยิ้มบาง
นี่คือการนัดพบที่เคยตกลงกันไว้ระหว่างเจียงอี้หมิงกับหลินฮั่นเหวิน
“คุณหลิน ที่จริงวันงานประมูลคราวก่อน ผมดันมีธุระกะทันหัน เลยไม่ได้ทักทายคุณให้ดี ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ” เจียงอี้หมิงยกแก้วขึ้นยิ้มกว้าง
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ คุณเจียงคือผู้นำบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งเจียงตูต่างหาก ผมต่างหากที่ควรไปเยี่ยมคุณ!” หลินฮั่นเหวินยิ้มรับ ยกแก้วชนตอบ
ทั้งสองนั่งคุยกัน บรรยากาศก็ราบรื่นดี
อยู่ ๆ เจียงอี้หมิงก็เปลี่ยนเรื่อง หัวเราะพลางพูดว่า “ว่าไปแล้ว เราก็มีสายสัมพันธ์กันอยู่นะ…”
“ไม่สิ ควรจะบอกว่า ลูกสาวของเราต่างหาก ที่มีสายสัมพันธ์กัน!”
ได้ยินดังนั้น คิ้วหลินฮั่นเหวินก็ขมวดเล็กน้อย แต่ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม “คุณหมายถึง…?”
“เซียวหยางไง!”
หลินฮั่นเหวินไม่ได้ปฏิเสธ วางแก้วลง รอฟังต่อ
เจียงอี้หมิงเห็นอีกฝ่ายไม่แสดงท่าที ก็พูดต่อทันที “ใคร ๆ ก็บอกว่าผู้ชายเจ้าชู้ … เจ้าหนุ่มเซียวหยางก็ไม่ต่างกันหรอก!”
หลินฮั่นเหวินหัวเราะเบา ๆ “เซียวหยางเป็นเด็กที่ไม่เลวจริง ๆ ลูกสาวผมก็สนิทกับเขาอยู่บ้าง”
“คุณเจียง ถ้ามีอะไรพูดตรง ๆ เถอะครับ”
เจียงอี้หมิงรออยู่แล้ว จึงยิ้มตาหยี “เซียวหยางกับตระกูลฟางมีเรื่องบาดหมางกัน อันนี้คุณกับผมต่างก็รู้ดี”
“ที่มาของเรื่องนี้ก็มาจากลูกสาวคนโตของผม เจียงเยียนนั่นเอง!”
“ยอมรับตามตรง แต่แรกผมก็อยากให้เจียงเยียนแต่งเข้าตระกูลฟาง ใครจะคิดว่าเธอจะไม่เอาใครทั้งนั้น นอกจากเซียวหยาง จนเจ้าหนุ่มนี่บุกไปวุ่นวายงานหมั้น แล้วก็พาเจียงเยียนหนีออกมา!”
“ในฐานะพ่อ ผมก็ไม่ควรห้ามปรามความรักของลูก”
“เพียงแต่เรื่องของเซียวหยาง ผมยังไม่รู้อะไรชัดเจน คุณหลินดูเหมือนจะสนิทกับเขา งั้นเล่าให้ผมฟังหน่อยสิครับ เซียวหยางเป็นคนแบบไหนกันแน่?”
“หนุ่มเลือดร้อนที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ!” หลินฮั่นเหวินยิ้มตอบสั้น ๆ
แต่คำตอบที่เจียงอี้หมิงอยากได้ ไม่ใช่แค่คำชมลอย ๆ แบบนี้ เขาอยากรู้ถึงภูมิหลังของเซียวหยาง
เจียงอี้หมิงยกเหล้าหัวเราะ “ใช่เลย กล้าหาญ มีไฟ คนหนุ่มแบบนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ!”
หลินฮั่นเหวินเพียงยิ้ม ไม่ต่อความ แต่ในใจกลับมีแววดูแคลนอยู่เล็กน้อย
ในฐานะนักธุรกิจเหมือนกัน ถ้าให้เขาเลือกคู่ครองให้ลูกสาวระหว่างเซียวหยางกับฟางจิ้งหยาง หากไม่รู้ภูมิหลังของเซียวหยาง เขาก็จะเลือกฟางจิ้งหยางมากกว่า
แต่สิ่งที่ต่างกันก็คือ เขาเคารพการตัดสินใจของลูก ไม่ใช่บังคับเหมือนเจียงอี้หมิง
“ผมลองสืบประวัติเซียวหยางบ้าง ก็สงสัยเหมือนกัน ว่าเด็กบ้าน ๆ ธรรมดา ทำไมถึงกล้าเอาเงินก้อนโตไปทุ่มในงานเลี้ยงได้ขนาดนั้น!”
“ที่สำคัญที่สุดคือ เขาเพิ่งใช้เงินแสนล้าน เข้าซื้อหุ้นของซือเหยียนกรุ๊ปถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์!”
คำพูดนี้ทำเอาหลินฮั่นเหวินถึงกับอึ้งไปทันที
หุ้นซือเหยียนกรุ๊ปสี่สิบเปอร์เซ็นต์!
เงินลงทุนแสนล้าน!
เขาถึงกับสูดลมหายใจแรง คนอย่างเขา ต่อให้รวมสมบัติทั้งชีวิตก็ยังเอาเงินก้อนนั้นมาไม่ได้!
เห็นสีหน้าอึ้งของอีกฝ่าย เจียงอี้หมิงก็แอบขมวดคิ้ว เรื่องนี้มีไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ เขาคิดว่าหลินฮั่นเหวินน่าจะรู้อะไรบ้าง แต่ท่าทีกลับดูเหมือนเพิ่งได้ยินครั้งแรก
หรือว่า หลินฮั่นเหวินก็ไม่รู้เรื่องนี้จริง ๆ?
“ผมก็แค่รู้ว่าเซียวหยางเป็นเด็กที่เข้ากับคนได้ดี แต่ไม่คาดคิดจริง ๆ ว่าพื้นฐานเขาจะลึกขนาดนี้!” หลินฮั่นเหวินหัวเราะเจื่อน ๆ ตอบไป
คราวนี้เป็นเจียงอี้หมิงบ้างที่อึ้ง … ที่แท้หลินฮั่นเหวินเองก็ไม่รู้!
แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายแค่ปิดบัง หรือไม่รู้จริง ๆ
เจียงอี้หมิงเปลี่ยนเรื่อง “แต่ก็แปลกนะ ตระกูลฟางที่เคยรุ่งเรืองพอมีเซียวหยางเข้ามา กลับเสื่อมถอยเรื่อย ๆ …”
“โดยเฉพาะที่ดินซีเฉิงที่เป็นพิษ นั่นก็ได้มาจากคุณหลินนี่นา?”
หลินฮั่นเหวินก็ไม่ปิดบัง “ใช่ ผมเป็นคนขายให้ตระกูลฟางเอง”
เจียงอี้หมิงพยักหน้าเหมือนเข้าใจ ก่อนพูดต่อ “คิดดูเถอะ ตระกูลฟางรุ่งเรืองมาโดยตลอด แต่เพราะเซียวหยางเพียงคนเดียว กลับพังพินาศลงภายในไม่กี่สัปดาห์”
“คุณหลินคิดว่าที่เบื้องหลังนี่ มีเงาของเซียวหยางอยู่หรือเปล่า?”
หลินฮั่นเหวินถึงกับชะงัก … แม้เขาเองก็สงสัย แต่ในความจริง เซียวหยางยังเด็กเกินกว่าจะรู้ทันตอนที่เขื่อนถูกสร้างเมื่อหลายปีก่อน เรื่องเขื่อนถล่มคงไม่ใช่ฝีมือเขา
แต่ความบังเอิญช่างมากเกินไป…
เมื่อไหร่ไม่พัง ดันมาพังเอาตอนนี้พอดี
บังเอิญซ้ำแล้วซ้ำเล่า สุดท้ายมันก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอีกต่อไป
แต่ปากเขาก็พูดเพียงว่า “คุณเจียง เรื่องนี้พูดเล่น ๆ ไม่ได้หรอกครับ ภัยธรรมชาติน่ะ ใครจะไปควบคุมได้”
“จริงด้วย ๆ ฮ่า ๆ เป็นผมเองที่คิดมากไป” เจียงอี้หมิงหัวเราะกลบ แล้วชวนดื่มต่อ
ทั้งสองคุยกันต่อในเรื่องธุรกิจ แต่ต่างฝ่ายต่างก็รู้ดีว่าถ้าไม่มีชื่อ “เซียวหยาง” วันนี้พวกเขาคงไม่มานั่งกินข้าวด้วยกัน
โดยเฉพาะหลินฮั่นเหวิน ที่คิดมาตลอดว่าในงานประมูลครั้งนั้น เซียวหยางทุ่มไปเต็มที่แล้ว แต่เรื่องหุ้นซือเหยียนกรุ๊ปครั้งนี้ กลับทำให้เขาตกใจจนพูดไม่ออก
นี่มันไม่ใช่เรื่องที่คนธรรมดาจะทำได้เลย!
“ลูกสาวคุณชอบเซียวหยาง ลูกสาวผมก็เหมือนกัน”
“งั้นเรานี่ควรนับเป็นคู่แข่งความรัก หรือว่าที่ญาติกันดีล่ะ?” เจียงอี้หมิงหัวเราะออกมา
หลินฮั่นเหวินถึงกับอึ้งไปทันที
จะให้ตอบยังไงล่ะเนี่ย…
“ฮ่า ๆ ผู้ชายก็ต้องเจ้าชู้นิดหน่อยแหละ แต่ผมว่าพวกเราเป็นว่าที่ญาติกันน่าจะเหมาะกว่า ว่าไงคุณหลิน?” เจียงอี้หมิงหัวเราะต่อ
หลินฮั่นเหวินที่เดิมทีก็คิดว่าตัวเองใจกว้างแล้ว ไม่คิดว่าเจียงอี้หมิงจะยิ่งกว้างกว่าอีก เขาได้แต่หัวเราะเบา ๆ ตอบ “เรื่องของลูก ๆ ผมไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายอยู่แล้ว”
“ใช่ ๆ เรื่องของเด็ก ๆ เราจะไปห้ามอะไรได้ ฮ่า ๆ ตอนแรกผมเองก็ไม่ควรยุ่งด้วยซ้ำ” เจียงอี้หมิงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
ทันใดนั้น โทรศัพท์ดังขึ้น
เจียงอี้หมิงกดรับ เสียงปลายสายทำให้สีหน้าเขาเปลี่ยนทันที
“อะไรนะ เซียวหยางเข้าโรงพยาบาล?”
หลินฮั่นเหวินตกใจ รีบหันมามองเขา
เจียงอี้หมิงพยักหน้า “อืม รู้แล้ว”
วางสายแล้วจึงบอก “ฟางจิ้งหยางส่งคนไปลอบฆ่าเซียวหยาง”
“แล้วตอนนี้?” หลินฮั่นเหวินขมวดคิ้วถามทันที
“พ้นขีดอันตรายแล้ว ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล ลูกสาวผมอยู่ดูแล”
หลินฮั่นเหวินถึงได้ค่อยโล่งใจลงบ้าง
เจียงอี้หมิงกลับส่ายหัวเบา ๆ “ดูท่าแล้ว ตระกูลฟาง คราวนี้จบสิ้นแน่”
พูดจบ เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นโทรออก “โครงการทั้งหมดที่ร่วมกับตระกูลฟาง ยุติการทำงานทั้งหมด ไม่ว่าเสียเท่าไหร่ก็ไม่ต้องสน”
วางสายแล้ว เขาก็หันมายิ้มบาง “คุณหลินก็ทำอสังหาฯ ใช่ไหม? งั้นเรามาคุยเรื่องความร่วมมือกันเถอะ”
…
จบตอน