ทำไมฉันต้องรู้จักนายด้วยล่ะ?
เวลานี้
เซียวหยางกับหลินฉีเย่ว์ยืนอยู่กลางวงล้อมของทุกคน
เซียวหยางยกมือเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มของหลินฉีเย่ว์ แม้แต่หยดน้ำที่คลออยู่ตรงหางตา ก็ยังเหมือนจะมีความสุขปนอยู่ด้วย
หลินฉีเย่ว์ตอนนี้คือหญิงสาวที่มีความสุขที่สุดในโลก ส่วนเซียวหยางก็เป็นชายหนุ่มที่มีความสุขที่สุดในโลกเช่นกัน
นี่แหละที่เรียกว่า “ชายหนุ่มรูปงามหญิงสาวคู่ควร” ที่แท้จริง!
บรรดาเพื่อนนักศึกษาต่างพากันยอมรับในใจ แม้แต่ติงฮุยที่ยืนอยู่อีกด้านยังกลั้นไม่อยู่ต้องปรบมือขึ้นมา
เซียวหยางโอบกอดหลินฉีเย่ว์แล้วพูดขึ้นอย่างช้า ๆ “ขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุน ไม่รู้คนอื่นคิดยังไง แต่ดู ๆ ไปนี่มันเหมือนผมกำลังจัดคอนเสิร์ตเลยนะ”
“ฮ่า ๆ ๆ!”
“นี่ไม่ใช่คอนเสิร์ตเหรอ?”
“เซียวเอ๋ย ฉันเป็นแฟนเพลงตัวยงของนายนะเว้ย!”
เสียงล้อเลียนดังขึ้นรอบด้าน
เซียวหยางเหลือบมองหลินฉีเย่ว์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอแดงหน้าด้วยความเขินอาย เขารู้ดีว่าเธอไม่ชอบอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกคนมากมายรายล้อมแบบนี้
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกไมค์ขึ้นพูดว่า “วันนี้พอแค่นี้ก็แล้วกันนะครับ เกรงว่าจะรบกวนเวลาของทุกคนเกินไปแล้ว”
“ผมรู้ว่าช่วงนี้เป็นเวลาพักกลางวัน บางคนอาจกำลังนอนพัก บางคนก็กำลังกินข้าว หรือบางคนอาจกำลังอ่านหนังสือสอบอยู่ในห้องสมุด”
“ต้องขอโทษจริง ๆ ที่มารบกวนทุกคนครับ งั้นก็แยกย้ายกันได้แล้ว!”
เซียวหยางเอ่ยออกมาอย่างเกรงใจ
ก็จริงอย่างที่เขาพูด ที่นี่ห่างจากห้องสมุดไม่เท่าไร เสียงตะโกนร้องของเขาเมื่อครู่คงรบกวนนักศึกษาที่กำลังอ่านหนังสือแน่ ๆ
แต่ฝูงชนกลับส่ายหัวพรืด “ไม่รบกวนเลยสักนิด!”
“ใช่ ๆ ไม่รบกวนหรอก ร้องอีกเพลงเถอะ!”
“นอนน้อยกว่านี้หน่อยก็ไม่ตายหรอกน่า!”
“ถูกต้อง! ตอนนี้ฉันอยากฟังเพลงจากผู้ชายในฝันของฉันอีกต่างหาก!”
“ร้องอีกเพลงเถอะ นายร้องเพราะมากเลย!”
ฝูงชนต่างไม่ยอมสลายตัว เซียวหยางได้แต่ยิ้มแห้ง
จริง ๆ แล้วเขายังมีเพลงอยู่อีกเยอะ
แต่การสารภาพรักก็จบลงแล้ว ต่อไปเขาอยากพาหลินฉีเย่ว์ไปใช้เวลาโลกสองคนมากกว่า ใครจะมีอารมณ์มายืนร้องเพลงต่ออีกเล่า
เขาเพิ่งจะอ้าปากจะพูดอะไรต่อ ทันใดนั้นกลับมีเสียงตะโกนดังมาจากด้านนอก
“พวกเธอกำลังทำอะไรกันอยู่!?”
“วุ่นวายกันใหญ่โต ที่นี่คือโรงเรียน โรงเรียนควรเป็นสถานที่ที่เคร่งครัดสำหรับการเรียน ทำไมพวกเธอถึงมารวมตัวก่อความวุ่นวายกันแบบนี้!”
นักศึกษาทั้งหมดหันไปตามเสียง ก็เห็นชายวัยกลางคนเดินตรงเข้ามา ด้านข้างมีชายหนุ่มในชุดสูทยืนตามประกบ
“ผู้อำนวยการลี!”
ใช่แล้ว เขาคือผู้อำนวยการของคณะเศรษฐศาสตร์ ใคร ๆ ต่างก็ได้ยินชื่อเสียงเลื่องลือของเขามานาน
นักศึกษาหลายคนรีบเบือนหน้าหนี
เพราะผู้อำนวยการลีขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดอย่างยิ่ง แม้มหาลัยส่วนมากอาจไม่ค่อยเข้ามายุ่งเรื่องชีวิตประจำวันนักศึกษา แต่เขาเป็นข้อยกเว้น มักจะดุว่าหรือว่ากล่าวนักศึกษาเสมอ
เซียวหยางเองก็รู้จักชื่อเสียงของผู้อำนวยการลีอยู่บ้าง เขารีบโบกมือเป็นสัญญาณบอกให้ทุกคนรีบแยกย้าย
แต่ติงฮุยกลับแค่นเสียงใส่ทันที “ที่นี่ก็เหมือนบ้านของฉัน ฉันจะนั่งคุยกับพี่น้องตรงนี้มันผิดตรงไหน?”
นักศึกษาหันมามองทันที
ติงฮุยเองก็ไม่รู้ว่าไอ้คนตรงหน้าคือใคร ต่อให้รู้แล้วก็ไม่สนใจอยู่ดี
ยังไงเสียเขาก็ไม่ใช่นักศึกษาที่นี่ จะไล่เขาออกยังไงได้
ผู้อำนวยการลีตวัดสายตามองด้วยแววเข้มงวด เขาอ้าปากเหมือนจะดุ แต่พอเห็นหลินฉีเย่ว์ซุกหน้าอยู่ในอ้อมกอดของเซียวหยาง ความโกรธก็พุ่งขึ้นมาทันที
เขายังจำได้ดีว่า หลินฉีเย่ว์ถอนตัวออกจากการแข่งขันระดับประเทศเพราะสาเหตุบางอย่าง ทำให้เขาหนักใจอยู่นาน
เขาพยายามเกลี้ยกล่อมหลายครั้ง แต่ไม่เคยได้ผล
เขารู้เรื่องที่เซียวหยางออกมาสารภาพรักกับเธออยู่เหมือนกัน เคยสงสัยด้วยซ้ำว่าอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น
และตอนนี้ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็ไม่ต้องเดาอีกแล้ว มันชัดเจนยิ่งกว่าชัด
เขาหันไปมองเซียวหยางทันที สีหน้าไม่เป็นมิตรสักนิด
ตรงกันข้าม ตอนมองไปยังหยางเว่ยเมื่อครู่ยังมีท่าทีอบอุ่นกว่านี้เสียอีก
หยางเว่ยเองก็ยืนตัวแข็ง สีหน้าซีดเผือดไปทั้งใบหน้า
เขาจ้องภาพตรงหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อ แล้วก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
เป็นไปไม่ได้…
เทพธิดาอย่างหลินฉีเย่ว์ จะไปอยู่กับผู้ชายคนอื่นได้ยังไง?
เขาน่ะ ทั้งหล่อทั้งเก่ง เคยได้รองชนะเลิศการแข่งขันการเงินระดับประเทศ ขนาดตัวเองยังนับถือตัวเองเลย
หลินฉีเย่ว์ต้องคู่กับเขาคนเดียวเท่านั้น
ชายอื่นไม่คู่ควรแม้แต่น้อย
‘เธอต้องตาถั่วไปแล้วแน่ ๆ!’
ผู้อำนวยการลีเหลือบไปทางเขาเช่นกัน ในใจพลันเกิดคำถามขึ้นมา
หลินฉีเย่ว์…มีแฟนได้ยังไง?
เด็กผู้ชายทั้งมหาลัยแทบจะสารภาพรักกับเธอมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง แต่เธอไม่เคยตอบรับใครเลยไม่ใช่หรือ?
ด้วยฐานะครอบครัว ด้วยความสามารถ ด้วยความงามราวเทพธิดา ใครจะคู่ควรกับเธอได้?
เขากวาดตามองเซียวหยางอย่างดูแคลนทันที
‘ก็เจ้านี่น่ะสิ…ดูยังไงก็ไม่มีทางคู่ควรหรอก!’
ผู้อำนวยการลีเดินตรงเข้ามา จ้องมองหลินฉีเย่ว์ “นักศึกษาหลิน เธอมาทำอะไรอยู่ตรงนี้?”
“ทำไมฉันจะมาอยู่ตรงนี้ไม่ได้ล่ะ?” หลินฉีเย่ว์เบือนหน้าหนี ท่าทีเย็นชาทันที
เธอไม่ชอบผู้อำนวยการลีคนนี้มาตั้งแต่เมื่อครั้งแข่งระดับประเทศแล้ว เพราะเขาเข้มงวดเกินเหตุ บังคับให้เธอฝึกหนักเกินไป
ตอนนั้นเธอเพียงอยากไปทริปที่ปักกิ่งฟรี ๆ เท่านั้นเอง
ส่วนตำแหน่งแชมป์น่ะ เงินรางวัลมันยังไม่เท่าเศษเงินค่าขนมของเธอด้วยซ้ำ เธอจึงไม่คิดจะไปแข่งอีก
“พอแล้ว อย่ามาเล่นตลกเลย ศิษย์ของคณะการเงิน—หยางเว่ยมาหาเธอแล้ว เราไปคุยกันที่ตึกคณะดีกว่า” ผู้อำนวยการลีสั่งเสียงเข้ม
“หยางเว่ย?”
“ฉันไม่รู้จัก” หลินฉีเย่ว์ตอบปฏิเสธทันที
หยางเว่ยถึงกับตกตะลึง ไม่คิดว่าเธอจะตอบแบบนี้
เขาก้มหน้าลงด้วยความอับอาย
ผู้อำนวยการลียังไม่ทันเอะใจ อธิบายต่อทันที “ก็คือศิษย์ปิดประตูของศาสตราจารย์หวังแห่งคณะการเงิน คนที่ได้รองแชมป์การแข่งขันการเงินระดับประเทศเมื่อปีที่แล้วไง”
ทั้งเขาและหยางเว่ยต่างก็คิดว่าหลินฉีเย่ว์ต้องจำได้
แต่เธอกลับทำหน้าฉงน “ได้ที่สอง?”
“ทำไมฉันต้องจำได้ด้วยล่ะ?”
เธอไม่ได้มีเจตนาดูถูก แต่การแข่งขันนั้นมีผู้เข้าแข่งนับพันจากมหาลัยนับร้อย เธอจะไปรู้จักทุกคนได้ยังไง
ยิ่งไปกว่านั้น…ชื่อ “หยางเว่ย” นี่มันช่างอัปมงคลเกินไปแล้ว!
เซียวหยางที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับกลั้นหัวเราะแทบไม่ไหว
‘ชื่อแบบนี้จริง ๆ มันก็ฮาเอาเรื่องแหละนะ!’
ใบหน้าของหยางเว่ยแข็งเกร็งทันที เขาถอนหายใจยาว ก้าวออกมาจากฝูงชน
“คุณหลิน ไม่เจอกันนาน สบายดีไหมครับ?”
“ตอนผมกลับไป ก็เฝ้าคิดถึงการได้เจอคุณอีกสักครั้ง ตอนแข่งรอบชิงวันนั้น คุณตอบคำถามได้ไวมาก ผมยังประทับใจไม่หายเลย”
“จำได้ไหมครับ ตอนสอบเสร็จ คุณยังยิ้มให้ผมครั้งหนึ่งด้วย คุณต้องจำผมได้สิ!”
“อ้อ…คุณคือหยางเว่ยนั่นเอง?” หลินฉีเย่ว์เอียงคอมอง งงงวยเต็มที
หยางเว่ยหน้าถอดสี
นี่มันมุกไม่รู้จักกันใช่ไหม?
เขาพยายามย้ำ “ใช่แล้ว ผมคือหยางเว่ย เราแข่งรอบชิงด้วยกันไง!”
หลินฉีเย่ว์คิดอยู่นาน แต่ก็ยังนึกไม่ออก
เซียวหยางเลยยื่นมือมาลูบหัวเธอเบา ๆ “จำไม่ได้ก็ไม่ต้องจำหรอก คิดมากเปลืองสมองเปล่า ๆ”
เธอพยักหน้าอย่างเชื่องช้า “อืม”
หยางเว่ยยืนอึ้งอยู่กับที่ สีหน้าเต็มไปด้วยความอับอาย
นี่มันอะไรกัน!
ที่ผ่านมาเขาคิดว่าต่างฝ่ายต่างชื่นชอบกัน แต่ความจริงแล้วมันเป็นเพียงแค่เขาเองที่คิดไปฝ่ายเดียวมาตลอดหรือ?
สรุปแล้วเขากลายเป็น “หมาที่ได้แต่เฝ้ามองเทพธิดา” งั้นหรือ?
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้!
เขาน่ะ ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง ทั้งมีพรสวรรค์ เป็นถึงศิษย์ของศาสตราจารย์หวัง
เขาเป็นถึงรองชนะเลิศการแข่งขันระดับประเทศเชียวนะ!
แล้วทำไม…หลินฉีเย่ว์ถึงไม่แม้แต่จะจำเขาได้สักนิด!
ความมั่นใจทั้งหมดพังทลายลงต่อหน้าต่อตา
รอบ ๆ นักศึกษาเริ่มกลั้นหัวเราะไม่อยู่กันแล้ว
ชื่อของเขาก็ชวนให้ขำไม่พอ มุมนี้ยังตลกเกินต้าน!
“ฮ่า ๆ ๆ!”
“พี่สาวของพวกเราแม่งโคตรพูดโดนใจเลย!”
“ก็แค่ที่สองเอง จะให้ใครจำได้ยังไงฟะ!”
เสียงหัวเราะดังระงมไปทั่ว
(จบตอน)