ตอนที่ 260 มหาศิลป์
หลังจากหว่านเชี่ยนสั่งงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็อยู่ในห้องทำงานต่อ โทรศัพท์หาคนแต่งเพลงแต่งเนื้อโดยตรง
เพราะอัลบั้มของจางซิน ต้องรีบทำให้เสร็จโดยเร็วที่สุด
อีกด้านหนึ่ง พอหลี่เฉิงอวี่เพิ่งก้าวออกจากบริษัท ก็มีสายโทรศัพท์ดังขึ้นทันที
“คุณชายหลิว!”
หลี่เฉิงอวี่รีบเปลี่ยนท่าทีเป็นนอบน้อมสุด ๆ ตรงกันข้ามกับตอนอยู่ที่บริษัทก่อนหน้าเลย
“เป็นยังไงบ้าง?”
เสียงที่ปลายสายถามขึ้น หลี่เฉิงอวี่ก็รีบสูดลมหายใจ ตั้งสติเรียบเรียงคำพูด
“คุณชายหลิว เรื่องมันไม่สำเร็จครับ”
“อะไรนะ! ตอนเช้ายังบอกฉันว่าโอกาสเก้าในสิบแท้ ๆ!”
หลิวซือเจี๋ยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตวาดเสียงกร้าว “ยัยผู้หญิงสารเลวนั่น ยอมยุบเสวี่ยนฮวา ก็ยังไม่ยอมก้มหัวงั้นเหรอ?”
ได้ยินเสียงเขา หลี่เฉิงอวี่ก็ปวดหัวตามไปด้วย ได้แต่ก้มหัวตอบเสียงเบา “คุณชายหลิว เสวี่ยนฮวายังไม่ยุบครับ…”
“ยังไม่ยุบ?”
“ใช่ครับ ฟังจากที่หว่านเชี่ยนพูด เธอจะเดินหน้าต่อไป แล้วก็เปลี่ยนชื่อบริษัทจากเสวี่ยนฮวาเป็น…เซวียนหยาง”
“หมายความว่าไงกันแน่?”
“ดูเหมือนเธอขายบริษัทให้คนอื่นไปแล้ว แถมยังได้เงินทุนก้อนโตมาอีกด้วย!”
“ว่าไงนะ!”
“ถึงกับขายบริษัทให้คนอื่น ยังดีกว่ามาก้มหัวให้คุณอีกงั้นเหรอ?”
น้ำเสียงหลิวซือเจี๋ยยิ่งเดือดจัด “ฉันสั่งให้นายจับตาดูเสวี่ยนฮวา แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่าเสวี่ยนฮวาถูกขายไปแล้วงั้นเรอะ!?”
“ฟังจากที่เธอพูด…น่าจะใช่ครับ”
“น่าจะ? ตอนเช้ายังกล้ารายงานฉันว่าซื้อเสวี่ยนฮวาได้แน่นอน จะทำให้หว่านเชี่ยนยอมแพ้ แต่นี่กลับบอกว่า ‘น่าจะ’?!”
คำพูดยังไม่ทันจบ หลี่เฉิงอวี่ถึงกับขาอ่อน รีบรับปากเสียงสั่น “คุณชายหลิววางใจได้ครับ ผมจะรีบสืบให้รู้ว่าใครกันที่กล้าซื้อเสวี่ยนฮวาไป!”
“ฉันไม่มีความอดทนอีกแล้วโว้ย! แม่ง ก็แค่ผู้หญิงคนเดียว เสียเวลาเปล่ามาตั้งหลายปี นายมันก็แค่หมา ฉันอยากได้เธอมา ฉันไม่สนว่านายจะใช้วิธีไหน ต้องลากยัยนั่นขึ้นเตียงให้ฉันได้ยินชัด ๆ เข้าใจไหม!”
“รับทราบครับ ๆ!”
“ไอ้ไร้ค่า!”
ด่าทิ้งไว้ประโยคหนึ่ง หลิวซือเจี๋ยก็ตัดสายไป
ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหว่านเชี่ยนผ่านหน้าจอ หลิวซือเจี๋ยก็หลงใหลในตัวเธอทันที
ในฐานะทายาทตระกูลหลิว ผู้กุมอำนาจของจิงหลิวเอนเตอร์เทนเมนต์ เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธตน
ถ้ารู้แบบนี้ ตอนนั้นคงบังคับเอาเลย ไม่ต้องเสียเวลาให้ยืดยาวมาถึงทุกวันนี้—หลายปีแล้ว แม่งยังไม่ยอมอ่อนข้ออีก
เอาเถอะ…คิดจะเดินหน้ากับเสวี่ยนฮวางั้นสิ?
หลิวซือเจี๋ยหัวเราะเย็น ๆ วงการบันเทิงมันแค่นี้เอง สิ่งที่เขาอยากได้ ไม่มีวันพลาดไปสักครั้งเดียว
“รีบแจ้งฝ่ายประชาสัมพันธ์ ปล่อยข่าวลงไป—จิงหลิวเอนเตอร์เทนเมนต์คว่ำบาตรศิลปินไร้คุณธรรม ใส่ชื่อหว่านเชี่ยนกับบริษัทดนตรีเซวียนหยางเข้าไปด้วย” หลิวซือเจี๋ยสั่งทันควัน
ถึงแม้จิงหลิวจะไม่ถึงขั้นครอบงำวงการได้ แต่ก็ไม่มีใครโง่พอจะไปขัดแข้งขัดขาอาณาจักรยักษ์ใหญ่เพื่อแลกกับบริษัทเล็ก ๆ หรอก
ข่าวแพร่ออกเมื่อไหร่ ทั้งวงการรวมถึงสื่อแทบทั้งหมดก็จะต้องหันมาข้างเขาแน่
หลิวซือเจี๋ยส่ายหัวอย่างหงุดหงิด
แค่ผู้หญิงคนเดียว กลับต้องมาสิ้นเปลืองพลังงานเขาขนาดนี้
มาดูกันหน่อยเถอะ ว่ายัยนี่จะยืนหยัดได้ถึงเมื่อไหร่กัน
บริษัทที่ขาดทุนมาตลอด จะเอาอะไรไปสู้ต่อได้นานนัก
อีกฝั่ง หลี่เฉิงอวี่หลังวางสาย ก็รีบกลับไปที่สาขาทันที
สิ่งสำคัญตอนนี้คือ ต้องหาคนที่บังอาจซื้อเสวี่ยนฮวาไปให้ได้—ทั้งที่อยู่ในสายตาแท้ ๆ ดันไม่รู้อะไรเลย!
ในขณะเดียวกัน หว่านเชี่ยนก็สามารถติดต่อกับนักแต่งเพลงชื่อดัง “เฉินจื้อหลง” ได้สำเร็จ
เฉินจื้อหลงถือเป็นคีตกวีระดับแนวหน้า เคยสร้างเพลงฮิตติดชาร์ตมาแล้วนับไม่ถ้วน ค่าจ้างก็แพงสุด ๆ
ถ้าเป็นเมื่อก่อน แค่คิดจะจ้างนักแต่งเพลงระดับเขา ยังถือว่าเกินฝันของเธอด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้ เงินหนาพอ ทุกอย่างก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
หลังเจรจาตกลงค่าตัวที่สูงลิบได้ หว่านเชี่ยนก็โล่งใจ อย่างน้อยคุณภาพเพลงต้องไม่ผิดหวังแน่
เพลงหลักของอัลบั้ม ไม่ต้องห่วงอีกต่อไปแล้ว
ถัดมา เธอก็ไล่โทรหานักแต่งเพลงนักเขียนเนื้อคนอื่น ๆ ต่อทีเดียว
“อัลบั้มชุดนี้ ต้องแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของเซวียนหยาง!” หว่านเชี่ยนมั่นใจเต็มเปี่ยม
การทุ่มทุนแบบนี้ สำหรับจางซินถือว่าหรูหราสุด ๆ
นักแต่งเพลงระดับท็อปหลายคนมาร่วมกันทำอัลบั้มเดียว ถือว่าหาได้ยากมากในวงการ นับเป็นงานสร้างสรรค์ที่แทบไม่เคยมีใครทำ
แม้จะใช้เงินมหาศาล ถึงต่อให้ยอดขายดี ก็คงไม่คืนทุนได้ทั้งหมด
แต่สำหรับเธอแล้ว ต่อให้ขาดทุนก็ต้องทำให้อัลบั้มชุดนี้ออกมาสมบูรณ์ที่สุด
เพราะนี่คือ “การกลับมาของเซวียนหยาง” ครั้งแรก เสียงต้องดังสนั่นหวั่นไหว!
ขอเพียงจางซินแจ้งเกิดขึ้นมาได้ เรื่องคืนทุนก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
ขณะนั้นเอง จางซินกับผู้จัดการหลิวก็กลับมาที่ห้องทำงาน
ผู้จัดการหลิวเหลือบมองชื่อบนโต๊ะหว่านเชี่ยน พลันสะดุ้งในใจ
คนพวกนี้ล้วนแต่เป็นระดับบิ๊กเนมในวงการ นี่เธอคิดจะให้พวกเขาร่วมกันสร้างอัลบั้มให้จางซินจริง ๆ เหรอ?
นี่มันโคตรอลังการ! มหาศิลป์ของแท้!
เขาสูดลมหายใจลึก หยิบสัญญาที่เตรียมมาออกมา “หว่านเชี่ยนนี่คือสัญญาของจางซินครับ”
หว่านเชี่ยนหยิบมาพลิกดู
“ซินซิน ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ ให้ถามได้เลยนะ เซ็นแล้วเปลี่ยนไม่ได้แล้วนะ!”
“ไม่มีปัญหาค่ะ ไม่มีจริง ๆ!” จางซินรีบตอบ
เพราะแค่เงื่อนไขที่เห็น ก็แทบทำให้เธอตะลึงแล้ว
อิสระเกือบเต็มที่ ผลประโยชน์จัดหนัก
ต่อให้เธอออกไปรับงานเอง ก็ไม่ต้องรายงานบริษัท แค่แบ่งรายได้เล็กน้อยก็พอ
ส่วนนโยบายหลัก ปีหนึ่งต้องมีอัลบั้มเป็นอย่างต่ำ บริษัทลงทุนจัดเต็มทุกอย่าง
รายได้ก็ทั้งเงินเดือนคงที่บวกส่วนแบ่งกำไร
นี่มันสัญญาในฝันชัด ๆ จะให้มีอะไรไม่พอใจอีกล่ะ!
“งั้นก็เซ็นเลย”
ไม่นาน สัญญาก็ลงนามเสร็จสิ้น
ผู้จัดการหลิวไม่รีบกลับ แต่เอ่ยถามด้วยความลังเล “หว่านเชี่ยนที่คุณเชิญนักแต่งเพลงเหล่านี้มา…จะทำแค่เพื่ออัลบั้มแรกของจางซินจริง ๆ เหรอครับ?”
“ใช่”
“ดึงบิ๊กเนมมากมายเพื่อทำอัลบั้มเดียวเลยเนี่ยนะ?”
“ถูกต้อง”
“นี่มันเกินไปแล้วมั้งครับ!” ผู้จัดการหลิวถึงกับสูดหายใจเฮือกใหญ่
หว่านเชี่ยนเคาะโต๊ะตอบช้า ๆ “นี่คือก้าวแรกของเซวียนหยาง ต้องยิ่งใหญ่ถึงที่สุด”
“เป้าหมายคือคว้ารางวัลเพลงฟงอวิ๋นหลังปีใหม่มาให้ได้”
“รางวัลฟงอวิ๋น!” ทั้งผู้จัดการหลิวและจางซินเบิกตาโตทันที
“นั่นมันก็แค่รางวัลระดับกลางในประเทศเอง” หว่านเชี่ยนถอนหายใจยาว
เธอไม่ได้มีความกล้าที่จะตั้งเป้าไปถึงรางวัลใหญ่ ๆ เหมือนเมื่อครั้งเสวี่ยนฮวายังรุ่งเรือง ตอนนั้นยังพอฝันถึง แต่ตอนนี้…แค่รางวัลฟงอวิ๋นก็ต้องทุ่มสุดตัวแล้ว
โธ่เอ๊ย…
“ต้องได้รางวัล ดันจางซินให้ดัง นี่คือก้าวแรกของบริษัท” หว่านเชี่ยนสรุปหนักแน่น
ผู้จัดการหลิวได้แต่พยักหน้ารับ
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“เชิญเข้ามา”
“หว่านเชี่ยน แย่แล้วค่ะ จิงหลิวโพสต์บนเวยป๋อ ประกาศคว่ำบาตรพวกเรา ตอนนี้คนในวงการแชร์กันเพียบ ติดเทรนด์ร้อนแรงไปแล้ว…”